Connect with us

IT News

ASUS ส่ง ZenBook Duo 14 (UX482) ล่าสุดจาก CES 2021 พร้อมวางจำหน่ายในไทย พร้อมเปิดตัว ZenBook 13 OLED (UX325) และ เครื่องคอมพิวเตอร์ AiO V241

Published

on

บริษัท เอซุส (ประเทศไทย) เปิดตัวสินค้าใหม่พร้อมกันสามรุ่น ได้แก่ ZenBook Duo 14 (UX482) โน้ตบุ๊กสองจอขนาด 14 นิ้วที่มาพร้อม ScreenPad Plus โฉมใหม่ ยกหน้าจอที่สองเพื่อให้ผู้ใช้อ่านได้ง่ายขึ้น ช่วยระบายความร้อน และทำงานร่วมกับหน้าจอหลักอย่างลื่นไหล เพื่อการสร้างสรรค์งานและการทำงานแบบมัลติทาสก์ โดยเปิดตัวล่าสุด ณ งาน CES 2021 พร้อมด้วย ZenBook 13 OLED (UX325) ขนาด 13 นิ้ว โดดเด่นด้วยหน้าจอความคมชัดระดับ OLED และเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะออล-อิน-วันขนาด 24 นิ้ว  AiO V241 ส่งมอบประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยมแก่ลูกค้าเอซุสเช่นเคย โดย Asus Zenbook Duo 14 พร้อมวางจำหน่ายทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2564 เป็นต้นไป ส่วน AiO V241 พร้อมวางจำหน่ายวันที่ 25 มกราคม 2564 และ Zenbook 13 OLED (UX325) พร้อมวางจำหน่ายต้นเดือนกุมภาพันธ์ เป็นต้นไป

ZenBook Duo 14 (UX482)

ZenBook Duo 14 UX482 ในปี 2021 นับเป็นรุ่นต่อยอดจาก ZenBook Duo UX481 โน้ตบุ๊กสองหน้าจอเจนเนอเรชั่นแรกที่ได้รับการตอบรับจากกลุ่มนักสร้างคอนเทนต์อย่างดีเยี่ยม โดยในครั้งนี้มาพร้อมโปรเซสเซอร์สูงสุด 11th Generation Intel Core i7 หน่วยความจำ (RAM) ขนาด 16 GB ที่ช่วยให้การทำงานระหว่างหน้าจอหลักและจอ ScreenPad Plus ขนาด 12.6 นิ้วเป็นไปได้อย่างราบรื่น โดยมาพร้อมหน่วยเก็บข้อมูลสูงสุด 1 TB PCIe 3.0 x4 SSD นอกจากนี้ ZenBook Duo ยังนำเสนอเทคโนโลยี ASUS Intelligent Performance Technology (AIPT) ที่ทำงานร่วมกับ 11th Gen Intel โปรเซสเซอร์ในการเร่งประสิทธิภาพการทำงานอย่างอัจฉริยะ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้กว่า 40% เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊กทั่วไป ZenBook Duo 14 มีการ์ดจอให้ผู้ใช้ได้เลือกใช้งานอย่าง Iris Xe graphics และ NVIDIA GeForce® MX450 ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำงานทางด้านภาพ และมัลติทาสก์ได้อย่างลื่นไหล เจาะกลุ่มนักออกแบบคอนเทนต์ระดับเริ่มต้นที่มองหาอุปกรณ์คู่ใจในการทำงาน

ScreenPad Plus จอยกแบบใหม่

ZenBook Duo 14 (UX482) นำเสนอจอ ScreenPad Plus ใหม่ที่ทำหน้าที่เป็นจอสัมผัสที่สอง ขนาด 12.6” มาพร้อมความละเอียด 3840 x 1100 พร้อมปรับความสว่างได้สูงถึง 400 nits โดยจอ ScreenPad Plus จะยกทำมุม 7 องศาโดยอัตโนมัติ ช่วยลดแสงสะท้อนเพื่อให้ผู้ใช้สามารถอ่านได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทำงานคู่กับหน้าจอหลักที่นำเสนอขอบจอบางทั้งสี่ด้านได้อย่างไร้รอยต่อ ทั้งนี้ผู้ใช้ยังสามารถวางโน้ตบุ๊กบนแท่นวางที่ให้มาพร้อมกับเครื่อง เพื่อใช้งานปากกาสไตลัสได้อย่างสบายมือ โดยสามารถรับแรงกดได้มากถึง 4096 ระดับ เหมาะสำหรับการใช้งานวาดหรือเขียนได้อย่างอิสระ

ScreenPad Plus ยังแนะนำซอฟต์แวร์ ScreenXpert 2 ที่ได้รับการพัฒนา โดยช่วยให้การทำงานคล่องตัวยิ่งขึ้น ทั้งยังแนะนำแอพลิเคชันที่สามารถปรับแต่งการใช้งาน ช่วยให้ใช้โปรแกรมด้านครีเอทีฟได้อย่างสะดวกเช่นการปรับขนาดหัวแปรง, ปรับความคมชัด และอื่นๆ โดยทำงานร่วมกับโปรแกรม Adobe Photoshop, Lightroom Classic, Premiere Pro และ After Effects และยังจะรองรับโปรแกรมอื่นๆมากยิ่งขึ้นในอนาคต

ZenBook Duo 14 มาพร้อมพอร์ตเชื่อมต่อครบครัน ทั้งพอร์ต Thunderbolt™ 4 USB-C ล่าสุด ซึ่งรองรับการจ่ายไฟ (Power Delivery) และเชื่อมจอแสดงผล (DisplayPort) พร้อมแบนด์วิดท์ 40 Gbps ช่วยให้ผู้ใช้เชื่อมต่อจอแสดงผลภายนอกความคมชัดระดับ 8K หรือจอแสดงผล 4K UHD สองจอ ZenBook Duo 14 ยังมี WiFi 6 (802.11ax) ที่พร้อมเทคโนโลยี ASUS WiFi Master Premium ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อ WiFi มีความเสถียรมากยิ่งขึ้น

ZenBook Duo 14 (UX482) วางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปในราคาเริ่มต้นที่ 39,990 บาท มาพร้อมการรับประกัน on-site service 3 ปีเต็ม พร้อมด้วย Microsoft Windows 10 และ Pre-installed Microsoft Office Home & Student 2019 ติดตั้งพร้อมใช้งาน

UX482EA-HY001TS ราคา 39,990 บาท (i5-1135G7/LPDDR4X 16G [ON BD.]/512G PCIEG3/4CELL 70WHr, SLEEVE, STYLUS, STAND/14” 100% sRGB Pantone Validated 1W Panel 400 nits/Screenpad +/Microsoft Windows 10/Microsoft Office Home & Student 2019)  (รุ่นนี้ผ่านมาตรฐาน Intel EVO platform)

UX482EG-HY002TS ราคา 49,990 บาท (i7-1165G7/LPDDR4X 16G [ON BD.]/1TB PCIEG3/MX450/4CELL 70WHr,SLEEVE,STYLUS,STAND/14” FHD 100% sRGB Pantone Validated 1W Panel 400 nits/Screenpad +/Microsoft Windows 10 Home/Microsoft Office Home & Student 2019)

นอกจากนี้ เอซุสยังเสนอส่วนลดพิเศษสำหรับ ZenBook Duo โน้ตบุ๊กสองหน้าจอเจนเนอเรชั่นแรก (UX481) ในราคาเริ่มต้นที่ 33,990 บาท เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกให้นักสร้างคอนเทนต์

Asus ZenBook 13 OLED (UX325)

เอซุส (ประเทศไทย) ยังเปิดตัว ZenBook 13 OLED (UX325) โน้ตบุ๊กที่มาพร้อมจอความคมชัดระดับ OLED ได้รับการรองรับค่าสี PANTONE® Validated, 100% DCI-P3 color gamut ให้ค่าสีที่ดำลึก พร้อมสัดส่วนจอภาพต่อเครื่องที่ 88%

ZenBook 13 OLED (UX325) มีน้ำหนัก 1.11 กก. บางเพียง 13.9 มม. แต่มาพร้อมพอร์ตเชื่อมต่อครบครัน รวมถึงพอร์ต HDMI, USB Type-A,  Thunderbolt™ 4 USB-C® และ microSD card reader ทั้งยังมาพร้อม ASUS NumberPad 2.0 ช่วยการใช้งานตัวเลข พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้มากถึง 13 ชม, ดีไซน์คีย์บอร์ดแบบใหม่ตามหลักสรีระศาสตร์ ให้ผู้ใช้พิมพ์งานได้สบายมือยิ่งขึ้น, กล้อง IR สำหรับการตรวจจับใบหน้า สำหรับการใช้งาน Windows Hello อย่างสะดวกสบาย

ZenBook 13 OLED (UX325) ส่งมอบความแรงแก่ผู้ใช้ด้วยโปรเซสเซอร์ 11th Generation Intel® Core™ i5 พร้อม Intel Iris Xe graphics และหน่วยความจำ (RAM) 8 GB, หน่วยเก็บข้อมูลขนาด 512 GB PCIE G3

ZenBook 13 OLED (UX325) พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่ ต้นเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไปในราคา 28,900 บาท มาพร้อมการรับประกัน on-site service 3 ปีเต็ม พร้อมด้วย Microsoft Windows 10 และ Pre-installed Microsoft Office Home & Student 2019 ติดตั้งพร้อมใช้งาน

UX325EA-KG001TS ราคา 28,900 บาท (i5-1135G7/LPDDR4X 8G [ON BD.]/512G PCIE G3/13” FHD OLED panel, 100% DCI-P3, Pantone Validated/Numpad/Sleeve/Microsoft Windows 10 Home/Microsoft Office Home & Student 2019)

ASUS V241

ASUS V241 เครื่อง all-in-one พีซีขนาด 23.8 นิ้ว สำหรับการใช้งานในทุกวัน มาพร้อมขอบจอบางความคมชัดระดับ Full HD ให้สัดส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องที่ 88% ให้มุมมองการรับชมกว้างถึง 178 องศา เหมาะแก่การแสดงผลภาพและวีดีโอ พร้อมค่าสีที่ตรง 100% sRGB  นอกจากนี้ยังนำเสนอเทคโนโลยีเฉพาะอย่าง ASUS Splendid and ASUS Tru2Life Video เพื่อภาพสดใส คมชัดทุกรายละเอียด ทั้งยังมีระบบ ASUS SonicMaster เพื่อคุณภาพเสียงอันทรงพลังด้วยลำโพงสองตัว ให้เสียงเบสที่หนักแน่นและครบอรรถรส

ASUS V241 มาพร้อมโปรเซสเซอร์ล่าสุด 11th Generation Intel® สูงสุด Core™ i5, หน่วยประมวลผลกราฟิก Intel Iris Xe รุ่นใหม่ล่าสุด, หน่วยความจำ (RAM) ขนาด 8 GB พร้อมหน่วยเก็บข้อมูลสูงสุด 1 TB HDD + 256GB SSD เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เหมาะกับการใช้งานในทุกๆวัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นอินเทอร์เน็ต, ดูวิดีโอ หรือใช้งานอีเมล

สำหรับพอร์ตเชื่อมต่อก็มาพร้อมพอร์ต USB 3.2 Gen 1 Type-A ช่วยในการโอนย้ายข้อมูลได้เร็วกว่าปกติ 10 เท่า มาพร้อมพอร์ต USB 2.0, พอร์ต HDMI และพอร์ตเชื่อมต่อหูฟัง พร้อมด้วย WiFi 5 (802.11ac) สำหรับการเชื่อมต่อไร้สายที่รวดเร็ว

ASUS V241 รุ่นโปรเซสเซอร์ Core i5 ยังมาพร้อม Microsoft Windows 10 และ Pre-installed Microsoft Office Home & Student 2019 ติดตั้งพร้อมใช้งาน ASUS V241 พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่ 25 มกราคม 2564 เป็นต้นไปในราคาเริ่มต้น 17,990 บาท พร้อมการรับประกัน on-site service 3 ปีเต็ม ทุกรุ่น รายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้

V241EAK-BA010TS ราคา 24,990 บาท (Intel i5-1135G7/Intel Iris Xe graphics/DDR4 8GB/1TB HDD + 256G PCIE G3 SSD/UMA/23.8” FHD LCD/8X S-M DL(EXTERNAL DVD)/WIFI5(802.11AC)2*2+BlueTooth /Microsoft Windows 10 + Microsoft Office Home & Student 2019)

V241EAK-BA060T ราคา 17,990 บาท (Intel i3-1115G4/DDR4 8GB/512G PCIE G3 SSD/UMA/23.8 FHD LCD/8X S-M DL(EXTERNAL DVD)/WIFI5+BlueTooth/Microsoft Windows10)

ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่:

ZenBook Duo14 UX482 : https://bit.ly/3oU31SF

ZenBook 13 OLED UX325 : https://bit.ly/39GZxg3

Asus V241: https://bit.ly/2XOxJ3Z

ผลิตภัณฑ์ของ ASUS วางจำหน่ายผ่านตัวแทนชั้นนำทั่วประเทศ: https://bit.ly/3alNWSB

ASUS Official Store บน Shopee: https://bit.ly/2UEpBCb

ASUS Official Store บน Lazada: https://bit.ly/2UBBmcJ

Advertisement
Click to comment

IT News

ครั้งแรกในไทย! “OPPO X 2021 Rollable Concept Handset” และหูฟังไร้สายระดับไฮเอนด์ OPPO Enco X พร้อมยืนยันการเปิดตัวสมาร์ทโฟนแฟล็กชิพรุ่นใหม่เร็วๆ นี้

Published

on

By

ออปโป้ เปิดสุดยอดประสบการณ์แห่งอนาคตครั้งแรกและครั้งเดียวในไทยในงาน “Exclusive Rollable Experience” จัดแสดงเทคโนโลยีสุดล้ำ ให้สัมผัสคอนเซ็ปต์โฟนที่สามารถยืดขยายหน้าจอได้อย่าง “OPPO X 2021 Rollable Concept Handset” (พรีวิว OPPO X 2021) พร้อมโชว์นวัตกรรม IoT อย่างหูฟังไร้สาย “OPPO Enco X”     หูฟังระดับเฟล็กชิพของระบบแอนดรอยด์ที่สร้างร่วมกับ Dynaudio แบรนด์เครื่องเสียงและลำโพงชั้นนำระดับโลก  พร้อมเผยเทคโนโลยีแห่งสีสันล่าสุดที่จะมามอบสีสันสมจริงและคมชัดกว่าที่เคย

ออปโป้ ได้พัฒนานวัตกรรมต่างๆ ภายใต้ความเชื่อ ‘Technology for Mankind, Kindness for the World’ เพื่อสร้างโลกที่
น่าอยู่ ผ่านนวัตกรรมที่ดี ด้วยแรงบันดาลใจจากการผสานรวมนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่เข้ากับมนุษย์ เพื่อมอบคุณค่าให้กับผู้ใช้งานด้วยการมอบเทคโนโลยีที่เหมาะสม ออปโป้จึงได้นำเอาสุดยอดเทคโนโลยีมาให้สัมผัสจริงในงาน Exclusive Rollable Experience นอกจากนี้ยังได้เผยถึงเทคโนโลยี Full-path Color Management System ระบบจัดการสี 10-bit color depth
ที่ช่วยจัดการสีทั้งการถ่ายภาพและการแสดงผลบนหน้าจอ เพื่อเพิ่มความสวยงามและความคมชัดสมจริงให้กับภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมจุดประกายความคิดสร้างสรรค์และการค้นพบสิ่งใหม่ไปกับสมาร์ทโฟนแฟล็กชิพรุ่นล่าสุดที่จะเปิดตัวเร็วๆ นี้

โดยภายในงาน Exclusive Rollable Experience ได้เปิดประสบการณ์การสัมผัสนวัตกรรมสุดล้ำที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ใหม่ๆ ระหว่างมนุษย์และเทคโนโลยี ดังนี้

OPPO X 2021 Rollable Concept Handset คอนเซ็ปต์โฟนหน้าจอขยายได้ ฉีกทุกกฎของสมาร์ทโฟนในตลาด

OPPO X 2021 Rollable Concept Handset คือ ผลลัพธ์ของความเชื่อของออปโป้ในการเปลี่ยนโลกด้วยเทคโนโลยี เกิดเป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอยืดขยายจากการม้วนของหน้าจอ โดยไม่ทิ้งรอยพับหรือร่องรอยอื่นๆ พร้อมหน้าจอแบบ OLED
ที่ปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลาตั้งแต่ขนาดเล็ก 6.7 นิ้วและขนาดใหญ่ถึง 7.4 นิ้ว เพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้งานที่เต็มตามากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นการชมวิดีโอ เล่นเกม หรือถ่ายภาพ ซึ่งคอนเซ็ปต์โฟนนี้ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นแบรนด์แห่งนวัตกรรมของออปโป้ได้เป็นอย่างดี

OPPO Enco X หูฟังแฟล็กชิพของระบบแอนดรอยด์ที่สร้างสรรค์ร่วมกับ Dynaudio เพื่อมอบประสบการณ์การฟังที่ดีที่สุด

ออปโป้ บริษัทที่เป็นมากกว่าผู้ผลิตสมาร์ทโฟน ได้มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ IoT Ecosystem มากขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคสนุกไปกับไลฟ์สไตล์อัจฉริยะด้วยการผสมผสานกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัย พร้อมเตรียมเปิดตัว OPPO Enco X กับการร่วมมือกับ Dynaudio แบรนด์เครื่องเสียง Hi-Fi ชั้นนำระดับโลกที่มีความไฮเอนด์และมีความก้าวล้ำทางเทคโนโลยี ทำให้เกิดการร่วมมือที่จะช่วยส่งเสริมทั้งภาพลักษณ์ของแบรนด์และอิทธิพลทางการตลาดร่วมกัน

โดยงาน Exclusive Rollable Experience ถือได้ว่าเป็นการตอกย้ำถึงสุดยอดนวัตกรรมแห่งอนาคตที่ออปโป้ได้พัฒนาและสร้างสรรค์เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ผู้ใช้ พร้อมตอกย้ำถึงความเชื่อของออปโป้อย่าง ‘Technology for Mankind, Kindness for the World’ เพื่อมอบโลกที่น่าอยู่ผ่านนวัตกรรมที่ดีให้แก่ผู้ใช้ทั่วโลก รวมถึงเตรียมพร้อมมอบประสบการณ์การแสดงผลของสีที่ละเอียด คมชัด และสมจริง ที่จะมาปลดปล่อยพลังแห่งสีสันเร็วๆ นี้

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/oppothai/

Continue Reading

Android News

พรีวิว OPPO X 2021 สมาร์ทโฟนจอม้วนได้รุ่นแรก มิติใหม่ของการขยายหน้าจอจากสมาร์ทโฟนไปแท็บเล็ต

Published

on

By

OPPO X 2021 สมาร์ทโฟนหน้าจอม้วนได้เครื่องแรกของโลกเดินทางมาถึงประเทศไทยเรียบร้อย ทีมงาน iphone-droid.net ก็ไม่พลาดลองสัมผัสเครื่องจริงและมาเล่าประสบการณ์ให้อ่านกันในบทความนี้ บอกได้เลยว่า “ล้ำมากกกกก” น่าสนใจแค่ไหน มาติดตามกันเลย !

มือถือและแท็บเล็ตผสานกันในเครื่องเดียว

สำหรับคอนเซ็ปต์ของ OPPO X 2021 นี้ก็คือการผสานความเป็นสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเข้าด้วยกันแบบที่เราเห็นกันมากับสมาร์ทโฟนจอพับนั่นแหละครับ แต่ของ OPPO จะล้ำกว่าเพราะใช้การม้วนจอเข้า-ออกเพื่อขยาย-หดหน้าจอแทน

มีขนาดหน้าจอจาก 6.7” ไป 7.4” ชนิดหน้าจอเป็น OLED ที่มีความยืดหยุ่นสูงพร้อมแผ่นฟิล์ม Warp Track ที่สามารถม้วนเข้า-ออกได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้รอยต่อเลยด้วยครับ

ตัวหน้าจอ OLED นี้จะทำงานร่วมกับกลไกมอเตอร์ยืด-หดภายในแบบ 2 in 1 Plate ลักษณะแบบซี่ลวดออกแบบมาให้พอดีเป๊ะ ๆ และการหมุนผ่านตัวแกนกลางขนาด 6.8 มม.ช่วยให้การม้วนหน้าจอนั้นสมดุลและมั่นคงครับ

OPPO X 2021 งานประกอบแน่นหนาและดูแข็งแรงทนทานมาก กรอบเครื่องใช้วัสดุเป็นโลหะทั้งหมด ที่ด้านขวาของตัวเครื่องจะมีปุ่ม Power เพียงปุ่มเดียวซ่อนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ข้างในนั้นด้วย

ที่ด้านล่างตัวเครื่องมีพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB type-C หนึ่งพอร์ตรอบ ๆ พอร์ตจะใช้สีเขียวที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ OPPO ทำให้ดูเด่นมาก ๆ 

พลิกกลับมาดูด้านหลังเราจะเจอกับดีไซน์ที่โดดเด่นไม่แพ้กัน ใช้ดีไซน์แบบตัดเฉียงไม่ให้เครื่องดูเรียบจนเกินไป แบ่งสีสันเป็น Two-Tone ใช้สีเทาและเงินได้อย่างลงตัว รวมถึงการวางเลนส์กล้องก็ยังเฉียงแบบเท่ ๆ กับเขาด้วย

กล้องหลังของ OPPO X 2021 จะให้มา 3 ตัว แบ่งเป็นกล้อง​หลักความละเอียด 48MP f/1.7 และกล้อง ToF 3D อีก 2 ตัวเพื่อใช้งานด้าน AR/VR ครับ

การใช้งานที่ไร้รอยต่อ

ในเรื่องการใช้งาน OPPO X 2021 นั้นทำได้อย่างไร้รอยต่อมาก ๆ ทั้งการสลับจากโหมดมือถือไปโหมดแท็บเล็ต เพียงเราลูบขึ้นที่ขอบเครื่องด้านขวา ตัวจอจะขยายออกทันที ขณะที่จอม้วนเข้า-ออกเราจะได้ยินเสียงมอเตอร์เล็กน้อย “กืดดดดดดด” คล้ายกับการยกกล้องของ OPPO Find X ให้ความรู้สึกแบบกลไกทำงานแล้ว ล้ำ ๆ ไปอีก

และหน้า UI ก็จะมีการปรับอัตราส่วนให้เข้ากับหน้าจอที่ขยายขึ้นมาทันที อนิเมชั่นการยืด-หดเรียกว่าลื่นไหลมาก ๆ รวมถึงการเปิดแอปต่าง ๆ ก็ต่อเนื่องกันได้ขณะที่ขยายจอทันที อาทิ เราดูวิดีโอบนไซส์ 6.7” แล้วขยายจอตัวเนื้อหาที่ดูอยู่ก็จะค่อย ๆ ขยายจนเท่าไซซ์แท็บเล็ต 7.4” โดยอัตโนมัติครับ

ความรู้สึกเวลาสัมผัสตัวหน้าจอจะคล้าย ๆ กับพวกจอพับได้คือมีความยืดหยุ่นจากฟิล์ม Warp Track ไม่เหมือนบนหน้าจอสมาร์ทโฟนทั่วไปที่เป็นกระจกเนาะ แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร

สรุปหลังลองจับ

ต้องบอกเลยว่า OPPO X 2021 นั้นคือสมาร์ทโฟนแห่งอนาคตจริง ๆ ก่อนหน้านี้เราเคยเห็นสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้ขยายจากสมาร์ทโฟนเป็นแท็บเล็ตบ้างแล้ว แต่พอมาเจอรุ่นนี้ที่วิธีการทำงานแตกต่างออกไปก็รู้สึกทึ่งมาก ด้วยกลไกภายในที่ช่วยให้การขยายจอนั้นไร้รอยต่อมากขึ้น ประสบการณ์ที่ดีกว่าแบบจอพับพอสมควร จับแล้วไม่อยากคืนเลยจริง ๆ 

Continue Reading

Android News

ลือ ! Sony IMX800 จะมีขนาดเซ็นเซอร์ใหญ่ถึง 1 นิ้ว และ HUAWEI P50 Series เป็นรุ่นแรกของโลกที่จะได้ใช้ !!!

Published

on

By

มีข่าวลือว่า Sony กำลังพัฒนาเซ็นเซอร์กล้อง Sony IMX800 ตัวใหม่ที่มีขนาดใหญ่ถึง 1 นิ้วและรุ่นแรกที่จะได้ใช้คือ HUAWEI P50 Series นั่นเองครับ

ข่าวลือดังกล่าวมาจาก @RODENT950 ได้ทวีตว่า เซ็นเซอร์ IMX800 จะเปิดตัวในเดือนเม.ย.นี้ และเขายังเผยอีกว่าเซ็นเซอร์ดังกล่าวจะถูกใช้บน HUAWEI P50 Series เป็นรุ่นแรกอีกต่างหาก

โดย HUAWEI P50 Series ปีนี้จะมีด้วยกัน 3 รุ่น มีกล้องที่แตกต่างกันไปดังนี้

  • HUAWEI P50 กล้อง 3 ตัว กล้องหลัก + Ultra Wide + Tele
  • HUAWEI P50 Pro กล้อง 3 ตัว กล้องหลัก + Ultra Wide + Periscope
  • HUAWEI P50 Pro+ กล้อง 5 ตัว กล้องหลัก + Ultra Wide + Tele + Periscope + ToF

ปัจจุบันเราจะเห็นว่าใหญ่สุดอยู่ที่ 1/1.3” ก็ถือว่าใหญ่มากแล้ว การที่เซ็นเซอร์ Sony IMX800 จะใหญ่ระดับ 1 นิ้วเท่ากับว่าคุณภาพจะต้องยอดเยี่ยมกว่าทุกวันนี้อีกเยอะแน่ ซึ่งหาก Sony จะเปิด IMX800 ช่วงเม.ย.นี้ นั่นหมายความว่า HUAWEI P50 Series อาจยังไม่เปิดตัวในเดือนมี.ค.นี้ก็เป็นได้ครับ

ที่มา : Gizmochina

Continue Reading

กำลังฮอต

Advertisement

มือถือใหม่

คลิปล่าสุด

ข่าวใหม่วันนี้

กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง