ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

EcoStruxure Triconex Tricon CX v11.3 สำหรับอุตสาหกรรมเสี่ยงอันตรายสูง

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ส่ง EcoStruxure Triconex Tricon CX v11.3 คอนโทรลเลอร์ ช่วยคุมเข้ม อัดเต็มศักยภาพความปลอดภัยพ่วงประโยชน์เสริม ตอบโจทย์อุตสาหกรรมที่เสี่ยงต่ออันตรายสูง

  • EcoStruxure Triconex Tricon CX v11.3 เป็นระบบควบคุมความปลอดภัยในกระบวนการผลิต ระบบแรกของอุตสาหกรรมที่ได้ dual-certified ให้ทั้งความปลอดภัยที่แน่นหนา รักษาความปลอดภัยบนไซเบอร์ ช่วยลดความเสี่ยง อีกทั้งยังตอบโจทย์เรื่องความต่อเนื่องในการดำเนินงาน
  • ช่วยให้ได้รับคุณค่าในการดำเนินงานเร็วขึ้นถึง 25 เปอร์เซ็นต์ และลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์
  • รวมแอปพลิเคชันและชุดซอฟต์แวร์จัดการ มุ่มเน้นที่การสร้างคุณค่า ช่วยเพิ่มอัตราคืนทุนได้มากถึง 11 เปอร์เซ็นต์

Ecostruxure-Triconex-Tricon-IC

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชั่น เปิดตัว Tricon CX version 11.3 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่ทรงพลังที่สุด ของระบบเครื่องมือวัดความปลอดภัย EcoStruxure™ Triconex

Tricon CX version 11.3 ยังคงสืบสานความเป็นฟีเจอร์ด้านการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ที่แข็งแกร่งที่สุด ที่ฝังอยู่ในระบบความปลอดภัยของกระบวนการผลิตที่โดดเด่นของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ทั้งนี้ Tricon CX ในเวอร์ชั่น 11.3 ได้รับมาตรฐาน IEC 62443 และการรับรองจาก TÜV Rheinland สำหรับการดำเนินงานที่ให้ความปลอดภัยสูงในระดับ Safety Integrity Level 3

นอกจากนี้ยังผ่านมาตรฐานการรับรอง ISASecure EDSA ระดับ 1 ซึ่งเป็นการรับรองความปลอดภัยทางไซเบอร์ชั้นนำของอุตสาหกรรม สำหรับระบบควบคุมการทำงาน ระบบความปลอดภัยและส่วนประกอบต่างๆ ของระบบ ซึ่งจากการที่ Tricon CX version 11.3 เป็นระบบวัดความปลอดภัยในกระบวนการผลิตระบบแรกของอุตสาหกรรมที่ได้รับ dual-certified จึงตอบโจทย์อุตสาหกรรมที่ต้องการความปลอดภัยแน่นหนา ทั้งความปลอดภัยบนไซเบอร์ ช่วยลดความเสี่ยง อีกทั้งตอบโจทย์เรื่องการดำเนินงานที่ต่อเนื่อง ทั้งในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โรงกลั่น ปิโตรเคมี พลังงาน และอุตสาหกรรมที่ต้องการความปลอดภัยสูง

EcoStruxure ช่วยปกป้องและรับรองความปลอดภัย พร้อมให้ประโยชน์แบบเรียลไทม์

“ข้อดีของการผ่านมาตรฐานการรับรองทั้งเรื่องการปกป้องและรักษาความปลอดภัย รวมถึงการบังคับใช้งานที่สอดคล้องตามมาตรฐานที่เข้มงวดที่สุดของอุตสาหกรรม อีกทั้ง Tricon CX version 11.3 ยังมีการออกแบบที่สอดคล้องตามกระบวนการด้านการพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยตลอดอายุของผลิตภัณฑ์ (Security Development Lifecycle) จึงทำให้มั่นใจได้ว่า Tricon CX version 11.3 มีความปลอดภัยในระดับสูงสุด”

ไมค์ คมิลิวสกี้ รองประธาน ฝ่ายความปลอดภัยด้านกระบวนการทำงาน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าว “เราเป็นซัพพลายเออร์รายแรกที่ผ่านมาตรฐานการรับรองความปลอดภัยพร้อมกันถึง 2 มาตรฐาน ทั้งด้านความปลอดภัยในการใช้งาน และความปลอดภัยบนไซเบอร์ จาก TÜV Rheinland

นอกจากนี้ Tricon CX version 11.3 ยังเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการรักษาความปลอดภัยบนไซเบอร์ได้ในระดับชั้นนำของอุตสาหกรรม และช่วยนำทางลูกค้าของเราไปสู่อนาคตที่มั่นคงและปลอดภัยยิ่งขึ้น ซึ่งตัวอย่างล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่า ระบบเครื่องมือวัดความปลอดภัยขั้นสูง EcoStruxure Triconex เป็นระบบที่อุตสาหกรรมสามารถวางใจได้

มีการบันทึกการใช้งานเป็นเวลายาวนานกว่า 1 พันล้านชั่วโมง โดยไม่เกิดความล้มเหลว ให้ศักยภาพการดำเนินงานที่เสถียรและปลอดภัย Tricon CX version 11.3 ปกป้องและรักษาความปลอดภัยให้กับสินทรัพย์ของลูกค้า ตลอดจนพนักงาน รวมถึงสภาพแวดล้อม อีกทั้งเป็นความปลอดภัยที่ให้ประโยชน์ในแง่ของการสร้างผลกำไรได้อย่างแท้จริง

ส่วนประกอบที่สำคัญของแพลตฟอร์มและสถาปัตยกรรม EcoStruxure Plant ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค คือ Tricon CX version 11.3 มีการออกแบบที่มั่นคงปลอดภัย ให้ประสิทธิภาพและขีดความสามารถในระดับสูง รวมถึงให้ความยืดหยุ่นตลอดอายุการใช้งาน ทั้งนี้ EcoStruxure เป็นแพลตฟอร์มและสถาปัตยกรรมระบบเปิดของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่ให้ศักยภาพด้าน IoT ให้ความสามารถในการทำงานร่วมกัน

EcoStruxure ยังให้คุณค่าเสริมในเรื่องความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ ให้ประสิทธิภาพ ความยั่งยืน รวมถึงความสามารถในการเชื่อมต่อสำหรับลูกค้า นอกจากนี้ EcoStruxure™ ยังให้ความล้ำหน้าด้าน IoT โมบิลิตี้ ระบบเซ็นเซอร์ คลาวด์ การวิเคราะห์ และระบบรักษาความปลอดภัยบนไซเบอร์ เพื่อมอบนวัตกรรมในทุกระดับ ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์เชื่อมต่อ ระบบควบคุมการใช้อุปกรณ์ปลายทาง (Edge Control) และแอปพลิเคชัน รวมถึงการวิเคราะห์ และบริการต่างๆ

ที่ผ่านมา EcoStruxure ได้มีการติดตั้งใช้งานมากกว่า 480,000 ไซต์งาน โดยมีผู้วางระบบและผู้พัฒนากว่า 20,000 รายให้การสนับสนุน ซึ่งมีการเชื่อมต่อการทำงานร่วมกับอุปกรณ์มากกว่า 1.6 ล้านรายการ โดยมีการบริหารจัดการ ผ่านบริการด้านดิจิทัลมากกว่า 40 บริการ

ช่วยปกป้องและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ต้องการความปลอดภัยสูง

Tricon CX version 11.3 controller รุ่นล่าสุด ใช้ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่อยู่ใน EcoStruxure Triconex ในการรักษาความปลอดภัย ให้ความต่อเนื่องในการทำงาน ให้การปกป้องที่ได้รับการพิสูจน์และยอมรับจากการใช้งานจริง โดยให้ศักยภาพยอดเยี่ยม เรื่องความต่อเนื่องในการทำงาน และให้ประสิทธิภาพตลอดอายุการใช้งานเพื่อการปกป้องแอปพลิเคชันสำคัญทางธุรกิจ ครอบคลุมถึงเรื่องกรณีฉุกเฉิน (emergency shutdown) รองรับระบบไฟและแก๊ส ระบบการจัดการการเผาไหม้ รวมไปถึงระบบควบคุมและตรวจสอบแรงดัน (high integrity pressure protection and control)

เมื่อผสานรวมการออกแบบที่กระทัดรัด ทำให้ Tricon CX มีขนาดที่เล็กว่า Tricon รุ่นเดิมถึง 50 เปอร์เซ็นต์ Tricon CX version11.3 เป็นแนวคิดในอุดมคติสำหรับสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความอันตรายสูง ซึ่งขนาดของพื้นที่เป็นเรื่องสำคัญ

นอกจากนี้ระบบยังสามารถปรับขยายรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของลูกค้าในเวลาที่ธุรกิจเติบโต โดยสามารถรองรับ I/O ได้มากกว่า 750,000 จุด และเนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวใช้เครื่องมือในการตั้งค่าการทำงานแบบเดียวกับ Tricon รุ่นเดิม จึงช่วยให้วิศวกรสามารถทำการติดตั้ง ปรับแต่งและดำเนินการได้อย่างปลอดภัย พร้อมดูแลรักษาระบบงานได้ต่อเนื่องในระยะยาวนานหลายสิบปี

ผลที่ได้ก็คือ ผู้ใช้งานปัจจุบันสามารถปกป้องการลงทุนใน Tricon พร้อมปรับขยายการใช้งานได้ตามต้องการ โดยไม่กระทบกระเทือนการดำเนินงาน ผู้ที่ใช้ Tricon CX เวอร์ชั่น 11.3 รุ่นใหม่นี้ จะได้ประโยชน์จากระบบความปลอดภัยที่ทรงพลังมากที่สุดจากระบบ Tricon และ Trident Safety Integrity Level 3 ซึ่งสามารถขยายขีดความสามารถรองรับอนาคตได้อย่างง่ายดาย

เพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน โดยมุ่งเน้นที่การมอบคุณค่า

Tricon CX version 11.3 เป็นรุ่นที่มีการปรับปรุงให้ใช้งานง่ายขึ้น ใช้พื้นที่น้อยลง ใช้เวลาในการออกแบบน้อยลง ใช้งานง่ายและลดการเดินสายไฟน้อยลง ใช้เวลาในการดำเนินงานได้น้อยลงถึง 25 เปอร์เซ็นต์ ลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง 30 เปอร์เซ็นต์และเพิ่มผลิตผลได้ 5 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ Tricon CX version 11.3 ยังสามารถทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัยที่หลากหลายของ EcoStruxure Triconex ซึ่งประกอบได้ด้วย

  • ระบบตรวจสอบความปลอดภัย ที่จะทำการทดสอบ ประเมินการทำงาน และจัดทำเอกสารเกี่ยวกับ application logic ของระบบความปลอดภัย EcoStruxure Triconex ซึ่งช่วยประหยัดเวลาการทดสอบซอฟต์แวร์ได้มากถึง 40 เปอร์เซ็นต์
  • SIF Manager จะติดตามและตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของระบบเครื่องมือวัดความปลอดภัย (Safety Instrumented Function) ตลอดช่วงระยะเวลาการใช้งานภายในโรงงาน
  • Safety View ซอฟต์แวร์แอปพลิเคชันที่ได้รับการรับรองจาก TÜV-certified ที่ให้มุมมองเชิงลึกในการแจ้งเตือนเรื่องที่สำคัญมากสำหรับผู้ประกอบการ ช่วยเพิ่มศักยภาพ และประสิทธิภาพในการดำเนินการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่มีความเสี่ยง
  • System Auditor เครื่องมือที่เป็นหัวใจหลักสำหรับงานด้านเอกสารของระบบความปลอดภัย EcoStruxure Triconex พร้อมช่วยบริหารจัดการเกี่ยวกับการแจ้งเตือน
  • Tricon, Trident และ Tri-GP เอดจ์ คอนโทรลเลอร์ ที่มอบความเสถียรและความต่อเนื่องในการทำงานในระดับสูง

“Triconex CX version 11.3 มุ่งนำเสนอฟีเจอร์ที่เน้นเรื่องการมอบคุณค่า จึงทำให้สามารถลดต้นทุนในภาพรวมให้กับลูกค้าได้ถึง 9 เปอร์เซ็นต์” สตีฟ เอลเลียต ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดอาวุโส ระบบควบคุมกระบวนการด้านออโตเมชั่น และความปลอดภัยของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าว

“นอกจากนี้ด้วยสถาปัตยกรรมการออกแบบในลักษณะ triple redundant ที่ให้ความเสถียรสูง มีระบบบริหารจัดการ redundancy ในตัวเอง ให้ความสามารถในการเปลี่ยนโมดูลและปรับแต่งการทำงานผ่านระบบออนไลน์ได้ จึงเป็นการพิสูจน์ว่า Triconex CX version 11.3 ช่วยให้ผู้ประกอบการผลิตเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนได้ถึง 11 เปอร์เซ็นต์”

“ลูกค้าของเรา โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความเสี่ยงต่ออันตรายสูง และมีกระบวนการทำงานหนักๆ ต้องการประสิทธิภาพความปลอดภัยในระดับสูงสุด พร้อมกับได้รับประสิทธิภาพทางธุรกิจและผลกำไรสูงสุด เนื่องจาก Tricon CX version 11.3 ช่วยให้บุคลกรในโรงงานสามารถระบุ วางแผน และบริหารจัดการการดำเนินงาน รวมถึงความเสี่ยงทางธุรกิจ จึงทำให้ Tricon CX version 11.3 นอกจากจะช่วยลดการเกิดดาวน์ไทม์และการขัดข้องในส่วนการผลิตแบบไม่คาดคิดแล้ว ยังช่วยให้ลูกค้าของเราเปลี่ยนการบริหารจัดการกระบวนการด้านความปลอดภัยที่เป็นต้นทุน ให้กลายเป็นผลกำไรได้” สตีฟ กล่าวทิ้งท้าย

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

ข่าวประชาสัมพันธ์

CEO เอไอเอส ควง ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา ลงพื้นที่บางคล้า เยี่ยมชมและให้กำลังใจ อสม. เฝ้าระวังความเสี่ยงโควิด-19 ระบาด รอบ 2

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เอไอเอส นำโดย นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายระพี ผ่องบุพกิจ  เยี่ยมชมฐานปฏิบัติการเพื่อสุขภาพคนไทย ส่งมอบกำลังใจและเทคโนโลยีดิจิทัลให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) นักรบเสื้อเทา ยุคดิจิทัล ในการเป็นด่านหน้าเฝ้าระวัง และติดตามกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 อย่างใกล้ชิด มอบความอุ่นใจให้ประชาชน

 

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ กล่าวว่าในฐานะผู้นำเครือข่ายและบริการดิจิทัลเพื่อการพัฒนาประเทศ ที่ได้ประกาศเดินหน้านำนวัตกรรมดิจิทัล พร้อมด้วยขีดความสามารถของเครือข่าย 5G เข้าเสริมประสิทธิภาพงานด้านสาธารณสุขไทย เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ภายใต้โครงการเอไอเอส 5G สู้ภัยโควิด-19” ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคม และมีส่วนช่วยให้การปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างไม่สะดุด ทั้งการติดตั้งเครือข่าย 5G ในโรงพยาบาลที่รับตรวจและรักษาผู้ป่วย COVID-19 ทั่วประเทศ, ตั้งศูนย์ AIS Robotic Lab by AIS NEXT เพื่อร่วมผลักดันนวัตกรรมการแพทย์, การพัฒนาหุ่นยนต์บริการทางการแพทย์ 5G ROBOT FOR CARE เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยแพทย์ รวมถึงการติดปีกดิจิทัลให้กับ อสม. นักรบเสื้อเทา นำเทคโนโลยี ซิมแพ็กเกจพิเศษ และประกันโควิด-19 เสริมประสิทธิภาพและสร้างความอุ่นใจในการปฏิบัติงาน

เพราะแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะมีทิศทางที่ดีขึ้นในแดนบวก แต่ทว่ามาตรการคลายล็อกดาวน์  อาจเป็นตัวจุดชนวนการแพร่ระบาดในระลอกที่ 2 ได้ ดังนั้นการเตรียมพร้อมด้านบุคลากรทั้งทีมแพทย์ พยาบาล และอุปกรณ์ให้พร้อมทำงานตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงมีทีมด่านหน้า ทำงานเชิงรุกในพื้นที่ อย่าง อสม. เพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาดจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญยิ่ง

โดยในวงการสาธารณสุขไทยกลุ่มคนที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุม จำกัดกรอบการแพร่ระบาดของโควิด-19 นอกจากทีมแพทย์และพยาบาล ยังมีอาสาสมัครสาธารณประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่เป็นเสมือนด่านหน้าคอยเฝ้าระวัง ติดตาม ดูแลผู้ที่มีความเสี่ยงติดโควิด-19 วันนี้จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่ เอไอเอส ได้ลงพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเสม็ดใต้ เพื่อให้กำลังใจและเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ผู้ที่อยู่เบื้องหลังและมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนสาธารณสุขไทย

อสม. เสม็ดใต้ นับได้ว่าเป็น อสม. อีกหนึ่งกลุ่ม ที่ทุ่มเททั้งแรงกาย และแรงใจ ออกปฏิบัติงานเชิงรุกเพื่อทำให้สุขภาพของคนในชุมชนเสม็ดใต้ที่มีอยู่กว่า 1 พันครัวเรือน มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ปลอดภัยจากการโควิด-19 ด้วยความตั้งใจในการปฏิบัติงานอย่างแรงกล้า ประกอบกับเทคโนโลยีดิจิทัล แอปพลิเคชัน อสม. ออนไลน์ ทำให้ อสม. และ รพ.สต. เสม็ดใต้ สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างใกล้ชิด ไร้รอยต่อ และรวดเร็วทันต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงในรอบวัน

 

 นายสมชัย กล่าวต่อว่าตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา เอไอเอส เราได้ร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับ อสม. ทุกพื้นที่ เพื่อจะทำให้การทำงานอาสาสมัครมีความสะดวก สบาย รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์เสมอ จึงเกิดเป็นแอปพลิเคชัน อสม. ออนไลน์ ขึ้น ที่ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานจากรูปแบบกระดาษมาเป็นออนไลน์ 100% ทั้งการสนทนา การส่งรายงานประจำเดือน ก็สามารถทำผ่านแอปฯ ได้ทันที  รวมถึงในสถานการณ์โรคอุบัติใหม่ เราก็มีอัปเดตฟีเจอร์เพิ่มขึ้นมา อาทิ รายงานลูกน้ำยุงลาย และ คัดกรองและติดตาม COVID-19 นอกจากนี้เรายังได้อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของ อสม. ด้วยมอบซิมพิเศษซิมฮีโร่และประกันภัยโควิด-19 เพื่อให้พี่ๆ อสม. สามารถปฏิบัติงานได้อย่างอุ่นใจมากยิ่งขึ้น

ด้าน นางสาวฉวีวรรณ พุ่มพวง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เสม็ดใต้ กล่าวว่าแก้ข่าวร้าย กระจายข่าวดี ชี้บริการ ประสานงานสาธารณสุข บำบัดทุกข์ประชาชน เป็นพันธกิจหลักที่ อสม. ทุกคนยึดถือและปฏิบัติตาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราได้ปฏิบัติงานเชิงรุก ลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน ตรวจสารพิษ เช็กแหล่งน้ำขังแต่ละครัวเรือน เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคไข้เลือดออก ซึ่งได้รับความร่วมมือที่ดียิ่งจากชาวบ้านในชุมชน โดย ล่าสุดกรณีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของ อสม. เสม็ดใต้ เป็นอย่างมาก เนื่องด้วยสภาพพื้นที่ประกอบกับจำนวนครัวเรือนในชุมชนที่มีมากกว่า 1 พันครัวเรือน แต่ด้วยการวางแผนที่รัดกุม รวมไปถึงการทำงานเชิงรุกที่มุ่งเน้นตรวจสอบประชาชนที่เดินทางเข้าพื้นที่แบบ 100% โดยยึดหลักจะต้องผ่านการตรวจสุขภาพและแสดงใบรับรองแพทย์ พร้อมทั้งมีการติดตามบ้านเรือนที่ต้อนรับประชาชนต่างถิ่นอย่างใกล้ชิด ทำให้ที่ผ่านมามียอดติดเชื้อสะสมเพียง 21 ราย ถือเป็นผลงานของชาวฉะเชิงเทราทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจ สู้ภัยโควิด-19 กันอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน และมาตรการเปิดเมืองที่ทยอยดำเนินการ อาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการระบาดรอบ 2 ดังนั้นพวกเราจึงขอยืนยันว่า จะเป็นเครือข่ายเชิงรุกที่แข็งแรง เพื่อให้พื้นที่นี้ปลอดการระบาดจากโควิด-19 ได้แบบ 100% อย่างแท้จริงตลอดไป

ขณะที่  นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวเสริมว่า ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดฉะเชิงเทราที่ดูแลและเฝ้าระวังโรคโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่อง กองกำลังสำคัญที่ทำให้จังหวัดฉะเชิงเทราสามารถควบคุม และยับยั้งไม่ให้วิกฤตการณ์ครั้งนี้แพร่กระจายเป็นวงกว้าง ก็คือเหล่า อสม. ที่ประจำอยู่แต่ละหมู่บ้าน ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถ ในการตรวจตรา เฝ้าระวัง ให้คำแนะนำผู้ที่มาจากต่างประเทศหรือต่างถิ่น พร้อมทั้งกับทำรายงานสรุปทั้งหมดเข้าสู่ส่วนกลาง ทำให้ทางจังหวัดสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ในระดับชุมชนได้อย่างใกล้ชิด พร้อมออกมาตรการต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที

 ในสถานการณ์ปกติ อสม. ก็มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสุขภาวะอนามัยของคนในชุมชน คอยปฐมพยาบาลเบื้องต้น ดูแลให้คำปรึกษา รวมไปถึงทำหน้าเป็นตัวกลางระหว่างชาวบ้านและหน่วยงานของภาครัฐ การที่เอไอเอสได้เข้ามาสนับสนุนการปฏิบัติงานของ อสม. ผ่านการพัฒนาแอปพลิเคชัน อสม. ออนไลน์ ถือเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และช่วยยกระดับงานสาธารณสุขเป็นอย่างมาก เพราะการที่เรามีบุคลากรที่ขยันขันแข็ง ประกอบเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลล้ำสมัย จะช่วยทำให้การปฏิบัติราบรื่นมากยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณ บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล อสม. ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการเฝ้าระวัง ดูแล ฟื้นฟูรักษาผู้ป่วยโควิด-19 อย่างดีเยี่ยม และขอบคุณเอไอเอส ที่สนับสนุนนวัตกรรมด้านสาธารณสุขที่ทำให้การทำงานสะดวก สบายมากยิ่งขึ้น

ในโอกาสนี้ เอไอเอส ยังได้สนับสนุนห้องผู้ป่วยความดันลบ (Negative Pressure Room) เป็นอุปกรณ์เสริมพิเศษ ที่ติดตั้งในห้องพักผู้ป่วยแยกโรคที่มีการติดเชื้อแบบ Airborne เช่น โควิด-19 วัณโรค ซาร์ส อีโบล่า ไข้หวัดใหญ่ และหัดเยอรมัน เพื่อช่วยปกป้องบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาล โรงพยาบาลพุทธโสธรให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

วางขายแล้วในไทย! โคมไฟอัจฉริยะ Dyson Lightcycle เทคโนโลยี Heat Pipe คงคุณภาพแสงยาวนานถึง 60 ปี ราคา 18,900 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หลังจากที่ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในภูมิภาคเอเชียไปแล้ว โคมไฟสุดล้ำ Dyson Lightcycle เดินทางมาถึงประเทศไทยเพื่อให้ผู้ที่ต้องการแสงไฟที่เหมาะสมได้จับจองกันแล้ว Dyson Lightcycle ถูกออกแบบมาเพื่อมอบแสงสว่างที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสมของแต่ละวัน ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ถูกพัฒนาเป็นเวลานานกว่า 2 ปี จากเครื่องต้นแบบมากกว่า 892 ตัว โดยทีมนักวิศวกรที่เกี่ยวข้องอีกกว่า 90 คน

แสงสว่างมีความสำคัญต่อความเป็นอยู่ที่ดีและประสิทธิภาพของการทำงานของเรา เราพยายามที่จะสร้างแสงไฟให้มีคุณลักษณะเหมือนเวลากลางวัน ซึ่งคุณภาพของแสงเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นเราจึงพัฒนาหนทางที่จะปกป้องให้แสงไฟนี้อยู่ได้นาน” Jake Dyson กล่าว

การติดตามแสงสว่างของท้องถิ่น

โคมไฟ Dyson Lightcycle จะปรับอุณหภูมิสีและแสงสว่างอย่างต่อเนื่องตามแสงสว่างในเวลาท้องถิ่น สามารถมอบแสงสว่างที่เหมาะสมตามช่วงเวลาในแต่ละวัน มันจะสามารถอิงกับเวลา วันที่ และสถานที่ที่ไม่ซ้ำกัน เพื่อที่จะขับเคลื่อนอัลกอริทึม และคำนวณอุณหภูมิสีและความสว่างของเวลากลางวันที่ใดบนโลกก็ได้ การตรวจสอบความถูกต้องของซอฟต์แวร์นั้นจะได้รับการสนับสนุนโดยข้อมูลจากการตรวจวัดสภาพแสงผ่านดาวเทียมกว่าล้านครั้งในชั้นบรรยากาศของโลก ในเวลาที่ต่างกันของแต่ละวัน

ตัวไมโครโปรเซสเซอร์ 32 บิต บนบอร์ดในโคมไฟ Dyson Lightcycle สามารถแปลข้อมูลของช่วงเวลาได้อย่างต่อเนื่อง และจะทำการสื่อสารกับตัวออปติคัลไดรเวอร์เพื่อที่จะปรับแต่งสีของแสงแบบไดนามิก ซึ่งประกอบไปด้วยไฟ LED หลอดสีส้มสำหรับบรรยากาศอบอุ่นและหลอดสีส้มปนขาวอย่างละ 3 ดวง ทำงานควบคู่กัน เพื่อจำลองอุณหภูมิสีของแสงสว่างในแต่ละวัน ตั้งแต่ 2,700-6,500 เคลวิน

ออกแบบมาเพื่อลดอาการปวดตา

 โคมไฟ Dyson Lightcycle  มอบแสงสว่างที่มีคุณภาพสูง และมีพลังพร้อมความสว่างมากกว่า 1,000 ลักซ์ รวมทั้งสามารถป้องกันแสงสะท้อนและกระพริบ (<1%) แผ่นสะท้อนแสงรูปทรงเจ็ดเหลี่ยมจะแยกตามชั้นของฟิล์ม PMMA สามารถผสมสีของแสงได้อย่างสม่ำเสมอ และช่วยสร้างแหล่งกำเนิดของแสงสีเดียวเพื่อทำให้เงามีคุณภาพสูง แผ่นสะท้อนแสงแบบต่ำถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องดวงตาจากแสงที่สว่างจ้า และแสงโฟกัสอย่างไฟที่ส่องสว่างสม่ำเสมอโดยมีแหล่งกำเนิดของแสงซ่อนอยู่

คงคุณภาพของแสงเป็นเวลาถึง 60 ปี

เมือไฟ LED ร้อนเกินไป อาจทำให้แสงจางหายและเปลี่ยนสี นักวิศวกรของ Dyson ได้กล่าวถึงเรื่องนี้พร้อมกับเรื่องเทคโนโลยีที่มักใช้ในดาวเทียม มีการใช้ท่อทองแดงที่ปิดผนึกสุญญากาศจะดึงความร้อนออกไป โดยภายในจะมีหยดน้ำระเหยช่วยกระจายความร้อนไปตามท่อ ก่อนที่จะกลับไปยังไฟ LED โดยเป็นการเคลื่อนที่ของน้ำไปตามท่อเล็ก ๆ สามารถมอบวัฎจักรของการทำงานแบบไม่สิ้นสุดและไม่ใช้พลังงาน และนี่จึงทำให้ความสว่างและคุณภาพแสงยังคงอยู่เป็นเวลาถึง 60 ปี ดังนั้น โคมไฟ Dyson Lightcycle  สามารถปรับสีและความสว่าง ติดตามแสงสว่างธรรมชาติ และแสงจะไม่จางลงแม้เวลาจะผ่านไป

เชื่อมต่อเพื่อการใช้งานส่วนตัว

ไฟบางดวงมีเอาต์พุตคงที่ ทำให้คุณไม่สามารถปรับโหมดการใช้งานให้เหมาะกับคุณหรือกิจกรรมต่าง ๆของคุณได้ โหมดแสงสว่างส่วนบุคคลได้ถูกสร้างขึ้นด้วยแอปของ Dyson ทำงานโดยการสื่อสารกับโคมไฟ Dyson Lightcycleเพื่อปรับแสงไฟให้เข้ากับการใช้งานของอายุของผู้ใช้ (ตามข้อมูลที่ใส่ไปในแอป) ภารกิจประจำวัน และแสงสว่างท้องถิ่น  และออกแบบมาเพื่อรองรับแสงสว่างที่เหมาะสมตลอดทั้งวัน

โคมไฟ Dyson Lightcycle  จะสามารถตั้งโหมดไว้ล่วงหน้าได้อย่างหลากหลาย เช่น โหมดเรียนหนังสือ ผ่อนคลาย ความละเอียด เพิ่มพลังงาน ตื่นนอน หลับ และออกไปข้างนอก นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมแบบแมนนวลพร้อมระบบลดแสงแบบสัมผัส และสามารถเลือกอุณหภูมิสีได้ ช่วยให้คุณกำหนดการตั้งค่าของแสงส่วนบุคคลของคุณได้

 ความสว่างจะมีตั้งแต่ระดับ 100 ถึง 1,000 ลักซ์ ในขณะที่สีของไฟสามารถปรับได้ตั้งแต่โทนสีส้มสำหรับบรรยากาศอบอุ่น โทนผ่อนคลาย 2,700 เคลวิน จนถึงโทนสีขาว 6,500 เคลวิน

 

ราคาและการวางจำหน่าย

โคมไฟ Dyson Lightcycle™ แบบตั้งโต๊ะ (สีขาว/สีเงิน)

โคมไฟสำหรับการใช้งานโดยเฉพาะ Dyson Lightcycle  แบบตั้งโต๊ะ มีวางจำหน่ายที่ราคา 18,900 บาท มีจำหน่ายที่ www.dyson.co.th  และ Dyson Demo สาขาไอคอนสยาม สยามพารากอน และเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

Xiaomi ประกาศเปิดตัว “หวัง อี้ป๋อ” ไอดอลชาวจีน ในฐานะ Global Brand Ambassador ของสมาร์ทโฟน “Redmi Smartphone”

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เสียวหมี่ ประกาศสานต่อตำนานความสำเร็จของสมาร์ทโฟนซีรีย์สุดฮอตแบรนด์ Redmi พร้อมเปิดตัวนักร้อง นักแสดงชาวจีนขวัญใจคนไทย หวัง อี้ป๋อ หรือ Wang YiBo เป็นฑูตวัฒนธรรมด้านเทคโนโลยีระดับโลกในฐานะ Global Brand Ambassador ของสมาร์ทโฟน “Redmi Smartphone” เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา Redmi Note 9 Series ที่เปิดตัวมาเมื่อไม่นานมานี้ก็เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ หวัง อี้ป๋อ เป็น Ambassador ให้เช่นกัน

ทั้ง Redmi Note 9 Pro และ Redmi Note 9 ที่เพิ่งเปิดตัวสู่ตลาดเมืองไทยเมื่อไม่นานมานี้

สมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับดีไซน์โดดเด่นให้คุณสนุกกับการถ่ายภาพวิดีโอความคมชัดระดับ 4K กับสุดยอดกล้องความละเอียด 64 ล้านพิกเซลในรุ่น Redmi Note 9 Pro และ 48 ล้านพิกเซล ในรุ่น Redmi Note 9 พร้อมกับเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว แบตเตอรี่อึด โดยก่อนหน้านี้เสียวหมี่ ประเทศไทย ได้ทำการเปิดตัว Redmi Note 9S ที่มาพร้อมกล้อง ตัว ความละเอียดกล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล มาพร้อมชิปเซ็ตทรงพลัง Qualcomm® Snapdragon™ 720G และความจุสูงของแบตเตอรี่ 5020mAh ทำให้ใช้งานได้ตลอดทั้งวัน แม้ในยามที่ใช้งานอย่างหนักก็ตาม

สำหรับ หวัง อี้ป๋อ หนุ่มสุดฮอตแห่งเอเชียที่มากด้วยความสามารถวัยเพียง 23 ปีคนนี้ เกิดเมื่อวันที่ สิงหาคม 2540 (ค.ศ.1997) ก้าวสู่วงการบันเทิงในฐานะนักร้องสมาชิกวง UNIQ บอยแบรนด์แห่งเอเชีย และโด่งดังในฐานะนักแสดงจากเรื่อง “ปรมาจารย์ลัทธิมาร (The Untamed)” ในบท “หลานวั่งจี (Lan Wangji)” และมีซีรีย์ล่าสุด คือ “The Legend of Fei” หรือในชื่อไทยเรื่อง “นางโจร” กำลังจะออนแอร์เร็วๆนี้

 

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured2 วัน ที่แล้ว

รีวิว Vivo Y50 สมาร์ตโฟน Ultra Speed เร็วแรงทะลุพิกัด ขุมพลัง Snapdragon 665 พร้อมจอ Ultra O Screen และกล้อง 4 เลนส์สวยงาม

Vivo Y50 สมาร์ตโฟนรุ...

Samsung Galaxy A31 Review Samsung Galaxy A31 Review
Featured5 วัน ที่แล้ว

รีวิว Samsung Galaxy A31 หน้าจอ Super AMOLED แบตอึด เซลฟี่สวยกล้อง 20 ล้านพิกเซล

Samsung Galaxy A31 ส...

3BB broadband with customers pain points 3BB broadband with customers pain points
Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

เปิดกลยุทธ์ 3BB รุกตลาดบรอดแบนด์ด้วย Pain Point ของลูกค้า ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

ตลาดที่มีการแข่งขันส...

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว OnePlus 8 Pro เรือธงรุ่นใหม่พลังแรง หน้าจอ QHD+ 120Hz, กล้อง 4 เลนส์ และรองรับชาร์จไร้สายรุ่นแรกของแบรนด์

  รุ่นพี่ใหญ่ของ One...

HUAWEI nova 7i AI Video Editing HUAWEI nova 7i AI Video Editing
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

แนะนำ HUAWEI nova 7i ตัดต่อวีดีโอแบบง่ายๆ จบในเครื่อง ไม่ต้องลงแอปเพิ่ม

เชื่อว่าทุกวันนี้ ใค...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง