ติดตามพวกเรา

IT News

ดีแทคพร้อมลุย 5G จะไม่หยุดพัฒนา หลังคว้าคลื่น 26 GHz หรือ mmWave ดีอย่างไร?

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

ดีแทคพร้อมลุย 5G จะไม่หยุดพัฒนาโครงข่ายเพื่อยกระดับประสิทธิภาพเชื่อมต่อด้วยความเร็วสูงเพื่อลูกค้าทุกราย หลังคว้าคลื่นความถี่ย่าน 26 GHz หรือ mmWave

dtac commits to 5G and more accessible

ดีแทคประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจ ปี 2563 พัฒนาประสบการณ์ใช้งานลูกค้า เพิ่มประสิทธิภาพรับส่งข้อมูลดีขึ้นถึง 3 เท่า พร้อมทั้งประกาศแผนพัฒนาบริการ 5G คาดว่าสามารถเปิดให้บริการในพื้นที่ที่กำหนดช่วงครึ่งปีแรก 2563 และเปิดให้บริการใหม่ อาทิ dtac@home บน Massive MIMO, เครือข่ายในองค์กร และคอนเทนท์จากพันธมิตร

นายชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “การได้คลื่นย่านความถี่สูงมาเพิ่มในชุดคลื่นความถี่ของดีแทค ที่มีความพร้อมในคลื่นย่านความถี่ต่ำและความถี่กลางจะทำให้เราส่งมอบประสบการณ์ใช้งานคุณภาพสูงสู่ลูกค้าดียิ่งขึ้น และพัฒนาต่อไปในอนาคต ดีแทคสัญญาว่าจะไม่หยุดพัฒนาโครงข่ายและนำเทคโนโลยีใหม่เพื่อลูกค้าทุกคน ซึ่งสามารถได้รับประสบการณ์ใช้งานดาวน์โหลดที่ได้รับการยอมรับว่าเร็วที่สุดในไทย สำหรับการคว้าคลื่น 5G (ความถี่ย่าน 26 GHz หรือ mmWave) ทำให้ขณะนี้ดีแทคพร้อมแล้วในการให้บริการทั้งคลื่นความถี่ทั้งย่านต่ำ-กลาง-สูง เพื่อนำเทคโนโลยีชั้นนำให้บริการรับส่งข้อมูลเพื่อให้ลูกค้าได้มีประสบการณ์ใช้งานที่ดีที่สุดในอนาคต”

dtac commits to 5G and more accessible

กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจปี พ.ศ. 2563 (Roadmap 2020)

ดีแทคกำลังเปลี่ยนผ่านประสบการณ์ใช้งานของลูกค้าให้เหมาะสมและตรงกับความต้องการมากยิ่งขึ้น การใช้ machine-learning มาช่วยแนะนำให้ตรงความต้องการต่างๆ โดยที่ผ่านมามียอดเพิ่ม 38% จากขายผ่านช่องทางดิจิทัลเพิ่ม และจากดีแทครีวอร์ดที่พัฒนารูปแบบใหม่ให้เหมาะสมและตรงใจยิ่งขึ้นโดยดีแทคจะพัฒนาให้เหมาะสมยิ่งขึ้นตลอดปี 2563

สำหรับการปรับปรุงโครงข่ายและเพิ่มประสบการณ์ลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ดีแทคยังได้ปรับองค์กรสู่รูปแบบการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ในปี พ.ศ. 2562 ดีแทคได้เพิ่มพนักงานอีก 25% ที่มีทักษะดิจิทัล เช่น ความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต การวิเคราะห์ข้อมูลและการจัดการระบบธุรกิจอัจฉริยะ ทั้งนี้ ด้วยความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มเทเลนอร์ดีแทคตั้งเป้าที่จะเพิ่มพนักงานที่มีทักษะดังกล่าวอีก 50% ในปี พ.ศ. 2563 นอกจากนั้น รูปแบบการทำงานแบบ Agile ของดีแทคยังช่วยลดการทำงานที่ต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์เหลือเพียงเป็นชั่วโมง และทำให้ออกแบบบริการเพื่อลูกค้าได้ในเวลารวดเร็วอย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น

นายชารัด กล่าวต่อไปว่า “ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของปี 2562 ทำให้เรามั่นใจที่จะมุ่งสู่การยกระดับประสบการณ์ใช้งานโครงข่ายเพื่อลูกค้าต่อไป และนำเสนอบริการที่ตรงความต้องการเพิ่มมากขึ้น เราจะเปลี่ยนผ่านสู่เรื่องดิจิทัลให้ง่ายขึ้นสำหรับลูกค้าของเรา และเปลี่ยนองค์กรของเราเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดีแทคไม่หยุดพัฒนาเพื่อประสบการณ์ลูกค้า และเตรียมพร้อมองค์กรสู่อนาคต”

พัฒนาคุณภาพโครงข่ายดีกว่าเพื่อทุกคน

การดำเนินธุรกิจในปีนี้ ดีแทคมุ่งมั่นจะยกระดับประสิทธิภาพโครงข่ายเพื่อลูกค้าทุกคน นอกจากดีแทคจะเปิดบริการ 5G แล้ว ดีแทคยังให้ความสำคัญในการเพิ่มศักยภาพโครงข่ายปัจจจุบันเพื่อสัญญาณขยายครอบคลุมการใช้งาน และเพิ่มประสิทธิภาพการรับส่งดีขึ้นกว่าเดิมถึง 3 เท่า

“ดีแทคเร่งขยาย Massive MIMO เทคโนโลยีความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ใช้งานหนาแน่นทั่วประเทศ และขยายโครงข่ายเพื่อให้บริการเพิ่มอีกหลายพันสถานีฐานสำหรับการใช้งาน 4G คลื่น 2300 MHz ที่ให้บริการบนคลื่นทีโอที เพื่อยกระดับประสบการณ์รับส่งข้อมูลดีกว่าเดิม และเพิ่มการครอบคลุมพื้นที่ใช้งานยิ่งขึ้น ดีแทคคาดว่าจะมีสถานีฐานให้บริการ 4G คลื่น 2300 MHz มากกว่า 20,000 สถานีในปลายปี 2563” นายชารัด กล่าวเพิ่มเติม

ก้าวต่อไปสู่ 5G

จากการประมูลคลื่นความถี่ล่าสุด ดีแทคได้ถือครองคลื่น 5G ความถี่ย่าน 26GHz จำนวน 200 MHz ซึ่งสามารถนำมาให้บริการ 5G อินเทอร์เน็ตบอร์ดแบนด์ไร้สายประจำที่ ซึ่งจะทำความเร็วได้สูงสุดราว 1Gbps ในพื้นที่ที่กำหนดเปิดให้บริการ คาดว่าจะเปิดให้บริการราวครึ่งปีแรกของ ปี 2563

การขยายโครงข่าย 5G บนคลื่น 700 MHz เพื่อเพิ่มการครอบคลุมใช้งาน 5G โดยเฉพาะในส่วนภูมิภาคของประเทศ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มติดตั้งโครงข่ายได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้

ในปี 2563 ดีแทคมีแผนพัฒนานวัตกรรมบริการต่างๆ ซึ่งรวมถึงการใช้งาน 5G ไร้สายความเร็วสูง อินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงประจำที่ และคอนเทนท์รูปแบบใหม่ โซลูชั่นอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง หรือ IoT สำหรับอุตสาหกรรม และพัฒนารูปแบบใช้งาน

“การได้คลื่น 5G เป็นแค่การเริ่มต้นของเส้นทาง ซึ่งยังมีส่วนประกอบต่างๆ อีกมากที่จะตามมาในไตรมาสต่างๆ ของปีนี้ เป้าหมายของเราคือไม่หยุดพัฒนาโซลูชั่นในการเชื่อมต่อการใช้งานเพื่อตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ไม่ว่าจะการใช้งานของลูกค้าในเมือง ในพื้นที่ภูมิภาค เรามุ่งมั่นที่จะเชื่อมต่อลูกค้ากับสิ่งที่สำคัญที่สุดและเพิ่มศักยภาพให้สังคม” นายชารัด กล่าวในที่สุด

ทำความรู้จัก คลื่น 26 GHz ดีอย่างไร?

คลื่น 26 GHz หรือ mmWave เป็นคลื่นความถี่สูงที่มีคุณสมบัติพิเศษ เหมาะสำหรับการใช้งานความเร็วสูงสุดเพื่อรับส่งข้อมูล และสามารถเพิ่มความสามารถในการรองรับการใช้งานในปริมาณมากพร้อมทั้งมีความแม่นยำในการใช้งาน เพื่อรองรับนวัตกรรม 5G ต่างๆ ในอนาคตได้อย่างแท้จริง โดยสามารถนำมาพัฒนาคอนเทนท์ร่วมกับการใช้ VR หรือ AR รวมถึงออกแบบบริการ 5G เพื่อสาธารณสุขในที่ห่างไกล เป็นต้น

Massive MIMO คืออะไร?

Massive MIMO คืออุปกรณ์รับส่งสัญญาณที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย 4G LTE-TDD ให้มีคุณภาพสูง พร้อมทั้งยังเพิ่มความสามารถ (Capacity) ในการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อใช้งานรับชมวิดีโอ ความละเอียดสูง แบบ Full HD และการใช้งานอินเทอร์เน็ตอื่นๆ ให้แก่ลูกค้า โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานหนาแน่นและบริเวณตึกสูงอย่างในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความต้องการใช้งานข้อมูลในปริมาณมาก การนำเทคโนโลยี Massive MIMO มาใช้ นับเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคมไทย เพื่อรองรับการใช้งานยุคอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในอนาคตสำหรับดีแทค

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

IT News

อาจลากยาว? Microsoft ประกาศเตรียมจัดงานบนออนไลน์ถึงกลางปี 2021

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ อย่าง Microsoft พร้อมประกาศยกเงินงานอีเวนท์ทั้งหมดในปี 2020 แล้วจัดขึ้นผ่านทางออนไลน์แทนปล้วจากการระบาดของไวรัส COVID-19

จากการยกเลิกดังกล่าว ทำให้ Microsoft ได้ประกาศจะจัดขึ้นผ่านทางออนไลน์แทนทั้งหมด รวมถึงงาน Ignite The Tour, MVP Summit 2021 และ Build 2021 จะจัดขึ้นทางออนไลน์เช่นกัน

โดยงานต่างๆ ข้างต้นต่างที่จะจัดขึ้นในปี 2021 ครับ โดยอาจลากยาวไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2021 และเริ่มจัดงานตามปกติในเดือนถัดไป

ที่มา : zdnet

อ่านต่อ...

IT News

Fitbit เปิดตัว Charge 4 มาพร้อมฟังก์ชัน GPS ในตัว การสั่งงาน Spotify แทรคการนอน และอีกมากมาย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ฟิตบิทเปิดตัว Charge 4 ฟิตเนสแทรคเกอร์สุดแอดวานซ์พร้อมฟังก์ชัน GPS ในตัว การสั่งงาน Spotify แทรคการนอน และอีกมากมาย พบกับ Active Zone Minutes วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบเฉพาะตัวเพื่อสุขภาพที่ดีกว่า พร้อมยกระดับการออกกำลังกายกับบริการ Fitbit Premium ฟิตทั้งกายและใจในทุกสถานการณ์ ทดลองใช้ฟรี 90 วัน

Full inbox lineup for Fitbit Charge 4.

 

ฟิตบิ เปิดตัว Fitbit Charge 4 ต่อยอดไลน์สินค้ายอดนิยม[1] พร้อมส่งต่อที่สุดแห่งความทันสมัยด้วยเซนเซอร์และฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด ไม่ว่าจะเป็น GPS ในตัว และฟังก์ชัน Spotify[2] นอกจากนี้ Charge 4 ยังมาพร้อมสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการมากที่สุดสำหรับฟิตเนสแทรคเกอร์ ด้วยฟีเจอร์พร้อมใช้งานอัจฉริยะ แบตเตอรี่ที่มีอายุยาวนานกว่า 7 วัน[3]  ดีไซน์สำหรับกันน้ำ[4] ทั้งหมดในราคาที่พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของ โดย Charge 4 ยังมาพร้อมกับ Active Zone Minutes ฟีเจอร์การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ พร้อมเปรียบเทียบกับอายุ เพื่อตอบสนองทุกกิจกรรมของผู้ใช้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มแรงบันดาลใจให้กับคนรักสุขภาพ ฟิตบิทได้เพิ่มเนื้อหาใหม่ลงใน Fitbit Premium อาทิ โปรแกรมออกกำลังกายจากแบรนด์ดังอย่าง barre3, Down Dog, และ Physique 57 และเครื่องมือที่ช่วยให้ทุกคนฝึกฝนจิตใจ ตั้งเป้าหมาย และอีกมากมาย พร้อมกันนี้ฟิตบิทยังมีเนื้อหาด้านสุขภาพ ให้ใช้ฟรีกว่า 40 ชิ้น พร้อมเปิดให้ทดลองใช้ Fitbit Premium โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลา 90 วัน ไม่ว่าจะเป็นการอัปเกรดอุปกรณ์ใหม่ ซอฟต์แวร์และข้อมูลต่างๆ ฟิตบิทพร้อมที่จะนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการดูแลสุขภาพให้กับผู้ใช้อย่างครบวงจร

“เป้าหมายหลักของฟิตบิทคือการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือให้คนทั่วโลกมีสุขภาพที่ดี ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันทำให้เราเล็งเห็นความสำคัญของเป้าหมายนี้ยิ่งกว่าที่เคย เราเข้าใจว่าการพยายามใส่ใจกับเรื่องสุขภาพและการกินดีอยู่ดีนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่อย่างไรก็ตามการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และนอนหลับอย่างเพียงพอนั้นจะช่วยลดความเครียดและเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคได้” เจมส์ พาร์ค ผู้บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งฟิตบิทกล่าว “เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานไปถึงเป้าหมายด้านสุขภาพที่ตั้งไว้ เราได้เปิดให้ทดลองใช้บริการ Fitbit Premium พร้อมเพิ่มเนื้อหาใหม่ที่เหมาะกับการดูแลตัวเองขณะอยู่บ้าน เพื่อให้ทุกคนได้รักษาสุขภาพในแบบฉบับของตัวเองและมีตัวช่วยเพิ่มแรงบันดาลใจตลอดเวลา”

 

พบกับแทรคเกอร์ดีไซน์ล้ำสมัยที่สุดจากฟิตบิท พร้อมยกระดับความฟิตและดูแลสุขภาพแบบเชิงลึก

พบกับ Active Zone Minutes เป็นครั้งแรกใน Charge 4 ด้วยการออกแบบสุดอินโนเวทีฟ พร้อมการใช้งานแบบครบครันด้วย GPS เซนเซอร์ใหม่ล่าสุด แบตเตอรี่อายุใช้งานยาวนาน แต่ยังคงไว้ซึ่งดีไซน์สุดพรีเมียม บางเบา กันน้ำ2 และราคาที่จับต้องง่ายได้ ตอบโจทย์การใช้งานตลอดทั้งวัน (และตลอดคืน) ด้วยปุ่มกดแบบ inductive หน้าจอกันรอย พร้อมปรับความสว่างของหน้าจอทัชสกรีนเพื่อการใช้การในแสงธรรมชาติ

ฟังก์ชันใหม่ล่าสุดอย่าง built-in GPS นี้ ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถออกจากบ้านเพื่อทำกิจกรรมกลางแจ้งได้โดยไม่ต้องพกโทรศัพท์ออกไป ซึ่งผู้ใช้จะยังสามารถแทรคความเร็วของการวิ่งและระยะทางได้แบบ real-time นอกจากนี้ยังสามารถตั้งเป้าหมายการออกกำลังกายได้มากกว่า 20 โหมด เช่น การเดินป่า การวิ่ง หรือเดินเร็ว หลังจากการออกกำลังกายพร้อมใช้งาน GPS ในตัวแล้ว ผู้ใช้สามารถซิงค์อุปกรณ์เข้ากับแอปพลิเคชันฟิตบิท เพื่อวัดค่าการใช้งานในระบบ GPS-powered heat map[5] สำหรับตรวจสอบความหนักเบาของการออกกำลังกาย โดยจะวัดจากอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจและพร้อมที่จะพัฒนาการออกกำลังในระดับต่อไป

เพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย พร้อมปลดล็อคสุขภาพที่ดีกว่าไปกับ Active Zone Minutes

เนื่องจากทุกคนมีกิจกรรมที่ต่างกันในแต่ละวัน ทำให้ฟิตบิทคิดค้น Active Zone Minutes ออกมาให้ผู้ใช้เข้าใจกิจวัตรและผลลัพธ์ต่อสุขภาพโดยรวมของตนเองมากกว่าจำนวนก้าวเดินในแต่ละวัน[6]  โดย Active Zone Minutes จะช่วยวัดอัตราการเต้นของหัวใจผ่านระบบ PurePulse® 24/7 ของฟิตบิท ผ่านการออกกำลังกายหลายรูปแบบ อาทิ HIIT โยคะ หรือเดินเร็ว ซึ่งในแต่ละนาทีของกิจกรรมเผาผลาญไขมัน ผู้ใช้จะได้รับเครดิตและดับเบิลเครดิตสำหรับกิจกรรมที่ใช้พลังงานมากขึ้นในคาดิโอและกิจกรรมขั้นสูง โดย Active Zone Minutes นั้นจะช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจการออกกำลังกายของตัวเองและปริมาณการออกกำลังกายในแบบเฉพาะตัวให้เข้ากับเป้าหมายรายวัน และรายสัปดาห์[7]  นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบเตือนแบบ real-time ขณะออกกำลังกาย เพื่อให้ผู้ใช้สามารถประเมินว่าควรเพิ่มหรือลดความหนักจากกิจกรรมที่ทำอยู่ โดยหลังการออกกำลังกาย ฟิตบิทสามารถประมวลอัตราการเต้นของหัวใจโดยรวมในแอปพลิเคชัน เพื่อให้ผู้ใช้พร้อมท้าทายตัวเองในทุกๆ วันและทำให้ทุกนาทีคุ้มค่าและมีความหมายที่สุด

Active Zone Minutes ถูกพัฒนาขึ้นตามคำแนะนำด้านสุขภาพจากสถาบันด้านสุขภาพระดับโลก ซึ่งรวมไปถึง World Health Organization (WHO) และ American Heart Association ซึ่งแนะนำให้ออกกำลังกายแบบทั่วไป 150 นาที และออกกำลังแบบหนัก 75 นาทีต่อสัปดาห์ เพื่อสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง ป้องกันโรคต่างๆ พัฒนาการทำงานของสมอง ลดภาวะกระสับกระส่าย และเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ

Lifestyle photo of Fitbit Charge 4.

ปรับการนอนให้ดีกว่า และไปให้ถึงเป้าหมายกับ Charge 4

การนอนหลับเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาสุขภาพโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกาย จิตใจ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค ซึ่งฟีเจอร์ตรวจสอบการนอนของฟิตบิทได้รวมอยู่ใน Charge 4 เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจและปรับพฤติกรรมการนอนหลับให้มีคุณภาพ โดยที่ผ่านมา ฟีเจอร์นี้สามารถใช้งานได้บนสมาร์ทวอทช์ของฟิตบิทเท่านั้น ซึ่งฟีเจอร์ Smart Wake (พร้อมเปิดให้บริการเร็วๆ นี้) จะใช้ระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยปลุกผู้ใช้ให้ตื่นตามเวลาที่เหมาะสม และ Sleep Score ทำให้ผู้ใช้สามารถดูคะแนนด้านการนอนหลับได้ในแอปพลิเคชันฟิตบิท เพื่อตรวจสอบข้อมูลด้านคุณภาพการนอนของตนเองในทุกวัน นอกจากนี้ Charge 4 ยังมีฟีเจอร์สำหรับการนอนหลับอีกมากมาย ที่จะช่วยให้ทุกคนมีคุณภาพการนอนหลับที่ดี ซึ่งผู้ใช้สามารถตั้งค่าต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบายจากบนข้อมือ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งปลุกหรือระบบการนอนหลับ[8]

Charge 4 ยังมาพร้อมกับเซนเซอร์ SpO2 ให้ผู้ใช้ได้อ่านกราฟ Estimated Oxygen Variation หรือระดับออกซิเจนในเลือดจากแอปพลิเคชันของฟิตบิท เพื่อประเมินความเข้มข้นของค่าออกซิเจนในเลือด ซึ่งจะช่วยในการประเมินผลการหายใจในช่วงนอนหลับได้

นอกจากนี้ Charge 4 ยังมีฟีเจอร์ที่ผู้ใช้ทุกคนต่างหลงรักอย่าง SmartTrack® ระบบแทรคกิจกรรมแบบอัตโนมัติที่แสดงผลตั้งแต่คะแนนและผลจากการออกกำลังกายแบบคาดิโอ การเดินขึ้นบันได พร้อมระบบแจ้งเตือนทุกๆ ชั่วโมง การแทรคสุขภาพสำหรับสุภาพสตรี การแทรคอาหาร น้ำ และน้ำหนัก นอกจากนี้ยังมีแรงผลักดันที่พร้อมส่งต่อให้กันจากเน็ตเวิร์คทั่วโลกจากกลุ่มคนออกกำลังกายกว่า 30 ล้านคน รวมไปถึงข้อมูลเชิงลึกเพื่อให้ความรู้ในด้านการออกกำลังกายและนอนหลับผ่านฟิตบิทเพื่อให้ทุกคนเข้าใจและสามารถเชื่อมโยงการดูแลสุขภาพกายและใจไปพร้อมๆ กัน

 

เพิ่มแรงผลักดัน พร้อมสะดวกสบายไปกับฟีเจอร์แสนฉลาด

Charge 4 ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่ฉลาดล้ำยิ่งกว่าเดิม เพื่อตอบโจทย์ของการเป็นโค้ชทางด้านสุขภาพที่คอยดูแลผู้ใช้ตลอดเวลาแต่ก็ไม่รบกวนจนเกินไป โดยอุปกรณ์ใหม่นี้เป็นแทรคเกอร์ตัวแรกจากฟิตบิทที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับ Spotify ได้ ซึ่งผู้ใช้สามารถฟังเพลย์ลิสต์โปรดระหว่างออกกำลังกาย โดยสามารถกดเลือกเพลง เปลี่ยนเพลง กดข้าม และยังกด Like เพลงจากข้อมือได้อีกด้วย  นอกจากนั้นฟิตบิทยังมาพร้อมระบบแจ้งเตือนการโทรเข้า ข้อความ ตารางเวลา และการเตือนจากแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อให้ทุกคนสามารถเชื่อมต่อกับครอบครัวและเพื่อนได้ตลอดเวลา ผ่านการตอบแบบทันทีจากแอนดรอยด์ด้วย on-the-go[9] หรือเลือกปิดเสียงเตือนด้วยโหมด Do Not Disturb พร้อมเพิ่มระบบจ่ายเงินบนข้อมือของคุณด้วย Fitbit Pay™ ที่ให้บริการในกว่า 500 ร้านค้า ใน 44 ประเทศ และระบบขนส่งกว่า 10 แห่งทั่วโลก[10]

Charge 4 มาพร้อมแบตเตอรี่ใช้งานยาวนานกว่า 7 วัน[11] ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งานและพร้อมมีแรงขับเคลื่อนตลอดเวลา ซึ่งมาพร้อมกับระบบทัชสกรีนและกราฟฟิกเชิงตอบโต้ที่ช่วยให้ผู้ใช้มีประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ เข้าถึงสิ่งสำคัญในชีวิตได้อย่างง่ายดายเพียงดูจากข้อมือของตัวเอง

Fitbit app iOS showing Active Zone Minutes weekly view in PR template.

พบกับข้อเสนอสำหรับ Fitbit Premium ที่เพิ่มคุณค่าให้แพลตฟอร์มของฟิตบิท

สำหรับผู้ใช้ฟิตบิทที่ต้องการเพิ่มประสบการณ์การใช้งานด้านคำแนะนำ การดูแล และเพิ่มแรงบันดาลใจ ด้านสุขภาพ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสำคัญในปัจจุบัน  Fitbit Premium เพิ่มระดับการบริการสมาชิกแบบเสียค่าใช้จ่ายบนแอปพลิเคชันของฟิตบิท ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกที่และทุกเวลา สามารถช่วยนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่ฟิตบิทรวบรวมมาเป็นเวลามากกว่า 10 ปี รวมถึงความเชี่ยวชาญทางด้านวิชาการและการแพทย์ เพื่อช่วยดูแลผู้ใช้ด้วยโปรแกรมแนะนำแบบเฉพาะบุคคล ทั้งในส่วนของพฤติกรรมการนอนหลับ ข้อมูลส่วนตัวเชิงลึก การออกกำลังกายกว่าพันรายการ การตั้งเป้าหมายท้าทายใหม่ๆ พร้อมผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ช่วยให้ทุกคนขยับร่างกายมากขึ้น นอนหลับสนิทมากขึ้น และมีโภชนาการที่ดีขึ้น

“ฟิตบิทได้เริ่มให้บริการ Premium เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งตัวเลขของผู้ต่ออายุบริการและการใช้งานมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรามองเห็นถึงผลลัพธ์ที่มีประโยชน์ในด้านสุขภาพกายและใจของผู้ใช้” โจนาธาน โอ๊ก รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ด้านสินค้าและการออกแบบกล่าว “ยกตัวอย่างเช่น ผู้ใช้บริการเพิ่มจำนวนก้าวเดินจากน้อยกว่า 5,000 ก้าวต่อวัน เป็น 16,000 ก้าวต่อสัปดาห์ในระยะเวลาสองสัปดาห์แรกหลังเริ่มใช้บริการ Premium[12]  ซึ่งเป็นหนึ่งเครื่องพิสูจน์ว่าบริการนี้มีส่วนช่วยในการพัฒนาสุขภาพและความแข็งแรงของผู้ใช้”

นอกจากนี้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลผู้ใช้ฟิตบิทในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน ฟิตบิทได้ปล่อยเนื้อหาใหม่มากกว่า 40 ชิ้นบนแอปพลิเคชันของฟิตบิท พร้อมทั้งให้ทดลองใช้ Fitbit Premium แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 90 วัน รวมไปถึงการให้บริการประเมินสุขภาพในเชิงลึก คำแนะนำ ฟังก์ชันดูแลการนอนหลับ โปรแกรมเฉพาะบุคคล และโปรแกรมออกกำลังกายกว่า 200 แบบ จากแบรนด์ดังอย่าง barre3, Daily Burn, obé fitnessPhysique 57, POPSUGAR และ Yoga Studio by Gaiam. ซึ่งหากประเทศของผู้ใช้ไม่สามารถรองรับ Premium หรือ Coach ได้ สามารถดูการออกกำลังกายผ่านทางโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายยาวนาน 90 วัน ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเชื่อมต่อ Premium หรือ Coach ผ่านแอปพลิชันของฟิตบิท

ปัจจุบันฟิตบิทมีบริการมากถึง 16 โปรแกรม ซึ่งโปรแกรมใหม่ที่ให้บริการนั้น รวมไปถึงการฝึกความแข็งแรง การออกกำลังแบบคาดิโอ และการรับประทานอาหารอย่างมีโภชนาการที่ดี โดยทั้งหมดนี้จะถูกประเมินและปรับให้เข้ากับเป้าหมายของผู้ใช้ รวมไปถึงระดับการออกกำลังกาย ตารางเวลา และตัวเลือกส่วนตัว นอกจากนี้การออกกำลังกายยังมีการจัดลำดับตามเวลา กิจกรรม และระดับความแข็งแรงของผู้ใช้ เพื่อให้ง่ายต่อการเลือกสิ่งที่เหมาะกับตนเองที่สุด สำหรับการพัฒนาในด้านจิตใจ ผู้ใช้ Premium สามารถเข้าถึงเรื่องราวจากแบรนด์ดังอย่าง Ten Percent Happier และฟิตบิทยังเพิ่มการออกกำลังกายสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับทั้งผู้ใช้บริการแบบ Premium และแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อให้ทุกคนสามารถไปถึงเป้าหมายตาม Active Minutes Zone ได้อีกด้วย

มากไปกว่านั้น Premium ยังเพิ่มความท้าทายให้ผู้ใช้ในแบบฉบับที่ปรับให้เหมาะสมกับตัวเองได้ถึง 3 แบบ รวมถึง Get Fit Bingo ซึ่งผู้ใช้สามารถแข่งขันกิจกรรมต่างๆ กับเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัว เช่น การวัดจำนวนก้าวเดิน หรือ การตั้งเป้าหมาย Active Zone Minutes ในแต่ละวัน โดย จะมีการพัฒนาฟีเจอร์นวัตกรรมบริการ Premium อย่างไม่หยุดยั้งเพื่อดูแลผู้ใช้ในด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

 

 

 

 

 

 

Product render of Fitbit Charge 4, 3QTR view, in Special Edition Granite and Black.

 

Product render of Fitbit Charge 4, 3QTR view, in Black.

 

ราคาและการวางจำหน่าย พร้อมอุปกรณ์เพื่อให้เข้ากับสไตล์ของคุณ

ฟิตบิทเปิดให้ Pre-order สินค้า Charge 4 และ Charge 4 Special Edition ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านทางเว็บไซต์ Fitbit.com โดยเริ่มจำหน่ายในเดือนเมษายนนี้ บนร้านค้าออนไลน์ของตัวแทนจำหน่าย อาทิ B2S, Dotlife, Jaymart, King Power, Lazada, Power Buy, ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศูนย์การค้าโรบินสัน และศูนย์การค้าเดอะมอลล์ และเริ่มจำหน่ายในร้านค้าทั่วไปตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป Charge 4 มาในสีดำ สี Rosewood และสี Storm Blue/black โดยราคาจำหน่ายอยู่ที่ 6,490 บาท และ Charge 4 Special Edition ซึ่งมาพร้อมกับสายข้อมือสีดำแกรนิต และสายสีดำแบบธรรมดา เหมาะสำหรับเปลี่ยนใช้งานหลากหลายโอกาส ในราคา 6,990 บาท และเตรียมพบกับ UnitedHealthcare Motion®  โปรแกรมการเดินสำหรับผู้จ้างงาน ซึ่งจะถูกเพิ่มเข้าสู่ Charge 4 ได้ในเร็วๆ นี้

ตกแต่ง Charge 4 ของคุณด้วยอุปกรณ์เสริม สายข้อมือสีต่างๆ รวมไปถึง REPREVE® ซึ่งทอขึ้นจากวัสดุรีไซเคิลในสี midnight และ rosewood, สายข้อมือซิลิโคนเหมาะสำหรับการออกกำลังกายในสี Evergreen และ Frost White, และสายหนังทำมือสุดพรีเมียมจาก Horween® อุปกรณ์เสริม จะจัดจำหน่ายแยกกับอุปกรณ์ Charge 4 ในร้านค้าชั้นนำและร้านค้าออนไลน์ และสามารถใช้ร่วมกับฟิตบิท Charge 3 ได้ โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 990 บาท

Active Minutes Zone จะเริ่มต้นให้บริการได้บนอุปกรณ์ Charge 4 ก่อนที่จะเริ่มให้ใช้บริการบนสมาร์ทวอทช์ของฟิตบิทรุ่นต่างๆ และบริการ Fitbit Premium เริ่มเปิดให้ใช้บริการตั้งแต่ช่วงปีที่ผ่านมา ด้วยราคาสมาชิกที่ 300 บาทต่อเดือน หรือ 2,500 บาทต่อปี

อ่านต่อ...

IT News

AIS | dtac | TrueMove H เปลี่ยนชื่อเครือข่ายชั่วคราว ร่วมรณรงค์ให้ทุกคนอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

ช่วงนี้ถ้าใครที่เห็นชื่อเครือข่ายขาก AIS | dtac | TrueMove H เปลี่ยนชื่อเครือข่ายไปไม่ต้องแปลกใจไปนะครับ ไม่ได้ถูกระงับสัญญาณ หรือมีปัญหาต่อการใช้งานแต่อย่างใด แต่ในช่วงนี้ได้มีการร่วมกันรณรงค์ให้ทุกคนอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติในช่วยที่ COVID-19 กำลังระบาดอยู่ช่วงนี้ครับ โดยชื่อเครือข่ายของแต่ละ Operator จะแสดงผลดังนี้

AIS : #StayHomeAIS

 

dtac: Stay Safe

 

TrueMove H : SafeAtHome

 

การแสดงผลชื่อเครือข่ายจะเป็นแบบนี้ ไม่ได้ส่งผลต่อการใช้งานแต่อย่างใด สามารถใช้งานเครือข่ายทั้ง AIS | dtac | TrueMove H ได้ตามปกติครับ และในช่วงนี้ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพ และอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติกันด้วยครับ

 

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone 14 OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone 14
Android News1 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO Find X2 Pro | 5G กล้องอันดับ 1 DXOMARK ถ่ายภาพออกมาจะสวยขนาดไหน ไปดูกันเลย

OPPO Find X2 Series ...

OPPO A31 All features you need to know OPPO A31 All features you need to know
Android News1 สัปดาห์ ที่แล้ว

จัดเต็ม 10 เหตุผลทำไมต้องเป็นเจ้าของ OPPO A31 สมาร์ทโฟนน้องเล็ก สเปคสุดคุ้มค่า

OPPO A31 สมาร์ทโฟนน้...

HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

TRUE 5G ใช้งานได้แล้วบน HUAWEI Mate30 Pro 5G พร้อมวิธีกดรับสิทธิ์ทดลองใช้งาน 5G

HUAWEI แบรนด์สมาร์ทโ...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme 6 สมาร์ทโฟนตัวคุ้ม กล้อง 64 ล้านพิกเซล กล้องระดับโปร พร้อมจอเหนือขั้น Refresh Rate 90Hz

realme 6 สมาร์ทโฟนกล...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

3BB GIGATainment ความบันเทิงระดับโลกกับบ้านใหม่ของ HBO ในไทย พร้อมอินเทอร์เน็ต 1Gbps เริ่มต้น 590 บาท

3BB หนึ่งในผู้ให้บริ...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์1 ชั่วโมง ที่แล้ว

สำนักงานใหญ่ออปโป้ บริจาคหน้ากากอนามัย 20,000 ชิ้น แก่รพ.ศิริราช SiPH และ ศิริราช-กาญจนา พร้อมเป็นกำลังใจให้แก่แพทย์ พยาบาล และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง

  สำนักงานใหญ่อ...

Apple News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

Foxconn คาดการณ์ iPhone 5G ช่วงปลายปีมีจำนวนเพียงพอแน่นอน เตรียมเปิดตัวช่วงเวลาเดิม

Bloomberg รายงานว่า ...

Android News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

Honor Play 4T ว่าที่สมาร์ทโฟนตัวกลาง ชิป Kirin 810 เตรียมเปิดตัว 9 เมษายนนี้

หลังจากที่ Honor เปิ...

IT News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

อาจลากยาว? Microsoft ประกาศเตรียมจัดงานบนออนไลน์ถึงกลางปี 2021

หนึ่งในบริษัทยักษ์ให...

Android News5 ชั่วโมง ที่แล้ว

OPPO Ace2 เตรียมตัดคำว่า Reno ออก ใช้ Snapdragon 865 และอาจเปิดตัว 13 เมษายนนี้

ในเดือนมีนาคมที่ผ่าน...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง