ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

Dell ส่ง Latitude 7220 Rugged Extreme แท็บเล็ตสายพันธุ์อึดรุ่น 12 นิ้ว ใหม่ พร้อมด้วยขุมพลังสูงสุด ลงลุยตลาด

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

Image to be used in the Rugged 7220 Extreme Tablet product launch.

เดลล์ ได้ประกาศเปิดตัว Latitude 7220 Rugged Extreme tablet ที่สร้างมาเพื่อตอบสนองความต้องการของคนที่ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมสมบุกสมบัน ไม่ว่าจะเป็นในโรงงาน หรือกระทั่งบนรถพยาบาลฉุกเฉิน รวมถึงสภาพอากาศแบบพายุทะเลทราย ตลอดจนสภาพอุณหภูมิหนาวจัดแบบขั้วโลก

แล็บท็อปสายพันธุ์อึดรุ่น 12 นิ้ว ที่ทรงพลังที่สุด และน้ำหนักเบาที่สุดในตลาดปัจจุบัน ถูกออกแบบมาเพื่อมอบความสามารถในการเชื่อมต่อและการใช้งานที่ต้องเคลื่อนที่ตลอดเวลา (mobility) ช่วยให้ผู้ใช้ที่ลงพื้นที่ปฏิบัติงานภาคสนาม ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะความทนทานของอุปกรณ์ช่วยให้อุ่นใจ สำหรับผู้ที่ต้องทำงานในบางสถานที่ซึ่งมีความวิกฤติที่สุด ท้าทายสูงสุด เลอะเทอะเปรอะเปื้อนอย่างที่สุด หรืออยู่ในสภาพเปียกแฉะที่สุดก็ตาม โดยฟีเจอร์ที่อัพเดตใหม่ ยังรวมถึงจอดิสเพลย์ FHD ความสว่าง 1000 NIT และเคลือบผิวกันแสงสะท้อน ช่วยให้ลูกค้าเปิดดูงานและโชว์ผลงานได้แม้ในเวลาที่อยู่กลางแดดจ้า นอกจากนี้ ยังตอบสนองการใช้งานผ่านถุงมือ และรองรับมัลติทัช

การสื่อสารที่ปลอดภัยและวางใจได้ ถือเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดสำหรับผู้ปฏิบัติการฉุกเฉินเบื้องต้น (first responders) ขององค์กรที่ดูแลความปลอดภัยสาธารณะ และองค์กรบริการด้านสาธาณูปโภคที่จำเป็นต้องทำงานในช่วงเวลาที่ระบบทุกอย่างขัดข้อง และนี่คือเหตุผลที่ Latitude 7220 Rugged Extreme ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทางเลือกในการเชื่อมต่อได้หลากหลาย รวมถึงการเข้าถึง FirstNet ได้

FirstNet สร้างบนเครือข่าย AT&T  ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนสำหรับ First Responder Network Authority ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อผู้ปฏิบัติการฉุกเฉินเบื้องต้นและกลุ่มคนที่มีบทบาทสำคัญในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน โดย FirstNet Ready Latitude 7220 Rugged Extreme รองรับการเข้าถึงศูนย์กลางเครือข่ายของ FirstNet ที่ถูกแยกออกมาต่างหาก ซึ่งจะรวมเรื่องของการจัดลำดับความสำคัญและกันเครือข่ายไว้เพื่อให้ผู้ปฏิบัติการฉุกเฉินเบื้องต้นสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา และเป็น FirstNet Band 14 spectrum

ทั้ง Latitude 7220 Rugged Extreme และบริการ FirstNet ช่วยให้ผู้ปฏิบัติการฉุกเฉินเบื้องต้นสามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลสำคัญที่จำเป็นต่อการใช้งานในทุกวันและทุกเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้น เมื่อผสานรวมความสามารถในการเชื่อมต่อดังกล่าวเข้ากับกล้องที่บิวด์-อินอยู่ภายในตัวอุปกรณ์ ก็จะช่วยให้ผู้ปฏิบัติการฉุกเฉินเบื้องต้น สามารถโทรผ่านวิดีโอและสตรีมข้อมูลได้จากภาคสนาม

Latitude 7220 Rugged Extreme มอบทั้งประสิทธิภาพและความสามารถด้านการเชื่อมต่อเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับการลงพื้นที่ปฏิบัติงาน

  • ให้ขุมพลังการประมวลผลขั้นสูงเพื่อตอบโจทย์การใช้งานทั้งหมดในการปฏิบัติงานภาคสนาม – ตัวแท็บเล็ตสามารถตั้งค่าการใช้งานให้ตรงต่อความต้องการของผู้ใช้แต่ละรายได้ โดยให้ทางเลือกทั้งโปรเซสเซอร์ Intel Core ล่าสุดในรุ่น 8 โดยเพิ่มประสิทธิภาพได้สูงถึง 2TB พร้อม PCle solid state drives ที่ให้ความน่าเชื่อถือสูง
  • ให้ความน่าเชี่อถือและปลอดภัยแม้ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย – โดยเป็นแท็บเล็ตที่ผ่านการทดสอบ MIL-STD-810G/H รวมถึงมาตรฐาน IP-65 ในเรื่องของการป้องกันฝุ่น สิ่งสกปรก และกันน้ำเข้า อีกทั้งยังได้รับการรับรองเรื่องการทำงานในพื้นที่อันตราย Class 1 Div 2 ผ่านการทดสอบการตกจากที่สูง 4 ฟุตและทดสอบเรื่องการทนความร้อนที่อุณหภูมิ 20 ถึง 145 องศาฟาเรนไฮต์ โดยแท็บเล็ตนี้ถูกสร้างเพื่อรองรับการทำงานไม่ว่าคุณจะอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหนก็ตาม
  • มอบขุมพลังที่ไม่สะดุด – ด้วยทางเลือกสถาปัตยกรรมแบตสำรองแบบ dual hot-swappable พร้อมระบบนิเวศที่รองรับการชาร์จระหว่างเดินทางเพื่อการทำงานที่ไม่สะดุด
  • ความสามารถในการตอบสนองการใช้หน้าจอได้อย่างเหมาะสม – การป้องกันแสงสะท้อนจากจอ 1000 NIT FHD ช่วยให้อ่านหน้าจอได้อย่างดีเยี่ยมในทุกสภาวะและเงื่อนไข โดย Rugged Active Pen ใหม่ และฟังก์ชั่นการทำงานผ่านมัลติ-ทัชได้แม้ในขณะสวมถุงมือ มอบประสบการณ์การทัชและใช้งานปากกาได้อย่างน่าเชื่อถือ
  • ให้ความสามารถด้านการเชื่อมต่อเพื่อภารกิจสำคัญ – 802.11ax Wifi, บรอดแบนด์ 4G/LTE ระดับโกลบอล และทางเลือก RF pass-through ในการเชื่อมต่อสำหรับ WWAN, WLAN และ GPS ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อได้อย่างง่ายดายไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม
  • ฟีเจอร์ที่ผสานรวมระบบรักษาความปลอดภัย – กล้องอินฟาเรดแบบ built-in พร้อมระบบตรวจจับใบหน้าผ่าน Windows Hello ช่วยให้ผู้ใช้ล็อก-อินเพื่อใช้อุปกรณ์ได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย ซึ่งระบบสแกนลายนิ้วมือขั้นสูงซึ่งเป็นทางเลือก รวมถึงตัวอ่านสมาร์ทการ์ดแบบ contact และ contactless จะให้ประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลและความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้
  • ผสานการทำงานได้ง่าย – ผู้ดูแลระบบไอทีจะชื่นชอบความสะดวกในการนำมาใช้งาน เพราะแท็บเล็ต Latitude 7220 Rugged Extreme สามารถใช้งานร่วมกับ tablet vehicle และ desk docks รวมถึงถึงอุปกรณ์เสริมของรุ่นก่อนหน้านี้ได้
  •  บริการสนับสนุน ออกแบบมาเพื่อไม่ให้เกิดการดาวน์ไทม์โดยไม่ได้วางแผน – ทางเลือกบริการ Dell Pro Support ช่วยให้เข้าถึงช่างเทคนิคที่มีประสบการณ์เชี่ยวชาญมากที่สุด พร้อมให้บริการซ่อมเครื่อง ณ ไซต์งานภายในวันทำการเดียวกันหรือวันถัดไปหลังจากที่มีการตรวจสอบการทำงานจากระยะไกล

“ลูกค้าที่ใช้งาน Dell Rugged มักต้องทำงานอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ท้าทายมากที่สุดและไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง อีกทั้งการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง นับเป็นสิ่งสำคัญต่อบทบาทการทำงาน ซึ่งแท็บเล็ต Latitude 7220 Rugged Extreme ใหม่นี้ ให้โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุดและทางเลือกที่ให้การเชื่อมต่อที่หลากหลายในตัวเครื่องขนาดกะทัดรัด บางเบาเหมาะอย่างยิ่งสำคัญงานในภาคสนาม” ทอม โทบุล รองประธาน Dell Specialty Products กล่าว

“ประเด็นเรื่องผลกระทบของเทคโนโลยีที่ให้ความน่าเชื่อถือ และทางเลือกในการเชื่อมต่อสำหรับลูกค้าเดลล์ที่ปฏิบัติงานสำคัญเหล่านี้ ไม่ควรถูกประเมินต่ำเกินไป ซึ่งแท็บเล็บนี้ผ่านการรับรองในการใช้เครือข่าย FirstNet พร้อมความสามารถด้าน WiFi และบรอดแบรนด์ ช่วยให้ผู้ปฏิบัติการฉุกเฉินเบื้องต้นที่อยู่หน้างานสามารถแชร์การไลฟ์อัพเดตได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยช่วยปรับปรุงการประสานงานร่วมกับทรัพยากรส่วนต่างๆ ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินได้ดียิ่งขึ้น”

การวางจำหน่ายและราคา

แท็บเล็ตรุ่น Latitude 7220 Rugged Extreme พร้อมวางจำหน่ายต้นปี 2563 เป็นต้นไป

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

ข่าวประชาสัมพันธ์

ทรู ขานรับนโยบายรัฐบาล เร่งเปิดให้บริการทรูช็อปเพิ่มในห้างสรรพสินค้า ทยอยเปิดเพิ่มแล้ว กว่า 300 สาขาทั่วประเทศ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

กลุ่มทรู ประกาศเดินหน้าประสานห้างสรรพสินค้าทุกแห่ง เพื่อเร่งเปิดบริการ ทรูช็อปบรรเทาผลกระทบประชาชนที่เดือดร้อนจากการสื่อสารกรณีที่โทรศัพท์มือถือ ซิม หรืออุปกรณ์มีปัญหา ตามแนวทางของกระทรวงมหาดไทย  โดยทรูช็อป ที่จะเปิดให้บริการในแต่ละห้างสรรพสินค้านั้น ต้องปฏิบัติตามมาตรการของแต่ละห้างสรรพสินค้า รวมทั้งบางแห่ง จำเป็นต้องย้ายพื้นที่ให้บริการตามแนวทางของห้างอีกด้วย  ซึ่งล่าสุด วันนี้ (30 มีนาคม 2563) ทรู พร้อมเปิดให้บริการเพิ่มในห้างสรรพสินค้าโดยเฉพาะร้านสาขาในห้าง

แม็คโคร เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี รวมทั้งทรูช็อปที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของทรู (Stand Alone) ร้านสาขาในอาคารสำนักงาน ได้แก่ อาคารซีพี ทาวเวอร์  สีลม คอมเพล็กซ์  อื้อจื่อเหลียง และซิงเสียนเยอะเป้า รวมทั้ง ทรู แบรนดิ้งช็อป สยาม ซอย 2 สยามซอย 3 และไอคอนสยาม (ที่ตั้งชั่วคราว ข้างร้านเซเว่น อีเลฟเว่น หน้าทางเข้าชั้นใต้ดินไอคอนสยาม) ซึ่งรวมทรูช็อปที่จะเปิดให้บริการในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดนี้ เป็นจำนวนกว่า 300 สาขาทั่วประเทศ

ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มทรู ยังอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้ใช้บริการหลังการขายและซื้อสินค้าได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านช่องทางออนไลน์ และดิจิทัลแพลตฟอร์มหลากหลาย ใช้งานได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทันใจ ที่สำคัญ ยังปลอดภัย ห่างไกลจากเชื้อไวรัส COVID-19

แอปพลิเคชัน True iService ที่รวบรวมทุกบริการ ทั้งทรูมูฟ เอช ทรูออนไลน์ และทรูวิชั่นส์ หรือบริการอื่นๆจากทรู ตรวจสอบรายละเอียดการใช้บริการได้ทุกรอบบิลแบบเรียลไทม์  ที่สำคัญยังชำระค่าบริการได้ทันที รวดเร็ว ทันใจ ไม่ยุ่งยาก และยังสามารถซื้อแพ็กเกจเสริม หรือ เติมเงิน ได้ด้วย

บริการมะลิเพื่อนรู้ใจ ผ่านไลน์ทรูมูฟ เอช พร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง สามารถตรวจสอบข้อมูลการใช้งาน สอบถามค่าบริการ แจ้งปัญหาการใช้งาน และเปลี่ยนแพ็กเกจ เพิ่มเพื่อนง่ายๆ ที่  bit.ly/2xbJfMy  หรือ ID Line : @truemoveh

ชำระค่าบริการผ่าน TrueMoney Wallet

สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ได้ที่ wemall.com พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้าน

หรือเลือกใช้บริการและสั่งซื้อสินค้าได้ที่ True Shop in Shop ในร้าน 7-Eleven ที่มีกว่า 850 สาขาทั่วประเทศ

ทั้งนี้กลุ่มทรูมีความห่วงใยในความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยของลูกค้าเป็นสำคัญจึงได้เพิ่มมาตรการรักษาความสะอาดอย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอนการให้บริการเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าดังนี้

1. จัดที่นั่งรอรับบริการ ให้มีระยะห่างกว่า 1 เมตร เพื่อความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้าที่ร้าน

2. ตั้งจุดบริการแอลกอฮอล์เจล

3. ทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลางและจุดสัมผัสด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อสม่ำเสมอ

4. กำหนดให้พนักงานทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย และถุงมือ ขณะปฏิบัติงาน

5. กรณีพนักงานมีไข้ให้หยุดปฏิบัติงานและพบแพทย์ทันที

6. ขอความร่วมมือลูกค้าทุกท่าน สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในทรูช็อปทุกสาขา

7. แนะนำให้ลูกค้าลดความเสี่ยงในการสัมผัสธนบัตรและเหรียญ ด้วยการรณรงค์ให้ชำระเงินผ่านบริการ True Money Wallet

8. จัดให้มีถังขยะสำหรับทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว

9. ทำความสะอาด และพ่นฆ่าเชื้อภายในร้าน อย่างสม่ำเสมอ

สำหรับทรูช็อปที่เปิดให้บริการในห้างแม็คโครเทสโก้โลตัสและบิ๊กซีในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีดังนี้

แม็คโคร

สาขา สามเสนสาขา สาทรสาขา รามอินทรา       

สาขา ลาดพร้าว  สาขา แจ้งวัฒนะ  สาขา บางบัวทอง        

สาขา จรัญสนิทวงศ์  สาขา เพชรเกษมสาขา บางบอน        

สาขา รังสิต  • สาขา คลองหลวงสาขา ปทุมธานี         

สาขา หนองจอก  สาขา บางพลี   สาขา ศรีนครินทร์        

ห้างเทสโก้ โลตัส      

สาขา พัฒนาการสาขา พระราม 4 • สาขา บางปะกอก       

สาขา มีนบุรี     สาขารัตนาธิเบศร์

ห้างบิ๊กซี

สาขา ลาดพร้าวสาขา สุขาภิบาล 3

ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ทรู คอลล์เซ็นเตอร์ โทร. 1242 ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

กลุ่มทรู ขอให้คนไทยทุกคนก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ จะกลับคืนสู่สภาวะปกติในเร็ววัน

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

dtac ห่วงใยลูกค้าแนะนำ 7 ข้อต้องรู้เพื่อความปลอดภัยจากอาชญากรไซเบอร์ในสถานการณ์โควิด-19

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

สถานการณ์ความตื่นกลัวจากการระบาดโควิด-19 ได้เพิ่มมากขึ้น ดีแทคชี้การก่อกวนจากแฮกเกอร์และการหลอกลวงจากผู้ไม่หวังดีในโลกออนไลน์ ได้ฉวยโอกาสนี้สร้างความเสียหายสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานออนไลน์ของไทย หลายองค์กรได้รายงานถึงภัยอินเทอร์เน็ตในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นกลัวกับการระบาดของโรคโควิด-19  อาทิ อาชญากรไซเบอร์แอบอ้างเป็นองค์การอนามัยโลก หรือ หน่วยงานจากภาครัฐเพื่อทำการฉ้อโกง จัดตั้งเว็บไซต์ปลอม และ  ฟิชชิ่ง (Phishing) หรือเผยแพร่ข้อมูลปลอม (Fake news) ในรูปแบบภัยอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนี้ระบาดหนักต้องระวังมิจฉาชีพปลอมเว็บ www.เราไม่ทิ้งกัน.com เพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนตัวคนลงทะเบียนรับมาตรการเยียวยา 5,000 บาท จากภาครัฐในกรณีได้รับผลกระทบโควิด-19 ไปสร้างความเสียหาย

นายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ระบุว่า “สิ่งสำคัญในการใช้งานออนไลน์ในขณะนี้ คือ ทุกฝ่ายและคนใช้งานทุกคนต้องช่วยกันระวังภัยคุกคามจากอาชญากรไซเบอร์ที่กำลังเพิ่มเป็นอย่างมาก ซึ่งทุกประเทศจำเป็นต้องร่วมมือกันในการแก้ปัญหาภัยทางอินเทอร์เน็ตทั่วโลก โดยในต่างประเทศ เช่น หน่วยงานเอฟบีไอ (FBI) ของสหรัฐอเมริกา  และหน่วยงานตำรวจยุโรป (Europol) ได้ออกมาเตือนถึงภัยคุกคามของอาชญกรรมไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงสถานการณ์ที่ทุกคนกำลังตี่นตระหนกกับโรคโควิด-19 สำหรับในประเทศไทยหน่วยงานภาครัฐได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินสกัดโรคโควิด-19 รวมทั้งกำหนดโทษในการเผยแพร่ข่าวปลอมผ่านทางออนไลน์ ซึ่งจะว่าไปแล้วคนที่จะป้องกันได้ดีที่สุดก็คือตัวของพวกเราเอง โดยเราจะต้องสังเกตและรู้จักรูปแบบการหลอกลวงต่างๆ ในโลกออนไลน์ สำหรับช่วงนี้ต้องระวังมิจฉาชีพปลอมเว็บไซต์โครงการเราไม่ทิ้งกันระบาดหนัก ซึ่งจะหลอกเอาข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลบัญชีธนาคารจากคนลงทะเบียนไปฉ้อโกงได้ ”

ดีแทคแนะนำ 7 ข้อต้องรู้ที่จะทำให้คุณปลอดภัยจากอาชญากรรมไซเบอร์

  1. เชื่อถือข้อมูลจากแหล่งที่ตรวจสอบแล้วเท่านั้น – ติดตามข่าวสารจากสื่อมวลชนที่เชื่อถือได้แทนที่จะเชื่อข่าวลือบนทวิตเตอร์ หรือที่ข้อมูลที่แชร์ผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะข่าวปลอม (Fake news) รวมทั้งไม่แชร์ต่อ องค์กรต่างๆ ต้องจัดทำช่องทางที่จะสื่อสารภายในกับพนักงานอย่างชัดเจน หรือสร้างแหล่งข้อมูลสำหรับพนักงานเพื่อค้นหาข้อมูลที่เชื่อถือได้ ดังนั้น พนักงานจะต้องตรวจสอบกับหน่วยงานของตนในกรณีฉุกเฉินว่าช่องทางใดที่ใช้เพื่อติดต่อสื่อสารอย่างเป็นทางการ
  2. ตรวจสอบว่าผู้ส่งอีเมลคือบุคคลตามที่อ้างหรือไม่ – เมื่อได้รับอีเมลที่น่าสงสัยให้ตรวจสอบอีเมลแอดเดรสที่ถูกส่งมาว่าใช่อีเมลจากบุคคลหรือองค์กรตามที่ส่งมาหรือไม่ หากไม่แน่ใจให้ติดต่อกลับหาผู้ที่ส่งมาผ่านทางช่องทางติดต่ออื่น  เช่น โทรสอบถามบุคคลที่ส่งอีเมลมาถึงคุณให้แน่ใจ
  3. ตรวจสอบลิงก์ในอีเมลก่อนที่คุณจะคลิกลิงก์ทุกครั้ง – เว็บไซต์ปลอมกำลังระบาด ก่อนที่จะคลิกลิงก์ที่ได้รับมาจะต้องทำการตรวจสอบให้แน่ใจ โดยสามารถทำได้จากการเลื่อนเมาส์ไปวางบนลิงก์เพื่อดูว่าลิงก์นั้นจะไปตามที่ระบุไว้จริงหรือไม่
  4. ระมัดระวังเมื่อได้รับอีเมลจากบุคคลที่ไม่รู้จักและใช้ข้อความหลอกกระตุ้นให้เปิดไฟล์ที่แนบมา – ต้องตรวจสอบทุกครั้งว่าอีเมลที่ถูกส่งมานั้นเป็นของผู้ที่รู้จักได้ส่งมาจริง หากคุณมีข้อสงสัยอย่าเปิดดู ดังที่กล่าวไว้ใน ข้อ 2 คุณสามารถตรวจสอบโดยติดต่อสอบถามกลับไปยังผู้ที่ส่งมาหาคุณได้ โดยติดต่อผ่านช่องทางอื่นที่ไม่ใช่อีเมล
  5. ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนที่จะให้ข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ เช่น ชื่อผู้ใช้ (username) รหัสผ่าน (passwords) ข้อมูลบัตรเครดิต และอื่น ๆ องค์กรที่ดำเนินการอย่างโปร่งใสจะไม่ขอข้อมูลดังกล่าวผ่านทางอีเมลและเว็บไซต์
  6. อย่าเชื่อข้อเสนอที่อ้างจนดีเกินจริง – ในช่วงที่สินค้าจำเป็นต่างๆ ขาดตลาด ถ้าหากเป็นไปไม่ได้ที่จะหาสินค้า บริการ อาทิ เวชภัณฑ์ หน้ากากอนามัย อุปกรณ์ทางการแพทย์ ฯลฯ ที่วางจำหน่าย ต้องระมัดระวังบุคคลที่จะมาล่อลวงเสนอขายสินค้าและบริการเหล่านี้ทางออนไลน์ รวมทั้งห้ามโอนเงินล่วงหน้าให้คนที่คุณไม่รู้จัก
  7. ห้ามให้รายละเอียดบัตรเครดิตธนาคารหรือข้อมูลทางการเงินส่วนบุคคล – คุณต้องตั้งข้อสงสัยเป็นกรณีพิเศษถ้ามีบุคคลโทรมาสอบถามข้อมูลดังกล่าว ถึงแม้จะอ้างว่าติดต่อมาจากองค์กรที่มีชื่อเสียง เพราะบุคคลนั้นอาจแอบอ้างและใช้กลลวงเพื่อขอข้อมูลส่วนตัวของคุณไปทำความเสียหายได้
อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

Asus ลดราคาโน้ตบุ๊ก 4 รุ่นพิเศษ พร้อมโปรโมชั่นผ่อน 0% 10 เดือน พร้อมบริการ ‘ช้อปผ่านแชท’ และบริการหลังการขายเต็มรูปแบบ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Asus ลดราคาโน้ตบุ๊ก 4 รุ่นพิเศษ พร้อมโปรโมชั่นผ่อน 0% 10 เดือน พร้อมบริการ ‘ช้อปผ่านแชท’ และบริการหลังการขายเต็มรูปแบบ สนับสนุนให้คนไทยลดความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิท – 19

 

 

เอซุส (ประเทศไทย) ขอร่วมเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้คนไทยผ่านสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิท – 19 มอบส่วนลดสำหรับโน้ตบุ๊ก 4 รุ่นยอดนิยม ได้แก่ M409BA, X412UA, M570DD และ FX505DT ทั้งเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าที่สนใจหาซื้อโน้ตบุ๊กใหม่ ณ ช่วงเวลานี้ ด้วยบริการ ‘ช้อปผ่านแชท’ เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อสินค้ากับตัวแทนจำหน่ายได้ผ่านเฟสบุ๊กร้านค้าไอทีชั้นนำ พร้อมบริการหลังการขายเต็มรูปแบบ หมดกังวลเรื่องปัญหาการใช้งานหลังการซื้อ

เอซุสยังขอแนะนำบริการ Asus Call Center ที่ปรึกษาด้านการใช้งานสำหรับลูกค้า เพียงโทร 02-401-1717  พร้อมขยายเวลาการให้บริการตั้งแต่ 8.30 – 24.00 น. นอกจากนี้ลูกค้าเอซุสยังสามารถส่งเครื่องโน้ตบุ๊กที่มีปัญหาซ่อมได้ ณ ร้าน 7-11 ทั่วประเทศ พร้อมประกันอุบัติเหตุ Perfect Warranty 1 ปีเต็ม

  • M409BA วางจำหน่ายในราคา 6,990 บาท มาพร้อม Windows 10 Home ลิขสิทธิ์แท้
  • X412UA วางจำหน่ายในราคา 9,990 บาท โน้ตบุ๊กสีสันสวยสดใส มีให้เลือกถึง 5 สี พร้อมหน้าจอคมชัด FHD ขอบจอบางทั้ง 3 ด้าน และ ความจุแบบ Hardisk + SSD (Hydrid)
  • M570DD วางจำหน่ายในราคา 15,990 บาท คู่ผสมที่ลงตัวระหว่าง AMD R5-3500U และ GTX1050 4GB มาพร้อมเทคโนโลยีระบายความร้อน IceCool ใช้ควบคุมพัดลมอย่างชาญฉลาดและคุณภาพเสียงที่น่าทึ่งกับ ASUS SonicMaster
  • FX505DT วางจำหน่ายในราคา19,990 บาท มาพร้อมคีย์บอร์ด ปรับแต่งไฟ RGB ได้ตามใจชอบ, หน้าจอ IPS 15” คมชัด FHD พร้อมความถี่ 120 Hz รับรองความแข็งแกร่งระดับมาตรฐาน US Military Grade

ลูกค้าชาวไทยสามารถร่วมรายการสินค้าลดราคาได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ได้ ณ ตัวแทนจำหน่ายไอทีชั้นนำทั่วประเทศ หรือ https://www.asus.com/th/About_ASUS/asus-online-dealer-shop/

 

เอซุส (ประเทศไทย) ยังขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน และขอร่วมสนับสนุนโครงการป้องกันและช่วยเหลือสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิท – 19 คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี บริจาคเงิน 5 บาท ต่อยอดขายโน้ตบุ๊กเอซุสทุก 1,000 บาท ที่จำหน่ายผ่าน Shopee official store https://shopee.co.th/asus_officialstore  ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม – 30 เมษายน 2563 เพื่อสมทบทุนซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ต่อไป

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Android News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

หลุดสเปคและราคา Samsung Galaxy Tab S6 Lite บน Amazon สนนราคาประมาณ 15,000 บาท

ใครที่หาแท็บเล็ตราคา...

Android News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

สมาร์ทโฟน Xiaomi กล้อง 5 เลนส์ คู่กับ Snapdragon 765G ผ่านการรับรองใน FCC คาดเป็น Mi Note 10 Lite

ย้อนกลับไปในปี 2019 ...

IT News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

HUAWEI เตรียมเปิดตัว Smart TV ตัวท็อป มีกล้อง Pop-Up วันที่ 8 เมษายนนี้

Huawei ประกาศว่าเตรี...

IT News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

ปรับไม่ได้! YouTube บน Android ในอินเดีย ปรับความละเอียดได้สูงสุดแค่ 480p แม้ว่าจะเป็นระดับ Premium ก็ตาม

หลังจากที่เราทราบข่า...

Android News5 ชั่วโมง ที่แล้ว

realme ครองตำแหน่งสมาร์ทโฟนอันดับ 7 ของตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563

จากรายงานการวิเคราะห...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง