ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

ดีแทคจับมืออีริคสันนำ 5G-Ready Massive MIMO 64T6R ให้บริการครั้งแรกในไทย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

 

อีริคสัน (ประเทศไทย) ร่วมมือกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค  พันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการดีแทค เทอร์โบ นำเทคโนโลยี 5G-Ready Massive MIMO บนเครือข่าย 4G TDD ที่โรมมิ่งบนคลื่นความถี่ 2300 MHz ของทีโอทีมาทดลองใช้งานครั้งแรกในประเทศไทย โดยในปี พ.ศ. 2561 อีริคสันและดีแทคได้ร่วมกันทดสอบ 5G-Ready Massive MIMO 64T64R  ในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ภาคกลางฝั่งตะวันออก และภาคตะวันตกของประเทศไทย 5G-Ready Massive MIMO 64T64R เป็นนวัตกรรมด้านการอุปกรณ์สื่อสารของอีริคสันที่ไม่ใช่แค่ยกระดับประสบการณ์ใช้งานดาต้าในวันนี้ แต่ยังพร้อมรองรับเทคโนโลยี 5G บนบริการดีแทค เทอร์โบได้ในอนาคต

ดีแทคได้เปิดเผยถึงแผนการที่จะขยายการให้บริการบนดีแทค เทอร์โบ นอกจากจะเร่งขยายเสาสัญญาณคลื่น 2300 MHz แล้วยังนำ Massive MIMO 64R64R ที่เหนือกว่าในการรับส่งสัญญาณดาต้ามาให้ลูกค้าได้ใช้งานจริง ซึ่งจะทำให้การใช้งานดาต้าในพื้นที่ที่ผู้ใช้บริการหนาแน่นมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น และยังเหมาะกับพื้นที่ใช้งานดาต้าสูงที่มีความต้องการใช้งานในรูปแบบต่างกัน โดยอุปกรณ์จะรับส่งสัญญาณเฉพาะจุด หรือ Beam formingเจาะจงเฉพาะให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่กำลังใช้งานขณะนั้นอย่างแม่นยำ และยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสัญญาณไปยังอุปกรณ์อีกหลายจุดในพื้นที่เดียวกัน ภายในเวลาและความถี่เดียวกัน ทำให้เพิ่มขีดความสามารถการครอบคลุมของโครงข่ายได้มากขึ้นบนคลื่น 2300 MHz โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานหนาแน่นได้อย่างมีนัยสำคัญ

โดยในปีนี้ดีแทคได้ทำการทดสอบและเริ่มใช้ 5G-Ready Massive MIMO 64T64R เพื่อรับรองการใช้งานในย่านพื้นที่ที่ผู้ใช้บริการหนาแน่นแล้ว ผลการทดสอบความเร็วจากอุปกรณ์ในการรับส่งข้อมูลสูงสุดของ 5G-Ready Massive MIMO สามารถทำได้เร็วขึ้นถึง 4-5 เท่าเมื่อเทียบกับอุปกรณ์รับส่งปกติ ซึ่งจะทำขีดความสามารถรองรับการใช้งานหรือ Capacity ในพื้นที่มีการใช้งานสูงและหนาแน่นมีการเฉลี่ยความเร็วในการับส่งดาต้าทำให้ใช้งานร่วมกันได้ดียิ่งขึ้น

ประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ดีแทคกำลังเร่งขยายบริการดีแทคเทอร์โบ ที่โรมมิ่งบนคลื่น 2300 MHz ที่เป็นพันธมิตรกับทีโอที และนำมาให้บริการในรูปแบบ 4G LTE-TDD อย่างต่อเนื่องทั้งพื้นที่กรุงเทพมหานครและทั่วประเทศ เพื่อรองรับทิศทางการเติบโตการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่เพิ่มขึ้น และเพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถรองรับการใช้งานลูกค้าในพื้นที่ใช้งานหนาแน่น เราจึงได้ร่วมกับอีริคสันนำอุปกรณ์อัปเกรดเสาสัญญาณด้วยเทคโนโลยี 5G-Ready Massive MIMO 64T64R ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานบนคลื่น 2300 MHz ที่ให้บริการ 4G LTE-TDD โดยในพื้นที่ที่ให้บริการลูกค้าจะได้ประสบการณ์ในการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะการับชมวิดีโอความละเอียดสูง แบบ FULL HD และการใช้งานโซเชียลมีเดียต่างๆ เราเชื่อมั่นว่านอกจากจะยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าที่ใช้งานกับดีแทคแล้ว นี่ยังเป็นอีกก้าวที่ทดสอบความพร้อมที่จะก้าวสู่ 5G ในอนาคตของดีแทคอีกด้วย”

นาดีน อัลเลน ประธาน บริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เทคโนโลยี 5G-Ready Massive MIMO 64T64R ของอีริคสัน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย 4G LTE-TDD ของดีแทคให้มีคุณภาพสูง พร้อมทั้งยังเพิ่มความสามารถ (Capacity) ในการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อใช้งานรับชมวิดีโอ ความละเอียดสูง แบบ Full HD และการใช้งานอินเทอร์เน็ตอื่นๆ ให้แก่ลูกค้า โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานหนาแน่นและบริเวณตึกสูงอย่างในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความต้องการใช้งานข้อมูลในปริมาณมาก การนำเทคโนโลยี 5G-Ready Massive MIMO 64T64R มาใช้ นับเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคมไทย และเป็นการเตรียมความพร้อมของเส้นทางสู่ 5G สำหรับดีแทค”

อีริคสันยังได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้าน Radio System เพื่อสนับสนุนผู้ให้บริการในการเปลี่ยนถ่ายเข้าสู่เทคโนโลยี 5G ได้อย่างไร้รอยต่อ กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ขยายเพิ่มเติมนี้จะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้สูงขึ้น เข้าถึง 5G แบบ end-to-end ซึ่งรวมไปถึง 5G NR Radio ครั้งแรกในอุตสาหกรรมระดับโลก

นอกจากนี้อีริคสันยังเป็นเจ้าแรกในตลาดสำหรับโซลูชั่นส์ที่จะเปลี่ยนถ่าย 4G สู่ 5G ได้อย่างราบรื่น โดยใช้แพลทฟอร์ม 5G ใหม่ของอีริคสัน ผนวกกับCore และ Radio use cases ซึ่งแพลทฟอร์มใหม่นี้ประกอบไปด้วย 5G core, Radio และ Transport portfolios ทำงานร่วมกับระบบดิจิทัล บริการด้านการเปลี่ยนถ่ายและความปลอดภัย

ข่าวประชาสัมพันธ์

Google Trends เผยเทรนด์การค้นหาในเดือนมิถุนายน 2563 

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Google Trends เผยพฤติกรรมการค้นหาข้อมูลของผู้คนในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตามที่เราทราบดีว่าข้อมูลเชิงลึกที่ได้จะมาจากพฤติกรรมการค้นหาและความต้องการของผู้คนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาและสถานการณ์ ดังนั้น จึงไม่ต้องเดาเลยว่าในช่วงเวลานี้ผู้คนน่าจะให้ความสนใจค้นหาสิ่งใดมากที่สุด และนั่นก็คือ การค้นหาเกี่ยวกับพรีเมียร์ลีก ที่มาพร้อมกับการค้นหาการรายงานผลพรีเมียร์ลีก และตารางแข่งขันพรีเมียร์ลีกที่มีผู้คนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ในขณะที่การค้นหาเกี่ยวกับไวรัสโคโรนายังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งเดียวที่ยังมีผู้ให้ความสนใจค้นหาเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาในเดือนนี้ คือจำนวนยอดผู้เสียชีวิตด้วยโรคไวรัสโคโรนาที่มียอดการค้นหาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 

ทั้งนี้ ยังพบว่าความสนใจค้นหาเกี่ยวกับคาเฟ่ในเดือนมิถุนายนได้เพิ่มสูงขึ้นถึง 2 เท่า ซึ่งเป็นสถิติการค้นหารายเดือนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ สำหรับรายละเอียดเทรนด์การค้นหาที่น่าสนใจภายในเดือนมิถุนายน มีดังต่อไปนี้ 

เทรนด์การค้นหาในเดือนมิถุนายน

  • พรีเมียร์ลีก เป็นหัวข้อค้นหายอดนิยมในเดือนมิถุนายน โดยมีการค้นหาพุ่งสูงขึ้นกว่า 800%  
  • “การรายงานผลพรีเมียร์ลีก” และ “ตารางแข่งขันพรีเมียร์ลีก” เป็นหัวข้อย่อยที่มีการค้นหาพุ่งสูงขึ้นถึง 5,000%
  • ความสนใจค้นหาเกี่ยวกับไวรัสโคโรนายังคงลดลงอย่างต่อเนื่องในเดือนมิถุนายน โดยลดลงถึง 46% จากเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นปริมาณการค้นหารายเดือนที่ต่ำที่สุดสำหรับประเทศไทย
  • การค้นหายอดนิยมที่เกี่ยวข้องกับไวรัสโคโรนาและมีเพียงหนึ่งเดียวในเดือนมิถุนายน คือ “coronavirus death toll” โดยมีการค้นหาเพิ่มขึ้นเพียง 60%
  • ในขณะที่ผู้คนให้ความสนใจค้นหาเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาน้อยลง พบว่าความสนใจค้นหาเกี่ยวกับคาเฟ่ในเดือนมิถุนายนเพิ่มสูงขึ้นถึง 2 เท่า ซึ่งเป็นสถิติการค้นหารายเดือนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยกาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่มีผู้สนใจค้นหาเกี่ยวกับคาเฟ่มากที่สุด ตามด้วยนครนายก และเพชรบุรี

 

ชาร์ต: ความสนใจค้นหาเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาในประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน

คำค้นหาเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาที่มีการค้นหามากที่สุดในเดือนมิถุนายน 

  1. โคโรนาไวรัส
  2. Coronavirus update
  3. Coronavirus worldometer
  4. ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือด้านโคโรนาไวรัส
  5. Coronavirus Thailand
  6. Coronavirus news
  7. Coronavirus USA
  8. Coronavirus UK
  9. Coronavirus India
  10. Coronavirus tips

 

ความสนใจค้นหาเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาในเดือนมิถุนายน

10 อันดับจังหวัดที่มีความสนใจค้นหาเกี่ยวกับไวรัสโคโรนามากที่สุดในเดือนมิถุนายน

  1. ภูเก็ต
  2. ประจวบคีรีขันธ์
  3. ชลบุรี
  4. สุราษฎร์ธานี
  5. ตราด
  6. ระนอง
  7. เชียงใหม่
  8. กรุงเทพมหานคร
  9. กระบี่
  10. พังงา

 

ชาร์ต: ความสนใจค้นหาเกี่ยวกับคาเฟ่ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

อาร์ทีบีฯ รุกตลาด True Wireless เปิดตัวหูฟังไร้สาย “ATH-ANC300TW” ชูระบบตัดเสียงรบกวนชั้นเยี่ยม

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด ผู้นำนวัตกรรมหูฟังคุณภาพชั้นนำของเมืองไทย รุกตลาด True Wireless อย่างต่อเนื่อง ส่งหูฟังไร้สายจากแบรนด์ “ออดิโอ-เทคนิก้า” (Audio-Technica) รุ่นใหม่ล่าสุด คือ  “ATH-ANC300TW” ลงตลาด  ที่โดดเด่นด้วยระบบตัดเสียงรบกวนระดับไฮเอนด์และเทคโนโลยีเสียงอันล้ำสมัย รวมถึงฟังก์ชั่นการทำงานอันชาญฉลาดเพื่อเติมเต็มความต้องการของนักฟังเพลงที่มีไลฟ์สไตล์ในการฟังเพลงทุกที่ทุกเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับ “ออดิโอ-เทคนิก้า” (Audio-Technica) รุ่น “ATH-ANC300TW” เป็นหูฟังอินเอียร์ไร้สายแบบ True Wireless รุ่นใหม่ล่าสุดของออดิโอ-เทคนิก้า โดยมาพร้อมเทคโนโลยีระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Digital Hybrid Noise Cancelling มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน QuietPoint®  ซึ่งใช้เทคโนโลยี เดียวกับหูฟังระดับท็อป ของ Audio-Technica  รุ่น ATH-ANC900BT ทำให้สามารถลดเสียงจากภายนอกได้เป็นอย่างดี หูฟังเหมาะดูหนัง และฟังเพลง ให้รายละเอียดของเสียงดี เสียงมีความใส เบสนุ่ม ให้ความรู้สึกที่ฟังสบาย โดดเด่นมีมิติของเสียง ออกมาได้ดี และในขณะเดียวกันยังมาพร้อมโหมด Hear-Through สำหรับควบคุมการรับเสียงจากภายนอกในระหว่างใช้งานหูฟัง เมื่อคุณต้องใช้งานบนท้องถนนหรือในที่สาธารณะระบบจะทำการลดความดังของเพลงลงอัตโนมัติ ทำให้คุณได้ยินเสียงจากสภาพแวดล้อมภายนอกผ่านเข้าไปในหูที่ชัดเจนขึ้น ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการสื่อสารกับคนรอบข้างและความปลอดภัยในขณะเดินทาง

ในขณะเดียวกันจุดเด่นของ ATH-ANC300TW ยังอยู่ที่ไดร์เวอร์ขับเสียงแบบไดนามิกขนาด 5.8 มิลลิเมตร และใช้ไดอะแฟรมที่เคลือบด้วยคาร์บอน เพื่อช่วยให้การถ่ายทอดเสียงที่มีความถี่สูงได้อย่างคมชัดและทรงพลัง  รวมถึงสามารถเก็บรายละเอียดเสียงได้อย่างดีเยี่ยม ผสานกับการออกแบบตัวหูฟังที่มาพร้อมไมโครโฟน 2 ตัวอยู่ที่หูฟังแต่ละข้าง โดยตัวแรกจะติดตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าตัวขับเสียง และอีกตัวจะวางอยู่ด้านหลังตัวขับเสียง ซึ่งจะทำหน้าที่ตรวจจับเสียงรบกวนจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถขับเสียงคุณภาพแบบ Qualcomm aptXTM ได้อีกด้วย

 

พร้อมกันนี้ ATH-ANC300TW ยังมาพร้อมเทคโนโลยีกันน้ำตามมาตรฐาน IPX2  รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านสัญญาณ Bluetooth® เวอร์ชั่น 5.0 จึงสามารถใช้ฟังเพลงดูหนังได้อย่างดี ลดปัญหาการดีเลย์ของเสียงเมื่อดูวิดีโอ ขณะที่ตัวหูฟังมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย แถมพกพาสะดวกด้วยกล่องบรรจุเพื่อจัดเก็บและชาร์จไฟพร้อมกันในตัวเมื่อตัวหูฟังถูกเสียบลงในกล่องเคส โดยหูฟังสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องนาน 4.5 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และสามารถชาร์จเพิ่มจากเคสได้อีก 3 ครั้ง รวมเวลาการใช้งานทั้งหมด 18 ชั่วโมง โดย อุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วยซิลิโคนหูฟัง 4 ขนาดและสายชาร์จ USB Type C    อีกด้วย  ATH-ANC300TW  มีเพียง 1 สี ในราคา 8,900 บาท

ถือว่าหูฟัง ATH-ANC300TW เหมาะมาก กับนักฟังเพลง คนรักเสียงเพลงคุณภาพ ที่มีไลฟ์สไตล์ในการฟังเพลงทุกที่ทุกเวลา สามารถหาซื้อและสัมผัสประสบการณ์ฟังเพลง สุดคมชัดจากสุดยอดนวัตกรรมหูฟังจาก “ออดิโอ-เทคนิก้า” (Audio-Technica) รุ่น ATH-ANC300TW  ได้ที่ตัวแทนจำหน่ายของ Audio-Technica ได้เร็วๆนี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง www.facebook.com/AudioTechnica.Thailand

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

LINE IDOL เปิดตัว Influencer Commerce เดินหน้ายกระดับอินฟลูเอนเซอร์ จากมือสมัครเล่นสู่มืออาชีพ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

LINE IDOL ก้าวไปอีกขั้นสู่การเป็นหนึ่งธุรกิจของ LINE ประเทศไทย เปิดตัว Influencer Commerce รูปแบบใหม่ของการทำการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์อย่างเหนือชั้นด้วยฟีเจอร์ครบครันบน LINE Ecosystem ที่สามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจได้ทั้งแบรนด์ อินฟลูเอนเซอร์ โดยร่วมกับ Tellscore ผู้นำด้านอินฟูลเอนเซอร์ ที่มีระบบบริหารจัดการอินฟูลเอนเซอร์ครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เตรียมส่งกองทัพอินฟลูเอนเซอร์เข้าร่วม ตั้งเป้าเป็นอีกหนึ่งช่องทางการตลาดรูปแบบใหม่ให้กับแบรนด์และนักการตลาด ตอบโจทย์ธุรกิจอีคอมเมิร์ซยุคใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด

นายณธกฤต กาญจนมัณฑนา หัวหน้าฝ่ายการพาณิชย์ธุรกิจคอนเทนต์และสื่อ LINE ประเทศไทย กล่าวว่า
“ในประเทศไทย การตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer Marketing) ยังคงเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพ และเติบโตอย่างต่อเนื่อง LINE ในฐานะที่เป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมที่มีผู้ใช้งานคนไทยมากถึง 46 ล้านคน เล็งเห็นโอกาสในการมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นแก่ผู้ใช้งาน ไม่เพียงแต่การสร้างสรรค์คอนเทนต์ดีมีคุณภาพจาก LINE IDOL ยังผนวกบริการและฟีเจอร์ต่างๆ ใน LINE Ecosystem โดยเฉพาะ MyShop ที่ครอบคลุมการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซได้ทั้งกระบวนการ จัดเป็น Influencer Commerce Platform ที่จะสามารถเสริมศักยภาพการทำการตลาด และตอบโจทย์ทางธุรกิจของ
แบรนด์ อินฟลูเอนเซอร์ และผู้บริโภคได้อย่างลงตัวสำหรับทุกฝ่าย เป็นทางเลือกใหม่ที่นักการตลาดยุคใหม่ไม่ควรพลาด”

ก่อนหน้านี้ LINE ประเทศไทย ได้เปิดตัว LINE IDOL ให้เป็นช่องทางสื่อสารใหม่ที่ช่วยให้ดารา ศิลปิน และอินฟลูเอนเซอร์ ได้ใกล้ชิดกับแฟนคลับมากขึ้นด้วยการ Add Friend ผ่าน LINE Official Account และล่าสุดได้มีการขยายขอบเขตของ LINE IDOL ให้ครอบคลุมอินฟลูเอนเซอร์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น ตั้งแต่ระดับ Macro Influencer (ผู้ติดตาม 100,000 คนขึ้นไป) จนถึงระดับ Micro Influencer (ผู้ติดตาม 500 คนขึ้นไป) ที่อยู่ในรูปแบบ Personal Account และมีผู้ติดตามบน Timeline โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นพื้นที่ที่เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ใช้สร้างสรรค์คอนเทนต์เพื่อสร้างความใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นกับผู้ติดตาม และรวมไปถึงการผลิตคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ทางธุรกิจของแบรนด์ทั้งด้าน Awareness, Brand Love และ Conversion  นอกจากนี้ยังส่งแคมเปญ Debut by LINE IDOL เพื่อเฟ้นหาไอดอลแห่งยุคดิจิทัลในแบบของ LINE ประเทศไทย ที่จะสามารถสร้าง Brand Love ให้กับแบรนด์ต่างๆ ได้ต่อไป

ความร่วมมือเพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการ Influencer Marketing

การจับมือกับ Tellscore ครั้งนี้ยังเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะยกระดับการทำการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ยุคใหม่ที่สามารถวัดผลได้ ด้วยศักยภาพของ Tellscore ผู้เชี่ยวชาญด้าน Influencer Marketing และการคัดเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะกับแคมเปญจะมาช่วยเติมเต็มวิสัยทัศน์ที่ต้องการเป็น Influencer Commerce Platform ของ LINE

นางสาวสุวิตา จรัญวงศ์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Tellscore กล่าวว่า “เทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วดังนั้นนักการตลาดยุคใหม่ต้องตามให้ทัน โดยต้องมีแพลตฟอร์มตลอดจนเทคโนโลยีที่สามารถช่วยให้การทำการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์มีประสิทธิภาพมากที่สุดและสามารถวัดผลได้ ยิ่งไปกว่านั้นต้องทำได้มากกว่าสร้างการรับรู้ คือต้องสามารถช่วยสร้างโอกาสในการขายได้ด้วย ดังนั้นความร่วมมือระหว่าง LINE และ Tellscore จึงเป็นการผสานจุดแข็งของ LINE ด้านแพลตฟอร์มที่มี Ecosystem สมบูรณ์แบบและมีผู้ใช้งานจำนวนมาก กับเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ของ Tellscore เพื่อให้อินฟลูเอนเซอร์ไทยสามารถนำเสนอคอนเทนต์ที่มีคุณภาพของตนให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อนึ่ง ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ อินฟลูเอนเซอร์ในฐานข้อมูลของ Tellscore จะได้รับการคัดเลือกให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ LINE IDOL เพื่อพัฒนาทักษะใหม่ๆ ต่อไป”

 

เดินหน้าปั้นอินฟลูเอนเซอร์ไทยมืออาชีพหนุนการเติบโตช้อปออนไลน์

การเปิดตัว Influencer Commerce สอดรับกับกระแสช้อปปิ้งออนไลน์ที่กำลังมาแรงพร้อมกับวิถีชีวิต New Normal ดังจะเห็นได้จากตัวเลขมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทยเกี่ยวกับการช้อปปิ้งสินค้าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด19 (COVID-19) ที่คาดว่าจะพุ่งสูงขึ้นถึง 200,000 ล้านบาท ในปี 2563 นี้ หรือเติบโตกว่า 25% จากปีก่อนหน้า[1] สอดคล้องกับการทำธุรกิจผ่าน LINE Official Account ที่เติบโตเช่นกัน ดังนั้น Influencer Commerce บน LINE จึงเป็นการเปิดโอกาสให้
อินฟลูเอนเซอร์ ได้พัฒนาศักยภาพการสร้างคอนเทนต์เพื่อการตลาดแบบ Influencer Marketing บน LINE Ecosystem และฟีเจอร์พิเศษอย่าง MyShop ที่ช่วยให้การช้อปปิ้งออนไลน์เป็นเรื่องง่าย โดยลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าและจ่ายเงินได้ทันทีบน LINE ที่เดียว และในอนาคตอินฟลูเอนเซอร์ที่อยู่บนแพลตฟอร์ม LINE จะสามารถสร้างรายได้ในรูปแบบของค่าคอมมิชชั่นจากยอดขายที่เกิดขึ้น นอกเหนือจากการรีวิวสินค้าหรือค่าโฆษณาให้กับแบรนด์อีกด้วย

โดยเร็วๆ นี้ LINE ประเทศไทยและ Tellscore จะจัดโครงการฝึกอบรมเสริมทักษะใหม่ๆ และให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือต่างๆ บน LINE Official Account และ MyShop แก่อินฟลูเอนเซอร์ที่เข้าร่วม เพื่อให้สามารถนำเสนอคอนเทนต์ได้หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการไลฟ์ วิดีโอ รูปภาพ หรือบทความ ช่วยให้ผู้ติดตามไม่เบื่อกับแนวทางการนำเสนอแบบเดิมๆ และสามารถกดเข้าไปชมรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อสินค้าที่สนใจได้เลยทันที

ดังนั้น Influencer Commerce จึงเป็นทางเลือกใหม่ของการสื่อสารการตลาดบนสมาร์ทแพลตฟอร์มที่รวมเอาจุดแข็งของ LINE Ecosystem มาช่วยยกระดับการทำการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ให้สามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน และสามารถตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการรุกตลาดช้อปปิ้งออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme X50 Pro 5G ขุมพลังความเร็วแห่งอนาคต Snapdragon 865 5G, รองรับ 5G, 65W SuperDart Charge พร้อมจัดเต็มเรื่องกล้องรวม 6 เลนส์

Experience the perfect 5G today On the flagship smartphone HUAWEI P40 Series. Experience the perfect 5G today On the flagship smartphone HUAWEI P40 Series.
Android News1 สัปดาห์ ที่แล้ว

สัมผัสประสบการณ์ 5G ที่สมบูรณ์แบบได้แล้ววันนี้ บนสมาร์ทโฟนเรือธง HUAWEI P40 Series

ปีนี้หัวเว่ยรุกความเ...

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 01 SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 01
Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว SanDisk Extreme microSDXC A2 โฉมใหม่! ติดตั้งเกมได้ลื่นไหล เปิดแอปไม่สะดุด และรองรับวิดีโอ 4K

โฉมใหม่ SanDisk Extr...

HUAWEI Y6p 4GB+64GB HUAWEI Y6p 4GB+64GB
Android News1 สัปดาห์ ที่แล้ว

HUAWEI Y6p 4GB+64GB เมมใหญ่ เก็บรูปได้เยอะ ราคาเล็ก ไม่เกิน 4,000 บาท!

รูปเยอะ ไฟล์แยะแค่ไห...

Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

ส่องโปรพิเศษ HUAWEI ของแถมและสิทธิพิเศษมากมาย วันนี้ – 31 ก.ค.นี้ เท่านั้น

หัวเว่ยมอบส่วนลดพิเศ...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง