Connect with us

ข่าวประชาสัมพันธ์

เดลล์ ส่งโซลูชัน คอมเมอร์เชียล ไคลเอนด์ ใหม่ ช่วยคนทำงานในไทย เตรียมพร้อมลุยงานแห่งอนาคต

Published

on

 

เดลล์ ประเทศไทย เปิดตัวโซลูชัน คอมเมอร์เชียล ไคลเอนด์ แล็ปท็อปเซ็ตใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การทำงานของผู้คนในปัจจุบันได้หลายหลายรูปแบบ และช่วยให้คนเหล่านี้ปรับตัวและเปลี่ยนสู่ยุคอนาคตได้  ทั้งนวัตกรรมและการปรับปรุงภายในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงเรื่องของประสิทธิภาพ ฟังก์ชั่นการทำงาน และประสบการณ์ของผู้ใช้งานโดยรวม

“ที่เดลล์ นวัตกรรมไม่เคยหลับใหล  เราหลงใหลในเรื่องของการสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่ขยายขอบเขตออกไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด” นายอโณทัย เวทยากร รองประธาน เดลล์ อีเอ็มซี อินโดจีน กล่าว

การรีเฟรชสายผลิตภัณฑ์ Latitude พัฒนาโดยคำนึงถึงคนทำงานผ่านโมบาย พร้อมด้วยมุมมองเชิงลึกจากการศึกษางานวิจัยหลากหลายที่เดลล์ได้สนับสนุนการจัดทำขึ้น ผลการวิจัยระดับโลก ชิ้นล่าสุดได้แสดงข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีเกิดใหม่ โดยพบว่า 48 เปอร์เซ็นต์ของผู้นำธุรกิจทั่วโลกที่เข้ารับสำรวจ รวมถึงผู้นำในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น เชื่อว่าตนจะมีความพึงพอใจกับงานในอนาคตยิ่งขึ้น หากปลดเปลื้องภาระงานให้เครื่องจักรกลทำได้  ดังนั้น องค์กรธุรกิจรวมถึงคนทำงานในปัจจุบันกำลังให้ความสำคัญมากขึ้นกับอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการสนับสนุนการทำงานได้ทั้งปัจจุบันและในอนาคต

“เรากำลังเข้าสู่รูปแบบของการทำงานแห่งอนาคตที่ซึ่งวิถีการทำงานของผู้คน และการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ตราบเท่าที่เทคโนโลยียังคงเข้ามามีบทบาทอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการฝากความคาดหวังครั้งสำคัญถึงผลกระทบในเชิงบวกที่จะนำพามาโดยเทคโนโลยีเกิดใหม่เหล่านี้”  นายอโณทัย ได้ให้ความเห็น “การจะบรรลุเรื่องนี้ ลูกค้าของเราต้องมีอุปกรณ์ที่เป็นตัวช่วยในการสร้างผลลัพธ์ของงานในปัจจุบัน พร้อมช่วยรองรับต่อเนื่องไปถึงอนาคต ด้วยประสิทธิภาพ โมบิลิตี้ และระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้รับการอ้างถึงว่าเป็นฟีเจอร์หลักที่คนทำงานต้องการ”

สายผลิตภัณฑ์ Latitude ที่รีเฟรช นี้ เข้ามาเพื่อตอบโจทย์ช่องว่างในตลาดสำหรับอุปกรณ์โมบายเพื่อการทำงานที่ทรงพลังยิ่งขึ้น บางขึ้น และเบาขึ้น

ยกระดับประสิทธิภาพ สำหรับสายผลิตภัณฑ์ Dell Latitude

สายผลิตภัณฑ์ Latitude ของเดลล์ ได้รับการออกแบบมาเพื่อคนทำงานผ่านโมบาย เป็นคอมเมอร์เชียล โน้ตบุ๊ค ที่ให้ความสามารถด้านการจัดการและให้ความปลอดภัย พร้อมกันนี้ ได้มีการรีเฟรชรุ่น 2-in-1 อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยโปรเซสเซอร์รุ่นล่าสุด 8th Gen Intel® Core™ vPro™ 15W processors ทั้ง dual-core และ quad-core ที่ปรับปรุงประสิทธิภาพดีขึ้นอย่างเหนือชั้น ในการทดสอบเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิผล แสดงให้เห็นถึงการยกระดับประสิทธิภาพอย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้โปรเซสเซอร์รุ่นก่อนหน้านี้ โดยในส่วนของcores และ threads ก็สังเกตได้ถึงความแตกต่างเมื่ออยู่บนเครือข่ายของบริษัทในเวลาที่ระบบไอทีทำการรัน encryption สแกนมัลแวร์ และแอพฯ พื้นฐานอื่นๆ เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับพนักงานและรักษาความปลอดภัย  สายผลิตภัณฑ์ Latitude ยังได้รับการอัพเดทนวัตกรรมน่าตื่นเต้นที่ซ่อนอยู่หลายอย่างด้วยกัน

Latitude 13 7390 และ 7390 2-in-1: ขุมพลังที่น่าประทับใจในดีไซน์ที่พรีเมียม

สายผลิตภัณฑ์ Dell Latitude 7390 นั้นมีการรีเฟรชในเรื่องการออกแบบที่ให้ความบางและเบา ให้ประสิทธิภาพที่เยี่ยมยอด และทางเลือกการประมวลผลอันทรงพลัง  ระบบรักษาความปลอดภัยอย่างสุดยอดของ Latitude รวมถึงความเร็วที่เหนือชั้น และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ช่วยเพิ่มอำนาจในการทำงานให้กับผู้คนอีกทั้งยังช่วยรักษาผลิตผลของงานด้านออฟฟิศ

ทั้งนี้ Latitude 7390 สร้างขึ้นด้วยวัสดุระดับไฮ-เอนด์ เช่น แมกนีเซียม อัลลอยด์ พร้อมผสมผสานการออกแบบที่พรีเมียมที่ให้ความทนทานมากที่สุด Latitude 13 7390 ใหม่ มาพร้อมทางเลือกโปรเซสเซอร์ อินเทล ตั้งแต่ Intel™ 8th Gen และ PCIe SSD เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ เดลล์ ยังได้เสนอทางเลือกฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ที่ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น Dell ControlVault™ 2.0 รวมถึงเครื่องอ่านสมาร์ทการ์ดทั้งแบบ contact และ contactless และเครื่องอ่านลายนิ้วมือแบบสัมผัส หรือกล้องอินฟาเรด เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจถึงความปลอดภัยของข้อมูล

Latitude 14 7490:

Latitude 7490 มาพร้อมเทคโนโลยี Active Steering Antenna เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับเดลล์เพื่อให้ประสิทธิภาพของระยะทางระบบไวไฟที่ดีกว่าเดิม พร้อมความเร็วและความน่าเชื่อถือในการต่อเชื่อมที่ประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมาพร้อมจอแบบ Full HD ที่เป็นแบบ Super Low Power ที่จะช่วยลดการใช้พลังงานลงถึงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะมีผลต่อการยืดระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ออกไปได้อีกหลายชั่วโมง

มาพร้อม Intel 8th Gen เครื่อง Latitude 7490 คือแล็ปท็อปขนาด 14 นิ้ว สำหรับการใช้งานในเชิงธุรกิจที่มากับวัสดุระดับพรีเมียมเพื่อให้รูปลักษณ์ที่สวยหรูและแข็งแรง พร้อมประสิทธิภาพการทำงานในระดับสูง

Latitude 12 5290 และ 5290 2-in-1ความยืดหยุ่นที่นำไปสู่ความสำเร็จ

Latitude 5290 เป็นเครื่องมือขนาด 12.5 นิ้ว ที่ให้โมบิลิตี้สูงสุด สร้างขุมพลังในเรื่องของผลงาน โดยให้ทางเลือกด้านการรักษาความปลอดภัยหลายแบบเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในการรักษาความปลอดภัยที่หลากหลาย ให้ฟีเจอร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดแวร์เพื่อการพิสูจน์ตัวตนในหลายองค์ประกอบ (multi-factor authentication) เช่นเครื่องอ่านลายนิ้วมือระบบสัมผัส เครื่องอ่านบัตรสมาร์ทการ์ดตามมาตรฐาน FIPS 201 และเครื่องอ่านบัตรสมาร์ทการ์ดแบบแตะบัตร (contact) และเครื่องอ่านสมาร์ทการ์ดที่ใช้เทคโนโลยี NFC ที่ไม่ต้องแตะบัตร (contactless) เพื่อป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต

Latitude 12 5290 หาจุดวางในพื้นที่ทำงานที่แออัดได้ง่าย มาพร้อมทางเลือกที่หลากหลายในการใช้งานระบบไร้สาย รวมถึง โมบาย บรอดแบนด์ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมจอแสดงผลแบบ HD และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้อึดทั้งวัน จึงช่วยให้ผู้ใช้ทำงานได้ในทุกหนทุกแห่ง

Latitude 14 5490: การทำงานที่คล่องตัวในระหว่างการเดินทาง

Latitude 5490 เป็นเครื่องมือขนาด 14 นิ้ว ที่ให้ผลลัพธ์ของงานที่ดีเยี่ยม ออกแบบมาเพื่อการรักษาความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้น ให้ความสามารถด้านการจัดการ และความน่าเชื่อถือที่เหนือชั้นขึ้นไปอีก ทั้งนี้ แล็ปท็อปมาพร้อม Windows Hello เพื่อรองรับระบบจดจำใบหน้า เพื่อการเข้าถึงได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย พร้อมกับทางเลือกด้านการรักษาความปลอดภัยที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ รวมถึงโซลูชันระบบรักษาความปลอดภัยในฮาร์ดแวร์ซึ่งเป็นความโดดเด่นของเดลล์โดยเฉพาะ ซึ่งให้ทางเลือกในการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น สำหรับการจัดเก็บและดำเนินการด้านพาสเวิร์ด รวมถึง biometric templates และ security codes

Dell ProSupport Plus

โซลูชัน สำหรับลูกค้าคอมเมอร์เชียล ของเดลล์ มาพร้อม ProSupport Plus ซึ่งเป็นโซลูชันที่ให้การสนับสนุนสำหรับลูกค้าระดับองค์กรเอ็นเตอร์ไพร์ซในอุตสาหกรรมได้อย่างครอบคลุมมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการโทรหาฝ่ายเทคนิคที่เชี่ยวชาญได้ตลอดเวลา 24×7 และการให้บริการ ณ ไซต์งานหลังจากวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาได้จากระยะไกล รวมถึงให้การสนับสนุนทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ และการสนับสนุนในแบบอัตโนมัติเชิงรุก ด้วย ProSupport Plus พร้อมกับ SupportAssist ช่วยลดเวลาในการแก้ไขปัญหาได้มากถึง 91เปอร์เซ็นต์ ด้วยการสนับสนุนด้านเทคนิค และยังลดขั้นตอนในการสนับสนุนให้น้อยลงถึง 71 เปอร์เซ็นต์

สิ่งที่ลูกค้าจะได้รับจาก ProSupport ได้แก่

  • การติดต่อวิศวกร ProSupport ผู้มีความเชี่ยวชาญลึกซึ้งในเรื่องของฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ได้ตลอดเวลาแบบ 24×7
  • การสนับสนุนเพื่อช่วยวิเคราะห์และคาดการณ์ถึงปัญหาได้ล่วงหน้า ด้วย SupportAssist เทคโนโลยีในการตรวจสอบของเดลล์
  • การบริการจัดการเคสแบบ self-service และการจัดส่งอะไหล่ ผ่านพอร์ทัล TechDirect โมบาย แอปพลิเคชัน หรือ API ของเดลล์
  • บริการครอบคลุมถึงการทำเครื่องตกหล่น และการกระชากของไฟฟ้า เพื่อช่วยปกป้องการลงทุนด้านฮาร์ดแวร์
  • การดูแลฮาร์ดดิสก์หลังการเปลี่ยน เพื่อให้มั่นใจว่ามีการควบคุมข้อมูลเป็นอย่างดี
  • มีผู้จัดการฝ่ายเทคนิคดูแลแอคเค้าท์โดยเฉพาะ ผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลางในการรับและดูแลเรื่องพร้อมออกรายงานเป็นรายเดือนให้แก่ลูกค้าในระบบ ProSupport Plusนับพันหรือเกินกว่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่ Dell ProSupport Plus

ราคา และการวางจำหน่าย

ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะวางจำหน่ายผ่านคู่ค้าที่ได้รับการแต่งตั้ง

รุ่นผลิตภัณฑ์ ราคาเริ่มต้น (บาท)

(ไม่รวม VAT 7%)

Latitude 7390 2-in-1 (Core i5) 46,720
Latitude 7390 Laptop (Core i7) 44,850
Latitude 5290 2-in-1 49,523
Latitude 5290 Laptop 32,701
Latitude 5490 Laptop 35,505

 

Advertisement
Click to comment

ข่าวประชาสัมพันธ์

realme ประกาศเป็นหนึ่งในแบรนด์สมาร์ทโฟนรายแรกที่เตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงพร้อมชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 1200 เพื่อมอบประสบการณ์ 5G แบบก้าวกระโดดเหนือระดับ

Published

on

เมื่อเร็วๆ นี้ MediaTek ได้เปิดตัวชิปเซ็ต Dimensity 1200 ชิปเซ็ต 5G ระดับเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่ง realme
แบรนด์สมาร์ทโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกได้ประกาศเป็นหนึ่งในแบรนด์สมาร์ทโฟนรายแรกที่เตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงพร้อมชิปเซ็ต Dimensity 1200 ในกลุ่มสมาร์ทโฟนเรือของปี 2021 ด้วยความสามารถของชิปเซ็ต Dimensity 1200  ที่ได้มีการพัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นทั้งในด้าน 5G, ระบบ AI ,การถ่ายภาพ, การถ่ายวีดีโอ รวมทั้งการเล่นเกม ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้สมาร์ทโฟนเรือธงของ realme มาพร้อมประสบการณ์ 5G ที่ครอบคลุมเหนือกว่ารอบด้าน

คุณ Sky Li ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ realme กล่าวว่า “ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน realme ยังคงร่วมมือกับ MediaTek อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ในฐานะแบรนด์ผู้นำด้าน 5G realme มุ่งมั่นที่จะมอบสมาร์ทโฟน 5G ที่มาพร้อมการออกแบบที่ล้ำสมัยและประสิทธิภาพที่ก้าวกระโดดเหนือระดับให้กับผู้ใช้งานทั่วโลก โดยเมื่อปีที่มา realme ได้ประสบความสำเร็จสร้างผลลัพธ์ทางการตลาดที่น่าทึ่งและมีชื่อเสียงโด่งดัง และในปี 2021 นี้ realme จะเป็นหนึ่งในแบรนด์แรก ๆ ที่เปิดตัวสมาร์ทโฟนพร้อมชิปเซ็ตเรือธงรุ่นล่าสุดอย่าง Dimensity 1200 และยังเดินหน้าทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับ MediaTek เพื่อส่งเสริมการพัฒนา 5G อย่างกว้างขวางทั่วโลก”

ในครั้งนี้ MediaTek ได้เปิดตัวชิปเซ็ตสมาร์ทโฟน 5G รุ่นเรือธงอย่าง Dimensity 1200 ด้วยกระบวนการผลิตบนสถาปัตยกรรม 6 นาโนเมตร ซึ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น และใช้พลังงานน้อยลง เพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้าน 5G และสร้างสรรค์ประสบการณ์ 5G ที่ราบรื่นในทุกสถานการณ์และทุกช่วงเวลา ในขณะเดียวกันชิปเซ็ต Dimensity 1200 ยังได้รับการพัฒนาระบบ AI สำหรับมัลติมีเดียโดยเฉพาะด้านการถ่ายภาพและการเล่นเกม เปิดประสบการณ์และเพิ่มขีดความสามารถให้กับสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ของ realme

realme X7 Pro “Iridescent”

ก่อนหน้านี้ realme ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนหลายรุ่นที่มาพร้อมกับชิปเซ็ต Dimensity Series ซึ่งทำให้ realme มีประสบการณ์มากมายในการเพิ่มประสิทธิภาพและการปรับใช้งานชิปเซ็ตให้เหมาะสมกับสมาร์ทโฟน  โดย realme X7 Pro เป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนเรือธงที่มาพร้อมชิปเช็ต Dimensity 1000+ ที่ให้ประสิทธิภาพการงานเหนือชั้นทรงพลัง และด้วยการออกแบบที่ทันสมัย หน้าจอคุณภาพสูง และเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65W ทำให้ realme X7 Pro กลายเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่มีสเปคครบครันรอบด้านและเป็นที่ต้องการของคนรุ่นใหม่

realme 7 5G “Flash Silver”

ตลอดเวลาที่ผ่านมา realme ได้ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับ MediaTek ในการเปิดตัวสมาร์ทโฟน 5G มากมายหลายรุ่น โดย realme เป็นแบรนด์แรกที่เปิดตัวสมาร์ทโฟน 5G ที่มาพร้อมกับชิปเซ็ต Dimensity 800U  ซึ่งในเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา realme ได้เปิดตัว realme 7 5G พร้อมกับชิปเซ็ต Dimensity 800U ในหลายๆ ประเทศทั่วโลก ซึ่งประสิทธิภาพของชิปเซ็ตมีส่วนช่วยอย่างมากที่ทำให้สมาร์ทโฟน 5G ของ realme ได้รับความนิยม

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนของ realme ได้ครอบคลุม 61 ตลาดทั่วโลก ครองตำแหน่งแบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกด้วยยอดขาย 50 ล้านเครื่องทั่วโลก และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ทั่วโลกได้สัมผัสประสบการณ์ของผลิตภัณฑ์ 5G ที่เหนือกว่า

คุณ Chase Xu ประธานฝ่ายการตลาดระดับโลกและรองประธานของ realme กล่าวว่า “ในปี 2021 realme จะสร้าง dual-platform และใช้กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์แบบ dual-flagship high-end เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดย realme ตั้งเป้าเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงในเดือนต่อไป และจะยังคงคิดค้นพัฒนาศักยภาพเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหนือความคาดหมายให้กับผู้ใช้งาน”

Continue Reading

ข่าวประชาสัมพันธ์

เปิดตัวแอปฯ และเว็บไซต์ 3BB GIGATV เพิ่มความบันเทิงครบทุกช่องทาง

Published

on

By

ลูกค้า 3BB สนุกกับการรับชมสุดยอดความบันเทิงจาก 3BB GIGATV ได้มากกว่าเดิม ดูเพลินได้ทุกที่ทุกเวลา ครบทุกช่องทางทั้งการดูผ่านกล่องทีวี เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน

หลังจากเปิดตัว 3BB GIGATV ผ่านกล่องทีวีเมื่อปลายปีที่แล้ว วันนี้ 3BB ให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยการเพิ่มช่องทางการรับชมแบบจัดเต็ม ครบทุกช่องทาง ทั้งการรับชมผ่านเว็บไซต์  โดยสามารถรับชมได้ที่ https://3bbgigatv.com และผ่านทางแอปพลิเคชัน 3BB GIGATV บนมือถือหรือแท็บเล็ตที่รองรับระบบปฏิบัติการ Android 5 และ iOS version 10  ขึ้นไป ตอบสนองความต้องการของลูกค้าเพื่อการรับชมได้ทุกที่ ทุกเวลา และมีมากกว่าหนึ่งอุปกรณ์ได้เป็นอย่างดี ไร้ซึ่งข้อจำกัดอีกต่อไป

สนใจสมัครเน็ตบ้าน เร็วและแรง 1 Gbps พร้อมกล่องดูทีวีที่อัดแน่นด้วยความบันเทิงจาก HBO GO และ MONOMAX พร้อมช่องพรีเมียมจัดเต็มสำหรับทุกคนในครอบครัว ทั้งการ์ตูน กีฬา สาระบันเทิง ข่าวและช่องพรีเมียมอื่นๆ อีกกว่า 30 ช่องได้แล้ววันนี้  โดยมีแพ็กเกจให้เลือกตามความต้องการใช้งาน 4 แพ็กเกจ

  • 1 Gbps/300 Mbps ค่าบริการเดือนละ 690  บาท
  • 1 Gbps/500 Mbps ค่าบริการเดือนละ 800  บาท
  • 1 Gbps/700 Mbps ค่าบริการเดือนละ 1,000  บาท
  • 1 Gbps/1 Gbps ค่าบริการเดือนละ 1,300  บาท                

สมัคร 3BB GIGATV ผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ 3BB Shop ทุกแห่งทั่วประเทศ เว็บไซต์บริษัท www.3bb.co.th แอปฯ 3BB Member สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1530

Continue Reading

ข่าวประชาสัมพันธ์

รวมโปรเด็ด OPPO SUPER BRAND DAY ลดราคาสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริมสูงสุด 50% พร้อมคูปองส่วนลดสูงสุด 1,200 บาท และของแถมอีกเพียบ! วันที่ 27 ม.ค. นี้ เท่านั้น! ที่ Lazada

Published

on

By

OPPO มอบโปรโมชั่นสุดคุ้มในแคมเปญ OPPO SUPER BRAND DAY ทั้งลดทั้งแถม เมื่อซื้อสมาร์ทโฟน OPPO หรืออุปกรณ์เสริม โดยลดสูงสุด 50% พร้อมคูปองส่วนลดสูงสุด 1,200 บาท และของสมนาคุณอีก 244,525 บาท! ในวันที่ 27 มกราคม 2564 เท่านั้น! ที่ OPPO Official Store ใน Lazada โดยโปรแรงสุดคุ้มห้ามพลาด มีรายละเอียด ดังนี้

สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริมราคาสุดคุ้ม พร้อมของแถมเพียบ!

สมาร์ทโฟน OPPO รับส่วนลดเลยทันที! เมื่อซื้อสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์เสริมที่ OPPO Official Store ดังนี้

  • OPPO Reno4 สมาร์ทโฟนถ่ายรูปสวยชัดในสไตล์ที่เป็นคุณ พิเศษ 10,990 บาท จากปกติ 11,990 บาท พร้อมรับฟรี! ลำโพงบลูทูธ, 3-in-1 Gift Box และ กระติกน้ำ รวมมูลค่า 1,198 บาท โดยของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด
  • OPPO Reno4 Pro 5G สมาร์ทโฟน 5G ที่สุดของการถ่ายวิดีโอ พิเศษ 21,990 บาท จากปกติ 24,990 บาท
  • OPPO A92 สเปคแรงสุด สนุกไม่ยั้ง พิเศษ 6,499 บาท จากปกติ 8,999 บาท
  • OPPO A91 สมาร์ทโฟนที่ขายดีที่สุดในช่องทางออนไลน์ พิเศษ 5,999 บาท จากปกติ 7,999 บาท
  • OPPO A73 สมาร์ทโฟนดีไซน์เรียบหรู พิเศษ 6,499 บาท จากปกติ 6,999 บาท
  • OPPO A12 RAM 3GB ROM 32GB พิเศษ 3,999 บาท จากปกติ 4,599 บาท พร้อมรับฟรี! 2-in-1 Gift Set มูลค่า 299 บาท โดยของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด
  • OPPO Enco Free หูฟังไร้สายอัจฉริยะ พิเศษ 1,999 บาท จากปกติ 2,499 บาท
  • OPPO Enco W31 พิเศษ 1,499 บาท จากปกติ 1,999 บาท
  • OPPO Enco W11 พิเศษ 999 บาท จากปกติ 1,299 บาท
  • OPPO Watch Series สมาร์ทวอทช์รุ่นแรกจาก OPPO รับฟรี! สาย OPPO Watch สุดคูล มูลค่า 599 บาท โดยของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด

หรือ รับของแถมเพิ่มทันที! เมื่อซื้อสมาร์ทโฟน ในช่วงเวลา เที่ยงคืน – 02:00 ของวันที่ 27 มกราคม 2564

เมื่อซื้อ OPPO Reno Series หรือ OPPO Find X2 Series ที่ร่วมรายการ รับฟรี เครื่องปั่นผลไม้ขนาดพกพา มูลค่า 799 บาท โดยของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด

เมื่อซื้อ OPPO A Series ที่ร่วมรายการ ดังนี้ OPPO A93, OPPO A73, OPPO A53, OPPO A15 และ OPPO A15s รับฟรี OPPO Pillow มูลค่า 299 บาท

คูปองส่วนลดแจกตลอดวันสูงสุด 1,200 บาท!

Always on Voucher คูปองแจกตลอดวัน โดยใช้ได้ตลอดวันที่ 27 มกราคม 2564 ดังนี้ ส่วนลด 400 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 3,999 บาท, ส่วนลด 800 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 7,999 บาท และ ส่วนลด 1,000 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 9,999 บาท เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการเท่านั้น หรือ ใช้คูปองร่วมกับส่วนลด 12% ของอุปกรณ์เสริม โดยลดสูงสุด 500 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 199 บาท

Flash Voucher แจกคูปองพิเศษตามช่วงเวลาที่กำหนด โดย 12:00 ของวันที่ 27 มกราคม 2564 แจกคูปองส่วนลด 50% เมื่อซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท กับทุกสินค้าภายใน OPPO Official Store ยกเว้น OPPO Reno5 Series 5G และ OPPO A15s และใช้ได้เฉพาะวันที่ 27 มกราคม 2564 เท่านั้น และเฉพาะเวลา 0:00, 9:00,11:00, 15:00, 18:00 และ 21:00 ของวันที่ 27 มกราคม 2564 แจกคูปองส่วนลด 1,200 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 7,999 บาท กับทุกสินค้าภายใน OPPO Official Store ยกเว้น OPPO Reno5 Series 5G และOPPO A15s โดยใช้ได้เฉพาะวันที่ 27 มกราคม 2564 เท่านั้น

Follow us! Voucher คูปองพิเศษเมื่อติดตาม OPPO Official Store ที่ Lazada ในวันที่ 20 – 27 มกราคม 2564 รับฟรี! คูปองส่วนลด 127 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 399 บาท โดยสามารถใช้คูปองได้เฉพาะวันที่ 27 มกราคม 2564 เท่านั้น

กิจกรรมพิเศษ ให้ช้อปสนุกยิ่งกว่าเดิม

เท่านั้นยังไม่พอ! OPPO เพิ่มกิจกรรมพิเศษ มอบความสนุกสำหรับขาช้อป เพียงซื้อสินค้า OPPO ผ่าน OPPO Official Store รับสิทธิลุ้นของสมนาคุณมูลค่ารวม 244,525 บาท ดังนี้

พิเศษ! ของสมนาคุณมากมาย เมื่อซื้อสมาร์ทโฟน OPPO ที่ร่วมรายการตามลำดับการสั่งซื้อที่กำหนด ดังนี้

  • ลำดับที่ 1-20 รับฟรี! กระเป๋าเป้นิรภัย มูลค่า 1,099 บาท
  • ลำดับที่ 21-30 รับฟรี! Powerbank มูลค่า 399 บาท
  • ลำดับที่ 31-50 รับฟรี! หมอนรองคอ มูลค่า 299 บาท
  • 1,000 ออเดอร์แรก รับฟรี! พวงกุญแจจาก OPPO
  • หรือ ออเดอร์ในลำดับที่ 27, 227, 2727 รับเพิ่มฟรี! หูฟังบลูทูธ มูลค่า 1,599 บาท

และพิเศษ! สำหรับ Top Spender หรือ ผู้ที่มียอดซื้อสมาร์ทโฟน OPPO สูงสุด รับฟรี! ของสมนาคุณ ดังนี้

ผู้ที่มียอดซื้อสูงสุด เป็นอันดับแรก รับฟรี! เครื่องฟอกอากาศ Dyson Pure Cool™ Air Purifier TP04 มูลค่า 22,900 บาท และรางวัลสุดพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย

โดยประกาศรายชื่อ Top Spender ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 ผ่าน OPPO Official Store และเริ่มจัดส่งสินค้าในวันที่ 1 มีนาคม 2564

สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริมราคาสุดช็อค เพียง 27 บาท!

ขาช้อปห้ามพลาด! สามารถซื้อสินค้าในราคาเดียว 27 บาท ในแต่ละช่วงเวลาของวันที่ 27 มกราคม 2564 โดยสินค้ามีจำนวนพิเศษเพียง 1 ชิ้น เท่านั้น และจะประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 29 มกราคม 2564 พร้อมเริ่มจัดส่งสินค้าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ดังนี้

  • เวลา 0:00 สามารถซื้อ OPPO A1k สีดำ พิเศษ 27 บาท จากมูลค่า 3,999 บาท
  • เวลา 9:00 สามารถซื้อ OPPO Watch 41mm สี Pink Gold พิเศษ 27 บาท จากมูลค่า 5,999 บาท
  • เวลา 12:00 สามารถซื้อ OPPO A91 สี Unicorn White พิเศษ 27 บาท จากมูลค่า 7,999 บาท
  • เวลา 15:00 สามารถซื้อ OPPO A1k สีแดง พิเศษ 27 บาท จากมูลค่า 3,999 บาท
  • เวลา 18:00 สามารถซื้อ OPPO Reno2 สี Sunset Pink พิเศษ 27 บาท จากมูลค่า 15,999 บาท

เรียกได้ว่าครั้งนี้ OPPO จัดหนักจัดเต็มจริงๆ ใครที่เล็งสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์เสริมรุ่นไหนไว้ ครั้งนี้ถือว่าไม่ควรพลาด! โดยแคมเปญ OPPO SUPER BRAND DAY มีเฉพาะวันที่ 27 มกราคม 2564 ที่ OPPO Official Store ใน Lazada หรือ คลิกเลยที่ https://bit.ly/2XVchKE

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/oppothai/

Continue Reading

กำลังฮอต

Samsung Galaxy S21 Series 5G AIS Samsung Galaxy S21 Series 5G AIS
Android News5 ชั่วโมง ago

Samsung Galaxy S21 Series 5G สั่งซื้อล่วงหน้าที่ AIS ลดสูงสุด 22,000 บาท พร้อมรับสิทธิ์ รับฟรี! Galaxy S21 Ultra 5G 128GB อีก 1 เครื่อง

Samsung Galaxy S21 S...

Featured1 วัน ago

5G เทคโนโลยีช่วยพัฒนา AIoT ให้ทำงานร่วมกันได้แบบไร้รอยต่อ

5G เทคโนโลยีที่มีควา...

Android News1 วัน ago

Vivo V20 Pro 5G สมาร์ตโฟน 5G ที่สุดของความแรง พร้อมสเปคระดับเกมมิ่ง กล้องสวย กับราคาสุดพิเศษ เพียง 12,999 บาท

ในยุคนี้เมื่อพูดถึงส...

reasons to get 5G smartphone reasons to get 5G smartphone
Android News3 วัน ago

จะดีกว่าไหม ถ้าสมาร์ทโฟนรองรับ 5G และมีทุกระดับราคาที่ทุกคนจับต้องได้

ทำไมต้องมีสมาร์ทโฟน ...

realme Worlds Fastest Brand to reach 50 Mil Smartphone Sales 1 realme Worlds Fastest Brand to reach 50 Mil Smartphone Sales 1
Android News5 วัน ago

เส้นทางความสำเร็จ realme 2020 ยอดขาย 50 ล้านเครื่อง โตเร็วสุดในโลก และจับตามองก้าวกระโดดในปี 2021

เส้นทางความสำเร็จ re...

Advertisement

มือถือใหม่

คลิปล่าสุด

ข่าวใหม่วันนี้

กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง