ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

dtac เสนอประเด็น กสทช. พิจารณาช่วงประมูลรอคลื่น 3500 MHz เพื่อใช้งาน 5G มีประสิทธิภาพ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

ดีแทคพร้อมเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ย่าน 700 MHz 1800 MHz 2600 MHz และ 26 GHz เตรียมชูข้อเสนอต่อ กสทช. ในการประมูลคลื่นความถี่ที่จะจัดขึ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563

นายมาร์คุส แอดอัคทูสเซ่น รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “การประมูลคลื่นความถี่ที่ถูกออกแบบมาอย่างเหมาะสม และจัดขึ้นตามกรอบเวลาอันสมควร จะทำให้ประเทศไทยก้าวสู่การให้บริการ 5G อย่างมีประสิทธิภาพ ดีแทคสนับสนุนการประมูลคลื่นแบบหลายย่านความถี่พร้อมกัน (Multiband auction) แต่เสนอให้ปรับช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อนำคลื่น 3500 MHz มาร่วมประมูล ผู้ประกอบการจะสามารถนำมาวางแผนเพื่อประโยชน์ในการให้บริการได้สูงสุด และเพื่อพัฒนาการสื่อสารไทยเข้าสู่ 5G และต่อยอดการให้บริการอย่างยั่งยืน”

 

ทั้งนี้ ในการเข้ารับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อร่างประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ย่าน 700 MHz 1800 MHz 2600 MHz และ 26 GHz  ดีแทคจะยื่นข้อเสนอแนะต่อสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เพื่อปูทาง 5G ไทยให้ยั่งยืนใน 3 ประเด็นดังต่อไปนี้

  1. การจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อนำออกประมูล

l กำหนดห้วงเวลาการประมูลใหม่ เพื่อรอความชัดเจนคลื่นความถี่ย่าน 3500 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G

ดีแทคเห็นด้วยอย่างยิ่งต่อการประมูลแบบหลายย่านความถี่พร้อมกัน (Multiband auction) อย่างไรก็ตาม ควรมีการกำหนดห้วงเวลาในการประมูลใหม่ เพื่อให้สามารถนำคลื่นความถี่ย่าน 3500 MHz มาจัดสรรในการประมูลครั้งนี้ได้ ซึ่งจะทำให้ผู้เข้าประมูลได้รับประสิทธิภาพสูงสุดในเชิงเทคโนโลยีจากการประมูล 5G

ในทางเทคนิค คลื่นความถี่ย่าน 2600 และ 3500 เมกะเฮิรตซ์มีคุณสมบัติที่ทดแทนกันได้ และในหลักปฏิบัติสากล จะมีการนำคลื่นย่านความถี่กลาง (Mid-band) ทั้งสองย่านดังกล่าวมาจัดสรรพร้อมกัน เพื่อป้องกันในกรณีที่เผชิญความขาดแคลนของจำนวนคลื่น ดังนั้น คลื่นความถี่ย่าน 3500 MHz จึงเป็นตัวแปรสำคัญของผู้เข้าประมูลในการพิจารณา เพื่อนำไปพัฒนาในเชิงเทคโนโลยีสำหรับ 5G ในจังหวะเวลาที่ถูกต้อง\

l กำหนดเพดานการถือครองจำนวนคลื่น 2600 MHz เพื่อประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

ในการประมูลเพื่อจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 2600 MHz ที่มีการกำหนดการถือครอง 190 MHz ดีแทคเห็นว่าควรมีการกำหนดเพดานในการถือครองเพื่อป้องกันการบิดเบือนของตลาดและกระจายการถือครองของผู้ให้บริการ อันจะทำให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยี 5G อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ กสทช. อาจพิจารณาออกหลักเกณฑ์การถือครองจำนวนคลื่นจากจำนวนผู้เข้าประมูล ตัวอย่างเช่น เพดานการถือครองที่ 60 MHz สำหรับการประมูลที่มีผู้เข้าร่วมประมูลมากกว่า 3 ราย, 80 MHz สำหรับการประมูลที่มีผู้เข้าร่วมประมูล 3 ราย และ 100 MHz สำหรับการประมูลที่มีผู้เข้าร่วมประมูล 2 ราย

l ความชัดเจนในการจัดการการรบกวนของคลื่นความถี่  (โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลื่น 2600 MHz)

ปัจจุบัน พบว่าคลื่น 2600 MHz มีการใช้งานอยู่ 20 MHz ดังนั้น กสทช. จึงควรให้ความชัดเจนถึงแนวทางในการจัดการถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการรบกวนกันของคลื่นความถี่และข้อกำหนดในการใช้งาน เพื่อให้ผู้เข้าประมาณสามารถประเมินมูลค่าที่เหมาะสมในการลงทุน

  1. การกำหนดราคาคลื่นความถี่

l การกำหนดราคาเริ่มต้นของการประมูลคลื่นความถี่ที่สูงเกินไป

จากร่างประกาศการประมูล กำหนดให้คลื่น 2600 MHz มีราคาเริ่มต้นที่ 1,862 ล้านบาทต่อ 1 ใบอนุญาต (10 MHz) ซึ่งเป็นราคาสูงกว่าค่ากลางของสากล ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการลงทุนต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายโครงข่าย ขณะที่คลื่น 1800 MHz ซึ่งมีราคาเริ่มต้นการประมูลที่ 12,486 ล้านบาทต่อ 1 ใบอนุญาต มีราคาสูงกว่าราคาสุดท้ายในการประมูลของประเทศอื่นๆ หลายเท่าตัว ซึ่งอาจทำให้เกิดความล้มเหลวในการประมูลได้ โดยข้อมูลจากสมาคมจีเอสเอ็ม ระบุว่า ราคาเริ่มต้นการประมูลคลื่น 1800 MHz ในปี พ.ศ. 2561 และ พ.ศ. 2563 มีราคาสูงกว่าตลาดโลกอย่างมาก

  1. วิธีการประมูลและหลักเกณฑ์

l วิธีการประมูลควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ

จากร่างประกาศฯ กำหนดให้ใช้วิธีการประมูลคลื่นความถี่หลายย่านพร้อมๆ กัน (Simultaneous Ascending Clock Auction) ซึ่งเป็นการกำหนดตามคุณลักษณะทางเทคนิคของคลื่น 2600 เมกะเฮิรตซ์ ดังนั้น วิธีการประมูลจึงจำเป็นต้องได้รับการพิจารณาใหม่ เพื่อให้สอดรับกับคุณสมบัติทางเทคนิคของคลื่นย่านอื่น

l การวางหลักประกันการประมูล

ดีแทคสนับสนุนให้มีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ร่วมประมูลอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกณฑ์ในการวางหลักประกันทางการเงินจากผู้เข้าประมูลทุกราย

 

5G จะเกิดต้องมองรอบด้านอย่างยั่งยืน

การเข้าถึงและกระบวนการในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานควรได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ ตัวอย่างเช่น การออกใบอนุญาตก่อสร้างตั้งเสาโทรคมนาคม นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลควรแสดงบทบาทในการส่งเสริมให้มีการใช้โครงการพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกันผ่านสิทธิพิเศษ เพื่อเพิ่มแรงจูงใจ ตลอดจนการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัย

ขณะเดียวกัน เพื่อให้วาระการขับเคลื่อนเทคโนโลยี 5G ประสบความสำเร็จ รัฐบาลควรแสดงบทบาทในการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐเอกชน ตัวอย่างเช่น โครงการเมืองอัจฉริยะ (Smart city) การใช้เทคโนโลยี 5G ในการบริการสาธารณะและภาคการผลิต ซึ่งจะก่อให้เกิดการใช้เทคโนโลยี 5G อย่างแท้จริงและแพร่หลายในอนาคต

“การทำให้ 5G เกิดขึ้นนั้น ไม่ใช่เพียงบทบาทของผู้ประกอบการโทรคมนาคมเท่านั้น แต่ต้องอาศัยความร่วมมือการขับเคลื่อนของทุกภาคส่วนในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรกำกับดูแลและผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน ผู้ประกอบการโทรคมนาคมจะยังไม่ได้รับประโยชน์จากครอบครองคลื่นความถี่สำหรับเทคโนโลยี 5G โดยการใช้งานจริง (use case) ยังต้องได้รับการพัฒนาและคำนึงถึงโมเดลในการหารายได้ที่ยังคงไม่มีความชัดเจน ภาครัฐจึงมีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งในเชิงกลยุทธ์ที่จะกระตุ้นการลงทุนเชิงโครงสร้าง ความร่วมมือจากหลากหลายอุตสาหกรรมที่จะร่วมกันขับเคลื่อนสู่เทคโนโลยี 5G” นายมาร์คุส กล่าวในที่สุด

ข่าวประชาสัมพันธ์

realme ยกขบวนสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริมพร้อมจัดเต็มโปรโมชั่นสุดคุ้ม และของแถมอีกเพียบ ในงาน Thailand Mobile Expo 2020

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

กลับมาอีกครั้งสำหรับงาน Thailand Mobile Expo ครั้งแรกในปี 2563 ซึ่งในครั้งนี้ realme แบรนด์สมาร์ทโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่มาในบูธที่ยิ่งใหญ่และสีสันที่โดดเด่นสะดุดตา พร้อมยกขบวนสมาร์ทโฟนหลายรุ่นมาจัดโปรโมชั่นสุดคุ้มพร้อมของแถมสุดพรีเมียมมากมาย ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2563 ณ
ไบเทคบางนา ที่บูธ realme L19-PL5

ไฮไลท์โปรโมชั่นพิเศษ

  • เมื่อซื้อ realme XT 64MP 4 เลนส์ สเปคสุดล้ำ สเปคเรือธง ความจุ 8+128 GB ในราคาเพียง 10,999 บาท รับฟรีทันที realme Special Gift และกระเป๋าเดินทาง realme
  • เมื่อซื้อ realme 5 Pro สมาร์ทโฟน 4 เลนส์ สเปคแรง ความจุ 8+128 GB ในราคาเพียง 8,999 บาท และความจุ 4+128 GB ในราคาพิเศษเพียง 6,999 บาท จากราคาปกติ 7,999 บาท รับฟรีทันที realme 5 Pro Special Gift และกระเป๋าเดินทาง realme
  • เมื่อซื้อ realme X2 Pro สมาร์ทโฟนแรงเต็มขั้นพลัง พลังเรือธง ความจุ 12+256GB ในราคาเพียง 19,999 บาท รับฟรีทันที realme Buds Wireless และ เสื้อ realme Hoodie
  • เมื่อซื้อสมาร์ทรุ่นใหม่ล่าสุดจาก realme อย่าง realme 5i สมาร์ทโฟน 4 เลนส์ แบตทรงพลัง ความจุ 4+64GB ในราคาเพียง 4,699 และ ความจุ 4+128GB ในราคาเพียง 4,999 บาท รับฟรีทันที หมอน realme
  • สมาร์ทโฟนพลังแบตเกินพิกัด จาก realme อย่าง realme 5 ความจุ 3+64GB ในราคาเพียง 4,599 บาท  และ ความจุ 4+128GB ในราคาเพียง 5,999 บาท รับฟรีทันที หมอน realme
  • สมาร์ทโฟนพลังอึด จาก realme อย่าง realme 5s ความจุ 4 + 128GB ในราคาเพียง 5,999 บาท  รับฟรีทันที หมอน realme

นอกจากสมาร์ทโฟนที่ realme ยกขบวนมาจัดโปรโมชั่นอย่างสุดคุ้มแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจอย่างอีกมากมาย อย่างหูฟังไร้สายรุ่นล่าสุด realme Buds Air ตัวจริงการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ตอบโจทย์สำหรับใครที่กำลังมองหาหูฟังไร้สายที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพห้ามพลาด ในราคาเพียง 1,999 บาท และ realme Power Bank Speedy for Real มาพร้อมความจุ 10000 mAh ในราคาเพียง 899 บาท

ความพิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านี้ realme ยังจัดกิจกรรมร่วมสนุกพร้อมรับของรางวัลสุดคุ้มเกินคาด แถมพบกับเกมเมอร์เกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังอย่าง Pinku Notori ที่จะมาพร้อมโชว์พิเศษและจะมาประชันท้าดวลแข่งเกมทดสอบประสิทธิภาพความเร็วแรงของ realme ให้ได้ดูกันอย่างตื่นตาตื่นใจอีกด้วย

**ห้ามพลาด! มาร่วมสนุกพร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่กับ realme ได้ในงาน Thailand Mobile Expo 2020  วันที่ 30 ม.ค. – 2 ก.พ. 63 ณ ไบเทคบางนา ที่บูธ realme L19-PL5 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ติดตามข้อมูลเพิ่มได้ที่ https://www.facebook.com/realmeTH/

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

รวมโปร! Vivo ลดกระหน่ำต้อนรับในงาน Thailand Mobile Expo วันที่ 30 ม.ค. – 2 ก.พ. 63

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

งาน TME 2020 ครั้งแรกแห่งปี โดย  Vivo ไม่พลาดที่จะรวมโปรโมชั่นเด็ดๆ ของทุกรุ่นที่วางจำหน่ายภายในงานมาให้ตื่นตาตื่นใจ  ซึ่งภายในงานคุณจะได้พบกับสมาร์ตโฟน รุ่นดังต่อไปนี้

  • Vivo NEX 3  ที่มีสเปคระดับท็อปจัดเต็มความแรงมากมาย หน้าจอแสดงผลแบบ Waterfall Screen ดีไซน์แบบ Unibody design สเปคเทพภายในเครื่องใช้ ชิปเซ็ตเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Qualcomm Snapdragon 855 Plus และ RAM 8GB + ROM 128GB อัดแน่นระบบเสียงสุด Hi-Fi ด้วยชิปเสียง AK4377A สุดเฉพาะของ Vivo เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ทางดนตรีอันดื่มด่ำยิ่งขึ้น ภายในงานยังได้พบกับโปรโมชั่นของแถมจัดเต็มไม่ว่าจะเป็น บัตร Privillege Card TME , กระเป๋าล้อลาก , กระเป๋าสะพายข้าง , Box Set Series V ทั้งหมดนี้ในราคาเพียง 24,999 บาท ที่ทุกท่านจะสามารถพบได้ที่บูธ BANANA , CSC , Jaymart  เท่านั้น
  • Vivo V17 กับสโลแกนฉีกทุกกฎในทุกช็อต  มาพร้อมหน้าจอ Ultra O Screen  ความคมชัดระดับ FHD+ ขนาด 6.44 นิ้ว สร้างกล้องหน้าสุดพิเศษความละเอียดสูง 32 ล้านพิกเซล  กล้องหลัง 4 ตัวที่ทรงพลัง กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล เลนส์ Super Wide-Angle 8 ล้านพิกเซล เลนส์ Macro 2 ล้านพิกเซล และเลนส์ Bokeh 2 ล้านพิกเซล บันทึกได้ทุกความมหัศจรรย์ด้วยกล้องหลังเพียงแค่ 4 ตัว เร็วแรงกับ RAM 8GB + ROM 256GB อีกด้วย ภายในงานยังได้พบกับโปรโมชั่นของแถมจัดเต็มไม่ว่าจะเป็น บัตร Privillege Card TME , กระเป๋าล้อลาก , กระเป๋าสะพายข้าง , Box Set Series V ทั้งหมดนี้ในราคาเพียง 11,999 บาท เท่านั้น
  • Vivo S1 Pro มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon Octa-core พร้อมด้วย RAM 8GB และ ROM 128GB พื้นที่จัดเก็บขนาดใหญ่ ทั้งยังรองรับหน่วยความจำได้สูงสุด 256GB  มาพร้อม AI Quad Camera กล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ทั้งยังมาพร้อมเลนส์ wide-angle เลนส์ macro และเลนส์ bokeh และ กล้องหน้า 32 MP และยังสามารถปลดล็อกหน้าจอด้วยลายนิ้วมือ พร้อมด้วยไอคอนใหม่และแอนิเมชันปลดล็อกหลากหลายรูปแบบที่จะนำความสนุกมาให้คุณ ภายในงานยังได้พบกับโปรโมชั่นของแถมจัดเต็มไม่ว่าจะเป็น บัตร Privillege Card TME , Smart Watch ,  Sound Bar , กระเป๋าผ้าวีโว่ , Set Series S ทั้งหมดนี้ในราคาเพียง 8,999 บาท เท่านั้น

 

 

  • Vivo S1 “ Unlock Your Style ” กับประสิทธิภาพที่เต็มเปี่ยม หน่วยประมวลผล MTK P65  พร้อมกับ RAM 6GB และ ROM 128GB ช่วยให้คุณสามารถเล่นเกมหรือใช้งานหลาย แอปพลิเคชันพร้อมกันได้อย่างไหลลื่น และไม่เพียงแต่มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4500mAh แต่ยังมาพร้อมกับ Dual-Engine Fast Charging เทคโนโลยีสุดเ ฉพาะของ Vivo มาพร้อมกับ กล้องหน้า 32 MP และกล้องหลัง AI Triple Camera ความละเอียด 16 + 8 + 5 ล้านพิกเซล ภายในงานยังได้พบกับโปรโมชั่นของแถมจัดเต็มไม่ว่าจะเป็น บัตร Privillege Card TME , Sound Bar , กระเป๋าผ้าวีโว่ , Set Series S ทั้งหมดนี้ในราคาเพียง 7,499 บาท เท่านั้น

และภายในงานท่านยังสามารถพบกับ สมาร์ตโฟน Vivo ไม่ว่าจะเป็นรุ่น Vivo Y19 , Vivo Y15 2020 และ Vivo Y11  พิเศษเฉพาะในงาน รับทันทีประกันตัวเครื่อง! ประกันหน้าจอแตก! และของแถมสุดพิเศษแบบจัดเต็ม! พร้อมโปรโมชั่น ผ่อน 0% นานสูงสุด 6 – 18 เดือน และพบกันได้ที่บูธ AIS, iStudio, BaNANA, Jaymart, TG Fone, CSC, Maxlink และ Studio Phone  ไบเทคบางนา ฮอลล์ EH 98 – 99 ตั้งแต่วันที่ 30 .. 63 – 2 .. 63  เวลา 10.00. – 20.00.

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

5 ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ลงนามในบันทึกความร่วมมือ การศึกษาและพัฒนาระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลโดยใช้ฐานข้อมูล จากเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และแนวทางการจัดตั้งบริษัท Mobile National ID (MNID)

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5 ราย ภายใต้สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกอบไปด้วย  บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)  บริษัท ดีแทค     ไตรเน็ต จำกัด  บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)  บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด และ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด  ได้ทำพิธีลงนามในบันทึกความร่วมมือการศึกษาและพัฒนาระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลโดยใช้ฐานข้อมูลจากเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และแนวทางการจัดตั้งบริษัท Mobile National ID (MNID) ซึ่งทุกฝ่ายมีความเห็นร่วมกันว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นนวัตกรรมใหม่ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในการเพิ่มช่องทางในการใช้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประชาชนหรือหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ให้มีความสะดวก ปลอดภัย อีกทั้งยังเป็นการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และเป็นการส่งเสริมนโยบายรัฐบาลในเรื่องการใช้ดิจิทัลไอดีได้อีกด้วย

ดร.มนต์ชัย หนูสง นายกสมาคมโทรคมนาคมฯ กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าว ถือว่าสอดคล้อง ตามนโยบายของภาครัฐในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล และยังสอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ที่สนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในการให้บริการการพิสูจน์และยืนยันตัวบุคคลด้วยระบบดิจิทัล โดยใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลการลงทะเบียนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยระบบอัตลักษณ์ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ในการใช้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ประชาชนหรือหน่วยงานต่าง ๆ สามารถใช้บริการธุรกรรมทางอิเลคทรอนิกส์ ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

นายสืบศักดิ์ สืบภักดี กรรมการสมาคมโทรคมนาคมฯ กล่าวว่า ผู้ประกอบการทั้ง รายจะร่วมกันแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี ความรู้ และประสบการณ์ โดยอาจมีการทดลองรูปแบบการให้บริการในระบบ Sandbox เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง บริษัท Mobile National ID (MNID) โดยจะมีการศึกษาและกำหนดรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสม ตลอดจนมีการร่างแผนธุรกิจร่วมกัน มีเป้าหมายเพื่อนำไปสู่การจัดตั้ง บริษัท MNID ไห้ได้โดยเร็ว  ทุกฝ่ายให้ความสำคัญและจะใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล โดยทุกฝ่ายจะปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายเกี่ยวกับการให้บริการธุรกรรมทางอิเลคทรอนิกส์ รวมถึงกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด  ทั้งนี้ ผู้ประกอบการทั้ง รายจะพัฒนาระบบดังกล่าวในเบื้องต้น โดยที่ แทนบัตร” หรือการพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนด้วยรูปแบบบัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์บนโทรศัพท์เคลื่อนที่แทนที่บัตรประจำตัวในรูปแบบปกติ ซึ่งเป็นโครงการที่สำนักงาน กสทช. ได้ริเริ่มขึ้น  ก็จะเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง รายจะนำไปพิจารณาในการพัฒนาระบบ

ตัวแทนผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 5 ราย เปิดเผยว่า ปัจจุบัน การสมัคร หรือการเข้าใช้บริการธุรกรรมต่าง ๆ จากหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน  ผู้ขอใช้บริการมักจะต้องเดินทางไปที่สาขาของหน่วยงานนั้นๆ ต้องกรอกข้อมูล และเซ็นรับรองเอกสารต่าง ๆ เพื่อพิสูจน์และยืนยันตัวตน ทำให้เกิดความไม่สะดวก เสียเวลา และมีความเสี่ยงที่มิจฉาชีพจะใช้เอกสารปลอม ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหาย   การให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนโดย บริษัท Mobile National ID (MNID) จะเป็นนวัตกรรมทางเลือก ที่สามารถช่วยลดเวลา ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และช่วยลดความผิดพลาดต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการพิสูจน์และยืนยันตัวตน อีกทั้งยังช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชน สามารถสมัคร และใช้บริการธุรกรรมทางอิเลคทรอนิกส์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว และง่ายดาย ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยสามารถใช้เลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอัตลักษณ์ เช่นลายนิ้วมือ และใบหน้า ช่วยในการพิสูจน์และยืนยันตัวตน ทำให้ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดต่าง ๆ  โดยเห็นว่าในปัจจุบัน ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถเป็นเครื่องมือพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่แพร่หลายและเข้าถึงประชาชนได้ดีที่สุด เนื่องจาก ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่านโครงข่ายของผู้ประกอบการทั้ง 5 ราย มีจำนวนมากถึง 130 ล้านเลขหมาย ซึ่งจะทำให้เลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถใช้รองรับ Digital ID ได้อย่างกว้างขวาง

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

Android News53 นาที ที่แล้ว

Redmi Note 8 Series สมาร์ทโฟนราคาเกินคุ้มด้วยกล้องอัจริยะ 4 เลนส์ พร้อมโปรโมชั่นในงาน Mobile Expo ที่ต้องห้ามพลาด!

เมื่อพูดถึงบริษัท Xi...

Galaxy S20 Official Teaser Change the shape of the future Galaxy S20 Official Teaser Change the shape of the future
Android News1 ชั่วโมง ที่แล้ว

Samsung โพสต์วิดีโอทีเซอร์ Galaxy S20 นี่คือรูปร่างหน้าตาของกล้องแบบใหม่

Samsung มีแผนเปิดตัว...

ข่าวประชาสัมพันธ์2 ชั่วโมง ที่แล้ว

realme ยกขบวนสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริมพร้อมจัดเต็มโปรโมชั่นสุดคุ้ม และของแถมอีกเพียบ ในงาน Thailand Mobile Expo 2020

กลับมาอีกครั้งสำหรับ...

ข่าวประชาสัมพันธ์2 ชั่วโมง ที่แล้ว

รวมโปร! Vivo ลดกระหน่ำต้อนรับในงาน Thailand Mobile Expo วันที่ 30 ม.ค. – 2 ก.พ. 63

งาน TME 2020 ครั้งแร...

ข่าวประชาสัมพันธ์2 ชั่วโมง ที่แล้ว

5 ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ลงนามในบันทึกความร่วมมือ การศึกษาและพัฒนาระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลโดยใช้ฐานข้อมูล จากเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และแนวทางการจัดตั้งบริษัท Mobile National ID (MNID)

  ผู้ประกอบการโ...

กำลังมาแรง