Connect with us

Smart Review

รีวิว ASUS ROG Phone 3 สมาร์ทโฟนเกมมิ่งที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกคน

Published

on

ASUS ROG Phone 3 สมาร์ทโฟนเกมมิ่งสำหรับทุกคน มาพร้อมประสิทธิภาพตัวเครื่องแบบจัดเต็ม Snapdragon 865 Plus จอภาพลื่นๆ 144Hz และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6000mAh ใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ไปดูรีวิวกันเลย

ASUS ROG Phone 3 Review

สรุปสเปค ASUS ROG Phone 3 (ZS661KS)

  • ขนาดตัวเครื่อง 171 x 78 x 9.85 มม.
  • น้ำหนัก 240 ก.
  • หน้าจอ 6.59 นิ้ว AMOLED (1080 x 2340 พิกเซล) อัตราส่วน 19.5:9 รองรับอัตรารีเฟรช 144Hz และ Touch Sampling 270Hz
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 865 Plus และ Adreno 650
  • แรม 12GB
  • ความจุเครื่อง 512GB
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย ROG UI
  • กล้องหลัง 3 ตัว กล้องหลัก 64MP f/1.8, กล้อง Ultra Wide 13MP f/2.4 และกล้อง Macro 5MP f/2.0
  • กล้องหน้า 24MP f/2.0
  • รองรับ 5G, Wi-Fi 6, Bluetooth 5.1, NFC
  • สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
  • แบตเตอรี่ 6000mAh ชาร์จเร็ว 30W

 

แกะกล่อง

ASUS ROG Phone 3 Review

ROG Phone 3 มาในกล่องสีดำที่มีทรงกระบอกเรขาคณิตลวดลายและโลโก้ของ ROG ที่สื่อถึงความดุดัน โดยอุปกรณ์ที่มีให้ในกล่องประกอบด้วย

  • ตัวเครื่อง ROG Phone 3
  • อะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 30W
  • สายเคเบิล USB Type-C
  • ตัวแปลงพอร์ต USB Type-C to 3.5 mm.
  • AeroActive Cooler 3
  • เคส Aero
  • คู่มือใช้งาน
  • เข็มจิ้มถาดใส่ซิม
  • ยางสำหรับปิดพอร์ต Type-C เพื่อกันฝุ่น
  • ใบรับประกันสินค้า

 

ดีไซน์ตัวเครื่องและหน้าจอแสดงผล

ASUS ROG Phone 3 Review

ASUS ROG Phone 3 Review

ROG Phone 3 มาพร้อมดีไซน์ที่โดดเด่นและดูล้ำสมัย มีรูปลักษณ์ตามหลักอากาศพลศาสตร์ และดูโฉบเฉี่ยว โดยมีโลโก้ ROG ที่ส่องสว่างด้วยไฟออร่าหลากสี ซึ่งฝาหลังเป็นกระจก Gorilla Glass 3 ที่มีความโค้งแบบ 3D ทำให้ดีไซน์ดูสวยหรู และจับใช้งานกระชับมือมากขึ้น

 

ASUS ROG Phone 3 Review

กล้องหลังมี 3 ตัว จัดเรียงกันในแนวนอน โมดูลกล้องนูนขึ้นมาเหนือฝาหลัง ถัดไปข้างๆ มีไฟแฟลช LED และไมโครโฟน

 

ASUS ROG Phone 3 Review

ขอบด้านบนตัวเครื่องที่เห็นรูเล็กๆ คือไมโครโฟน

 

ASUS ROG Phone 3 Review

ขอบด้านล่างมีไมโครโฟน และพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C

 

ASUS ROG Phone 3 Review

ASUS ROG Phone 3 Review

ASUS ROG Phone 3 Review

ขอบด้านซ้ายมีช่องถาดใส่ซิมการ์ด และขั้วต่อ Side Mount

 

ASUS ROG Phone 3 with AeroActive Cooler 3 Photo

ASUS ROG Phone 3 with AeroActive Cooler 3 Photo

สำหรับขั้วต่อ Side Mount ตรงนี้สามารถใช้งานร่วมกับ AeroActive Cooler 3 ที่แถมให้ในกล่องสำหรับระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น

 

ASUS ROG Phone 3 Review

ASUS ROG Phone 3 Review

ASUS ROG Phone 3 Review

AeroActive Cooler 3 มีพอร์ต USB Type-C และช่องเสียงหูฟัง 3.5 mm. ถ้าใครไม่อยากใช้ตัวแปลงหูฟังที่แถมมาในกล่อง ก็สามารถต่อหูฟังจากตรงนี้ได้เช่นกัน

 

ASUS ROG Phone 3 Review

ขอบด้านขวามีปุ่ม Power, ปุ่มปรับระดับเสียง, ไมโครโฟน และเซ็นเซอร์สัมผัส AirTrigger จำนวน 2 จุดบริเวณส่วนบนและส่วนล่างของขอบด้านขวา

 

ASUS ROG Phone 3 Review

เคส Aero ที่แถมมาในกล่อง มีการดีไซน์ให้เข้ากับตัวเครื่อง ROG Phone 3 โดยการมีช่องว่างไม่บดบังโลโก้ ROG ที่มีแสงไฟออร่า และยังคงระบายความร้อนได้ดีเหมือนเดิม

 

ASUS ROG Phone 3 Review

มาดูด้านหน้ากันบ้าง ROG Phone 3 มีหน้าจอขนาด 6.59 นิ้ว AMOLED รองรับอัตรารีเฟรชเรท 144Hz ภาพลื่นไหล ตอบสนองไว และ HDR10+ พร้อม 10 บิต ที่ให้สีสันแม่นยำ คมชัดในทุกมุมมอง

 

ASUS ROG Phone 3 Review

หน้าจอที่มีช่วงไดนามิกที่มีความละเอียดสูงแบบนี้น่าจะถูกใจคนที่ชอบดูหนังบนแพลตฟอร์มชื่อดัง เช่น Netflix เป็นต้น

 

ASUS ROG Phone 3 Review

ความประทับใจอย่างหนึ่งของหน้าจอ ROG Phone 3 คือเป็นหน้าจอที่ไม่มีรอยบากหรือเจาะรูหน้าจอ เพราะบางครั้งพื้นที่ดังกล่าวอาจบดบังช่วงเวลาสำคัญของการเล่นเกมได้

 

ASUS ROG Phone 3 Review

กล้องหน้าติดตั้งอยู่บริเวณมุมขวาบน เป็นกล้องขนาด 24 ล้านพิกเซล และจะมีลำโพงอยู่ที่ขอบด้านบนและด้านล่าง

 

ASUS ROG Phone 3 Review

มุมซ้ายบนจะมีไฟ LED สำหรับแจ้งเตือนสถานะต่างๆ

 

ASUS ROG Phone 3 Review

สำหรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือถูกฝังไว้ใต้หน้าจอ ทำให้แตะสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอได้ทันที

 

ASUS ROG Phone 3 Review

จะเห็นว่าดีไซน์ด้านหน้าดูสะอาดตามากๆ เห็นหน้าจอได้แบบเต็มตา และปกป้องด้วยกระจก Gorilla Glass 6 และ ASUS ROG Phone 3 สมาร์ทโฟนเรือธงที่แตกต่างไปจากเรือธง Android ทั่วไปที่จะดีไซน์ให้ดูสวยงามตามแฟชั่น แต่สำหรับรุ่นนี้มีดีไซน์ที่โดดเด่นสำหรับการเล่นเกม และมาพร้อมอุปกรณ์เสริมเพื่อการใช้งานที่ดียิ่งขึ้นไม่เหมือนใคร

 

ซอฟต์แวร์และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

ROG Phone 3 รันระบบปฏิบัติการ Android 10 มาพร้อมกับ ROG UI ซึ่งจะมีหน้าตาอินเตอร์เฟซที่มีความโดดเด่นสวยงาม ซึ่งธีมที่กำหนดมาให้ครั้งแรกให้ความรู้สึกที่ดุดันด้วยภาพพื้นหลังคล้ายเครื่องจักรกลรูปทรงเรขาคณิตและมีอนิเมชั่นการเคลื่อนไหวด้วย

 

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

ถ้าใครอยากได้หน้าจอที่ดูสว่างสะอาดตาก็สามารถเลือกปลี่ยนธีมได้ จะได้ความรู้สึกไปอีกหนึ่งอารมณ์คล้ายๆ กับการพักผ่อนหลังจากเมื่อยล้าจากการเล่นเกมเลยก็ว่าได้

 

ASUS ROG Phone 3 Review

ภาพพื้นหลังบนหน้าจอยังเปลี่ยนอัตโนมัติด้วยเมื่อเปิดใช้งาน X Mode จะเปลี่ยนเป็นโทนสีที่ดูมีพลัง ซึ่งสร้างความตื่นเต้นด้วอนิเมชั่นการเคลื่อนไหวระหว่างเปลี่ยนภาพพื้นหลังด้วย

 

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

เมื่อปัดหน้าจอขึ้นจะเป็นในส่วนของ App Drawer แสดงรายการแอปพลิเคชั่นทั้งหมดที่ติดตั้งบนเครื่องโทรศัพท์ และเมื่อปัดหน้าจอลงมาจากแถบด้านบนจะเป็นในส่วนของแผง Quick Settings สำหรับเปิด/ปิด เมนูการใช้งานต่างๆ รวมไปถึงดูรายการแจ้งเตือน

 

ASUS ROG Phone 3 Review

หน้าจอ ROG Phone 3 สามารถเลือกปรับอัตรารีเฟรชได้สูงสุด 144Hz หรือจะเลือกปรับอัตโนมัติตามการใช้งานแต่ละประเภทก็ได้เช่นกัน โดยอัตรารีเฟรชหน้าจอจะเปลี่ยนไปตามการตั้งค่าที่กำหนดไว้ในแต่ละเกมใน Armoury Crate ซึ่งอัตรารีเฟรชที่สูงก็จะส่งต่อการใช้พลังงานที่มากขึ้นตามไปด้วย และเลือกรูปแบบสีของระบบได้ระหว่างสว่างและมืด

 

ASUS ROG Phone 3 Review

ROG Phone 3 เป็นหน้าจอ AMOLED สามารถใช้งานฟีเจอร์ Always-on ได้ โดยแสดงเวลาและวันที่ขณะปิดหน้าจอ ทำให้ไม่ต้องกดหน้าจอเพื่อดูเวลาให้ยุ่งยาก และปรับแต่งรูปแบบนาฬิกาที่จะแสดงบนหน้าจอได้

 

ASUS ROG Phone 3 Review

ROG Phone 3 รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด และรองรับการใช้งานบนเครือข่าย 5G

 

ASUS ROG Phone 3 Review

นอกจากนี้แล้วก็สามารถเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi 6, Bluetooth 5.1, NFC และรองรับ Android Auto ใช้แอปพลิเคชั่นในหน้าจอในรถยนต์ที่รองรับได้ด้วย

 

ASUS ROG Phone 3 Review

ตัวการจัดโทรศัพท์ เครื่องมือสำหรับจัดการหน่วยความจำแรมของเครื่องให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพียงแตะปุ่มสแกนเพื่อปรับค่าตามคำแนะนำของระบบได้ หรือจะเลือกตั้งค่าแต่ละส่วนก็ได้เช่นกัน

 

ASUS ROG Phone 3 Review

Game Genie ฟีเจอร์สำหรับเรียกใช้งานและกำหนดลำดับฟังก์ชั่นต่างๆ เพื่อเลือกใช้งานขณะเล่นเกมได้ เช่น แสดงข้อมูลต่างๆ ระบบขณะเล่นเกม การสตรีมสด เป็นต้น

 

ASUS ROG Phone 3 Review

AirTriggers เซ็นเซอร์แบบอัลตราโซนิคที่สามารถปรับแต่งเพื่อทำหน้าที่ต่างๆ เช่น การทำท่าทางสัมผัสเฉพาะเกม และการเปิดแอปพลิเคชั่นเฉพาะ เป็นต้น

 

ASUS ROG Phone 3 Review

ฟีเจอร์ด้านการจัดการพลังงานแบตเตอรี่ PowerMaster ควบคุมและตั้งค่าการใช้พลังงานได้หรือจะแสกนแล้วปรับการตั้งค่าตามคำแนะนำของระบบก็ได้เช่นกัน เพื่อให้แบตเตอรีใช้งานได้ยาวนานที่สุด

 

ASUS ROG Phone 3 Review

ด้านความปลอดภัยมีทั้งระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ และปลดล็อคหน้าจอได้ด้วยใบหน้า

 

ประสิทธิภาพตัวเครื่อง ฟีเจอร์การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

ROG Phone 3 ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 865 Plus และ GPU Adreno 650 ในขณะที่แรม 12GB เป็นชนิด LPDDR5 และที่เก็บข้อมูลเครื่องขนาด 512GB ก็เป็นชนิด UFS 3.1 โดยผลการทดสอบด้วย AnTuTu 8 สามารถทำคะแนนรวมได้สูงถึง 632,579 คะแนน

 

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

ผลการทดสอบด้วย Geekbench 5 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงานและการประมวลผล การทดสอบนี้จะทำการประมวลออกมาเป็นตัวเลขแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ Single-Core และ Multi-Core หากได้คะแนนยิ่งสูงประสิทธิภาพการทำงานจะยิ่งดี โดยผลทดสอบของ ROG Phone 3 ทำคะแนน Single-Core ได้ 1,015 คะแนน และ ROG Phone 3 ทำได้ 3,375 คะแนน ถือว่าสูงมาก

 

ASUS ROG Phone 3 Review

ROG Phone 3 สามารถดึงประสิทธิภาพการทำงานเครื่องได้สูงสุดด้วย X Mode เป็นโหมดพิเศษสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ เมื่อเปิดโหมด X โหมดนี้ จะปรับปรุงประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์และปิดการทำงานแอปที่ทำงานอยู่เบื้องหลังเพื่อดึงหน่วยความจำมาใช้งาน เพื่อประสบการณ์การเล่นเกมที่ดีขึ้นอย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

ASUS ROG Phone 3 Review

อีกหนึ่งซอฟต์แวร์ที่จะทำให้การเล่นเกมทำได้เต็มประสิทธิมากย่ิงขึ้นคือ Armoury Crate ซึ่งเป็นศูนย์กลางของข้อมูลทั้งหมดและสามารถควบคุมการตั้งค่าในการเล่นเกมแต่ละเกมได้ โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่ Games Lobby และ Console

 

ASUS ROG Phone 3 Review

Games Lobby เป็นส่วนสำหรับแสดงรายเกมทั้งหมดที่มีอยู่ในเครื่องในรูปแบบการ์ด ตั้งค่าต่างๆ ให้เหมาะกับแต่ละเกมได้ด้วฟังก์ชั่น Scenario Profiles

 

ASUS ROG Phone 3 Review

Scenario Profiles 3.0 หน้าตาดูสวยงามน่าใช้งานมากขึ้น ใช้สำหรับตั้งค่าโปรไฟล์เพื่อใช้งานกับแต่ละเกมแบบเฉพาะไปเลย ไม่ว่านจะเป็นการสัมผัส การแสดงผล ประสิทธิภาพ เครือข่าย AirTriggers, การจับคู่กับแป้น (Keymapping) และ Macro ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากๆ เพราะแต่ละเกมจะใช้การทำงานของระบบไม่เหมือนกัน

 

ASUS ROG Phone 3 Review

Console เป็นศูนย์ควบคุมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของเกมที่มี เช่น CPU, GPU, Ram usage, Storage used , อุณหภูมิของโทรศัพท์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถเปิด/ปิด X Mode และเปลี่ยนการตั้งค่าสำหรับ Game Genie, AirTriggers ความเร็วของพัดลม และระบบไฟในคอนโซลที่โลโก้ RGB กับเคส Lighitng Armor Case ได้

 

ASUS ROG Phone 3 Review

ภาพแสดงการเปิดใช้งานและตั้งแสงของระบบ สามารถกำหนดเองได้ทั้งหมด หรือจะปิดใช้งานก็ได้เช่นกัน

 

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

นอกจากนี้แล้วก็มีส่วนสำหรับแนะนำเกมที่รองรับการเล่นในอัตรตรีเฟรช 144Hz, 120Hz, แอปที่เล่นกับ GamePad, TwinView และรองรับ AirTriggers ได้

 

ASUS ROG Phone 3 Review

ทดสอบเล่นเกม Real Racing 3 จากค่าย EA ซึ่งเป็นเกมแข่งรถสุดยอดกราฟฟิกสมจริง มีการจำลองสนามแข่งและรถจริงทำให้ตัวเกมส์มีความเสมือนจริงน่าเล่นมากยิ่งขึ้น ซึ่งตัวเกมรองรับ 144fps ด้วย

 

ASUS ROG Phone 3 Review

จากการทดสอบเล่นเกมพบกว่าภาพมีความลื่นไหลมากๆ ไม่มีสะดุดเลยแม้แต่น้อย กราฟิกและภาพสีสันสวยงาม คมชัดมากๆ โดยเฟรมเรตที่ได้จะวิ่งที่นิ่งๆ 144fps จะมีเพียงครั้งสองครั้งเท่านั้นที่วิ่ง 143fps เรียกได้ว่าเฟรมเรตไม่มีตกเลย

 

ASUS ROG Phone 3 Review

Shadowgun Legends เป็นเกม FPS ที่มีกราฟิกภาพสวยมากๆ และรองรับ 144fps ด้วย โดยระหว่างเล่นเกมเราสามารถปัดขอบหน้าจอจากทางด้านซ้ายเพื่อเรียกใช้งาน Game Genie ได้

 

ASUS ROG Phone 3 Review

เฟรมเรตในการเล่นเกม Shadowgun Legends เมื่อเข้าเกมในฉากทำภารกิจ ทำได้นิ่งมากๆ 144fps ไม่มีตกเลย โดยเมื่อไปสักพักประมาณ 30 นาที จะพบว่าเครื่องเริ่มร้อน ดังนั้นแนะนำให้ใช้ AeroActive Cooler 3 เพื่อช่วยระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น

 

ASUS ROG Phone 3 Review

ทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile สุดยอดเกมแอ็คชั่นที่พัฒนาด้วย Unreal Engine 4 เป็นเกมที่มีภาพและกราฟิกที่สวยงามมาก ต้องใช้การควบคุมทิศทาง และความแม่นยำในการระบุเป้ายิง ตัวเครื่องรองรับการเล่นกราฟิกในระดับ Ultra HD และเฟรมเรตระดับสูงสุด แต่จะรองรับได้สูงสุดเพียง 40fps เล่นได้นิ่งๆ ไม่ตก

 

ASUS ROG Phone 3 Review

การเล่นบน ROG Phone 3 ก็สามารถเล่นได้อย่างไม่สะดุด ไม่เจออาการกระตุก เฟรมเรตนิ่งๆ ที่ 40fps แม้จะเป็นฉากขับรถก็ยังให้ภาพที่ลื่นไหลนุ่มนวล ซึ่งก็ต้องบอกว่าความลื่นไหลตลอดการเล่นเกมถือเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ช่วยให้โอกาสในการชนะเกมมีมากขึ้นด้วยนั่นเอง

 

ASUS ROG Phone 3 Review

ทดสอบเกม ROV ซึ่งตัวเกมรองรับได้สูงสุด 60fps เฟรมเรตนั้นนิ่งมากๆ ไม่มีอาการเฟรมเรตตกหรือเหวี่ยงเลย โดยจะวิ่งอยู่ที่ 60-61 fps ตลอดการเล่นเกม ซึ่งบางช่วงจังหวะก็วิ่งทะลุไปถึง 62 fps

 

ASUS ROG Phone 3 Review

แม้แต่ฉากเข้าร่วมทีมไฟต์ ซึ่งตัวเครื่องต้องใช้การประมวลผลค่อนข้างสูงเพื่อให้แสดงกราฟิกภาพต่างๆ อย่างครบถ้วน พบว่าเฟรมเรตก็ยังนิ่งไม่มีตกหรือสวิงเลยแม้แต่น้อย นิ่งๆ ที่ 60-61 fps ทำให้ภาพเกมดูลื่นไหล หมดปัญหาภาพกระโดดหรือกระตุกในช่วงเวลาสำคัญ

 

ASUS ROG Phone 3 Review

ASUS ROG Phone 3 Review

ASUS ROG Phone 3 Review

TwinView Dock 3 อุปกรณ์เสริมที่จะมาช่วยให้การเล่นเกมทำได้เต็มที่และถนัดมือมากขึ้น ซึ่งอุปกรณ์ชิ้นนี้ได้มีการอัปเกรดใหม่ให้ทำงานได้รวดเร็วมากขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นที่ 2 โดยมาพร้อมหน้าจอขนาด 6.6 นิ้ว อัตรารีเฟรช 144Hz เพื่อให้ทำงานร่วมกับกับ ROG Phone 3 ได้ดีที่สุดนั่นเอง

 

ASUS ROG Phone 3 Review

ASUS ROG Phone 3 Review

การเล่นเกมด้วย TwinView Dock 3 นอกจากความคล่องตัวและจับถนัดมือมากขึ้นแล้ว ยังช่วยให้การเล่นเกมทำได้นานอีกด้วย เพราะเจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้ช่วยกระจายน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เล่นต่อเนื่องได้นานขึ้น รู้สึกเมื่อยมือน้อยลง และมีแบตเตอรี่ในตัว 5000mAh

 

ASUS ROG Phone 3 Review

ASUS ROG Phone 3 Review

ROG Clip ตัวยึดสมาร์ทโฟนแบบปรับได้ ซึ่งจริงๆ ตัวนี้รองรับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นที่มีความกว้างระหว่าง 69 – 80 มม. และสามารถเชื่อมต่อกับคอนโทรลเลอร์ยอดนิยม เช่น XBOX, PlayStation DualShock และ Google Stadia โดยมีสายเคเบิลแบบ microUSB และ Type-C เพื่อใช้เชื่อมต่อระหว่างคอนโทรลเลอร์กับสมาร์ทโฟน

 

ASUS ROG Phone 3 Review

นอกจากนี้แล้วก็มีฟิล์มกระจก 9H ขอบโค้ง 2.5D สำหรับติดหน้าจอ ROG Phone 3

 

ASUS ROG Phone 3 Review

แบตเตอรี่ขนาด 6000mAh จากการทดสอบใช้งานทั่วไป และเล่นเกมราว 2-3 ชั่วโมง พบกว่าแบตเตอรี่อยู่ได้ประมาณครึ่งวัน แต่ถ้าไม่เล่นเกมเลยอยู่ได้ทั้งวัน ไม่หมดระหว่างวันแน่นอน

 

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

นอกจากนี้แล้วยังรองรับชาร์จเร็ว 30W Hyper Charging ทดลองชาร์จเริ่มจาก 34% ผ่านไป 25 นาที ได้แบตเตอรี่ 66% ถือว่าเร็วดี หยิบไปใช้งานต่อได้ทันที ไม่ต้องรอนาน

 

กล้องถ่ายรูป

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

ROG Phone 3 มี 3 กล้องหลัง โดยความละเอียดกล้องหลัก 64 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ IMX686 รูรับแสงกว้าง f/1.8 ในขณะที่กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 125 องศา f/2.4 และกล้อง Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล f/2.0

Auto Mode

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

 

Ultra Wide Mode

ASUS ROG Phone 3 Camera Review ASUS ROG Phone 3 Camera Review

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

 

Night Mode

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

 

Portrait Mode

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

โหมดการถ่ายรูปให้มาครบ ไม่ว่าจะเป็นโหมดปกติ มุมกว้างพิเศษ ถ่ายภาพบุคคล ถ่ายกลางคืน และมาโคร ซึ่งระบบโฟกัสถือว่าทำได้รวดเร็วมากๆ โดยในโหมด 64MP จะต้องถือกล้องนิ่งๆ ไว้สักพักหลังกดชัตเตอร์ เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดมากยิ่งขึ้น

 

Pro Mode

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

สำหรับโหมดโปร ซึ่งผู้ใช้งานสามารถกำหนดค่าต่างๆ ของกล้องได้เอง มาพร้อมเส้นที่ใช้เป็นมาตรวัดระดับให้ตรง ตั้งค่า ISO ได้ตั้งแต่ 25 ถึง 3200 และลากชัตเตอร์ได้ตั้งแต่ 1/60 ไปจนถึง 32 วินาที ซึ่งเท่าที่ลองถ่ายแสงไฟรถวิ่งโดยไม่ใช้ขาตั้งกล้อง ก็ถือว่าทำได้ดีทีเดียว ภาพสั่นน้อยมากๆ นอกจากนี้แล้วฟีเจอร์ด้านการถ่ายวิดีโอรองรับความละเอียดสูงสุด 8K และถ่ายวิดีโอ 4K HDR ได้

 

ASUS ROG Phone 3 Camera Review

สำหรับกล้องหน้าเซลฟี่ 24 ล้านพิกเซล จะเลือกเปิดโหมดบิวตี้ได้เฉพาะการถ่ายที่ความละเอียด 6 ล้านพิกเซล 4:3 และมีโหมดถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังละลาย

 

สรุปจุดเด่น

  • ROG Phone 3 เป็นสมาร์ทโฟนเกมมิ่งเรือธงที่ออกแบบได้โดดเด่น
  • หน้าจอใหญ่ AMOLED สีสันคมชัด และใช้งานได้ลื่นไหลด้วยอัตรารีเฟรช 144Hz
  • สเปคจัดเต็ม Snapdragon 865+ มาพร้อมแรม LPDDR5 และที่เก็บตัวเครื่อง UFS 3.1
  • เซ็นเซอร์ตัวเครื่องและอุปกรณ์เสริมต่างๆ ตอบโจทย์การเล่นเกมได้เป็นอย่างดี
  • กล้องถ่ายรูปให้มาครบสำหรับการถ่ายรูปในสถานการณ์ต่างๆ และถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 8K
  • แบตเตอรี่ 6000mAh ใช้งานทั่วไปได้ทั้งวัน และเล่นเกมต่อเนื่องได้หลายชั่วโมง อีกทั้งรองรับชาร์จเร็ว 30W

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่กันน้ำ
  • ไม่มีช่องใส่ microSD Card

 

ราคา

ROG Phone 3 Series officially launched in Thailand

ROG Phone 3 Series officially launched in Thailand

  • ROG Phone 3 (12 GB/512 GB) วางจำหน่ายในราคา 32,990 บาท และ ROG Phone 3 Strix Edition (8 GB/256 GB) ราคา 24,990 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2563 เป็นต้นไป พร้อมอุปกรณ์เสริม TwinView Dock 3 (ราคา 7,990 บาท)
  • ROG Phone 3 Lighting Armor case (ราคา 1,990 บาท) และ ROG Clip (ราคา 1,990 บาท) ขณะที่ ROG Kunai 3 Gamepad (ราคา 3,990 บาท) จะพร้อมวางจำหน่ายในช่วงเดือน พ.ย. 2563

รายเอียดช่องทางวางจำหน่ายคลิก https://bit.ly/3mNBstS

Advertisement
Click to comment

Smart Review

รีวิว Choetech ที่ยึดมือถือ 2 in 1 พร้อมชาร์จไร้สาย ไม่ต้องถือให้เมื่อย

Published

on

Choetech 2 in 1 Flexible Phone Mount & Fast Wireless Charge

รีวิว Choetech 2 in 1 Flexible Phone Mount & Fast Wireless Charge ที่ยึดมือถือปรับหมุนได้ 360 องศา พร้อมชาร์จไร้สายให้กับมือถือได้ด้วย ดูหน้าจอได้สบายๆ ไม่ต้องถือให้เมื่อย

Choetech 2 in 1 Flexible Phone Mount & Fast Wireless Charge

Choetech 2 in 1 Flexible Phone Mount & Fast Wireless Charge อุปกรณ์ตัวนี้ต้องบอกเลยว่าควรต้องมีติดบ้านหรือเอาไว้ที่โต๊ะทำงานก็ได้ การใช้งานก็ง่ายๆ เพียงแค่ใช้ที่หนีบยึดติดกับขอบโต๊ะแล้วหมุนตัวล็อกที่หนีบให้แน่น

Choetech 2 in 1 Flexible Phone Mount & Fast Wireless Charge
Choetech 2 in 1 Flexible Phone Mount & Fast Wireless Charge

จากนั้นก็ปรับแขนของตัวยึด บิดเป็นรูปร่างต่างๆ ได้ รวมไปถึงเอียงไปทางด้านซ้ายหรือขวา หรือยื่นไปด้านหน้าหรือด้านหลังก็ได้ทำได้ เพื่อปรับองศาหรือความสูงให้เหมาะกับระดับสายตาหรือการใช้งานของเรา

จากนั้นก็นำมือถือสมาร์ทโฟนของเรามาใส่กับตัวหนีบมือถือด้านบน ตัวหนีบมือถือตรงนี้รองรับความกว้างได้สูงสุด 125 มม. หรือถ้าเป็นแท็บเล็ตก็กางเพื่อหนีบได้สูงสุด 175 มม.

Choetech 2 in 1 Flexible Phone Mount & Fast Wireless Charge

ความเจ๋งของตัวหนีบรุ่นนี้คือรองรับได้ทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต

Choetech 2 in 1 Flexible Phone Mount & Fast Wireless Charge

นอกจากนี้แล้วยังสามารถปรับหมุนเพื่อการใช้งานได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอนด้วย จะใช้งานการประชุม วิดีโอ ดูหนัง หรือหนีบไว้ที่ขอบเตียงนอนก็สะดวกสบาย ไม่ต้องใช้มือของเราถืออีกต่อไปครับ

Choetech 2 in 1 Flexible Phone Mount & Fast Wireless Charge

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาคือตัวหนีบมาพร้อมระบบชาร์จไร้สายแบบเร็วสูงสุด 10W ถ้ามือถือที่นำมาใช้งานรองรับชาร์จไร้สายก็ใช้งานได้เลย ทำให้ใช้งานมือถือได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะแบตจะหมด แต่สำหรับหัวชาร์จอะแดปเตอร์จะไม่ได้แถมมาให้ในกล่อง สามารถใช้หัวชาร์จทั่วไปหรือของสมาร์ทโฟนได้เลย


สำหรับราคาของ Choetech 2 in 1 Flexible Phone Mount & Fast Wireless Charge สามารถเข้าไปดูราคาล่าสุดได้ที่ร้านค้าทางการของ Choetech บน Lazada ได้ที่ https://bit.ly/3oqw68z

Continue Reading

Smart Review

รีวิว Samsung Galaxy Fit2 บางเบา ใส่สบาย ติดตามทุกการเคลื่อนไหว

Published

on

Samsung Galaxy Fit2 Review

รีวิว Samsung Galaxy Fit2 นาฬิกาเพื่อการออกกำลังกายที่มาพร้อมหน้าจอ 3D Curved สีสันสดใส AMOLED ใส่สบายได้ทุกวันด้วยดีไซน์ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา พร้อมติดตามการเคลื่อนไหวตลอดทั้งวัน

Samsung Galaxy Fit2 Review

สรุปข้อมูลและสเปค Samsung Galaxy Fit2

  • ตัวเรือนพลาสติก สายซิลิโคน
  • ขนาด 46.59 x 18.6 x 11.13 มม.
  • หนัก 24 กรัม
  • หน้าจอ 1.1 นิ้ว AMOLED 3D Curved Glass
  • แบตเตอรี่ 159 mAh
  • ระบบปฏิบัติการ Free RTOS
  • หน่วยความจำ RAM 2MB + ROM 32MB
  • การเชื่อมต่อ Bluetooth 5.1
  • กันละอองน้ำตามมาตรฐาน IP68
  • ทนน้ำลึกสูงสุดที่ 5ATM
  • ทนต่อแรงสั่นสะเทือนตามมาตรฐาน MIL-STD 810G
  • รองรับการทำงานร่วมกับ Android 5.0 ขึ้นไปที่มี RAM อย่างน้อย 1.5GB และ iOS 9.0 ขึ้นไปตั้งแต่รุ่น iPhone 5 หรือสูงกว่า
Samsung Galaxy Fit2 Review

ด้านดีไซน์ของ Samsung Galaxy Fit2 เรียกได้ว่าเป็นนาฬิกาที่มาตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการดีไซน์ที่มีขนาดเล็กและเข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ โดยตัวนาฬิกามีความโค้งแบบ 3D Curved ทำให้ดูโดดเด่นและทันสมัย

Samsung Galaxy Fit2 Review

ความบางเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของการดีไซน์นาฬิการุ่นนี้ เพราะมีความหนาเพียง 11.1 มิลลิเมตร สวมใส่สบาย เวลาเคลื่อนไหวในการออกกำลังกายรู้สึกถึงความสบายและไม่ติดขัด เพราะบางครั้งถ้าใครเคยใส่นาฬิกาติดตามการออกกำลังกายที่มีขนาดใหญ่จะรู้สึกติดขัดเวลาเคลื่อนไหวข้อมือ

Samsung Galaxy Fit2 Review

หน้าจอแสดงผลเป็นชนิด AMOLED ให้สีสันสดใสและคมชัด โดยขนาดหน้าจอมีความกว้าง 1.1 นิ้ว โค้งเข้ากับข้อมือของเราพอดี ทำให้เวลามองหน้าเห็นได้ชัดเจนและด้วยหน้าจอที่ยาวก็จะแสดงผลได้หลายอย่างในหน้าจอเดียว

Samsung Galaxy Fit2 Review

หน้าปัดนาฬิกาสามารถเลือกเปลี่ยนได้โดยดาวน์โหลดเพิ่มเติมจากแอป Galaxy Wearable เพียงแค่เชื่อมต่อตัวนาฬิกากับสมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth

Samsung Galaxy Fit2 Review

นอกจากนี้แล้ว ตัวนาฬิกาสามารถกันน้ำได้ระดับ 5ATM หรือกันน้ำได้ลึกถึง 50 เมตร สามารถใส่ว่ายน้ำได้

Samsung Galaxy Fit2 Review
Samsung Galaxy Fit2 Review

หลายคนอาจเคยใส่นาฬิการุ่นอื่นๆ ว่ายน้ำแล้วหน้าจอลั่นเพราะน้ำกระทบหน้าจอ คราวนี้ Galaxy Fit2 เพิ่มฟีเจอร์ Water Lock มาให้แล้ว เพื่อไม่ให้หน้าจอถูกสัมผัสนั่นเอง เปิดหรือปิดได้ผ่านแอปพลิเคชั่น Galaxy Wearable

Samsung Galaxy Fit2 Review

ฟีเจอร์ด้านการออกกำลังกายของ Samsung Galaxy Fit2 ที่ทำให้การติดตามการเคลื่อนไหวเป็นเรื่องง่าย คือความสามารถในการตรวจจับการเคลื่อนไหวของเราแลั้วเลือกโหมดให้อัตโนมัติที่แตกต่างกันถึง 5 โหมด ได้แก่ การวิ่ง, การเดิน, Dynamic Workout, Elliptical Trainer และ Rowing Machine ซึ่งเครื่องเล่นพวกนี้จะพบได้ในฟิตเนสนั่นเอง

Samsung Galaxy Fit2 Review

ตัวนาฬิกาสามารถติดตามเวลาในการออกกำลังกาย อัตราการเต้นของหัวใจ แคลอรี่ที่เผาผลาญ และยังมีโหมดออกกำลังกายอื่นๆ ให้เลือกอีกถึง 90 โหมด เรียกได้เป็นนาฬิกาที่จิ๋วแต่แจ๋วใช้ได้เลยครับ

Samsung Stress Tracking

ตัวนาฬิกามีฟีเจอร์ตรวจจับความเครียดระหว่างได้ด้วย โดยต้องค่าผ่านแอปพลิเคชั่น Samsung Health ให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นหากตรวจพบความเครียดของเรา นาฬิกาก็จะมีการแจ้งเตือนระดับความเครียดและแนะนำให้ฝึกการหายใจเข้าออกในขณะเครียดเพื่อให้เกิดการผ่อนคลาย

Samsung Stress Tracking

อีกหนึ่งความประทับใจคือแบตเตอรี่ที่อยู่ได้นานเกือบ 2 สัปดาห์สำหรับติดตามกิจวัตรประจำวันของเรา หรือถ้าใส่ออกกำลังกายวันเว้นวันและรับการแจ้งเตือนต่างๆ ก็อยู่ได้นานเป็นสัปดาห์ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

การแจ้งเตือนข้อความจากสมาร์ทโฟนมายังตัวนาฬิกา รองรับภาษาไทย ไม่ว่าจะมาจากแอปต่างๆ เช่น LINE, Facebook และ Messenger เป็นต้น สามารถเลือกตอบด่วนได้ด้วย Quick Reply

Samsung Stress Tracking

Samsung Galaxy Fit2 สามารถควบคุมเครื่องเล่นเพลงที่ตัวสมาร์ทโฟนได้

Samsung Stress Tracking

ฟีเจอร์ด้านสุขภาพที่ต้องมีในตอนนี้คงหนีไม่พ้นการแจ้งเตือนให้ล้างมือ โดยสามารถตั้งค่าเพื่อแจ้งเตือนให้ล้างมือตามช่วงเวลา และช่วยนับเวลาในการล้างมือเพื่อความมั่นใจในความสะอาดได้ด้วย

นอกจาการติดตามการเคลื่อนไหวในการออกกำลังกายแล้ว Samsung Galaxy Fit2 ยังสามารถติดตามการนอนหลับได้ ดูรายละเอียดเชิงลึกได้ผ่านแแอปพลิเคชั่น Samsung Health ซึ่งข้อมูลหลักๆ ก็จะมีระยะเวลาในการนอน ตื่นบ่อยแค่ไหน หลับลึกและหลับตื้นในช่วงใดบ้าง เป็นต้น และแสดงคะแนนรวมของการนอนหลับเพื่อดูว่าการนอนของเรามีประสิทธิภาพในระดับใด

Samsung Galaxy Fit2 Review

สรุปจุดเด่นของ Samsung Galaxy Fit2 เป็นนาฬิกาติดตามการออกกำลังกายที่มีขนาดเล็ก สวมใส่สบาย ราคาไม่แพงเพียงกันกว่าบาท ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ แต่ถ้าใช้งานกับ iOS อาจจะใช้งานได้ไม่ครบทุกฟังก์ชั่นนะครับ

Samsung Galaxy Fit2 Review

Samsung Galaxy Fit2 วางจำหน่ายแล้วในราคา 1,590 บาท หาซื้อได้ที่ช้อป Samsung และร้านค้าตัวแทนจำหน่าย หรือผ่านช่องทางออนไลน์ Shopee ก็ได้เช่นกัน

Continue Reading

Smart Review

รีวิว Amazfit Neo สมาร์ทวอทช์เอาใจสายเรโทร ฟีเจอร์ครบ ตรวจจับการออกกำลังกายได้ ในราคาสุดประหยัด

Published

on

Amazfit Neo Review 1

รีวิว Amazfit Neo สมาร์ทวอทช์ดีไซน์สุดเรโทร ดีไซน์คลาสสิก พร้อมฟังก์ชันแบบครบครัน ทั้งการออกกำลังกาย, ด้านสุขภาพ และมีราคาที่เข้าถึงได้สบายกระเป๋า

สเปคโดยรวมของ Amazfit Neo

  • ขนาดรอบตัวเครื่อง 40.3 x 41 x 11.7 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 32 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล STN ขนาด 1.2 นิ้ว สีขาวและดำ
  • การเชื่อมต่อ : Bluetooth 5.0 BLE
  • เซ็นเซอร์
    • เซ็นเซอร์สัดความเร่ง
    • เซ็นเซอร์แสง PPG สำหรับ BioTracker
    • วัดอัตราการเต้นของหัวใจ
  • แบตเตอรี่ความจุ 160 mAh
  • อุปกรณ์ที่รองรับ Android 5.0 หรือ iOS 10.0 ขึ้นไป
  • มีมาตรฐานกันน้ำลึก 5ATM

อุปกรณ์ในกล่อง

กล่องของ Amazfit Neo มาในขนาดเล็กกะทัดรัด เมื่อเปิดออกมาก็จะเจออุปกรณ์ต่างๆ ได้แก่ ตัวเรือน Amazfit Neo, แท่นชาร์จ และคู่มือการใช้งานเบื้องต้น

Amazfit Neo Review 2



ดีไซน์ของ Amazfit Neo มาในรูปแบบของเรโทรที่ออกมาแนวคลาสสิกเบาๆ ทำให้มีความสวยงามในตัว สวมใส่ได้สบายด้วยน้ำหนักที่เบาจะขนาดที่เล็กกะทัดรัด โดย Amazfit Neo มีให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ สี ดำ, เขียว และแดง ซึ่งสีที่เราได้มาจะเป็นสีดำสุดคลาสสิกครับ

Amazfit Neo Review 3



สายรัดข้อมือมาในรูปแบบของโพลียูรีเทน (PUR) ที่มีความยืดหยุ่นและสวมใส่ได้แบบไม่รัดข้อมืดมากเกินไป ทำให้ไม่มีรอยเมื่อใช้งานไปนานๆ

Amazfit Neo Review 4



หน้าจอของ Amazfit Neo มาแบบ STN ขนาด 1.2 นิ้ว แสดงผลเป็นสีขาวและดำ โดยสามารถแสดงต่างๆ ได้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเวลา, วันที่ และฟังก์ชันต่างๆ ได้ครบ

Amazfit Neo Review 5



สำหรับรอบตัวเครื่องที่ทั้ง 2 ฝั่งซ้ายและขวามีข้างละ 2 ปุ่ม โดยฝั่งซ้ายมีปุ่ม Select (เลือก) และ Back (ย้อนกลับ) ส่วนฝั่งขวามี UP (ขึ้น) และ Down (ลง)

Amazfit Neo Review 6
Amazfit Neo Review 7



ส่วนด้านหลังจะเป็นระบบเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ

Amazfit Neo Review 8



ฟีเจอร์ด้านสุขภาพ

สำหรับฟีเจอร์ด้านสุขภาพต่างๆ ต้องบอกว่าให้มาแบบครบครันเลยทีเดียวครับ โดย Amazfit Neo สามารถติดตามการออกกำลังกายได้แบบเรียลไทม์ทันที 3 แบบ ได้แก่ เดิน, วิ่ง และปั่นจักรยาน ซึ่งก็มีให้เลือกมากมายภายในแอปพลิเคชั่น Zeep ที่ต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนก่อนครับ

Amazfit Neo Review 9
Amazfit Neo Review 10



ใครที่จะออกกำลังกายเพื่อใส่ว่ายน้ำก็ทำได้เช่นกันครับ เพราะมีมาตรฐานกันน้ำระดับ 5ATM ที่ทำได้ลึกสุด 50 เมตร

Amazfit Neo Review 11



สำหรับสิ่งที่ Amazfit Neo ระบุได้ภายในตัวเรือนเลยก็จะเป็นจำนวนก้าวและวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ทำได้อย่างแม่นยำและแบบเรียลไทม์จากการมีเซ็นเซอร์ PPG BioTracker โดยจะแจ้งเตือนทันทีเมื่อมีอัตราการเต้นที่เร็วหรือช้ากว่าปกติตามที่เราได้ตั้งค่าภายในแอป Zeep ครับ

Amazfit Neo Review 12
Amazfit Neo Review 13



ประเมินภาวะสุขภาพส่วนบุคคล (PAI Health Assessment System)

สำหรับค่า PAI ก็มีระบุเหมือนกัน โดยจะเป็นคะแนนของค่าหัวใจของแต่ละคนที่จะไม่เหมือนกัน ซึ่งจะวัดจากข้อมูลส่วนตัว, กิจกรรมต่างๆ ที่ทำในแต่ละวัน และค่าอัตราการเต้นของหัวใจ ทำให้เรารู้ได้ว่าการออกกำลังกายของเราเป็นอย่างไร หรือช่วยให้เรารู้ถึงสุขภาพตัวเองว่าควรทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายมากหรือน้อย

Amazfit Neo Review 14



ติดตามการนอนได้

สำหรับ Amazfit Neo ก้รองรับการตรวจวัดคุณภาพการนอนได้เช่นกัน โดยเราสามารถเปิดใช้งานได้ทันทีบนตัวนาฬิกา และเมื่อตื่นมาอีกวันก็สามารถดูคุณภาพการนอนได้ผ่านแอป Zeep โดยจะดูข้อมูลเชิงลึกต่างๆ ได้ เช่น หลับลึก, หลับตื้น และหลับฝัน (REM) รวมถึงอัตราการเต้นของหัวใจระหว่างการนอนได้ด้วย

Amazfit Neo Review 15
Amazfit Neo Review 16
Amazfit Neo Review 17
Amazfit Neo Review 18



แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน

Amazfit Neo สามารถใช้งานได้นานสูงสุดถึง 37 วันเมื่อใช้โหมดประหยัดพลังงาน หรือนานสูงสุดถึง 28 วันเมื่อใช้งานในรูปแบบปกติและเปิดโหมดการวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบเรียลไทม์

Amazfit Neo Review 19



ราคาสบายกระเป๋า

Amazfit Neo วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วผ่านทาง Shopee ในราคาเพียง 1,190 บาท

Continue Reading

กำลังฮอต

Android News3 วัน ago

รวมสมาร์ทโฟนและฟีเจอร์เด็ดในยุค 5G จาก OPPO พร้อมโปรฯ เร็วแรง AIS 5G เครือข่ายที่ดีที่สุด

ในปี 2020 OPPO ได้ปร...

Featured2 สัปดาห์ ago

รีวิว Vivo V20 สมาร์ตโฟนกล้องหน้าคมชัดสูง 44MP โฟกัสได้ต่อเนื่อง ดีไซน์สะดุดตา พร้อมสเปคสุดไหลลื่น

Vivo V20 สมาร์ตโฟนกล...

Featured2 สัปดาห์ ago

รีวิว realme C12 สมาร์ทโฟนแบตอึด 6000mAh เปลี่ยนเป็น Power Bank ได้ หน้าจอกว้าง 6.5 นิ้ว และกล้องหลัง Nightscape

realme C12 สมาร์ทโฟน...

Featured2 สัปดาห์ ago

รีวิว realme 7i สมาร์ทโฟนตัวคุ้ม ขุมพลัง Snapdragon 662, กล้องหลัง 4 เลนส์ 64MP พร้อมจอลื่น 90Hz และแบตเตอรี่พันธ์อึด 5000mAh เริ่มต้นเพียง 3,989 บาท

realme 7i หนึ่งในสมา...

Featured3 สัปดาห์ ago

รีวิว OPPO Reno4 Z 5G สมาร์ทโฟนดีไซน์โดดเด่น พร้อมความเร็วแรงด้วย 5G Dual-Mode, หน้าจอ 120Hz และกล้องหลัง 48MP ราคาเพียง 12,990 บาท

OPPO Reno4 Z 5G สมาร...

Advertisement

มือถือใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์3 ชั่วโมง ago

อัลทรอน ฉลองความสำเร็จครองแชมป์ตลาด บีทูบี ส่งกระดานอัจฉริยะ รุ่นล่ามาแรง “SmartShare” รุกตลาดสตาร์ทอัพ และ เอสเอ็มอี เหนือกว่าเดิม ด้วยความเร็ว แรง และคุ้มค่ากว่า ครองใจองค์กรทุกระดับ

เร็วกว่า : อัลทรอน ก...

ข่าวประชาสัมพันธ์3 ชั่วโมง ago

Vivo ดึง 6 หนุ่มขวัญใจซีรีส์วายสะท้อนความเป็นตัวตนผ่าน V20 Pro 5G สมาร์ตโฟนเซลฟี่สวย ไม่สะดุด ไม่หลุดทุกโฟกัส!

Vivo แบรนด์สมาร์ตโฟน...

ข่าวประชาสัมพันธ์3 ชั่วโมง ago

เดลล์ เทคโนโลยีส์ เปิดตัว XPS พร้อมระบบดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ด้วยคอนเซ็ปต์ทุกรายละเอียดคือหัวใจของทุกสิ่ง (Every Little Thing is Everything)

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ปร...

ข่าวประชาสัมพันธ์3 ชั่วโมง ago

LinkAxia นำเทคโนโลยีเน็ตเวิร์กสำหรับคลาวด์โดยเฉพาะ เข้ามาเปิดตัวในประเทศไทย

LinkAxia Group ในฐาน...

Apple News4 ชั่วโมง ago

Apple รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 รายได้ของธุรกิจบริการ และ Mac ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

วันนี้ Apple ประกาศผ...

กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง