Apple และ Intel กำลังอยู่ในช่วงเจรจาขั้นสุดท้ายสำหรับข้อตกลงครั้งสำคัญที่อาจเปลี่ยนภูมิทัศน์อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก โดยรายงานจาก Wall Street Journal ระบุว่า Intel อาจกลายเป็นผู้ผลิตชิปบางส่วนให้กับอุปกรณ์ของ Apple ในอนาคต ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา Apple พึ่งพาโรงงานของ TSMC เพียงรายเดียวสำหรับชิปขั้นสูงทั้งหมด

แหล่งข่าวเผยว่าการพูดคุยระหว่างทั้งสองบริษัทดำเนินมานานกว่า 1 ปีแล้ว และมีการบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แม้ทั้ง Apple และ Intel จะยังปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการก็ตาม
หลังข่าวดังกล่าวเผยแพร่ออกมา หุ้นของ Intel พุ่งขึ้นเกือบ 14% ขณะที่หุ้น Apple ปรับขึ้นประมาณ 2% สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อดีลครั้งนี้
Apple อาจต้องการ “โรงงานสำรอง” นอกเหนือจาก TSMC
ปัจจุบัน Apple ใช้บริการผลิตชิปจาก TSMC ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชิปตระกูล A Series สำหรับ iPhone หรือ M Series สำหรับ Mac แต่ความต้องการชิป AI ที่พุ่งสูงทั่วโลก ทำให้กำลังการผลิตของ TSMC เริ่มตึงตัวมากขึ้นเรื่อยๆ
Ben Bajarin นักวิเคราะห์จาก Creative Strategies ระบุว่า Intel เป็นบริษัทเดียวในตอนนี้ที่มีศักยภาพมากพอจะเป็น “Second Source” หรือแหล่งผลิตสำรองให้ Apple ได้จริง
“ผมเชื่อ 100% ว่าดีลนี้จะเกิดขึ้น เพียงแต่ไม่รู้ว่าเมื่อไร”
เขายังเสริมว่า แม้ TSMC จะยังเป็นผู้นำด้านการผลิตชิป แต่กำลังการผลิตก็มีขีดจำกัด โดยเฉพาะเมื่อทุกบริษัทเทคโนโลยีต่างเร่งลงทุนด้าน AI อย่างหนัก
Intel เร่งเครื่องโรงงานชิปในสหรัฐฯ
หนึ่งในจุดสำคัญที่ทำให้ Intel กลับมาอยู่ในสายตาของ Apple คือโรงงานผลิตชิปแห่งใหม่ในเมือง Chandler รัฐ Arizona ซึ่งตอนนี้เริ่มเดินสายการผลิตเชิงพาณิชย์แล้ว
โรงงานดังกล่าวใช้เทคโนโลยีการผลิต 18A ซึ่งเป็น Node ล่าสุดของ Intel ที่ถูกวางให้แข่งขันกับเทคโนโลยี 2nm ของ TSMC โดยตรง
นอกจากนี้ TSMC เองก็มีโรงงานใหม่ใน Arizona เช่นกัน และ Apple ก็มีแผนใช้ชิปบางส่วนที่ผลิตในสหรัฐฯ อยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม Bajarin มองว่า Apple อาจรอใช้เทคโนโลยีรุ่นถัดไปของ Intel ที่ชื่อว่า “18A-P” มากกว่า เพราะยังมองว่า 18A รุ่นปัจจุบัน “ยังไม่สมบูรณ์นัก” ขณะที่ 18A-P จะมีการแก้ปัญหาและปรับปรุงประสิทธิภาพหลายด้าน
Intel ฟื้นตัวจากช่วงเวลาที่ยากลำบาก
ที่ผ่านมา Intel Foundry เคยถูกตั้งคำถามอย่างหนัก ทั้งเรื่องความล่าช้าในการพัฒนาเทคโนโลยีและอัตราการผลิตที่ไม่เสถียร ทำให้บริษัทแทบไม่มีลูกค้าภายนอกรายใหญ่ และส่วนใหญ่ยังผลิตชิปให้ตัวเองเป็นหลัก
แต่ล่าสุด Bajarin เชื่อว่า Intel ผ่านจุดวิกฤตมาแล้ว และเริ่มได้รับการยอมรับในฐานะผู้ผลิตชิประดับโลกอีกครั้ง
“พวกเขาผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้แล้ว และตอนนี้ถือว่าได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นทางเลือกสำรองที่น่าเชื่อถือ”
ปัจจุบัน Intel ยังมีลูกค้าด้านแพ็กเกจจิ้งชิปรายใหญ่หลายราย เช่น Amazon และ Cisco รวมถึงมีแผนร่วมงานกับ Elon Musk ในอนาคต โดย Musk ระบุว่าโครงการ Terafab มูลค่า 119,000 ล้านดอลลาร์ในรัฐ Texas จะใช้เทคโนโลยี 14A ของ Intel สำหรับผลิตชิปให้ Tesla, SpaceX และ SpaceXAI
ดีลนี้อาจไม่กระทบ TSMC มากนัก
แม้ Apple จะเริ่มกระจายการผลิตไปยัง Intel แต่ Bajarin มองว่า TSMC แทบไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะตอนนี้บริษัทก็ผลิตชิปเต็มกำลังอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ท่าทีของ TSMC เริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย โดย C.C. Wei ซีอีโอของบริษัทเพิ่งกล่าวเมื่อเดือนก่อนว่า Intel เป็น “คู่แข่งที่น่ากลัว”
นักวิเคราะห์มองว่านี่อาจสะท้อนว่า TSMC เริ่มรับรู้ถึงความเป็นไปได้ที่ Apple จะลดการพึ่งพาโรงงานเพียงรายเดียวในอนาคต
Apple ยังจับตา Samsung ด้วย
รายงานยังระบุเพิ่มเติมว่า ผู้บริหารของ Apple ได้เข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตชิปแห่งใหม่ของ Samsung ในรัฐ Texas ด้วยเช่นกัน
ปัจจุบันมีเพียง 3 บริษัทในโลกที่สามารถผลิตชิปขั้นสูงระดับ AI ได้ ได้แก่ TSMC, Samsung และ Intel ซึ่งทุกฝ่ายต่างเร่งขยายกำลังการผลิตอย่างเต็มที่
Bajarin สรุปว่า ตอนนี้ความต้องการชิปขั้นสูงเพิ่มขึ้นเร็วเกินกว่าที่อุตสาหกรรมจะสร้างโรงงานใหม่ได้ทัน และนั่นอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Apple เริ่มมองหาพันธมิตรเพิ่มเติมนอกเหนือจาก TSMC
ที่มา: CNBC