ติดตามพวกเรา

IT News

Facebook แนะนำ 6 วิธีรักษาบัญชีผู้ใช้ของคุณให้ปลอดภัยจากการหลอกลวงแบบฟิชชิ่งและสแกม

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

หนึ่งในพันธกิจของ Facebook คือการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้แบ่งปันและสร้างการเชื่อมต่อที่มีความหมายร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อกับเพื่อนและครอบครัว การสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นที่พวกเขาชื่นชอบ หรือการสร้างชุมชนตามความสนใจ การให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อื่น ประสบการณ์ และช่วงเวลาที่มีความหมายมากที่สุดสำหรับพวกเขา

เราเข้าใจดีว่าผู้คนต้องการที่จะเชื่อมบน Facebook ได้อย่างปลอดภัยและเราเองก็ต้องการให้ทุกคนรู้สึกปลอดภัยเมื่อใช้งาน Facebook ด้วยเช่นกัน และนั่นคือเหตุผลที่เรามีเครื่องมือและฟีเจอร์ที่หลากหลายที่พร้อมให้บริการผู้ใช้งานทุกคน เพื่อช่วยให้บัญชีผู้ใช้ของพวกเขาปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เรายังทำงานอย่างเต็มกำลังในการพัฒนา ดำเนินการ และอัพเดทนโยบายของเรา เพื่อป้องกันพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจและการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายจากโปรไฟล์และเพจที่มีวัตถุประสงค์ในการหลอกลวงและประสงค์ร้าย

ในประเทศไทย ผู้คนเข้าใจความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยในโลกออนไลน์โดยทั่วไป แต่เมื่อนำความรู้นั้นมาใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงมักไม่เป็นไปตามสิ่งที่คิดไว้ การศึกษาเกี่ยวกับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย[1]ที่จัดทำขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้แสดงให้เห็นว่า 44.5 เปอร์เซ็นต์ ละเลยการตรวจสอบที่อยู่เว็บไซต์ที่พวกเขาใช้เพื่อทำธุรกรรมออนไลน์ว่าปลอดภัยหรือไม่ และ 43 เปอร์เซ็นต์ ยอมรับว่าพวกเขาเคยเปิดลิงค์และอีเมล์ที่ไม่น่าไว้วางใจมาก่อน ซึ่งต่างแสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมที่แท้จริงของคนไทยนั้นมีความเสี่ยงมากกว่าที่คิด นอกจากนี้ ธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ล้วนแต่มีความเสี่ยงทั้งนั้น การศึกษา 2 ชิ้นที่จัดทำขึ้นโดยซิสโก (Cisco)[2] เมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่ามีการรายงานการหลอกลวงแบบฟิชชิ่งจำนวนหลายหมื่นครั้งทั่วโลกในแต่ละเดือน และโดยเฉลี่ยแล้ว มีพนักงาน 2 คนที่ทำงานอยู่ในธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดย่อมมักดาวน์โหลดข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ[3] ซึ่งนำมาสู่ภัยคุกคามภายในองค์กร

บน Facebook แอดมินของกลุ่มสำหรับชุมชน เจ้าของเพจธุรกิจ สื่อมวลชน ครีเอเตอร์ และโปรไฟล์ของบุคคลที่มีชื่อเสียงต่างๆ ควรให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของบัญชีผู้ใช้ เพราะอาจตกเป็นเป้าหมายของผู้ประสงค์ร้ายที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลการติดต่อและข้อมูลที่มีความอ่อนไหวอื่นๆ และนี่คือเคล็ดลับสำคัญจาก Facebook ในการหลีกเลี่ยงการหลอกลวงแบบฟิชชิ่งและสแกม ซึ่งเป็นรูปแบบอาชญากรรมในโลกไซเบอร์ที่เป็นปัญหามาอย่างยาวนาน

ฟิชชิ่งคืออะไร

ฟิชชิ่งคือการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต เมื่อมีบุคคลพยายามที่จะเข้าถึงบัญชีผู้ใช้ Facebook ของคุณด้วยการส่งข้อความหรือลิงค์ที่ไม่น่าไว้วางใจ ฟิชชิ่งมีรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งอีเมล์ โปรไฟล์ในโซเชียลมีเดีย โพสต์ และข้อความ หรือเว็บไซต์ปลอม โดยทั่วไปแล้ว นักต้มตุ๋นจะอ้างตัวว่าเป็นพนักงานจากบริษัทที่มีชื่อเสียงหรือแกล้งปลอมตัวเป็นบุคคลที่คุณรู้จัก เพื่อขอให้คุณให้ข้อมูลรหัสผ่าน หมายเลขบัตรเครดิต หรือข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ และหากพวกเขาสามารถเข้าสู่ระบบบัญชีผู้ใช้งานของคุณได้ พวกเขาอาจใช้บัญชีของคุณในการส่งสแปมอีกด้วย 

วิธีการป้องกันการถูกหลอกลวงแบบฟิชชิ่ง

1. ระวังอีเมล์หรือข้อความที่ไม่น่าไว้วางใจ อีเมล์ที่มาจาก Facebook เกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้ของคุณจะประกอบด้วย fb.comfacebook.com หรือ facebookmail.com เสมอ และคุณยังสามารถเยี่ยมชม www.facebook.com หรือเข้าไปที่หน้าแอพ Facebook ของคุณเพื่อตรวจสอบข้อความสำคัญจากเรา นอกจากนี้ อย่าหลงเชื่อข้อความที่ขอเงิน ให้ของขวัญ หรือข่มขู่ว่าจะลบหรือแบนบัญชีผู้ใช้ Facebook ของคุณ

2. อย่าเผยข้อมูลการเข้าสู่ระบบบัญชีผู้ใช้ของคุณเป็นอันขาด
Facebook จะไม่ถามรหัสผ่านของคุณผ่านอีเมล์ หรือส่งรหัสผ่านให้คุณเป็นไฟล์แนบเป็นอันขาด และคุณควรหลีกเลี่ยงการเผยข้อมูลการเข้าสู่ระบบบัญชีผู้ใช้กับผู้อื่นด้วยเช่นกัน

3. อย่าคลิกไปที่ลิงค์ที่ไม่น่าไว้วางใจ
หากคุณเห็นอีเมล์ ข้อความ หรือโพสต์ที่ไม่น่าไว้วางใจและอ้างว่ามาจากFacebook อย่าคลิกไปที่ลิงค์หรือไฟล์แนบเหล่านั้น

  • เคล็ดลับเพิ่มเติม: หากลิงค์นั้นมีลักษณะที่ไม่น่าไว้วางใจ คุณจะเห็นชื่อหรือ URL ที่อยู่ด้านบนของเพจปรากฏเป็นสีแดงพร้อมสัญลักษณ์สามเหลี่ยมสีแดงเป็นการแจ้งเตือน

 4. อย่าตอบกลับอีเมล์เหล่านี้
อย่าตอบกลับข้อความที่ขอรหัสผ่าน เลขประกันสังคม หรือข้อมูลบัตรเครดิตของคุณ

5. จัดการและรายงานไปที่Facebook
หากอีเมล์หรือข้อความ Facebook ที่คุณได้รับมีลักษณะที่น่าสงสัย คุณสามารถรายงานไปที่ phish@fb.com หรือหากคุณต้องการรายงานบทสนทนา คุณควรถ่ายภาพหน้าจอไว้ก่อนที่คุณจะลบหน้าบทสนทนานั้นทิ้งไป โดยข้อความต่างๆ จะยังไม่ถูกลบออกจากอินบ็อกซ์ของฝ่ายตรงข้าม นอกจากนี้ คุณยังสามารถรายงานเนื้อหาที่เป็นอันตรายหรือสแปมบน Facebook ผ่านลิงค์การรายงานที่จะปรากฏอยู่ใกล้ๆ ตัวเนื้อหาอีกด้วย

6. ใช้งานฟีเจอร์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยต่างๆ รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการเข้าสู่ระบบที่ไม่คุ้นเคยและตั้งค่าการยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชีผู้ใช้ของคุณ และเพื่อป้องกันตัวเองจากผู้ประสงค์ร้าย ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลวงแบบฟิชชิ่งหรือสแกม คุณควรใส่ใจกับ “สัญญาณแจ้งเตือน” เพิ่มเติมที่อาจช่วยบ่งบอกว่าคุณกำลังตกเป็นเหยื่อของคนร้ายได้

  • วิธีการหลอกลวงแบบฟิชชิ่งส่วนใหญ่มักเป็นการหลอกลวงที่เกี่ยวเนื่องกับอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ด้วยความพยายามที่จะสร้างความเข้าใจผิด นักต้มตุ๋นมักจะปลอมตัวเป็นบุคคลที่คุณรู้จักและขอความช่วยเหลือและเงินจากคุณ ในบางครั้ง พวกเขาอาจปลอมตัวเป็นเพื่อนหรือญาติของคุณ และแสร้งว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • นักต้มตุ๋นบางคนอาจส่งข้อความแนวโรแมนติกหาคุณ ด้วยความหวังที่จะได้รับความไว้วางใจจากคุณอย่างรวดเร็ว แต่ระวังเอาไว้เพราะในตอนสุดท้าย พวกเขามักจะขอให้คุณส่งเงินไปให้ หรือนำข้อมูลส่วนตัวของคุณไปเผยแพร่
  • อีกกลวิธีคือการส่งข้อความหาคุณที่เชื่อมต่อคุณไปยังเพจเพื่ออ้างสิทธิในการรับรางวัล ซึ่งคุณจะต้องชำระค่าสมาชิก จ่ายค่าธรรมเนียม หรือแชร์ข้อมูลส่วนตัวของคุณในการอ้างสิทธิเพื่อรับรางวัลนั้น แต่ข้อความเพื่อการหลอกลวงเหล่านี้มักเป็นข้อความที่สะกดผิดและผิดหลักการใช้ภาษา ดังนั้น หากคุณพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว คุณจะสามารถสังเกตได้ว่าลิงค์นั้นเป็นของปลอม

ข้อควรปฏิบัติหากคุณคิดว่าโดนหลอกลวงไปแล้ว
หากคุณได้ให้ข้อมูลชื่อผู้ใช้หรือรหัสผ่านในลิงค์ที่ไม่น่าเชื่อถือโดยไม่ได้ตั้งใจ ผู้อื่นอาจเข้าสู่ระบบบัญชีผู้ใช้ของคุณได้ คำแนะนำคือควรทำใจเย็นๆ เอาไว้และปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้

  • หากคุณยังสามารถเข้าสู่ระบบบัญชีผู้ใช้ของคุณได้ รักษามันด้วยการตั้งค่ารหัสผ่านใหม่และออกจากระบบจากอุปกรณ์ที่คุณไม่รู้จักทันที
  • หากคุณไม่สามารถเข้าสู่ระบบบัญชีผู้ใช้ของคุณได้ และชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของคุณไม่สามารถทำงานได้ปกติ ใช้เครื่องมือกู้คืนบัญชีของคุณ
  • ตรวจสอบว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับบัญชีผู้ใช้ของคุณหรือไม่ ด้วยการตรวจสอบกิจกรรมที่ผ่านมาและอีเมล์ที่ได้รับเมื่อเร็วๆ นี้ จาก Facebook
  • หากคุณรู้สึกว่าคุณตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรม กรุณาแจ้งความกับตำรวจในบริเวณใกล้เคียง และหากคุณได้ให้ข้อมูลบัตรเครดิตของคุณโดยไม่ได้ตั้งใจ รีบแจ้งทางธนาคารหรือบริษัทบัตรเครดิตของคุณทันที นอกจากนี้ อย่าลืมรายงานบุคคลหรือบัญชีผู้ใช้นั้นกับทาง Facebook ด้วย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยให้กับบัญชีผู้ใช้ของคุณ กรุณาเยี่ยมชม https://www.facebook.com/help/

Android News

Redmi Note 8 Series สมาร์ทโฟนราคาเกินคุ้มด้วยกล้องอัจริยะ 4 เลนส์ พร้อมโปรโมชั่นในงาน Mobile Expo ที่ต้องห้ามพลาด!

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เมื่อพูดถึงบริษัท Xiaomi หลายคนคงนึกถึงทั้งเรื่องสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริมต่างๆ เพียบ โดย Xiaomi นั้นถือว่าเติบโตได้ค่อนข้างเร็วนับตั้งแต่ก่อตั้งและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Main Board of the Hong Kong Stock Exchange ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ซึ่งตรงจุดของการเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้เป็นวิสัยทัศน์ของบริษัทที่มาจากการเริ่มต้นที่ความมุ่งมั่นในการเอาใจใส่ผู้บริโภคเป็นหลัก โดยอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน Xiaomi ได้เน้นเรื่องคุณภาพและประสิทธิภาพของสินค้าให้เราได้ใช้เทคโนโลยีต่างๆ ที่แทบจะครอบคลุมในทุกหมวดหมู่ จนมาถึงในตอนนี้ Xiaomi ได้กลายเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับที่ 4 ของโลก แถมมีผู้ใช้งานอุปกรณ์ IoT กระจายอยู่ทั่วโลกมากกว่า 213.2 ล้านผลิตภัณฑ์ พร้อมกับการวางจำหน่ายไปมากกว่า 90 ประเทศและตลาดหลักๆ หลายประเทศ

ทั้งนี้ หนึ่งในความก้าวหน้าของ Xiaomi ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือการขายสมาร์ทโฟนรุ่นระดับกลางที่สเปคคุ้มค่าและมาในราคาที่จับต้องได้ โดยรุ่นที่ขายดีสุดๆ ในช่วงที่ผ่านมาคงไม่พ้น Redmi Note 8 Series ทั้ง Redmi Note 8 และ Redmi Note 8 Pro ที่เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่เรียกเสียงฮือฮากับรุ่นกลางที่มีกล้องหลังความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ทั้งยังมีให้รวมทั้งหมดถึง 4 เลนส์ ในราคาต่ำหมื่น

สำหรับทั้ง 2 รุ่นนี้จะมีความแตกต่างในเรื่องของกล้องบางส่วน ได้แก่ รุ่นพี่ Redmi Note 8 Pro จะมาพร้อมกับเลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล + เลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล + เลนส์ Macro และเลนส์ Depth อีกอย่างละ 2 ล้านพิกเซล พร้อมกล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ขณะที่รุ่นน้อง Redmi Note 8 จะมีเลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล + เลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล + เลนส์ Macro และเลนส์ Depth อีกอย่างละ 2 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยกล้องหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล

โดยความพิเศษของกล้องแต่ละเลนส์และความสามารถต้องบอกว่าถ่ายรูปได้สวยแบบธรรมชาติ จบหลังกล้อง ไม่ต้องรีทัชในแอปให้วุ่นวาย แล้วยิ่งช่วงนี้ใกล้จะวันวาเลนไทน์เข้ามาทุกทีแล้ว หากคุณผู้ชายต้องการถ่ายภาพคนรักให้จบและสวยงามแบบง่ายๆ ก็ต้อง Redmi Note 8 Series ทั้ง 2 รุ่น ที่มีฟีเจอร์ต่างๆ แบบครบครัน แต่จะมีอะไรบ้าง เรามีภาพตัวอย่างของจริงมาให้ชมกันเต็มๆ ครับ

ความคมชัดระดับ 64 ล้านพิกเซลใน Redmi Note 8 Pro ที่นอกจากจะเป็นรุ่นแรกของโลกที่ใช้เลนส์นี้แล้ว ในเรื่องคุณภาพก็ถือว่าทำให้เราได้รับความละเอียดของพิกเซลที่มากไปด้วย ทำให้เราสามารถซูมหรือขยายภาพได้โดยไม่แตก แถมยังนำไปใช้เป็นการพิมพ์ขนาดใหญ่ได้ถึง 3.26 เมตรเลยทีเดียวครับ ส่วนรุ่นน้อง Redmi Note 8 ก็คมชัดไม่แพ้กันที่ 48 ล้านพิกเซล ที่แม้ว่าความละเอียดจะน้อยกว่า แต่สิ่งที่ได้ออกมาจะเหมือนกับตัว Pro โดยจะได้ภาพใหญ่และละเอียด สามารถขยายและมองเห็นสิ่งเล็กๆ ในภาพได้ชัดเจนกว่าเดิม

 

สำหรับภาพที่ถ่ายด้วย Redmi Note 8 Pro นั้นได้ความสวยงามจากสถานที่ Three Monkey ร้านอาหารที่ออกแบบมาให้ลงตัวกับธรรมชาติมากที่สุดพร้อมทั้งดีไซน์เฉดสีต่างๆ ให้เหมาะกับการมาถ่ายภาพคู่รักอีกด้วย

 

การจดจำภาพอัจฉริยะด้วย AI ที่จะเป็นการแบ่งแยกหมวดหมู่ต่างๆ กับสิ่งที่เราโฟกัส ซึ่งจะปรับแสงและสีให้เหมาะสมกับวัตถุที่เราถ่ายแต่ละอย่างนั่นเอง ไม่ต้องไปเสียเวลาเข้าแอปพลิเคชั่นเสริมอะไรทั้งนั้นก็ได้ภาพสวยๆ ออกมาแล้ว ที่สำคัญเราแค่รอกดชัตเตอร์อย่างเดียวพอ ไม่ต้องทำอะไรเลยด้วย โดยภาพที่ถ่ายออกมาด้านล่างนี้เรียกว่าจบได้แค่กดชัตเตอร์ครั้งเดียวเท่านั้น ขอแค่บรรยากาศสวยๆ อย่าง The Kee Sky Lounge ร้านอาหารรูฟท็อปชื่อดังย่านป่าตองที่ได้นำ Redmi Note 8 Pro ไปถ่ายครับ ซึ่งเราจะเห็นเลยว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้นั้นเก็บแสงและสีได้แบบงดงามเกินราคาจริงๆ

 

เก็บได้ครบด้วยเลนส์ Ultra Wide มุมกว้าง 120 องศา ที่ช่วยให้เราได้องค์ประกอบและภาพตรงหน้าได้แบบเต็มๆ ไม่จำเป็นต้องมาถ่ายแบบพาโนรามาให้เสียเวลาครับ ที่สำคัญยังได้ประโยชน์ที่เราไม่ต้องถอยไกลเพื่อถ่ายภาพให้ครบอีกด้วย

 

ทั้งนี้ การถ่ายภาพเลนส์ ultra-wide กว้าง 120 องศา ยังได้ทดสอบผ่านสถานที่ที่เป็นหนึ่งในมนต์เสน่ห์ในเมืองภูเก็ตอย่างถนนรมณีย์ เมืองเก่าภูเก็ต Old Town Street Art อีกด้วย ทำให้เราเก็บองค์ประกอบได้ครบและเห็นสถานที่ได้แบบเต็มๆ ตา

 

นอกจากที่เลนส์ Ultra Wide จะถ่ายองค์ประกอบต่างๆ ได้ครบแล้ว คุณผู้หญิงทั้งหลายก็สามารถใช้ประโยชน์จากเลนส์นี้ได้เหมือนกัน เพราะจะทำให้ขาดูเรียวยาวและดูสูงขึ้นกว่าเดิม เพียงแค่วางกล้องในระดับเอวและเสยขึ้นเล็กน้อยก็ได้ภาพแบบงามๆ แล้วครับ

 

ในเลนส์ Depth ที่ทั้ง 2 รุ่นมีมาให้เป็นการช่วยแยกแยะพื้นหลังกับตัววัตถุ โดยการถ่าย Portrait จะได้ใช้ประโยชน์แบบเต็มๆ ครับ ช่วยให้พื้นหลังเบลอได้เนียนและเป็นธรรมชาติด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีแสงลอดมาทางต้นไม้ หากเราปรับเป็นโหมด Portrait จะทำให้ภาพมีความละมุนขึ้นมากขึ้นตามตัวอย่างครับ

 

นอกจากนี้ Redmi Note 8 Series ยังสามารถถ่ายใกล้ๆ ด้วยเลนส์ Macro ก็ได้เช่นกัน ซึ่งช่วยให้เราได้เจาะรายละเอียดของสิ่งที่ตาเราแทบมองไม่เห็นให้ชัดเจนขึ้น ขณะที่กล้องหน้าของทั้ง 2 รุ่น ก็มีความแตกต่างกัน ซึ่ง Redmi Note 8 Pro มาพร้อมความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ส่วน Redmi Note 8 มาพร้อมความละเอียด 13 ล้านพิกเซล แต่ในเรื่องการถ่ายกล้องหน้าถือว่าแต่งเติมได้สวยงาม ดูธรรมชาติด้วย AI หากใครที่เป็นสายเซลฟี่ต้องชอบแน่นอน

นอกจากเรื่องกล้องแล้ว Remi Note 8 Pro และ Remi Note 8 ยังมีความแตกต่างในเรื่องสเปคอื่นเช่นกัน ทั้งหน้าจอแสดงผลของตัว Remi Note 8 Pro มีขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล), ขุมพลัง Helio G90T, รุ่น RAM 6GB+64GB และ RAM 6GB+128GB, แบตเตอรี่ความจุ 4500mAh รองรับ Fast Charge 18W ส่วน Redmi Note 8 มีหน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด FHD+, ขุมพลัง Snapdragon 665, รุ่น RAM 4GB+64GB และ RAM 4GB+128GB  และแบตเตอรี่ความจุ 4000mAh รองรับ Fast Charge 18W

โปรโมชั่นสุดพิเศษ กับครั้งแรกของ Xiaomi ในงาน Thailand Mobile Expo 2020

ครั้งแรกกับการยกทัพของ Xiaomi พร้อมนำสมาร์ทโฟน และสินค้า AIoT ที่ใครหลายคนรอคอย มาพร้อมกับโปรโมชั่นสุดพิเศษเฉพาะในงานครั้งนี้เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น

 

รับฟรีทันที เครื่องฟอกอากาศ Mi Air Purifier 2C มูลค่า 3,990 บาท เมื่อซื้อสมาร์ทโฟนรุ่น Mi Note 10 ความจุ 6GB + 128GB ราคา 16,990 บาท หรือ Mi Note 10 Pro รุ่น 8GB + 256GB ราคา 19,990 บาท

 

รับฟรีทันที อุปกรณ์หูฟังไร้สาย Mi True Wireless Earbuds Basic มูลค่า 699 บาท และ Redmi Note 8 Series Special Gift Pack มูลค่ากว่า 1,000 บาท เมื่อซื้อสมาร์ทโฟนรุ่น Redmi Note 8 Pro รุ่น 6GB + 64GB ราคา 7,999 บาท หรือ รุ่น 6GB + 128GB ราคา 8,999 บาท หรือรับ Redmi Note 8 รุ่น 4GB + 64GB ราคา 5,999 บาท หรือ รุ่น 4GB + 128GB ราคา 6,999 บาท

อย่าพลาดกับโปรโมชั่นพิเศษ กับงาน Thailand Mobile Expo 2020 วันที่ 30 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์นี้ ที่บูธเสียวหมี่ ฮอลล์ 98-99 ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา

อ่านต่อ...

Apple News

สูงสุดเป็นประวัติการณ์! Apple ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรก 91.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ ผลมาจากความต้องการ iPhone 11 และ iPhone 11 Pro จำนวนมาก

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย


ในวันนี้ Apple ประกาศผลรายงานทางการเงินประจำไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2020 สิ้นสุดเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2019 บริษัทประกาศรายได้ประจำไตรมาสที่ 91.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้น 9 เปอร์เซนต์เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเป็นสถิติใหม่ พร้อมรายได้สุทธิประจำไตรมาส 4.99 เหรียญสหรัฐต่อหุ้นปรับลด ซึ่งเพิ่มขึ้น 19 เปอร์เซนต์ นับเป็นสถิติใหม่เช่นกัน ยอดขายในต่างประเทศถือเป็น 61 เปอร์เซนต์ของรายได้ประจำไตรมาส
 
“เรารู้สึกยินดีที่ได้ประกาศรายได้ประจำไตรมาสที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของ Apple อันเป็นผลมาจากความต้องการ iPhone 11 และ iPhone 11 Pro จำนวนมากของตลาด รวมถึงสถิติใหม่ของธุรกิจบริการ และอุปกรณ์สำหรับสวมใส่” Tim Cook CEO ของ Apple กล่าว “ในไตรมาสซึ่งเป็นเทศกาลวันหยุด จำนวนผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ของเราเพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาคจนมีจำนวนมากถึง 1.5 พันลานชิ้น สำหรับเราแล้วนี่เป็นสิ่งที่บ่งชี้ถึงความพึงพอใจ ความผูกพัน และความภักดีของลูกค้า ซึ่งเป็นแรงผลักดันที่สำคัญต่อการเติบโตในทุกส่วน”
 
“ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของเราสร้างสถิติใหม่โดยมีรายได้ 22.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีกระแสเงินสด 30.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ” Luca Maestri CFO ของ Apple กล่าว “นอกจากนี้เรายังได้จ่ายคืนเงินลงทุนให้แก่นักลงทุนมากกว่า 25 พันล้านเหรียญสหรัฐในระหว่างไตรมาส รวมถึงอนุมัติวงเงินในการซื้อหุ้นคืนเป็นจำนวนเงิน 20 พันล้านเหรียญสหรัฐ และจ่ายเงินปันผลกว่า 3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อไปสู่เป้าหมายของการมีเงินสดสุทธิที่เป็นกลาง”
 
Apple ได้ประเมินผลประกอบการประจำไตรมาสที่สอง ประจำปีงบประมาณ 2020 ดังนี้
  • รายได้อยู่ระหว่าง 63.0 พันล้านเหรียญสหรัฐ ถึง 67.0 พันล้านเหรียญสหรัฐ
  • กำไรขั้นต้นอยู่ระหว่าง 38.0 เปอร์เซนต์ ถึง 39.0 เปอร์เซนต์
  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการอยู่ระหว่าง 9.6 พันล้านเหรียญสหรัฐถึง 9.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ
  • รายได้/(ค่าใช้จ่ายอื่นๆ) 250 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • อัตราภาษี 16.5 เปอร์เซนต์
คณะกรรมการบริหารของ Apple ได้ประกาศเงินสดปันผลหุ้นสามัญของบริษัทที่ 0.77 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น โดยเงินปันผลจะจ่ายไปยังผู้ถือหุ้น ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2020 โดยที่ผู้ถือหุ้นจะต้องมีสถานะการถือครองหุ้นเมื่อสิ้นสุดวันทำการของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2020
 
Apple จะถ่ายทอดสดการประชุมประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2020 ตั้งแต่เวลา 5:00 น. ตามเวลาในประเทศไทย ในวันที่ 29 มกราคม 2020 ที่  www.apple.com/investor/earnings-call คุณสามารถรับฟังเทปบันทึกของเว็บคาสต์นี้ได้ภายใน 2 สัปดาห์หลังจบการประชุม
 
อ่านต่อ...

IT News

ดาวน์โหลด iOS 13.3.1 และ iPadOS 13.3.2 ไฟล์ ipsw ลิงก์ตรงโหลดแรงจากแอปเปิล

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

แอปเปิลออกอัปเดท iOS 13.3.1 และ iPadOS 13.3.2 ออกมาให้ติดตั้งกันแล้วนะครับ (รายละเอียดความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่นี่) สำหรับการอัปเดทสามารถทำได้ผ่านตัวเครื่อง iPhone, iPod, iPad ได้เลยที่ Settings > General > Software Update หรือหากต้องการจะ Restore ผ่านโปรแกรม iTunes สามารถดาวน์โหลดไฟล์ ipsw จากด้านล่างนี้ไปติดตั้งได้ครับ

ดาวน์โหลด iOS 13.3.1 ไฟล์ ipsw

 

ดาวน์โหลด iPadOS 13.3.1 ไฟล์ ipsw

ที่มา – redmondpie

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์4 ชั่วโมง ที่แล้ว

AIS 1-2-Call! เปิดตัว “ซิมสุดคุ้ม” ซิมเดียวที่มอบความคุ้มครองอุบัติเหตุ ฟรี! ซื้อสะดวกกว่าที่ “Tesco Lotus Express – FamilyMart – Big C

  เอไอเอส วัน-ท...

Android News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

ขาด Google! HUAWEI P40 อาจมีราคาเริ่มต้นถูกกว่า Huawei P30 ราว 7,000 บาท

ในปีที่ผ่านมา HUAWEI...

Android News6 ชั่วโมง ที่แล้ว

Redmi Note 8 Series สมาร์ทโฟนราคาเกินคุ้มด้วยกล้องอัจริยะ 4 เลนส์ พร้อมโปรโมชั่นในงาน Mobile Expo ที่ต้องห้ามพลาด!

เมื่อพูดถึงบริษัท Xi...

Galaxy S20 Official Teaser Change the shape of the future Galaxy S20 Official Teaser Change the shape of the future
Android News6 ชั่วโมง ที่แล้ว

Samsung โพสต์วิดีโอทีเซอร์ Galaxy S20 นี่คือรูปร่างหน้าตาของกล้องแบบใหม่

Samsung มีแผนเปิดตัว...

ข่าวประชาสัมพันธ์7 ชั่วโมง ที่แล้ว

realme ยกขบวนสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริมพร้อมจัดเต็มโปรโมชั่นสุดคุ้ม และของแถมอีกเพียบ ในงาน Thailand Mobile Expo 2020

กลับมาอีกครั้งสำหรับ...

กำลังมาแรง