Connect with us

ข่าวประชาสัมพันธ์

กระซิบเทคนิคเลือกซื้อ Audio Gadget อย่างชาญฉลาด หูฟังจำเป็นต้องไร้สายไหม? ต้องตัดเสียงรบกวนได้หรือเปล่า? มาดูกัน!

Published

on

เคยไหมนึกอยากซื้อหูฟังสักชิ้นไว้พกติดตัวแล้วใช้ได้ทุกสถานการณ์ ไม่ต้องพกตัวเลือกอื่นสำรองหรือซื้อมาแล้วเสียดายว่า “รู้งี้น่าจะซื้ออันอื่น” แต่อ่านรีวิวมาเยอะแล้วก็ยังสับสน ไม่รู้ว่าจะเลือกเป็นหูฟังมีสายธรรมดาหรือจะเลือกเป็นแบบไร้สายไปเลยดี ถ้าเลือกไร้สายแล้วต้องดูสเปคอะไรบ้าง วันนี้เราจะลองเล่าวิธีเลือกหูฟังแบบเปรียบเทียบกับปัญหาที่หลายคนอาจเคยเจอมา ไว้อ่านแล้วลองพิจารณากันดูนะ

เสียเวลาชีวิตไปกับการแก้สายหูฟังที่พันกันวุ่นไหม?

ทั้งที่ตอนหย่อนลงกระเป๋าก็มั่นใจว่าม้วนเก็บแล้วดิบดี แต่พอจะใช้ดึงออกมาก็คือแก้สายวนไปอีก 5 นาที… เอาจริงๆ หูฟังไร้สายหรือ TWS เดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้ราคาสูงเวอร์ขนาดนั้นแล้ว และหลายเสียงก็บอกตรงกันว่ามันคุ้มที่จะลงทุน เพราะถ้าลองเอาเวลาชีวิตที่หายไปกับการแก้สายหูฟังมารวมๆ กันแล้วมันก็เยอะน่าดู อย่างไม่นานมานี้ก็เห็นทางหัวเว่ยมีออกหูฟังไร้สายตัวใหม่ที่เป็น TWS รุ่นโปรเลยแต่ราคาสตาร์ทแค่ 5,499 บาท และถูกไปกว่านั้นก็มีตัวโปรอีกแบบที่มีสายคล้องคอหน่อยๆ เหมาะกับสายสปอร์ตใส่วิ่ง ก็เริ่มที่ 2,999 บาทเอง ถ้าลองได้ใช้แบบไร้สายดูแล้วก็จะงงว่าเมื่อก่อนใช้แบบมีสายไปทำไมตั้งนาน

ชอบฟังเพลงระหว่างเดินทาง แต่เจอเสียงแตรรถ เสียงเรือ เสียงประกาศอะไรไม่รู้รบกวนอารมณ์ตลอด

ใจอยากจะเร่งเสียงให้ดังจนกลบเสียงอื่น แต่ก็กลัวเสียงจะเล็ดลอดออกมากวนคนรอบข้าง เดี๋ยวเขารู้หมดว่าช่วงนี้เราอินเพลงอะไร ใครมีปัญหานี้จะแนะนำให้ลองหูฟังที่มี “เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนรอบข้าง” ที่เขาเรียกว่า Active Noise Cancellation หรือ ANC ไปดูได้เลยตามสเปคหูฟังทุกยี่ห้อ เขาจะมีบอกไว้ว่ามีฟังก์ชันนี้หรือเปล่า เทคโนโลยีนี้จะทำงานร่วมกับไมโครโฟนในหูฟังเพื่อตรวจจับคลื่นเสียงที่ไม่จำเป็นจากรอบด้านแล้วตัดเสียงทิ้งไป หรือลดเสียงเหล่านั้นลงให้น้อยที่สุด หูฟัง TWS ที่ตัดเสียงรบกวนได้มากที่สุดตอนนี้น่าจะอยู่ที่ 40 เดซิเบล ซึ่งก็คือ HUAWEI FreeBuds Pro หูฟังรุ่นโปรของหัวเว่ยนั่นเอง

นั่งเหงาอยู่ทั้งวันไม่มีใครคุยด้วย พอใส่หูฟังจะกดฟังเพลงเท่านั้นแหละ เพื่อนชวนคุยเฉย

อันนี้ต้องขอให้ลองหูฟังที่นอกจากจะมีโหมดตัดเสียงแล้วยังมี “โหมดการรับรู้” หรือ Awareness ที่เราสามารถสลับกลับมารับฟังเสียงรอบข้างได้โดยไม่ต้องถอดหูฟังออก เพราะมันเป็นเทคโนโลยีที่สะดวกมาก สะดวกจนสามารถใส่หูฟังไว้ได้ตลอด เพื่อนจะคุยเมื่อไหร่ก็กดเปลี่ยนโหมด ทีนี้ได้ยินเสียงเพื่อนชัดกว่าถอดหูฟังอีก เท่าที่รู้รุ่นที่ทำได้ก็มี HUAWEI FreeBuds Pro กับ HUAWEI FreeBuds Studio ซึ่งสองอันนี้ต่างกันตรงที่อันแรกเป็นแบบ Earbuds อันเล็กๆ เหมาะกับคนที่ชอบพกหูฟังออกนอกบ้าน ส่วนอันหลังจะเป็น headset ครอบศีรษะ เหมาะกับการใช้ในบ้านหรือในออฟฟิศ ซึ่งแบบ headset หลายคนก็จะมีปัญหาที่ว่าพอใส่ไปนานๆ แล้วปวดหูบ้าง ปวดศีรษะบ้างเพราะหูฟังกดเป็นเวลานาน ที่ควรเช็คคือวัสดุที่ใช้ทำส่วนที่ครอบหู HUAWEI FreeBuds Studio ใช้หนังที่บุนวมซึ่งหนาหลายชั้นให้สัมผัสที่นุ่มและเป็นมิตรต่อผิวหนัง ไม่ระคายเคืองแม้ใส่ติดต่อกันเป็นเวลานาน และยังช่วยเก็บเสียงไม่ให้รั่วไหลออกจากหูฟัง ตัวโครงยืดหยุ่น ปรับความโค้งได้มากถึง 150 องศา และปรับความกว้างตามขนาดศีรษะได้ถึง 40 มม.

เป็นคนแก็ดเจ็ตเยอะ พกมากกว่าหนึ่ง แต่ต่อหูฟังได้แค่เครื่องเดียว

ล่าสุดมันมีเทคโนโลยีที่เรียกว่า “เสารับสัญญาณคู่” หรือ Dual Antennas หมายความว่าหนึ่งหูฟังสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ ผ่านบลูทูธได้ถึง 2 เครื่องพร้อมๆ กัน แถมยังช่วยให้การเชื่อมต่อเสถียรยิ่งขึ้น จะเป็นการต่อกับสมาร์ทโฟน 2 เครื่อง หรือต่อกับสมาร์ทโฟน 1 เครื่องและแท็บเล็ตอีก 1 เครื่องก็ย่อมได้ เวลาประชุมผ่านแท็บเล็ต หรือดูซีรีส์ในแท็บเล็ตเพลินๆ แล้วมีคนโทรเข้าสมาร์ทโฟน ก็กดรับได้เลยโดยไม่ต้องถอดหูฟังออกให้เสียเวลา เพราะอุปกรณ์พวกนี้ฉลาด และสลับมารับเสียงจากสมาร์มโฟนให้เราโดยอัตโนมัติ หูฟังรุ่นโปรตัวล่าสุดของหัวเว่ย HUAWEI FreeBuds Pro ได้รับการยกย่องว่าเป็นหูฟัง TWS ตัวแรกของโลกที่ใช้เทคโนโลยีนี้ และแน่นอนว่าหัวเว่ยก็ไม่พลาดที่จะใส่ความสามารถนี้เข้ามาในหูฟังไร้สายรุ่นอื่นๆ ที่เปิดตัวในเวลาไล่เลี่ยกันอย่าง HUAWEI FreeBuds Studio ส่วนรุ่นเล็กที่จิ๋วแต่แจ๋วอย่าง HUAWEI FreeLace Pro ก็มีเทคโนโลยี HUAWEI HiPair และฟังก์ชัน Quick Switch เข้ามารองรับการใช้งานเชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์พร้อมๆ กันด้วย*

(*หมายเหตุ: เทคโนโลยี HUAWEI HiPair และฟังก์ชัน Quick Switch ใน HUAWEI FreeLace Pro สามารถใช้กับสมาร์ทโฟนและสมาร์ทดีไวซ์ในระบบปฏิบัติการ EMUI 10.0 ขึ้นไปเท่านั้น)

หูฟังที่ใช้อยู่ดูไม่นำแฟชั่นเลย แต่งตัวยาก

คนทำงานหรือนักเรียนนักศึกษาสมัยนี้มองฟังก์ชันของหูฟังไปไกลกว่าแค่มีไว้ฟังเพลงหรือคุยโทรศัพท์แล้ว แต่อยากได้หูฟังที่ใส่แล้วดูดี เข้ากับการแต่งตัวได้ด้วย อันนี้อาจจะต้องขอลองแนะนำเป็นแว่นตาอัจฉริยะที่เป็นหูฟังไปในตัวอย่าง HUAWEI x Gentle Monster Eyewear II แต่อย่าเพิ่งสงสัยว่าฟังเพลงผ่านแว่นตาแล้วเสียงจะไม่รบกวนคนอื่นเหรอ เพราะโลกยุคนี้มีเทคโนโลยีที่เรียกว่าระบบเสียงแบบ Inverse Acoustic ลดการรั่วไหลของเสียง เพื่อนอยู่ห่างไปแค่ช่วงแขนเดียวก็ไม่ได้ยินเลยว่าเรากำลังฟังเพลงอะไรหรือคุยกับใคร หากใครต้องคุยโทรศัพท์บ่อยๆ จะบอกว่าลองแล้วติดใจแน่นอน รุ่นที่เพิ่งเปิดตัวปีนี้ทำมาให้เลือกทั้งแบบแว่นแดดและแว่นสายตา

ใช้ไม่ทันไรก็แบตหมด จะชาร์จระหว่างวันก็หาปลั๊กยาก

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าแบตเตอรี่จะหมดช้าหรือเร็วไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของแบตเตอรี่เท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับชิปเซ็ตหรือการใช้พลังงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นั้นๆ ด้วย เช่น HUAWEI FreeBuds Pro ใช้ชิปเซ็ต Kirin A1 ซึ่งใช้พลังงานต่ำเป็นพิเศษ ก็ยิ่งทำให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน ชาร์จ 1 ครั้งอยู่ได้นานสูงสุด 30 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ ทั้งยังรองรับการชาร์จไร้สายทุกรุปแบบ รวมถึงการชาร์จกับสมาร์ทโฟนที่มีฟังก์ชัน Reverse Charing ซึ่งหมายความว่าเราสามารถใช้สมาร์ทโฟนแทนแบตเตอรี่สำรองได้ ไม่ต้องหาปลั๊กให้วุ่นวาย

แนะนำกันมาละเอียดยิบขนาดนี้ ทุกคนคงพอจะเห็นภาพแล้วว่าหากเลือกซื้อหูฟังใหม่จะต้องเทียบสเปกด้านใดบ้าง ส่วนใครที่สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กลุ่มออดิโอของหัวเว่ย ซึ่งล่าสุดมีทั้งหูฟัง TWS ตัวท็อป HUAWEI FreeBuds Pro ราคา 5,499 บาท, หูฟังไร้สายสไตล์แอคทีฟ HUAWEI FreeLace Pro ราคา 2,999 บาท, หูฟัง headset ตัวแรกของหัวเว่ย HUAWEI FreeBuds Studio และแว่นตาอัจฉริยะรุ่นสอง HUAWEI x Gentle Monster Eyewear II ก็สามารถตามไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมและจับจองเป็นเจ้าของได้ทั้งทาง HUAWEI Online Store และหน้าร้าน HUAWEI Experience Store รวมถึงร้านค้าอื่นๆ ที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

Advertisement
Click to comment

ข่าวประชาสัมพันธ์

โมโตโรล่า เปิดตัวสมาร์ทโฟน moto e7 ราคา 3,990 บาท

Published

on

By

เพราะเราเข้าใจดีว่ากล้องถ่ายภาพที่มีประสิทธิภาพคือหนึ่งในฟีเจอร์ที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนให้ความสำคัญ  โมโตโรล่าขอแนะนำ moto eสมาร์ทโฟนราคาย่อมเยา ที่มาพร้อมกล้องถ่ายภาพ แบตเตอรี่ และประสิทธิภาพการใช้งานที่คุ้มค่าเกินราคา

moto eมาพร้อมกล้องหลังเซ็นเชอร์ความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล1  ทำให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพที่มีความละเอียด คมชัด สวยงาม ได้อย่างที่ไม่เคยมีสมาร์ทโฟนตัวใดในราคาระดับเดียวกันทำได้ เทคโนโลยี Quad Pixel ให้ความสว่างของแสงสูงถึง 4 เท่า คุณจึงได้ภาพที่คมชัดแม้ถ่ายในที่ที่มีแสงน้อย นอกจากนี้ยังมีโหมด Night Vision ที่ช่วยเพิ่มความสว่างให้แก่ภาพ   กล้องแบบ Macro Vision ให้คุณถ่ายภาพแบบซูมได้ใกล้ขึ้น 2.5 เท่ากว่าเลนส์กล้องทั่วไป ภาพวัตถุขนาดเล็กอย่างการถ่ายภาพดอกไม้ ผีเสื้อ จึงมีความละเอียด สวยงาม สมจริง

เต็มอิ่มทุกการใช้งานไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม ดูหนัง วีดีโอคอล หรือการใช้งานทั่วไป บนหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว แบบ Max Vision HD+  ที่ให้ความละเอียดสูงผ่านมุมมองรับภาพแบบ 20:9 

ใช้งานต่อเนื่องไม่มีสะดุดยาวนานตลอด 36  ชั่วโมง กับแบตเตอรี่ขนาดความจุ 4,000 มิลลิแอมป์ ทำให้ Moto e7 เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนราคาเบา ๆ แต่ประสิทธิภาพเกินตัว

ชิปเซ็ต octa-core 2.0 GHz และ เทคโนโลยี HyperEngine ที่อยู่ในตัวเครื่องช่วยให้การประมวลผลการใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ ทำได้อย่างลื่นไหล ไร้อาการกระตุกแม้จะเป็นการเล่นเกม

การใช้งานที่ต่อเนื่องยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยอย่างฟังก์ชันสแกนลายนิ้วมือเพื่อปลดล๊อค โดยผู้ใช้งาน moto e7 สามารถสแกนลายนิ้วมือเพื่อเข้าใช้งานเครื่องเพียงวางนิ้วบนโลโก้รูปตัว M ที่อยู่ด้านหลังเครื่อง นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สุดอัจฉริยะอย่าง Google Assistant ช่วยให้ผู้ใช้สั่งงานเครื่องด้วยเสียงเพียงกดปุ่มด้านข้าง

เครื่องมาพร้อมระบบปฏิบัติการณ์ Android™ เวอร์ชัน 10 ที่เรารู้ว่าใคร ๆ ต่างก็ชื่นชอบเพราะไม่มีแอปหนัก ๆ ที่คุณอาจไม่ได้ใช้งานจริงโหลดอยู่ในเครื่องให้รำคาญใจ

ราคาและการจัดจำหน่าย

moto e7 สีเทา Mineral Grey พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้าน True Shops ทั่วประเทศ และบนเว็บไชต์ TrueMoveH https://truemoveh.truecorp.co.th/device/detail/2251?bundle=package ราคาจำหน่าย 3,990 บาท

พิเศษสำหรับลูกค้า True ระบบรายเดือนรับสิทธิซื้อสมาร์ทโฟน moto e7 ในราคาเพียง 1,990 บาทเมื่อสมัครแพ็คเกจและเงื่อนไขที่กำหนด

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโมโตโรล่าสมาร์ทโฟน เข้าไปที่เว็บไซต์ www.motorola.co.th

ข้อมูลจำเพาะ

ประสิทธิภาพการทำงานCPU/ MediaTek Helio G25 พร้อม CPU แบบ Octa-Core ความเร็ว 2.0GHz ARM Cortex-A53, GPU IMG GE8320 ความเร็ว 650MHzระบบปฏิบัติการ/ Android™ 10หน่วยความจำ/ 4GBพื้นที่เก็บข้อมูล/ พื้นที่เก็บข้อมูลในตัวเครื่อง 64GB | เพิ่มความจุด้วย microSD card ได้สูงสุด 512GBซิมการ์ด/ ซิมเดียว (1 Nano SIM + 1 microSD) | ซิมคู่แบบไฮบริด
(2 Nano SIMs / 1 Nano SIM + 1 microSD)
แบตเตอรี่ความจุ/ 4000mAhอายุการใช้งานแบตเตอรี่/ 36 ชั่วโมงอุปกรณ์ชาร์จ/  อุปกรณ์ชาร์จขนาด 5W/10W
หน้าจอหน้าจอ 6.5 นิ้ว Max Visionเทคโนโลยี/ IPS TFT LCDความละเอียด/ HD+ (1600×720) | 269ppiอัตราส่วนจอภาพ/ 20:09อัตราส่วนพื้นที่หน้าจอต่อตัวเครื่อง/ Active Area-Touch Panel
(AA-TP): 87%
การออกแบบขนาด, น้ำหนัก/ 164.93 x 75.73 x 8.89 มม. / 180 ก.การป้องกันน้ำ/ ดีไซน์ที่ช่วยกันละอองน้ำสี/ Mineral Grey
กล้องกล้องหลังหลัก/ เซ็นเซอร์ 48MP (f/1.7, 1.6μm) | เทคโนโลยี
Quad Pixelกล้องหลัง 2/ 2MP (f/2.4, 1.75μm) | มาโครกล้องหน้า/ 5MP (f/2.2, 1.12μm)
เสียงลำโพง/ ลำโพงเดียวช่องเสียบหูฟัง/ ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.วิทยุ FM/ มี
การเชื่อมต่อพอร์ต USB/ Type-C (USB 2.0)WIFI/ Wi-Fi 802.11 b/g/n | 2.4GHz | Wi-Fi hotspotBLUETOOTH/ Bluetooth® 5.0
อื่น ๆเซ็นเซอร์/ ระบบสแกนลายนิ้วมือ, เซ็นเซอร์ตรวจจับวัตถุโดยรอบ,
ตัวตรวจวัดความเร่ง, เซ็นเซอร์ตรวจวัดแสงสว่างโดยรอบบริการค้นหา/ระบุตำแหน่ง/ GPS, A-GPS, LTEPP, SUPL, GLONASS, Galileoการควบคุมด้วยเสียง/ Google Assistantความปลอดภัย/ ระบบสแกนลายนิ้วมืออุปกรณ์ภายในกล่อง/ หูฟัง (เฉพาะบางประเทศ), เคสป้องกัน (เฉพาะบางประเทศ), อุปกรณ์ชาร์จ, สาย USB, เอกสารคู่มือ, เข็มจิ้มถาดรองซิม
Continue Reading

ข่าวประชาสัมพันธ์

Wiko เปิดตัว Power U20 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ พลังแบต 6000mAh ใช้งานได้นานสูงสุดถึง 4 วัน ในราคาเพียง 2,999 บาท

Published

on

By

Wiko เปิดตัว Power U20 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ พลังแบต 6000mAh ใช้งานได้นานสูงสุดถึง 4 วัน ในราคาเพียง 2,999 บาท

วีโก (Wiko) แบรนด์สมาร์ทโฟนจากฝรั่งเศส เปิดตัว สมาร์ทโฟน Power U20 รุ่นใหม่ล่าสุดภายใต้คอนเซ็ปต์ Let’s Power Up ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างเต็มพลังด้วยแบตเตอรี่ 6000mAh กับเทคโนโลยี AI Power ที่ช่วยจัดการพลังงานแบตเตอรี่อย่างมีประสิทธิภาพ ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง สามารถใช้งานได้ยาวนาน 4 วัน ผ่านการทดสอบโดย SmartViser (บริษัทในประเทศฝรั่งเศสที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการทดสอบระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ในสมาร์ทโฟน) หน้าจอใหญ่ 6.8 นิ้ว กล้องหลัง 3 เลนส์ ชิปเซ็ตเกมมิ่ง Helio G35 และ RAM 3GB, ROM 32GB ในราคาเพียง 2,999 บาท

เก็บทุกภาพความทรงจำ สนุกทุกสถานการณ์ ด้วยกล้องหลัง 3 เลนส์ กล้องหลัก 13 ล้านพิกเซล ให้ภาพที่คมชัดสดใส เสริมด้วยเลนส์ 2 ล้านพิกเซล ที่จะช่วยปรับภาพหน้าชัดหลังเบลอให้เนียนตา พร้อมเลนส์ใหม่ AI lens ที่จะช่วยปรับปรุงสภาพแสงในที่แสงน้อยให้ดีขึ้นโดยอัตโนมัติ อีกทั้งยังช่วยตรวจจับฉากสภาพแวดล้อมได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น หรือจะสลับมาเซลฟีด้วยกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล ก็สวยเป็นธรรมชาติ

เต็มที่กับประสบการณ์ในการใช้งานหน้าจอที่เต็มตายิ่งกว่าครั้งไหน ๆ บนหน้าจอขนาดใหญ่ยักษ์ 6.8 นิ้ว ความละเอียดคมชัด HD+ ดีไซน์ขอบจอบาง แสดงผลกว้างเต็มตา ในอัตราส่วน 20.5:9

โดนใจสายเกมเมอร์ระดับเริ่มต้น ด้วยความลื่นไหลจากชิปเซ็ต MediaTek Helio G35 ที่มีระบบ HyperEngine ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของทั้ง CPU และ GPU ในการเล่นเกม พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อสัญญาณให้นิ่งและเสถียรยิ่งขึ้น ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังความแรงแปดแกน Octa-core 2.3GHz ให้คุณได้สนุกเพลิดเพลินราบรื่นในทุกการใช้งาน พร้อมตอบสนองการใช้งานอันหลากหลายด้วย RAM 3GB และพื้นที่เก็บข้อมูลความจุ ROM 32GB รองรับการเพิ่มความจุด้วย microSD card ได้สูงสุด 256GB บนระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดAndroid 11

สีสันและดีไซน์ล้ำสมัย มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเทาเข้ม, สีน้ำเงินเนวี่ และสีเขียวมินต์ ในราคาเกินคุ้มเพียง 2,999 บาท

จำหน่ายแล้วที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ Wiko Official Store ด้านล่างนี้

Continue Reading

ข่าวประชาสัมพันธ์

realme ขึ้นแท่นแบรนด์ม้ามืดมาแรงในตลาดอุปกรณ์สวมใส่ หลังครองอันดับ 10 ของส่วนแบ่งการตลาดหูฟังไร้สายทั่วโลก

Published

on

By

จากรายงานโดย Counterpoint Research เผยว่า realme แบรนด์สมาร์ทโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ครองอันดับ 10 ของยอดการจัดส่งหูฟังไร้สายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2020 ซึ่งนับเป็นหนึ่งในข่าวดีและถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ปี 2020 กลายเป็นปีที่ยอดเยี่ยมสำหรับ realme เนื่องจากความสำเร็จดังกล่างนั้นเกินความคาดหมายทั้งในด้านองค์กร ด้านผลิตภัณฑ์ และด้านการออกแบบ โดยจากรายงาน Counterpoint ยังได้เน้นย้ำถึงความเป็นไปได้ที่ ‘realme สามารถตอกย้ำประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนและครองตำแหน่งแบรนด์ม้ามืดมาแรงในตลาดอุปกรณ์สวมใส่แห่งปี 2021’

ในตลาดหูฟังไร้สาย realme มีส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลกอยู่ที่ 2% ซึ่งการเติบโตนี้นับเป็นเพียงก้าวแรกของกลยุทธ์ realme ในการส่งเสริมและค้นหาบริษัททั่วโลกที่มีนวัตกรรมล้ำสมัยและริเริ่มไอเดียใหม่ๆเพื่อร่วมกันสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ AIoT  ด้วยเหตุนี้ ภายในปี 2021 realme จึงได้เตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มระบบนิเวศ AIoT อย่าง “realme TechLife” โดยมุ่งหวังที่จะนำไลฟ์ไตล์การใช้ชีวิตแบบสมาร์ทให้กับคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน เพื่อมอบการสื่อสารและประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น

ในปี 2020 ที่ผ่านมา realme ได้สร้างผลงานโดดเด่นและประสบควาสำเร็จมากมาย ซึ่งในปี 2021 realme ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งเพื่อการเติบโตและผลสำเร็จที่ยิ่งใหญ่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับกลุ่มผู้ใช้งานคนรุ่นใหม่อายุระหว่าง 18 – 25 ปี ที่มาพร้อมกับความฝันอันยิ่งใหญ่และก้าวกระโดดไปสู่อนาคตด้วยความมั่นใจ โดยปัจจุบัน realme ครอง 5 อันดับแรกของแบรนด์สมาร์ทโฟนใน 12 ประเทศทั่วโลก อีกทั้งยังเดินหน้าพัฒนาระบบ AIoT Ecosystem เพื่อรองรับการการใช้งานของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานส่วนตัวบุคคล (Individual) การใช้งานภายในครอบครัว (Family) และการเดินทาง (Travel) ภายใต้แบรนด์ “ realme ”

Continue Reading

กำลังฮอต

มือถือใหม่

คลิปล่าสุด

ข่าวใหม่วันนี้

Smart Watch T500 Pro Smart Watch T500 Pro
News9 ชั่วโมง ago

Smart Watch T500 Pro สมาร์ทวอทช์ฟีเจอร์เพียบ ราคาถูก 289 บาท

Smart Watch T500 Pro...

Android News19 ชั่วโมง ago

แกะกล่องพรีวิว OPPO Reno5 Series 5G ที่สุดสมาร์ทโฟนถ่ายวิดีโอ Portrait พร้อมฟีเจอร์ และดีไซน์สวยล้ำ

ในปีนี้ OPPO ก็มาพร้...

ข่าวประชาสัมพันธ์2 วัน ago

โมโตโรล่า เปิดตัวสมาร์ทโฟน moto e7 ราคา 3,990 บาท

เพราะเราเข้าใจดีว่าก...

ข่าวประชาสัมพันธ์2 วัน ago

Wiko เปิดตัว Power U20 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ พลังแบต 6000mAh ใช้งานได้นานสูงสุดถึง 4 วัน ในราคาเพียง 2,999 บาท

Wiko เปิดตัว Power U...

ข่าวประชาสัมพันธ์2 วัน ago

realme ขึ้นแท่นแบรนด์ม้ามืดมาแรงในตลาดอุปกรณ์สวมใส่ หลังครองอันดับ 10 ของส่วนแบ่งการตลาดหูฟังไร้สายทั่วโลก

จากรายงานโดย Counter...

กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง