ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

กลุ่มเซ็นทรัล เขย่าวงการค้าปลีกโลกด้วย AUX VILLES DU MONDE เว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นที่เชื่อมห้างสรรพสินค้าในเครือเป็นหนึ่งเดียว

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

กลุ่มเซ็นทรัล เขย่าวงการค้าปลีกโลกด้วย AUX VILLES DU MONDE เว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นที่เชื่อมห้างสรรพสินค้าในเครือเป็นหนึ่งเดียว พร้อมเปิดประสบการณ์การช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ ไร้พรมแดนด้วยบริการ On demand

โอ วิลส์ ดู มองค์ (Aux Villes Du Monde) เว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของสังคมเหนือระดับ เชื่อมห้างสรรพสินค้าหรูของกลุ่มเซ็นทรัล และห้างพันธมิตรเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อนำเสนอประสบการณ์การช้อปปิ้งระดับโลก พร้อมเปิดตัวบริการ On Demand การช้อปปิ้งข้ามโลกรูปแบบใหม่ให้เลือกช้อปฯ ได้ดังใจ ทุกที่ทุกเวลา เป็นครั้งแรกของโลก

ห้างสรรพสินค้าหรู และห้างพันธมิตรของกลุ่มเซ็นทรัล ประกอบด้วย ห้างเซ็นทรัลชิดลม และ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ในกรุงเทพ และ ห้างเซ็นทรัล ภูเก็ต ที่พร้อมให้บริการ
ในปี 2561 ลารินาเซนเต้ (Rinascente) ที่เปียซ่า ดูโอโม ใจกลางกรุงมิลาน และแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี ที่จะเปิดในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ คาเดเว (KaDeWe) ในกรุงเบอร์ลิน โอเบอร์พอลลิงเกอร์ (Oberpollinger) ในมิวนิก และ อัลสเตอร์เฮ้าส์ (Alsterhaus) ในฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี โกลเดนเนส ควอเทียร์ (Goldenes Quartier) ในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย และ อิลลุม (Illum) ในโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

ด้วยปณิธานของ คุณสัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มเซ็นทรัล ที่ต้องการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวภายในสังคม เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ และมุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับคนในสังคม กลุ่มเซ็นทรัลได้ยึดเป็นแนวทางในการทำงานที่เรียกว่า ‘Centrality’ คือ การเป็นศูนย์กลางของเมือง ศูนย์รวมของชีวิต โดยเริ่มต้นที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม ในประเทศไทย ต่อมาเมื่อกลุ่มเซ็นทรัลก้าวสู่ระดับโลก จึงเลือกบริหารห้างสรรพสินค้าหรูในยุโรป ที่ล้วนเป็นศูนย์กลางของเมืองหลักทางเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้ชื่อ Central Luxury Collection”

นั่นเป็นที่มาของ โอ วิลส์ ดู มองด์ (Aux Villes Du Monde หรือ AVDM) ครั้งแรกของโลก ที่เชื่อมประสบการณ์การช้อปปิ้งของผู้คนในสังคมเข้าด้วยกันเป็นไลฟ์สไตล์ของสังคมเหนือระดับ (Luxury Lifestyle Community) ผ่านเรื่องราวการท่องเที่ยว อาหาร แฟชั่น ศิลปะ และวัฒนธรรรม พร้อมกับบริการ ออนดีมานด์ (On demand) การช้อปปิ้งข้ามโลกรูปแบบใหม่ให้เลือกช้อปฯ ง่ายๆ ผ่าน WhatsApp ด้วยการแชตสดกับเจ้าหน้าที่ของห้าง ซึ่งไม่มีใครเคยทำมาก่อนทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าว

AVDM เปลี่ยนการช้อปปิ้งให้เป็นไลฟ์สไตล์

ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ มีผลต่อการพัฒนาและคงความเป็นศูนย์กลางของเมือง
มีส่วนส่งเสริมให้เกิดความมั่งคั่งในเชิงพาณิชย์และสังคม อันเป็นผลจากการเรียนรู้ ปรับตัว ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนในพื้นที่ Aux Villes Du Monde ได้ถ่ายทอดประสบการณ์จากไลฟ์สไตล์ของสังคมเหล่านี้ ผ่านห้างสรรพสินค้าหรู และห้างพันธมิตรของกลุ่มเซ็นทรัล ผ่านเครือข่ายดิจิทัลของห้าง เพื่อทำให้ห้างเหล่านี้กลายเป็นสถานที่ ที่นักท่องเที่ยวจะต้องไปเยือนเมื่อมาถึงเมืองนั้นๆ ที่ไม่เพียงเป็นจุดหมายแห่งการช้อปปิ้ง แต่ยังมีส่วนส่งเสริมสินค้า อาหาร วัฒนธรรม และกิจกรรมต่างๆ ของเมืองนั้นๆ อีกด้วยยุวดี จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้า บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าว

AVDM คือเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น ซึ่งประกอบด้วย คู่มือการใช้ชีวิตอย่างมีระดับ
ในเมืองสำคัญทั้ง 8 เมือง อันเป็นที่ตั้งของห้างในเครือและห้างพันธมิตร ด้วยรูปแบบนิตยสารดิจิทัล 8 ภาษา สามารถอ่านได้ผ่านทางเว็บไซต์ AuxVillesDuMonde.com ดำเนินงานโดย Condè Nast Italia สำนักพิมพ์ชั้นนำของโลก เจ้าของนิตยสารท่องเที่ยวชั้นแนวหน้า บทความใน AVDM จะบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองทั้ง 8 รวมถึงแฟชั่น การออกแบบ อาหาร และวัฒนธรรม โดยจะพาผู้อ่านไปทำความรู้จักกับสถานที่สุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นรูฟท็อปบาร์สุดฮิป ไปจนถึงสถานที่ฮิตใหม่ๆ

แพลทฟอร์มของ AVDM ยังมี E-newsletter หรือจดหมายข่าวอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับสมาชิกเดือนละ 2 ครั้ง รวมทั้ง แอปพลิเคชั่นบนสมาร์ตโฟน เพื่อให้ติดต่อและนัดหมายกับ Concierge ของห้างสรรพสินค้าหรูชั้นนำระดับโลกของกลุ่มเซ็นทรัล และห้างพันธมิตร โดยสามารถให้เจ้าหน้าที่ช่วยจองโรงแรม จองร้านอาหารในเมืองนั้นได้ตามต้องการ นอกจากนี้ยังรวมถึงโซเชียลเน็ตเวิร์ก สำคัญอย่างเฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม เป็นต้น

สำคัญที่สุดคือการนำเสนอบริการ On demand ลูกค้าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก ทั้งชาวไทย หรือชาวต่างชาติ ไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่ในประเทศที่มีห้างของเราเท่านั้น เพียงแอดหมายเลข WhatsApp ของห้างที่ต้องการ ก็สามารถแชตกับเจ้าหน้าที่ของห้าง เพื่อสอบถามและสั่งซื้อสินค้าที่ต้องการ จากนั้นเลือกชำระเงินออนไลน์ แล้วรอรับสินค้าที่จะส่งตรงถึงบ้าน หรือเลือกรับสินค้าในห้างฯ ที่สั่งซื้อ เป็นทางเลือกใหม่ของการช้อปปิ้งข้ามโลก

ลูกค้าชาวไทยสามารถสั่งซื้อสินค้าจากห้างฯ ของเราในยุโรป หรือชาวยุโรปก็สามารถสั่งซื้อสินค้าจากห้างเซ็นทรัลชิดลม หรือศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ได้เช่นกัน แล้วรอรับสินค้าที่บ้าน ถือเป็นประสบการณ์ช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อนยุวดี กล่าวเสริม

CENTRAL On Demand ไลฟ์แชตและช้อปฯ สำหรับลูกค้าไทยโดยเฉพาะ

ไม่เพียงจะเอาใจนักช้อปฯ ทั่วโลก ให้สามารถช้อปปิ้งตามต้องการได้ง่ายดายจากทุกที่ทั่วโลกเพียงการแชต แต่ On demand ยังออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับนักช้อปฯ ชาวไทยเมื่อเดือนสิงหาคม ภายใต้ชื่อ “CENTRAL On Demand” ผ่านช่องทางที่คุ้นเคยด้วย LINE@

สิริเกศ จิรกิติ กรรมการผู้จัดการใหญ่ร่วม บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่าห้างเซ็นทรัลได้เปิดบริการ CENTRAL On Demand เป็นห้างแรกในประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่ไม่ได้อยู่ในจังหวัดที่มีสาขาของห้างเซ็นทรัล หรือไม่สะดวกเดินทางมายังห้างฯ ก็สามารถช้อปปิ้งด้วยการแชตสอบถาม และสั่งซื้อสินค้าตามความต้องการกับเจ้าหน้าที่ของเรา หรือ Digital Assistant ได้อย่างสะดวกสบาย เหมือนมีเลขาส่วนตัวมาช่วยช้อปฯ บริการนี้แตกต่างจากการช้อปปิ้งออนไลน์อื่นๆ ที่ลูกค้าของเราสามารถเลือกหาสินค้าตามความต้องการไม่จำกัดเพียงแค่ในแคตตาล็อก หรือเว็บไซด์ เป็นการนำเอาจุดเด่นของการช้อปปิ้งแบบออฟไลน์ คือการแชตสดกับเจ้าหน้าที่ และการช้อปปิ้งแบบออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดีย มาใช้ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

ขั้นตอนของการใช้บริการ CENTRAL On Demand ง่ายดายด้วยคอนเซ็ปต์ “Chat – Shop – Ship” เริ่มต้นจากการสแกนบาร์โค้ด CENTRAL On Demand ในห้างเซ็นทรัลและสื่อประชาสัมพันธ์ของห้าง หรือเสิร์ชหา @CentralOnDemand ตามด้วยสาขาที่ต้องการ ผ่านแอปพลิเคชั่น LINE จากนั้น แอดเป็นเพื่อน แล้วเริ่มแชตสอบถาม หรือหาสินค้าที่ต้องการ จากนั้นก็ช้อปปิ้งสินค้าชิ้นที่ต้องการผ่านช่องทางการชำระเงินที่ง่ายดาย เพียงเท่านี้ก็พร้อมรอรับสินค้าส่งตรงถึงบ้าน หรือเลือกรับสินค้าที่ห้างเซ็นทรัลสาขาที่สะดวก

ภายในปีนี้ CENTRAL On Demand จะให้บริการได้ครบทั้ง 22 แห่งทั่วประเทศไทย แบ่งเป็นภาคเหนือ 2 แห่ง ภาคกลาง 15 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 แห่ง และภาคใต้อีก 4 แห่ง ลูกค้าอยู่ใกล้ หรือสะดวกติดต่อสาขาไหน ก็สามารถแอด LINE@ สาขานั้นได้ทันที โดยคาดว่าภายในสิ้นปีนี้ จะมีลูกค้าทั้งชาวไทยทั้งที่อาศัยในเมืองไทยและทั่วโลก รวมทั้งชาวต่างชาติที่มีแอปพลิเคชั่น LINE ฟอลโลว์ CENTRAL On Demand ไม่ต่ำกว่า 100,000 คน

ข่าวประชาสัมพันธ์

GET เตรียมรีแบรนด์สู่ Gojek เพื่อยกระดับประสบการณ์ และมอบโปรดักส์ระดับโลกแก่ผู้ใช้งานคนไทย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

GET (เก็ท) ประกาศวันนี้ว่าจะทำการรวมแอพพลิเคชั่นและแบรนด์ GET เข้าภายใต้ Gojek (โกเจ็ก) และจะดำเนินงานในนาม Gojek ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจระยะยาวของบริษัท โดยเป็นการต่อยอดความสำเร็จของแพลตฟอร์ม GET ซึ่งเปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา โดยจนถึงเดือนมิถุนายน 2563 GET ได้ให้บริการไปแล้วกว่า 20 ล้านออเดอร์ และได้มอบโอกาสในการสร้างรายได้ให้คนไทยจำนวนนับแสนราย

ในอีกไม่กี่สัปดาห์จากนี้ GET จะเปิดตัวแอพพลิเคชั่น Gojek ในประเทศไทย เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นและราบรื่นยิ่งขึ้น ตามพันธกิจที่มุ่งลดข้อจำกัดในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ใช้บริการ แอพพลิเคชั่น Gojek ได้รับการพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มเทคโนโลยีระดับโลก และเปิดให้สามารถใช้บริการได้ทั้งในสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม ทั้งนี้ แบรนด์ GoViet ในประเทศเวียดนามจะได้รับการอัพเกรดเป็นแบรนด์ Gojek เช่นกัน

 

นายภิญญา นิตยาเกษตรวัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ Gojek ประเทศไทย กล่าวว่าเราตื่นเต้นกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ที่แสดงให้เห็นว่าไทยยังคงเป็นประเทศยุทธศาสตร์ในการดำเนินธุรกิจของ Gojek นับตั้งแต่การเปิดตัว GET ในปี 2562 เราประสบความสำเร็จในการก่อตั้งและพัฒนาหนึ่งในแพลตฟอร์มออนดีมานด์ชั้นนำของประเทศ ผ่าน 4 บริการซึ่งได้รับอัตราความพึงพอใจของผู้ใช้งานสูงถึง 96% ขณะที่เรากำลังก้าวสู่การเติบโตในขั้นต่อไป ทีมบริหารชุดเดิมของไทยที่ได้พัฒนาและก่อตั้ง GET จะยังคงนำทีมบริหารและดำเนินธุรกิจของ Gojek ในประเทศไทยต่อไป พร้อมกับวางกรอบการพัฒนาโปรดักส์เพื่อตอบสนองต่อความต้องการต่างๆ ของตลาดประเทศไทยที่มีการแข่งขันสูง โดยขณะนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการนำจุดแข็งและศักยภาพของ Gojek มาขับเคลื่อนให้เราสามารถขยายธุรกิจและคงจุดยืนในฐานะบริษัทชั้นนำต่อไป

Gojek เป็นกลุ่มธุรกิจด้านเทคโนโลยีชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นผู้บุกเบิกคอนเซปต์ซูเปอร์แอพรวมถึงโมเดลอีโค่ซิสเต็มที่ช่วยเชื่อมโยงผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่นเข้ากับพาร์ทเนอร์คนขับที่อยู่ในระบบกว่า 2 ล้านคน และพาร์ทเนอร์ร้านอาหาร GoFood อีกกว่า 500,000 ราย ในกว่า 200 เมืองทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

GET ก่อตั้งขึ้นด้วยพันธกิจเดียวกับ Gojek ในการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับชีวิตของผู้ใช้บริการ โดย GET ได้เชื่อมผู้ใช้บริการในกรุงเทพฯ เข้ากับพาร์ทเนอร์คนขับมากกว่า 50,000 คน และร้านอาหารอีกกว่า 30,000 แห่ง ที่กว่า 80% เป็นกลุ่มวิสาหกิจรายย่อยขนาดย่อม ด้วยการรีแบรนด์เป็น Gojek จะทำให้บริษัทสามารถสร้างสรรค์ผลกระทบเชิงบวก และเพิ่มโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างรายได้ให้กับพาร์ทเนอร์ ด้วยการนำเทคโนโลยีระดับโลกมาเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดของผู้ใช้งานชาวไทย พร้อมนำฟีเจอร์และและโปรดักส์ในออนไลน์ออกสู่ตลาดได้รวดเร็วและเต็มศักยภาพ

 

แอนดรูว์ ลี ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ (Group Head of International) ของ Gojek กล่าวว่า “GET ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นในระยะเวลาอันสั้น และเราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเป็นบันไดนำเราไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ขึ้น การรวมแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของเราเข้าด้วยกันเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในระยะยาว เพื่อให้เราสามารถส่งมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้แก่ผู้ใช้งานทั้งในปัจจุบันและในอนาคตต่อไป การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและทุ่มเทของ Gojek ต่อธุรกิจเราในตลาดต่างประเทศ ผ่านการเปิดตัวแบรนด์ของเราสู่ฐานผู้ใช้งานที่กว้างขึ้น เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับคนทั่วทั้งภูมิภาค

ผู้ใช้บริการยังสามารถใช้บริการเดิม ทั้งบริการส่งอาหาร บริการเรียกรถจักรยานยนต์ บริการรับส่งพัสดุ และบริการอีวอลเล็ต พร้อมจะสามารถเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นจากแอพพลิเคชั่นใหม่ของ Gojek สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมจะประกาศให้ทราบอีกครั้งเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ ผู้ใช้งาน GET ในปัจจุบัน รวมทั้งคนขับและร้านพาร์ทเนอร์ต่างๆ ยังคงสามารถใช้งานแอพพลิเคชั่น GET ได้ตามปกติ

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

ซัมซุงรับโล่ประกาศเกียรติคุณผู้ทำคุณประโยชน์ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคฯ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด นำโดย นาย ปาร์ค จอง ชุง (ซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณผู้ทำคุณประโยชน์ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคฯ จากนายเทวัญ ลิปตพัลลภ (ขวา) รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ในฐานะองค์กรที่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก ที่สร้างคุณประโยชน์ต่อผู้บริโภคด้วยความปลอดภัยและใส่ใจอยู่เสมอ พร้อมมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้ผู้บริโภคต่อไป ไม่ว่าในสถานการณ์ปกติหรือช่วงวิกฤต ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เมื่อเร็วๆนี้

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

Xiaomi Shopee 7.7: Mid-Year Sale ลดราคาสุดพิเศษสูงสุดถึง 50% เพื่อเอาใจนักช้อปออนไลน์

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เสียวหมี่ ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก เอาใจนักช้อปออนไลน์สไตล์วิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ส่งแคมแปญ Xiaomi Shopee 7.7: Mid-Year Sale มอบดีลราคาสุดพิเศษสูงสุดถึง 50% และเอาใจเพิ่มต่อที่สองด้วยโค้ดส่วนลด เมื่อกดติดตามร้าน หรือรับโค้ดส่วนลดที่หน้าร้าน นอกจากนี้ลูกค้าที่มียอดการใช้จ่ายสูงสุดในวันที่ 7 กรกฎาคม 2563 ยังจะได้รับเครื่องกรองอากาศ Xiaomi Mi Air Purifier 3H มูลค่า 5,990 บาท ฟรี

 

มร.โจนาธาน คัง ผู้จัดการใหญ่ประจำเสียวหมี่ประเทศไทย เปิดเผยว่า “จากการระบาดของเชื้อโควิด-19 ช่วงที่ผ่านมา เราพบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยเปลี่ยนมานิยมซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เพิ่มมากขึ้น และในเดือนกรกฎาคมนี้ เสียวหมี่ยังคงร่วมมือกับ Shopee ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ชในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งมอบดีลราคาสุดพิเศษสูงสุดถึง 50% และยังให้เพิ่มมากขึ้นไปอีกกับโค้ดส่วนลด เพื่อใช้ซื้อสินค้าเสียวหมี่ภายใต้แคมเปญ Xiaomi Shopee 7.7: Mid-Year Sale ในครั้งนี้ และพิเศษสุดๆ กับลูกค้าที่มียอดการซื้อสินค้าสูงสุดในวันที่ 7 กรกฎาคม 2563 จะได้รับเครื่องกรองอากาศ Mi Air Purifier 3H มูลค่า 5,990 ”

สำหรับไฮไลท์โปรโมชั่น Xiaomi Shopee 7.7: Mid-Year Sale แคมเปญ มีรายละเอียดดังนี้

  • Redmi Note 9 ความจุ 3 GB+64 GB ลดเหลือ 4,699 บาท จาก 4,999 บาท
  • Redmi Note 9 Pro ความจุ 6 GB+64 GB ลดเหลือ 7,599 บาท จาก 7,999 บาท
  • POCO F2 Pro ความจุ 6 GB+128 GB ลดเหลือ 17,399 บาท จาก 17,999 บาท

และลูกค้าที่มียอดการซื้อสินค้าสูงในวันที่ 7 กรกฎาคม 2563 เท่านั้น จะได้รับฟรีเครื่องกรองอากาศ Xiaomi Mi Air Purifier 3H มูลค่า 5,990 บาท ฟรี โดยจะต้องทำรายการสั่งซื้อสินค้าและชำระเงินให้เสร็จสิ้นภายในวันดังกล่าว รายชื่อผู้โชคดีจะประกาศผ่านทางหน้าเฟสบุ๊คแฟนเพจของ Fanslink Thailand ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2563

นอกจากนี้ลูกค้ายังจะได้รับดีลสุดพิเศษไปกับ Flash Sale ตลอดช่วงวันที่ 7 กรกฏาคม 2563 กับขบวนสินค้ามากมายที่มาทุบราคาพร้อมส่วนลดมากสุดถึง 42% ยังไม่พอสำหรับลูกค้าที่ช้อปสินค้าในวันที่ 7 กรกฏาคม 2563 นักช้อปสามารถเลือกบัตรส่วนลดได้ ทั้งจากการกดติดตามหน้าร้านค้าจะได้รับบัตรส่วนลดมูลค่า 100 บาทเมื่อซื้อสินค้าครบ 1,000 บาทขึ้นไป (บัตรส่วนลดมีจำนวนจำกัด) หรือเลือกรับบัตรส่วนลดง่ายๆ มูลค่า 100 บาท เมื่อสั่งซื้อสินค้าภายในร้านมูลค่า 1,000 บาทขึ้นไป โดยบัตรส่วนลดมีจำนวนจำกัด

สำหรับสาวกเสียวหมี่และผู้ที่สนใจต้องห้ามพลาด กับแคมเปญ Xiaomi Shopee 7.7: Mid-Year Sale ในวันที่ 7-8 กรกฎาคม 2563 นี้ พบส่วนลดและโปรโมชั่นพิเศษของเสียวหมี่ ได้ที่ https://bit.ly/2NEBvYi

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Samsung Galaxy S10 Lite Promotion TME 2020 Samsung Galaxy S10 Lite Promotion TME 2020
Android News20 ชั่วโมง ที่แล้ว

ด่วน 2 วันสุดท้าย! Samsung Galaxy S10 Lite ลดทันที 2,910 บาท โปรงาน TME Online

แฟนๆ Samsung ห้ามพลา...

ข่าวประชาสัมพันธ์22 ชั่วโมง ที่แล้ว

GET เตรียมรีแบรนด์สู่ Gojek เพื่อยกระดับประสบการณ์ และมอบโปรดักส์ระดับโลกแก่ผู้ใช้งานคนไทย

GET (เก็ท) ประกาศวัน...

ข่าวประชาสัมพันธ์23 ชั่วโมง ที่แล้ว

ซัมซุงรับโล่ประกาศเกียรติคุณผู้ทำคุณประโยชน์ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคฯ

เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท...

ข่าวประชาสัมพันธ์23 ชั่วโมง ที่แล้ว

Xiaomi Shopee 7.7: Mid-Year Sale ลดราคาสุดพิเศษสูงสุดถึง 50% เพื่อเอาใจนักช้อปออนไลน์

เสียวหมี่ ผู้นำเทคโน...

ข่าวประชาสัมพันธ์24 ชั่วโมง ที่แล้ว

เดลล์ เทคโนโลยีส์ เปิดตัวพีซีเพื่อธุรกิจที่ฉลาดที่สุดและปลอดภัยที่สุดในโลก ตอบโจทย์มืออาชีพให้สร้างผลงานได้ในทุกที่ที่ทำงาน

เดลล์ เทคโนโลยีส์ เผ...

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง