Connect with us

ข่าวประชาสัมพันธ์

ดีแทค Safe Internet พัฒนาหลักสูตร ‘การเคารพในความหลากหลายทางเพศเพื่อลดการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ (Cyber-bullying)

Published

on

หลักสูตร ‘การเคารพในความหลากหลายทางเพศเพื่อลดการกลั่นแกล้งทางออนไลน์’ มุ่งพัฒนาครูให้เป็นโค้ชเพื่อช่วยทำให้ “โรงเรียน” ซึ่งเป็นพื้นที่ทางสังคมแห่งแรกของเด็ก เป็นพื้นที่ที่เอื้ออาทรปลอดภัย  ทุกคนเคารพความเท่าเทียมของมนุษย์ ผ่านการเรียนการสอนตั้งแต่เด็ก ให้เข้าใจถึงแนวคิด “ความแตกต่างหลากหลาย” ไม่ใช่ความผิดปกติ อันจะช่วยลดอคติและความเสี่ยงที่เด็กและเยาวชนจะกลั่นแกล้งรังแกเพื่อนและคนร่วมสังคมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ตามหลักการสิทธิมนุษยชนสากล

จากงานวิจัยเรื่อง “การแกล้งกันของเด็กนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในปี พ.ศ.2561” โดยความร่วมมือระหว่างคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และดีแทค แสดงให้เห็นข้อลเชิงประจักษ์ว่า ร้อยละ 91 จาก 1,606 กลุ่มตัวอย่างเคยถูกกลั่นแกล้งในสถานศึกษาจนถึงขี้นเสียใจหรือเสียความรู้สึก ที่สำคัญ “LGBT” ตกเป็นเป้าหมายของการกลั่นแกล้งรังแกทั้งในแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดยกลุ่มนักเรียนที่เปิดเผยในงานวิจัยว่า เป็น LGBT เผยว่า มีประสบการณ์โดนกลั่นแกล้งทางวาจา แกล้งทางเพศ แกล้งทางไซเบอร์ และถูกรังแกมากที่สุด เมื่อเทียบกับนักเรียนหญิงและชาย

นอกจากนี้ เด็กนักเรียนร้อยละ 33.8 ระบุว่า ครูคือบุคคลที่นักเรียนต้องการแจ้งปัญหาและร้องขอความช่วยเหลือมากที่สุด เมื่อนักเรียนเผชิญกับปัญหาการถูกกลั่นแกล้งทั้งที่โรงเรียนและบนพื้นที่ออนไลน์ แต่ที่ไม่ทำเช่นนั้น เพราะเด็กนักเรียนกลุ่มตัวอย่างรู้สึก “ไม่เชื่อถือ” ในความยุติธรรมของครู เพราะครูมักเลือกที่รักมักที่ชัง และครูอาจจะไม่มีความรู้หรือทักษะที่จะช่วยแก้ปัญหาโดยเฉพาะในเรื่องการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ และปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวกับความเสี่ยงออนไลน์

 

นางอรอุมา ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “จากงานวิจัยฯ แสดงให้เห็นว่า การกลั่นแกล้งทางสังคมมีความสัมพันธ์สูงกับการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ นักเรียนใช้ไซเบอร์เป็นส่วนหนึ่งของสังคมของพวกเขา และหากต้องการป้องกันการกลั่นแกล้งหรือการรังแกทางไซเบอร์อาจจะต้องเริ่มจากต้องการป้องกันการกลั่นแกล้งหรือการรังแกทางสังคมกายภาพจริงของพวกเขา”

“ดีแทคและองค์การแพลนได้พัฒนาหลักสูตรนี้ขึ้น ภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่างเทเลนอร์ กรุ๊ป และองค์การแพลน อินเตอร์เนชันแนล ที่มีเป้าหมายคือ ส่งเสริมการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยในกลุ่มเด็ก และการสร้างทักษะต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมเด็กๆ สู่โลกยุคดิจิทัล โดยดีแทคและองค์กรแพลน ได้ร่วมกันจัดอบรมครูในโรงเรียน 15 โรงเรียน ที่ภาคเหนือ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับบริบทสังคมของประเทศไทย จากนั้น จะพัฒนาเนื้อหาดังกล่าวให้อยู่ในรูปของหลักสูตรออนไลน์บนแพลตฟอร์ม “ห้องเรียนครูล้ำ” ซึ่งหลักสูตรดังกล่าวจะพร้อมเปิดให้บริการในเดือนมกราคมปีหน้านี้ ครูที่ผ่านการอบรมจะได้รับประกาศนียบัตร สามารถนำเครื่องมือหรือสื่อการสอนที่ได้รับไปใช้จัดกิจกรรมต่อยอดภายในโรงเรียนของตนได้ ความพยายามทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากความสนับสนุนของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) และมูลนิธิกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์”

 

SOGIES คืออะไร

ในหลักสูตรการเคารพในความหลากหลายทางเพศเพื่อลดการกลั่นแกล้งทางออนไลน์นั้น ทางดีแทคได้เลือกทำงานร่วมกับองค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นองค์กรพันธมิตรระดับโลกของกลุ่มเทเลนอร์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายสำคัญของดีแทค ในการนำทฤษฎีที่มีนักสิทธิมนุษยชนได้พัฒนาไว้เป็นเครื่องมือหนึ่งทางสิทธิมนุษยชนที่ใช้เป็นกรอบทางความคิด เพื่อทำความเข้าใจกับองค์ประกอบและความความรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศ หรือเรียกในชื่อย่อว่า SOGIESC คืออะไร ซึ่งมีองค์ประกอบ 4 ส่วนดังนี้

  • Sexual Orientation: SO หรือ รสนิยมทางเพศ หมายถึง อารมณ์ ความรู้สึกเชิงชู้สาว และความดึงดูดทางเพศ ทั้งในเพศตรงข้ามและเพศเดียวกัน เป็นสัญชาตญาณที่เกิดมาพร้อมกับความเป็นมนุษย์ เป็นปกติของความเป็นมนุษย์
  • Gender Identity: GI หรือ อัตลักษณ์ทางเพศ หมายถึง ความสำนึกรู้และการแสดงออกทางเพศภาวะเกี่ยวกับความเป็นเพศภาวะของตัวเองซึ่งอาจจะสอดคล้องหรือไม่สอดคล้องกับเพศกำเนิด
  • Gender Expression: GE หรือ การแสดงออกทางเพศภาวะ ซึ่งอาจมาจากการสั่งสอนของครอบครัว เช่น ผู้ชายต้องแต่งกายสีเข้ม มีความเข้มแข็ง ส่วนผู้หญิงควรไว้ผมยาว แต่งหน้า ท่วงท่าการเดิน ความอ่อนโยน
  • Sex Characteristic: SC หรือ เพศสรีระ หมายถึง ลักษณะทางเพศของบุคคลที่ติดตัวมาแต่กําเนิดซึ่งถูกกําหนดให้เป็น 2 เพศ นั่นคือ เพศหญิง และเพศชาย

 

นางสาวกรองแก้ว ปัญจมหาพร ผู้เชี่ยวชาญงานส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย พันธมิตรของดีแทค Safe Internet ผู้ร่วมออกแบบหลักสูตรอบรมครูออนไลน์บน ‘ห้องเรียนครูล้ำ’ พื้นที่การเรียนรู้ที่สนับสนุนให้บุคลากรครู อาจารย์สามารถให้ความช่วยเหลือ และคำแนะนำเกี่ยวกับปัญหาภัยออนไลน์ กล่าวว่า เหตุการณ์กลั่นแกล้งไม่ว่าพื้นที่ออนไลน์หรือออฟไลน์เกิดจากการที่เด็กหรือคนในสังคมไม่เข้าใจถึง “ความแตกต่าง” คนที่มีความแตกต่างมักจะตกเป็น “เหยื่อ” ของการกลั่นแกล้งรังแก ทั้งที่ในความเป็นจริง “ความแตกต่างหลากหลาย” ล้วนแสดงให้เห็นถึงความเป็นธรรมดาและธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต มนุษย์เรามีความหลากหลายทั้ง ชาติพันธุ์ สีผิว ภาษา ศาสนา รสนิยมเพศและอัตลักษณ์ทางเพศ ”

การเคารพความหลากหลายช่วยลดการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ได้

หลักสูตร การเคารพความหลากหลายทางเพศ มุ่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับอัตลักษณ์ที่หลากหลายของความเป็นมนุษย์ เพื่อลดการกลั่นแกล้งรังแกในโลกออนไลน์ เนื้อหามุ่งทำความเข้าใจกับผู้เรียนเข้าใจว่า มนุษย์เพศกำเนิดหญิงชาย ล้วนแล้วแต่มี อัตลักษณ์ทางเพศ รสนิยมเพศและ การแสดงออกทางเพศภาวะ ที่แตกต่างกัน อัตลักษณ์ทางเพศ คือสิ่งที่บุคคลนั้นเป็นผู้กำหนด สามารถเปลี่ยนแปลงลื่นไหลได้  ความเข้าใจในเรื่องความหลากหลายทางเพศ จะช่วยให้เราลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติ การเหยียดเพศ รวมถึงการกลั่นแกล้งรังแกกันในโลกออนไลน์ของเด็กและเยาวชน

หลักสูตรฯ มุ่งสร้างการเคารพในความแตกต่างหลากหลาย และเคารพในคุณค่าของความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง  ซึ่งสอดคล้องกับหลักการยอกยาการ์ตา ว่าด้วยการใช้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ที่ว่า “มนุษย์ทุกคนย่อมเกิดมาโดยอิสระและเสมอภาคกันในศักดิ์ศรีและสิทธิต่างๆ “วิถีทางเพศ (sexual orientation) และอัตลักษณ์ทางเพศ (gender identity)”  คืออัตลักษณ์พื้นฐานของความเป็นมนุษย์ ที่ควรได้รับการเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน

 

นอกจากนี้ หลักสูตรฯ ยังมีการแนะนำวิธีการใช้อุปกรณ์การสอนให้ครูนำไปปรับใช้เพื่อให้คำแนะนำแก่เด็กนักเรียน และแนะนำบทสนทนาให้ครูสามารถพูดคุยกับเด็กนักเรียนด้วยความเข้าใจ เป็นมิตร ซึ่งจะช่วยให้เด็กเรียนรู้ที่จะภูมิใจอัตลักษณ์ของตนเอง เคารพสิทธิความหลากหลายทางเพศ และไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น

โจอันนา อูสตัด หัวหน้าสายงานอาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน กลุ่มเทเลนอร์ กล่าวเสริมว่า “กลุ่มเทเลนอร์ เชื่อในความหลากหลายและสังคมที่ไม่มีการแบ่งแยก เพราะโทรคมนาคมคือเรื่องของทุกคน ซึ่งความหลากหลาย และการไม่แบ่งแยกควรจะเป็นหลักปฏิบัติในโลกออนไลน์ด้วยเช่นกัน โดยบทบาทที่สำคัญของธุรกิจโทรคมนาคม คือ การสอนให้เด็กและเยาวชนใช้ชีวิตอยู่ในโลกออนไลน์อย่างรู้เท่าทัน สร้างสรรค์ และเห็นอกเห็นใจกัน ซึ่งจะทำให้โลกออนไลน์กลายเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและน่าอยู่สำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย”

Advertisement
Click to comment

ข่าวประชาสัมพันธ์

เกม Warp Drive จากค่ายเกมอินดี้สัญชาติอังกฤษ Supergonk จะเปิดตัวบน Apple Arcade ในวันศุกร์นี้

Published

on

By

เตรียมรัดเข็มขัดให้แน่นแล้วแล่นทะยานแบบเต็มสปีดไปกับเกมเรสซิงสไตล์อาร์เคดที่จะเปิดตัวบน Apple Arcade ในวันศุกร์นี้ พบกับเกม Warp Drive จาก Supergonk ค่ายเกมอินดี้จากประเทศอังกฤษ ที่จะมาสมทบกับเกมแอคชันแข่งขันความเร็วที่ได้รับเรตติ้งสูงบน Apple Arcade อย่าง Sonic Racing, Agent Intercept, Super Impossible Road และ Speed Demons ซึ่ง  Warp Drive จะมาเพิ่มความแปลกใหม่ให้กับเกมประเภทนี้ โดยให้ผู้เล่นสามารถเทเลพอร์ตตัวเองในสนามแข่งขันได้ เพื่อสำรวจและออกซิ่งไปกับโลกแห่งสีสันสุดระทึกใจ 

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ WarpDriveScreenshot_08.png

ในเกม Warp Drive ผู้เล่นสามารถเทเลพอร์ตหรือวาร์ปได้อย่างฉับพลันทั่วสนามแข่งเพื่อหาทางลัดและเส้นทางลับที่ซ่อนอยู่  โดยผู้เล่นจะต้องควบคุมรถแข่ง Quadrotor สี่ใบพัดที่มาพร้อมกับโมดูลวาร์ป และเข้าร่วมซีรีส์การแข่งขันความเร็วสูง เพื่อทดสอบทักษะและความสามารถในการขับเคลื่อนที่สร้างสรรค์  มาโลดแล่นบนเพดาน กระโดดข้ามแคนยอนขนาดมหึมา และวิ่งฉิวขึ้นทางน้ำตกในศึกการแข่งขันสุดมหากาพย์ นอกจากนั้นผู้เล่นยังสามารถอัพเกรดรถแข่งในระหว่างการแข่งขัน ค่อย ๆ เพิ่มศักยภาพในการดริฟต์ บูสต์ และวาร์ปไปสู่เส้ยชัย 

Continue Reading

ข่าวประชาสัมพันธ์

HUAWEI เสิร์ฟความฟิน ลดยกแผง แรงทุกโปรฯ! กับมหกรรมงานไอทีที่ใหญ่ที่สุดส่งท้ายปี COMMART-EXPO 2020

Published

on

By

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ Commart_cover.jpg

กลับมาอีกครั้งกับงาน COMMART-EXPO 2020 – Inspired Creativity, Inspired Life เอาใจคอไอทีส่งท้ายปีชวด โดยครั้งนี้ทางหัวเว่ย คอนซูเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ยกขบวนสมาร์ทดีไวซ์ทุกประเภทเข้าร่วมกันอย่างคึกคัก ทั้งแล็ปท็อป แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน สมาร์ทวอทช์ และหูฟัง พร้อมประกาศโปรโมชั่นพิเศษ และแจกของสมนาคุณอีกมากมาย ตั้งแต่วันที่ 26 – 29 พ.ย. 63 ณ Hall EH 98-99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ Commart_MateBook.jpg

เริ่มต้นกันที่ MateBook Series มีมาให้เลือกสรรตั้งแต่รุ่นท็อปตั้งแต่ MateBook X Pro แล็ปท็อปจอสัมผัสความชัดระดับ 3K ดีไซน์ขอบบางดูหรูหราพร้อมความกว้าง 13.9 นิ้ว เสริมด้วยขุมพลังใหม่ล่าสุด Intel i7 เหมาะกับสายทำงาน หรือสายบันเทิงอย่างแท้จริง และ MateBook 14 อีกหนึ่งแล็ปท็อปที่น่าจับตามองในปี 2020 รุ่นใหม่ล่าสุด ตัวเครื่องบางเบา ด้วยน้ำหนักเพียง 1.49 กิโลกรัม แต่สเปกแรงด้วย AMD Ryzen 5 ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงานให้เหนือกว่าแล็ปท็อปบางเบาทั่วไป ทำงานหนักแค่ไหนก็เอาอยู่ทั้งงานเอกสาร และงานตัดต่อรูปกับวีดีโอ HUAWEI MateBook X Pro (i7) ลดแรงเหลือ 52,990 บาท จากราคาปกติ 59,990 บาท คุ้มยิ่งกว่ากับของสมนาคุณ ได้แก่ Microsoft Office 365, ซองใส่แล็ปท็อป, HUAWEI Mate Dock, กระเป๋าสะพาย, กระเป๋าสะพายใส่แล็ปท็อปหนัง, เม้าส์ และ HUAWEI Watch GT มูลค่า 13,530 บาท ส่วน MateBook 14 (R5) มาในราคา 25,990 บาท แถมฟรี กระเป๋าสะพาย, กระเป๋าสะพายใส่แล็ปท็อปหนัง, เม้าส์ และ HUAWEI FreeBuds 3 สีดำ มูลค่า 8,069 บาท

ขณะที่แล็ปท็อปตระกูล MateBook D Series ก็ไม่พลาดเช่นกัน ส่ง HUAWEI MateBook D 14 แล็ปท็อปสายทำงาน จอใหญ่เต็มตา ตัวเครื่องสวยหรู สเปกแรง ที่มาพร้อมกัน 2 รุ่น 2 CPU Intel Core i7 และ AMD Ryzen 7 ส่วน HUAWEI MateBook D 15 แล็บท็อปยุคใหม่สวยพรีเมียม ทำงานลื่นด้วยชิปเซ็ต 2 รุ่นให้เลือก คือ AMD Ryzen 5 และ Ryzen 7 หน้าจอกว้าง 15.6 นิ้ว ให้ความรู้สึกสบายตา ตัวเครื่องบางและเบาเพียง 1.53 กิโลกรัม โดยเมื่อซื้อ HUAWEI MateBook D 14 รุ่น i7 หรือ R7 รับของสมนาคุณฟรี มูลค่ารวม 3,580 บาท และ 2,580 บาท ตามลำดับ ส่วนผู้ที่ซื้อ HUAWEI MateBook D 15 (R7, R5) รับไปเลย HUAWEI Mini Speaker (คู่), กระเป๋าสะพาย และเม้าส์ มูลค่า 3,570 บาท

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ Commart_MatePad.jpg

ส่วนในกลุ่ม MatePad Series ยกขบวนมากันครบ นำทีมโดย HUAWEI MatePad Pro แท็บเล็ตเอาใจนักเรียน นักศึกษาที่ต้องเรียนที่บ้าน หรือ มนุษย์ออฟฟิศที่ต้อง Work From Home ด้วยสเปกเเรง ซีพียูระดับเรือธง และหน้าจอเป็นเเบบ LCD ขนาด 10.8 นิ้ว มีน้ำหนักเพียง 460 กรัม สำหรับผู้ซื้อ HUAWEI MatePad Pro ไม่ว่าจะเป็น รุ่น 5G, 4G หรือ WiFi รับของขวัญสุดพิเศษ ได้แก่ HUAWEI Magnetic Keyboard และ M Pen ไปใช้ร่วมกันทันที พร้อม HUAWEI Band 4 มูลค่ารวม 8,579 บาท ส่วนใครสนใจแท็บเล็ตราคาประหยัดในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายๆ แต่ได้หน้าจอความละเอียดสูง 2000 x 1200 พิกเซล ขนาดจอใหญ่ 10.4 นิ้ว แบตเตอรี่ความจุมหาศาล ซัพพอร์ตทั้งฟังก์ชันการทำงาน และการเรียน แนะนำ HUAWEI MatePad ซึ่งสามารถซื้อได้โดยรับ HUAWEI Magnetic Keyboard ไปใช้โดยไม่ต้องซื้อแยก และ HUAWEI Band 4 มูลค่ารวม 2,989 บาทอีกด้วย นอกจากนี้ HUAWEI MatePad T 10s แท็บเล็ตเอาใจสายแฟมิลี่รุ่นลุ่ดที่เพิ่งตัวไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ก็ลด แลก แจก แถมไม่แพ้กัน หากซื้อในงานรับไปเลยของสมนาคุณจุกๆ ทั้ง HUAWEI MatePad Flip Cover, HUAWEI Band 4 และ กระบอกน้ำหัวเว่ย มูลค่า 2,179 บาท

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ Commart_Samrtphone.jpg

ด้านสมาร์ทโฟน หัวเว่ยยกขบวนพาเหรดเหล่าบรรดาสมาร์ทโฟนเอาใจทุกกลุ่มลูกค้ากันถ้วนหน้า ตั้งแต่สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธง HUAWEI Mate30 Pro ที่ขึ้นชื่อเรื่องกล้องเทพ และสเปกแรง ทำงานด้วยชิปเซ็ต Kirin 990 ให้สมรรถนะที่รวดเร็ว แรง บนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ร่วมด้วย HUAWEI P40 series สมาร์ทโฟนตัวท็อปรองรับ 5G ทั้งดีไซน์ ประสิทธิภาพ และกล้องที่เหนือชั้น ประกอบไปด้วย HUAWEI P40 Pro+, HUAWEI P40 Pro และ HUAWEI P40 เมื่อซื้อสินค้าเหล่านี้ แถมทันที กระบอกน้ำหัวเว่ย และ HUAWEI Band 3 Pro มูลค่า 3,380 บาท

 

หรือใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟน 5G รุ่นกลาง แต่จัดเต็มฟีเจอร์ กล้องสวยครบทุกเลนส์ อัดฟีเจอร์ Dual-View ถ่ายสองกล้องพร้อมกัน ต้องห้ามพลาดกับสมาร์ทโฟนตระกูล nova series ได้แก่ HUAWEI nova 7, HUAWEI nova 7 SE และน้องเล็กที่มาพร้อมการปรับโฉมดีไซน์ใหม่อย่าง HUAWEI nova 7i ก็มีให้จับจองกันในงานด้วย พร้อมรับกระบอกน้ำหัวเว่ย และ HUAWEI Band 4 Pro มูลค่า 2,880 บาท ทันที ขณะที่ตระกูล HUAWEI Y series ก็ขนมาทั้ง HUAWEI Y7a สมาร์ทโฟนที่ครบครันรอบด้าน ไม่ว่าจะทำงาน เล่นเกม หรือสายโซเชียลก็เอาอยู่ ที่หากซื้อในงานรับทันทีขาตั้งกล้องโทรศัพท์มือถือ, กระเป๋าสะพาย และ กระบอกน้ำหัวเว่ย มูลค่า 1,970 บาท ส่วนรุ่นก่อนหน้านี้ HUAWEI Y7p, HUAWEI Y6p และ HUAWEI Y5p สมาร์ทโฟนรุ่นเล็ก ฟังก์ชั่นแน่น แบตจุใจ มาพร้อมของสมนาคุณ มูลค่า 1,180 บาท ได้แก่ ขาตั้งกล้องโทรศัพท์มือถือ และ กระบอกน้ำหัวเว่ย

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ Commart_Wearables.jpg

ฝั่งแก็ดเจ็ตก็ไม่น้อยหน้า ขนโปรโมชั่นสุดพิเศษมาให้ไม่เว้นแม้กลุ่มสินค้าใหม่ที่พึ่งเปิดตัวอย่าง HUAWEI Watch GT 2 Pro สมาร์ทวอทช์ระดับเรือธงที่พรีเมียมทั้งดีไซน์และวัสดุ ตัวเรือนทำจากไทเทเนียมอย่างดี มีฟังก์ชันรองรับและสามารถติดตามผลออกกำลังกายได้มากกว่า 100 โหมด หากซื้อในงาน รับเลยทันทีหมวก Adidas และกระบอกน้ำหัวเว่ย มูลค่า 940 บาท และ HUAWEI Watch Fit สมาร์ทวอชสำหรับคนชอบออกกำลัง ฟังก์ชันเกินคุ้มกับโหมดการออกกำลังกายถึง 96 แบบ แถมดีไซน์บางเบาน่าสัมผัส แบตอึดนานจนน่าทึ่ง โดยผู้ที่ซื้อนาฬิการุ่นนี้ในงาน รับไปเลยของสมนาคุณมูลค่ารวม 1,730 บาท ประกอบด้วย หมวก Adidas, กระเป๋าสะพาย และกระบอกน้ำหัวเว่ย

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ Commart_Audio-Products.jpg

ปิดท้ายด้วยกลุ่มออดิโอ้ ส่งหูฟังไร้สายมาร่วมแจม ไม่ว่าจะเป็น HUAWEI FreeBuds 3, HUAWEI FreeBuds 3i,  HUAWEI FreeLace Pro และ HUAWEI x GENTLE MONSTER Eyewear II รุ่น Smart MYMA แว่นตาอัจฉริยะรุ่นล่าสุด ทำจากไททาเนียมอัลลอยด์ระดับไฮเอนด์ ดีไซน์เก๋ โดนใจสายแฟชั่น เมื่อซื้อสินค้าเหล่านี้จะได้รับของสมนาคุณทันที มูลค่ารวมสูงสุด 940 บาท ทั้งหมวก Adidas, เคสสำหรับหูฟังไร้สาย และ กระบอกน้ำหัวเว่ย

เร่กันเข้ามา! ทั้งของแถมและส่วนลดเยอะขนาดนี้ พลาดไม่ได้แล้วกับงาน COMMART-EXPO 2020 – Inspired Creativity, Inspired Life ที่เหล่าบรรดาสาวกไอทีจะได้เพลิดเพลินไปกับสมาร์ทดีไวซ์ของหัวเว่ยในราคาสุดคุ้มพร้อม โปรโมชั่นจัดเต็ม พร้อมรับของสมนาคุณแบบไม่มีกั๊ก ย้ำอีกครั้ง! งานจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 – 29 พ.ย. 63 ณ Hall EH 98-99 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ที่นี่ที่เดียว

 

สรุปรายละเอียดราคาสินค้าที่ร่วมรายการ และของสมนาคุณสุดพิเศษ

 

หมวด

ผลิตภัณฑ์

ราคาจำหน่าย

ของสมนาคุณสำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าในงาน COMMART-EXPO 2020

ระหว่างวันที่ 26 – 29 พ.ย. 63 ณ Hall EH 98-99

ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

แล็ปท็อป

HUAWEI MateBook X Pro (i7) (16GB + 1TB)

52,990 บาท

(ปกติราคา 59,990 บาท)

Microsoft Office 365, ซองใส่แล็ปท็อป, HUAWEI Mate Dock, กระเป๋าสะพาย, กระเป๋าสะพายใส่แล็ปท็อปหนัง, เม้าส์ และ HUAWEI Watch GT

มูลค่า 13,530 บาท

HUAWEI MateBook 14 (R5)

(16GB + 512GB)

25,990 บาท

กระเป๋าสะพาย, กระเป๋าสะพายใส่แล็ปท็อปหนัง, เม้าส์

และ HUAWEI FreeBuds 3 สีดำ

มูลค่า 8,069 บาท

HUAWEI MateBook D 14 (i7)

(16GB + 512GB)

28,990 บาท

(ปกติราคา 29,990 บาท)

กระเป๋าสะพาย, เม้าส์ และบัตรกำนัล มูลค่า 2,000 บาท

มูลค่ารวม 3,580 บาท

HUAWEI MateBook D 14 (R7)

(8GB + 512GB)

19,990 บาท

(ปกติราคา 21,990 บาท)

กระเป๋าสะพาย, เม้าส์ และบัตรกำนัล มูลค่า 1,000 บาท

มูลค่ารวม 2,580 บาท

HUAWEI MateBook D 15 (R7)

(512GB)

 

HUAWEI MateBook D 15 (R5)

(256GB)

18,990 บาท

(ปกติราคา 19,990 บาท)

15,990 บาท

(ปกติราคา 16,990 บาท)

HUAWEI Mini Speaker (คู่), กระเป๋าสะพาย และเม้าส์

มูลค่า 3,570 บาท

แท็บเล็ต

HUAWEI MatePad Pro (5G)

(8GB + 256GB)

 

HUAWEI MatePad Pro (4G)

(8GB + 128GB)

 

HUAWEI MatePad Pro (WiFi)

(6GB + 128GB)

29,990 บาท

 

 

19,990 บาท

 

 

16,990 บาท

HUAWEI Magnetic Keyboard, M Pen และ HUAWEI Band 4

มูลค่า 8,579 บาท

HUAWEI MatePad (WiFi)

(4GB + 64GB)

9,990 บาท

HUAWEI Magnetic Keyboard, และ HUAWEI Band 4

มูลค่า 2,989 บาท

HUAWEI MatePad T 10s (4G)

(3GB + 64GB)

 

HUAWEI MatePad T 10s (WiFi)

(2GB + 32GB)

7,990 บาท

 

 

5,990 บาท

HUAWEI MatePad Flip Cover, HUAWEI Band 4 และ กระบอกน้ำหัวเว่ย

มูลค่า 2,179 บาท

HUAWEI MatePad T 8 (4G)

(2GB + 32GB)

 

HUAWEI MatePad T 8 (WiFi)

(2GB + 16GB)

3,990 บาท

 

 

3,290 บาท

HUAWEI MatePad Flip Cover และ HUAWEI Band 4

มูลค่า 1,689 บาท

สมาร์ทโฟน

HUAWEI Mate30 Pro

19,990 บาท

(ปกติราคา 24,990 บาท)

กระบอกน้ำหัวเว่ย และ HUAWEI Band 3 Pro

มูลค่า 3,380 บาท

HUAWEI P40 Pro+ (5G)

 

HUAWEI P40 Pro (5G)

 

 

HUAWEI P40 (5G)

40,990 บาท

 

29,990 บาท

(ปกติราคา 31,990 บาท)

 

20,990 บาท

(ปกติราคา 22,990 บาท)

HUAWEI nova 7 (5G)

 

 

HUAWEI nova 7 SE (5G)

 

 

HUAWEI nova 7i

14,990 บาท

(ปกติราคา 16,990 บาท)

 

10,990 บาท

(ปกติราคา 11,990 บาท)

 

8,990 บาท

กระบอกน้ำหัวเว่ย และ HUAWEI Band 4 Pro

มูลค่า 2,880 บาท

HUAWEI Y7a

5,999 บาท

ขาตั้งกล้องโทรศัพท์มือถือ, กระเป๋าสะพาย และ กระบอกน้ำหัวเว่ย

มูลค่า 1,970 บาท

HUAWEI Y7p

HUAWEI Y6p

HUAWEI Y5p

4,999 บาท

3,999 บาท

2,999 บาท

ขาตั้งกล้องโทรศัพท์มือถือ และ กระบอกน้ำหัวเว่ย

มูลค่า 1,180 บาท

นาฬิกา

HUAWEI Watch GT 2 Pro

9,990 บาท

หมวก Adidas และ กระบอกน้ำหัวเว่ย

มูลค่า 940 บาท

HUAWEI Watch GT 2 (46 mm)

HUAWEI Watch GT 2 (42 mm)

6,490 บาท

5,990 บาท

หมวก Adidas, กระบอกน้ำหัวเว่ย และ สายนาฬิกา

มูลค่า 1,530 บาท

HUAWEI Watch GT 2e

4,990 บาท

หมวก Adidas และ กระบอกน้ำหัวเว่ย

มูลค่า 940 บาท

HUAWEI Watch Fit

3,499 บาท

หมวก Adidas, กระเป๋าสะพาย และ กระบอกน้ำหัวเว่ย

มูลค่า 1,730 บาท

หูฟัง

HUAWEI x GENTLE MONSTER Eyewear II

(Smart MYMA)

13,990 บาท

หมวก Adidas และ กระบอกน้ำหัวเว่ย

มูลค่า 940 บาท

HUAWEI FreeBuds 3

 

3,999 บาท

เคสสำหรับหูฟังไร้สาย และ กระบอกน้ำหัวเว่ย

มูลค่า 880 บาท

HUAWEI FreeBuds 3i

 

3,299 บาท

เคสสำหรับหูฟังไร้สาย และ กระบอกน้ำหัวเว่ย

มูลค่า 880 บาท

HUAWEI FreeLace Pro

2,999 บาท

กระบอกน้ำหัวเว่ย

มูลค่า 390 บาท

Continue Reading

ข่าวประชาสัมพันธ์

อเมซฟิตเปิดตัวอเมซฟิต จีทีอาร์ 2 และ จีทีเอส 2 เพื่อชีวิตสุดแอ็คทีฟ จัดเต็มฟีเจอร์เพื่อสุขภาพ แบตเตอรีใช้ได้ยาวนาน

Published

on

By

อเมซฟิตเสริมทัพไลน์อัปสมาร์ทวอชแฟชั่นอีกสองรุ่น ทั้งอเมซฟิต จีทีอาร์ 2 (Amazfit GTR 2) ที่ผสมผสานความเป็นนาฬิกาข้อมือแบบดั้งเดิมเสริมด้วยฟีเจอร์ฟิตเนสแบบจัดเต็ม พร้อมด้วยรุ่นอเมซฟิต จีทีเอส 2  (Amazfit GTS 2) สมาร์ทวอชที่เพรียวบางและมีสไตล์ที่สุดของอเมซฟิตเท่าที่เคยมีมา โดยทั้งสองรุ่นพร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 นี้ บนช่องทางออนไลน์ใน Shopee ในราคาเพียง 5,599 บาทสำหรับอเมซฟิต จีทีเอส 2 และ 5,799 บาทสำหรับ
อเมซฟิต จีทีอาร์ 2  พร้อมดีลพิเศษและของกำนัลมากมายในช่วงเปิดตัว  

ดีไซน์หรู เทคโนฯ ล้ำ

อเมซฟิต จีอีอาร์ 2 มีให้เลือกทั้งแบบตัวเรือนสเตนเลสสตีลและอะลูมิเนียมอัลลอยสีดำ ให้ลุคสุดคลาสสิก โดดเด่นด้วยหน้าปัดแบบ AMOLED ทรงกลมขนาด 1.39 นิ้ว ขอบโค้งมน 3 มิติ อ่านชัด อ่านง่าย ทุกองศา ส่วนอเมซฟิต จีทีเอส 2 โดดเด่นด้วยความเพรียวบาง หน้าจอ AMOLED ทรงเหลี่ยมหรูขนาด 1.65 นิ้ว ตัวเรือนอะลูมิเนียมอัลลอย มีให้เลือก 3 สี คือ Midnight Black, Desert Gold และ Urban Grey  พร้อมสายรัดข้อมือสีเข้ากัน

หน้าปัดของทั้งสองรุ่นทำจากกระจก 3 มิติ Corning Gorilla เคลือบสาร oDLC (optical Diamond-like Carbon) และสารที่ช่วยป้องกันการเกิดรอยนิ้วมือ จึงป้องกันรอยขีดข่วนได้ดี และทำความสะอาดได้ง่าย นอกจากนี้ หน้าปัดยังสามารถปรับเปลี่ยนมุมการแสดงข้อมูลเพื่อความสะดวกสำหรับการสวมบนข้อมือทั้งสองข้าง อีกทั้งมีธีมหน้าปัดให้เลือกกว่า 40 แบบ[1] จึงเป็นสมาร์ทวอชแนวหน้าที่รองรับการปรับแต่งให้เข้ากับสไตล์ส่วนบุคคล ผู้ใช้สามารถปรับแอป Quick Access ได้ จากนั้นก็เพียงปัดหน้าจอไปทางซ้ายหรือขวา เพื่อเข้าถึงแอปและฟีเจอร์คู่ใจด้านสุขภาพและฟิตเนส

ฟีเจอร์ครบเพื่อการดูแลสุขภาพและฟิตเนส[2]

อเมซฟิต จีทีอาร์ 2 และ จีทีเอส 2 มาพร้อมกับฟังก์ชันการติดตามอัตราการเต้นของหัวใจอย่างแม่นยำ ด้วยเซ็นเซอร์ BioTracker™ 2 PPG ที่ติดตามอัตราการเต้นของหัวใจได้ตลอด 24/7 ไม่ว่าจะเป็นอัตราตอนพักผ่อน (resting heart rate) โซนอัตราการเต้นของหัวใจ (heart rate zones) และเตือนเมื่อหัวใจเต้นผิดปกติ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้คุณทราบความแข็งแรงของหัวใจได้ดีขึ้น

ฟีเจอร์ BioTracker™ 2 PPG นี้ รองรับ OxygenBeats™[3] ในการวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด เมื่อผู้ใช้ต้องเผชิญกับการทำงานนาน ๆ ที่ทำให้สมองเมื่อยล้า หรือการใช้ร่างกายหนัก ๆ จากกิจกรรมเช่นการวิ่งมาราธอนหรือกีฬากลางแจ้ง หากรู้สึกไม่สบายใจ ก็สามารถวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดได้โดยง่าย จะได้รู้สถานะของร่างกายและรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอด้วยอุปกรณ์ที่สวมใส่

การติดตามคุณภาพการนอน[4] ช่วยรักษาสมรรถนะร่างกายให้ฟิตที่สุดได้ ซึ่งสมาร์ทวอชของ Amazfit จะช่วยติดตามการนอน ทำให้คุณเข้าใจรูปแบบการนอนหลับและปรับปรุงการนอนให้ดีขึ้น เมื่อซิงก์ข้อมูลเข้ากับแอปแล้ว จะทราบได้ว่านอนในช่วงหลับตื้นหรือหลับลึกไปนานเท่าไร รวมทั้งช่วง REM (Rapid Eye Movement) และการงีบนอนในเวลากลางวัน[5]

ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับระบบ PAI™ Health Assessment System[6] ที่สามารถแปลงข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจ ติดตามกิจกรรม และข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ ออกมาเป็นคะแนน PAI ให้ได้รู้สภาพความฟิตของคุณได้โดยสะดวก ค่า PAI หมายถึงข้อมูลกิจกรรมส่วนบุคคล (Personal Activity Intelligence) ที่อ้างอิงจากโปรไฟล์ส่วนตัวของแต่ละคน จึงเป็นค่าที่สร้างมาเพื่อคุณ ซึ่งผลการวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าระบบ PAI™ Health Assessment System มีส่วนช่วยให้คุณรู้ว่าจะต้องทำกิจกรรมมากน้อยแค่ไหน ถึงจะแข็งแรงอยู่เสมอ หรืออยู่ในสภาพที่ฟิตที่สุด

สมาร์ทวอชในซีรีส์ จีที 2 ทั้งสองรุ่นยังรองรับฟีเจอร์การติดตามความเครียด ซึ่งจะช่วยให้คุณรักษาสมดุลของระดับความเครียดได้ เมื่อรู้สึกเครียด ก็สามารถผ่อนคลายด้วยแนวทางใหม่ ๆ ในการดูแลความเครียดได้

การรักษาสุขภาพให้แข็งแรงหมายถึงต้องแอ็คทีฟอยู่เสมอ จีทีอาร์ 2 และ จีทีเอส 2 จึงมีโหมดกีฬายอดฮิตมาให้เลือกถึง 12 โหมด[7] ช่วยให้ชีวิตไม่หยุดนิ่ง พร้อมออกกำลังกายได้เสมอ สามารถบันทึกระยะทาง ความเร็ว การเปลี่ยนแปลงอัตราการเต้นของหัวใจ แคลอรีที่เผาผลาญ และข้อมูลอื่น ๆ ในช่วงที่ออกกำลังกาย ทั้งสองรุ่นนี้ ยังกันน้ำลึกสุด 5 ATM[8] จึงสวมใส่และบันทึกข้อมูลที่ทำได้ในช่วงว่ายน้ำหรือออกกำลังกายในสภาพแวดล้อมที่ทรหด และหากคุณหยุดนิ่งนานเกินไป ก็จะมีการเตือนให้รู้ว่าต้องเคลื่อนไหวบ้างแล้ว

ทั้งสองรุ่นสามารถเก็บเพลงในเมมโมรีได้ถึง 3GB ช่วยให้การออกกำลังกายได้เพลิน ๆ โดยไม่ต้องพกโทรศัพท์ นอกจากนี้ ยังสามารถตั้งค่าความแรงในการสั่นเตือนได้ด้วย (haptic vibration) ไม่ว่าจะเป็นการสั่นให้รับโทรศัพท์หรือได้รับข้อความใหม่ ทั้งสองรุ่นจึงเหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น เมื่อถอดนาฬิกา ฟังก์ชันตรวจจับการสวมใส่จะทำงาน และล็อกนาฬิกา ช่วยป้องกันความเป็นส่วนตัว ซึ่งสามารถใส่รหัสเพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัยได้ด้วย

ทั้งสองรุ่น มีไมโครโฟนและลำโพงในตัว จึงสามารถรับสายเรียกเข้าได้สะดวก เมื่อเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ ผ่านบลูทูธ

ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น และสนุกขึ้น

ตอนนี้คุณสามารถสั่งการด้วยเสียงผ่านสมาร์ทวอชได้แล้ว ทั้งสองรุ่นนี้จึงยิ่งฉลาดมากขึ้นไปอีก เพราะมาพร้อมกับการรองรับ Amazon Alexa[9] ในตัว จึงทำได้ทั้งสอบถาม หาข้อมูล แปล สร้างรายการช็อปปิ้ง ตั้งปลุก          ตั้งเวลาและการเตือน เช็คสภาพอากาศ ควบคุมอุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ ในบ้าน และอื่น ๆ อีกมากมาย คุณสามารถคุยกับเครื่องสมาร์ทวอชทั้ง 2 รุ่น ได้ โดย Alexa จะตอบสนองต่อคำสั่งเสียงของคุณเป็นข้อความบนหน้าจอ หรือยังสามารถสั่งการด้วยเสียงเมื่อทำงานแบบออฟไลน์เพื่อเปิดการทำงานของโหมดกีฬา ติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ และอื่น ๆ  

แบตเตอรีของซีรีส์ จีที 2 มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น โดยคุณสามารถใช้เครื่องนี้ทุกวันไปตลอดทั้งสัปดาห์ได้ สำหรับ จีทีอาร์ 2 มีอายุแบตเตอรีที่ยาวนานกว่าเดิม โดยสามารถใช้งานได้สูงสุดถึง 14 วัน[10] เมื่อใช้งานปกติ และใช้ได้นานถึง 38 วัน[11] หากใช้ฟังก์ชันพื้นฐานเท่านั้น และสำหรับ จีทีเอส 2 สามารถใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุด 7 วัน[12] และใช้งานได้สูงสุดถึง 20 วัน[13] เมื่อใช้งานฟังก์ชันพื้นฐาน

ราคาและการวางจำหน่าย

อเมซฟิต จีทีเอส 2 ราคา 5,599 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Midnight Black, Desert Gold และ Urban Grey

อเมซฟิต จีทีอาร์ 2 มีให้เลือกสองรุ่น คือ Sport Edition ราคา 5,599 บาท และ Classic Edition ราคา 5,799 บาท

สมาร์ทวอชทั้งสองรุ่นนี้ มีวางจำหน่ายที่ช่องทางออนไลน์ใน Shopee ที่ร้าน

Amazfit Official Store :  Amazfit GTS 2 : https://bit.ly/3kLE4WS

                                      Amazfit GTR 2 : https://bit.ly/3pSxRfA

ร้านตัวแทนจำหน่าย ThaiMall : Amazfit GTS 2 : https://bit.ly/3kJLr0Q

                                               Amazfit GTR 2 :  https://bit.ly/35HShQ8

[1] Always-on Display: เมื่อหน้าจอเรืองแสง จะแสดงข้อมูลระบบให้เห็น เมื่อหน้าจออยู่ในโหมดสแตนด์บาย จะแสดงเวลาให้ทราบ สำหรับฟังก์ชันนี้ ผู้ใช้จำเป็นต้องตั้งค่าให้เป็น “Always On Display” เอง

[2] ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์ ข้อมูลการวัดต่าง ๆ มีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้เพื่อวินิจฉัยหรือติดตามอาการป่วย นอกจากนี้ การที่เซ็นเซอร์สัมผัสบริเวณผิวที่มีการสักหรือเปลี่ยนโทนสีไป อาจมีผลต่อความถูกต้องของข้อมูล 

[3] ระดับ SpO2 อาจมีผลต่อระดับออกซิเจนในอวัยวะต่าง ๆ หากระดับนี้ต่ำเกินไป อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน ปวดหัว หรือ หัวใจวายได้ ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์ ข้อมูลการวัดต่าง ๆ มีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้เพื่อวินิจฉัยหรือติดตามอาการป่วย

[4] การติดตามการนอน: สามารถบันทึกการนอนหลับในช่วงเย็นและการงีบได้  เมื่อเครื่องตรวจจับได้ว่าผู้สวมใส่กำลังหลับในช่วงเที่ยงคืนถึง 6 โมงเช้า จะมีการบันทึกการนอนระหว่างช่วง 6 โมงเย็นของวันก่อนหน้าจนถึงเวลา 11 นาฬิกาว่าเป็นเวลานอนตอนกลางคืน การนอนระหว่าง 11 นาฬิกาถึง 6 โมงเย็นที่กินเวลามากกว่า 20 นาที จะบันทึกเป็นการนอนงีบ และจะไม่มีการบันทึกช่วงการนอนที่น้อยกว่า 20 นาทีเอาไว้

[5] การติดตามวงจรการหลับ REM จะต้องเปิดใช้โหมด Sleep Assistant เพื่อติดตามการเต้นของหัวใจ ในช่วงการหลับ REM ตาของคุณจะเคลื่อนไปในทิศต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ปกติจะมีการฝันในช่วง REM

[6] จากการวิจัยโดย HUNT Fitness Study พบว่าผู้ที่รักษาระดับค่า PAI ให้สูงกว่า 100 ได้ จะมีความเสี่ยงน้อยลงที่จะเป็นโรคความดัน โรคหัวใจ และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 สำหรับงานวิจัยของ HUNT Fitness Study นั้น ดำเนินการโดย Professor Ulrik Wisloff จากคณะแพทยศาสตร์ Norwegian University of Science and Technology ใช้เวลาการศึกษามากกว่า 35 ปี และมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 230,000 ราย

[7] วิ่งกลางแจ้ง วิ่งบนลู่วิ่ง วิ่งเทรล เดิน ปั่นจักรยานกลางแจ้ง ปั่นจักรยานในร่ม ว่ายน้ำในสระ ว่ายน้ำในทะเล เครื่องเดินวงรี ฟรีเทรนนิ่ง ปีนเขา เล่นสกี

[8] ตามมาตรฐาน GB/T 30106-2013 / IOS 22810:2010 นาฬิการุ่น Amazfit GTS 2 สามารถกันน้ำลึกสูงสุดได้ 50 เมตร และผ่านการทดสอบโดย National Clock Quality Supervision and Inspection Center รายงานหมายเลข SHES 200601198601 หากต้องการคงประสบการณ์การสวมใส่ให้มีประสิทธิภาพต่อเนื่อง กรุณาเช็ดนาฬิกาในทันทีที่ทำได้ หลังจากที่นำไปใช้ในน้ำ ทั้งนี้มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการกันน้ำ ซึ่งสภาพในห้องทดลองที่กันน้ำได้ 50 เมตรนั้น ใช้สำหรับอ้างอิงเท่านั้น

[9] ระบบ Alexa ในเครื่อง Amazfit GT2 จะสามารถใช้ได้เมื่อมีการอัปเดต OTA เร็ว ๆ นี้ เมื่อระบบใช้งานได้ จะมีการแจ้งเตือนผ่านแอป Zepp (ก่อนหน้านี้ใช้ชื่อว่าแอป Amazfit) และผ่านตัวอุปกรณ์ สำหรับเวลาที่จะมีการอัปเดต OTA อาจแตกต่างกันไปในแต่ละตลาด

[10] อายุการใช้งานแบตเตอรีอาจเป็นผลมาจากหลายปัจจัย ระยะการใช้งานที่แท้จริงจึงอาจแตกต่างไปจากค่าที่ได้ การใช้งานปกติในช่วง 14 วัน ได้แก่ การเปิดใช้ฟังก์ชัน voice assistant / สวมใส่ตลอดวัน / เปิดใช้การวัดอัตราการเต้นของหัวใจตลอด / ติดตามการนอน พูดคุยผ่านบลูทูธ 30 นาทีต่อสัปดาห์ เชื่อมต่อหูฟังเพื่อฟังเพลง 30 นาทีต่อสัปดาห์ ออกกำลังกาย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และเปิด GPS 30 นาทีในแต่ละครั้ง ยกข้อมือเพื่อเปิดหน้าจอ 30 ครั้งต่อวัน รับข้อความ 150 ครั้งต่อวัน ตรวจจับออกซิเจนในเลือด 2 ครั้งต่อวัน; โหมดการใช้นาฬิกาพื้นฐาน 38 วัน ได้แก่ การปิดเชื่อมต่อบลูทูธกับโทรศัพท์ ฟังก์ชันวัดอัตราการเต้นของหัวใจและฟังก์ชันอื่น ยกข้อมือเพื่อให้หน้าจอสว่าง 100 ครั้ง ใช้ GPS ต่อเนื่อง 48 ชั่วโมง เปิด GPS เพื่อบันทึกเส้นทางการออกกำลังกายและเปิดใช้การติดตามการเต้นของหัวใจ ใช้บลูทูธเพื่อโทรศัพท์ต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง เชื่อมต่อนาฬิกากับโทรศัพท์มือถือ และใช้นาฬิกาโทรออกผ่านบลูทูธ

[11] โหมดการใช้นาฬิกาพื้นฐาน 38 วัน ได้แก่ การปิดเชื่อมต่อบลูทูธกับโทรศัพท์ ฟังก์ชันวัดอัตราการเต้นของหัวใจและฟังก์ชันอื่น ยกข้อมือเพื่อให้หน้าจอสว่าง 100 ครั้ง ใช้ GPS ต่อเนื่อง 48 ชั่วโมง เปิด GPS เพื่อบันทึกเส้นทางการออกกำลังกายและเปิดใช้การติดตามการเต้นของหัวใจ ใช้บลูทูธเพื่อโทรศัพท์ต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง เชื่อมต่อนาฬิกากับโทรศัพท์มือถือ และใช้นาฬิกาโทรออกผ่านบลูทูธ

[12] มีการเปิดใช้ฟังก์ชันติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ ติดตามการนอน และ voice assistant โทรศัพท์ผ่านบลูทูธเป็นเวลา 30 นาทีต่อสัปดาห์ เล่นเพลง 30 นาทีต่อสัปดาห์ ออกกำลัง 3 ครั้ง ๆ ละ 30 นาที โดยเปิดใช้ GPS ด้วย ใช้ฟังก์ชัน “ยกขึ้นเพื่อปลุก” (Lift-to-wake) 30 ครั้งต่อวัน ได้รับการแจ้งเตือน 150 ครั้ง และมีการวัดค่าออกซิเจนในเลือด 2 ครั้งทุกวัน  

[13] ปิดการเชื่อมต่อบลูทูธกับโทรศัพท์ ปิดใช้การติดตามอัตราการเต้นของหัวใจและฟังก์ชันอื่น ๆ และใช้ฟังก์ชันยกขึ้นเพื่อปลุก 100 ครั้งต่อวัน

Continue Reading

กำลังฮอต

Featured4 ชั่วโมง ago

เปิดตัว 3BB GIGATV จัดหนัก เน็ตบ้านพร้อมกล่องดูทีวี อัดแน่นคอนเทนต์ พร้อมชูฟีเจอร์เด่นครั้งแรกในไทย

3BB  เปิดตัวบริ...

realme 7 5G review realme 7 5G review
Featured20 ชั่วโมง ago

รีวิว realme 7 5G สมาร์ทโฟน 5G Dual Standby รุ่นแรกในราคาจับต้องได้

รีวิว realme 7 5G สม...

Featured3 วัน ago

รีวิว Vivo Y12s น้องเล็กแบตเตอรี่พลังอึด 5000mAh รองรับสแกนลายนิ้วมือข้างตัวเครื่อง พร้อมจอใหญ่ 6.51 นิ้ว ในราคาสุดประหยัด

iPhone 12 Power Buy Promotion Pre Booking iPhone 12 Power Buy Promotion Pre Booking
Apple News5 วัน ago

ซื้อ iPhone 12 เครื่องเปล่าดีอย่างไร แถมยังได้ส่วนลดเป็นหมื่นที่ Power Buy

เปิด Pre Booking แล้...

Apple News7 วัน ago

iPhone 12 สมาร์ทโฟนขุมพลังแรงสุด พร้อมใช้บนเครือข่าย AIS 5G เร็วแรงระดับกิกะบิต พร้อมโปรสุดคุ้มลดสูงสุด 17,400 บาท ผ่อนนาน 24 เดือน

หนึ่งในสมาร์ทโฟนที่ห...

Advertisement

มือถือใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง