Connect with us

Apple News

AnTuTu Ranking: 10 อันดับ iPhone และ iPad เร็วแรงที่สุด ในปี 2023

Published

on

AnTuTu Ranking พบกับ 10 อันดับ สมาร์ทโฟน iPhone และแท็บเล็ต iPad ที่เร็วแรงที่สุด มีประสิทธิภาพดี ในปี 2023 จากการจัดอันดับ AnTuTu วันนี้ทีมงาน iphone-droid.net ได้รวบรวมมาให้แล้ว ไปดูกันว่ามีรุ่นใดที่ได้คะแนนรวมเฉลี่ยได้สูงสุด!

AnTuTu Ranking iPhone and iPad 2023

AnTuTu คืออะไร

AnTuTu คืออะไร

AnTuTu (เว็บไซต์) เป็นเครื่องมือเปรียบเทียบยอดนิยมที่ใช้วัดประสิทธิภาพของสมาร์ทโฟน ในบทความนี้ เราจะมาดูสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ iOS และ iPadOS ที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด 10 อันดับแรกประจำปี 2023 ตามการจัดอันดับของเว็บไซต์นี้ ตั้งแต่การวัดคะแนนพลังการประมวลผลที่ทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจไปจนถึงกราฟิกที่เรนเดอร์ได้อย่างน่าทึ่ง

เกณฑ์มาตรฐานในวัดผลจะออกมาในรูปแบบคะแนนเฉลี่ยจากประสิทธิภาพในการดึงการทำงานหรือผลักดันฮาร์ดแวร์ของอุปกรณ์ให้ถึงขีดจำกัดโดยการกำหนดงานที่เข้มข้นของ CPU และตรวจสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ์ คะแนนยิ่งสูง อุปกรณ์ก็จะทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าประสิทธิภาพที่วัดผลออกมานั้นอาจแตกต่างกันไปเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ การโหลดของ CPU รวมถึงปัจจัยตัวแปรอื่นๆ และผลคะแนนไม่สามารถวัดประสบการณ์ในการใช้งานจริงของผู้ใช้ได้

เหตุผลที่การวัดผลของอุปกรณ์ต่างๆ ออกมาในรูปแบบคะแนน จะทำให้เราสามารถทราบถึงคุณภาพของส่วนประกอบที่ใช้ในอุปกรณ์รุ่นนั้น เพราะหากส่วนประกอบมีคุณภาพต่ำก็มักจะร้อนขึ้นภายใต้การทำงานผ่านโปรแกรมนี้ และคะแนนก็จะต่ำลง ในขณะที่อุปกรณ์ที่มีส่วนประกอบที่มีคุณภาพดีจะไม่ร้อนมากนักและสามารถทำงานได้ ซึ่งคะแนนก็จะทำออกมาได้ดีกว่า

นอกจากนี้ AnTuTu ยังให้คะแนนเกณฑ์มาตรฐานซึ่งผู้ใช้สามารถใช้เพื่อให้ทราบว่าอุปกรณ์ใดดีกว่ากันเท่าไหร่

10 อันดับ iPhone, iPad เร็วแรงที่สุด AnTuTu Ranking 2023

1. iPad Pro 12.9 รุ่นที่ 6 (ปี 2022) รวม 1,413,233 คะแนน

AnTuTu Ranking 10 อันดับ iPhone และ iPad เร็วแรงที่สุด ในปี 2023

iPad Pro 12.9 นิ้ว อันดับ 1 ของ AnTuTu Ranking 2023 เป็นรุ่นที่มีหน้าจอ mini-LED หรือที่ Apple เรียกว่า Liquid Retina XDR ทำให้การแสดงผลสีสันนั้นสวยงามและมีมิติมากขึ้น

การตอบสนองนั้นมีความลื่นไหลด้วยการใช้หน้าจอแบบ ProMotion 120Hz เป็นเจ้าแรกของตลาดแท็บเล็ต ชิป M2 ที่เรียกได้ว่าเร็วแรงระดับท็อปมาใช้งานใน iPad Pro 2022 ซึ่งอันดับคะแนนการทดสอบก็ทำสถิติติดอันดับท็อปบน Geekbench และ Adobe Premiere Rush เรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นที่ทรงพลังมากๆ สำหรับแท็บเล็ตรุ่นนี้

แม้ว่าจะมีราคาแพงกว่า MacBook Air และหนักกว่าเมื่อเชื่อมต่อกับ Magic Keyboard แต่ก็เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับนักสร้างสรรค์มืออาชีพที่ต้องการแท็บเล็ตที่ดีที่สุดสำหรับสร้างผลงาน

2. iPad Pro 11 รุ่นที่ 4 (ปี 2022) รวม 1,288,079 คะแนน

iPad Pro 11 รุ่นที่ 4 (ปี 2022)

iPad Pro 11 นิ้ว เป็นจอภาพ Liquid Retina มาพร้อมเทคโนโลยี ProMotion พร้อม Apple Pencil รุ่นที่สองที่รองรับการจ่อปลายปากกาบนหน้าจอได้สูง 12 มม. ช่วยให้ผู้ใช้เห็นตัวอย่างเครื่องหมายก่อนที่จะขีดเขียน ทำให้สเก็ตช์และวาดได้แม่นยำยิ่งขึ้น และทุกอย่างที่ทำด้วย Apple Pencil ก็สะดวกกว่าที่เคย

อย่างที่ทรากันว่า ชิป M2 คือ Apple Silicon เจเนอเรชั่นถัดไป ซึ่งมาพร้อม CPU แบบ 8-core ที่มีประสิทธิภาพเร็วขึ้นสูงสุด 15% และ GPU แบบ 10-core ที่มีประสิทธิภาพกราฟิกเร็วขึ้นสูงสุด 35% ทั้งยังมี Neural Engine ที่เร็วขึ้น 40% และแบนด์วิดท์หน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นถึง 50% เพื่อให้สามารถสร้างงานออกแบบ 3D ที่มีรายละเอียดสมจริง, สร้างโมเดล AR ที่มีความสลับซับซ้อน และเล่นเกมไปพร้อมคุณภาพกราฟิกระดับคอนโซลที่มีอัตราเฟรมสูงได้เร็วยิ่งขึ้น แถมประหยัดพลังงานด้วย

3. iPad Pro 12.9 รุ่นที่ 5 (ปี 2021) รวม 1,196,679 คะแนน

AnTuTu Ranking 10 อันดับ iPhone และ iPad เร็วแรงที่สุด ในปี 2023

iPad Pro 12.9 รุ่นที่ 5 เป็นแท็บเล็ตรุ่นแรกจาก Apple ที่มาพร้อมชิปเซ็ต Apple M1 และความจุสูงสุด 2TB มีหน้าจอ Liquid Retina XDR และที่สำคัญคือการใช้ชนิดหน้าจอแบบ mini-LED มากกว่า 10,000 ดวง ทั้งยังมี ProMotion 120Hz และตัวเครื่องมีความบางเพียง 6.4 มม. เท่านั้น

ด้านการถ่ายรูปมีกล้องหลังคู่ 12MP เป็นกล้องหลัก รูรับแสงขนาด f/1.8 และกล้อง Ultra-wide ความละเอียด 10MP แถมมี LiDAR Scanner อีกด้วย ในขณะที่กล้องหน้า 12MP เป็นเลนส์ Ultra-wide พร้อมระบบ TrueDepth และรองรับเครือข่าย 5G

4. iPad Pro 11 รุ่นที่ 3 (ปี 2021) รวม 1,175,226 คะแนน

iPad Pro 11 รุ่นที่ 3 (ปี 2021)

iPad Pro 11 นิ้ว (รุ่นที่ 3) เปิดตัวพร้อมกับรุ่น iPad Pro 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 5) แต่การนับจำนวนรุ่นไม่เท่ากัน เนื่องจาก iPad Pro 11 นิ้วเพิ่งจะมีการเปิดตัวทั้งหมด 3 รุ่นนั่นเอง โดยสเปคหลักๆ เหมือนกับรุ่นใหญ่ แต่หน้าจอจะเป็น Liquid Retina IPS LCD (ไม่ใช่ mini-LED) พร้อม ProMotion 120Hz และตัวเครื่องมีความบางเพียง 5.9 มม. เท่านั้น

ด้านกล้องถ่ายรูปจัดเต็มเหมือนกันทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง รวมไปถึงมี LiDAR Scanner สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K ที่ 60fps และ 1080p ที่ 240fps ในโหมดสโลว์โมชั่น โดยพอร์ตเชื่อมต่อเป็นแบบ USB-C พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Thunderbolt / USB 4

5. iPad Air รุ่นที่ 5 (ปี 2022) รวม 1,081,634 คะแนน

AnTuTu Ranking 10 อันดับ iPhone และ iPad เร็วแรงที่สุด ในปี 2023

หากใครที่ชื่นชอบ iPad Air รุ่นที่ 4 การมาของ iPad Air รุ่นที่ 5 เรียกได้ว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและน่าสนใจมากๆ หยิบขึ้นมาทำงานระหว่างการเดินทาง ดูหนัง เล่นเกม ตัดต่อวิดีโอ หรือนึกไอเดียต่างๆ ออกก็จดเอาไว้ หรือจะสร้างสรรค์งานก็ทำได้ทันที ด้วยความบางเฉียบของดีไซน์ตัวเครื่อง โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 20,900 บาท อีกทั้งในปีนี้ได้อัปเกรดเป็นชิป M1 แล้ว การใช้งานในรูปแบบต่างๆ ก็จะทำได้ราบรื่นมากยิ่งขึ้น

ในเรื่องของการอัปเดทซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นใหม่ในอนาคต แน่นอนว่า iPad Air ก็จะได้รับการอัปเดท จาก Apple อีกหลายปี แถมยังเป็นรุ่นที่ใช่ชิปตัวใหม่อย่าง M1 อีกด้วย ซึ่งเป็นชิปตัวเดียวกับที่ใช้ใน iPad Pro พร้อมสถาปัตยกรรม 64 บิต ​​CPU แบบ 8-core, กราฟิกแบบ 8-core และ RAM ขนาด 8GB (ดูรีวิวเต็ม)

6. iPhone 14 Pro รวม 944,324 คะแนน

iPhone 14 Pro

iPhone 14 Pro หน้าจอ 6.1 นิ้ว ใช้จอภาพ Super Retina XDR ใหม่ พร้อม ProMotion แบบติดตลอดเป็นครั้งแรกบน iPhone ที่มีอัตราการรีเฟรชที่ 1Hz ใหม่ และอีกหลายเทคโนโลยีในการประหยัดพลังงาน สามารถแสดงเวลา วิดเจ็ต และกิจกรรมสดๆ ให้เหลือบมองได้ทุกเมื่อ

จอภาพใหม่นี้มีระดับความสว่าง HDR สูงสุดเฉพาะจุดเทียบเท่ากับ Pro Display XDR และถือเป็นความสว่างสูงสุดเฉพาะจุดขณะอยู่กลางแจ้งที่มากที่สุดในสมาร์ทโฟน สูงสุด 2,000 นิต หรือสว่างกว่า iPhone 13 Pro ถึงสองเท่า

ชิป A16 Bionic ใน iPhone 14 Pro มี CPU แบบ 6-core ใหม่ มาพร้อมคอร์ประสิทธิภาพสูง 2 คอร์ และคอร์ประหยัดพลังงานสูง 4 คอร์ ซึ่งทำงานได้เร็วขึ้นสูงสุด 40% เมื่อเทียบกับคู่แข่ง ทำให้สามารถรับมือกับงานที่ประมวลผลหนักๆ ได้สบาย

ชิป A16 Bionic ยังมาพร้อม GPU แบบ 5-core ที่รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยแบนด์วิดท์หน่วยความจำที่มากขึ้นถึง 50% จึงเหมาะกับเกมและแอปที่เน้นกราฟิก และยังมี Neural Engine แบบ 16-core ใหม่ ที่สามารถประมวลผลได้เกือบ 17 ล้านล้านรายการต่อวินาที

7. iPhone 14 Pro Max รวม 940,418 คะแนน

AnTuTu Ranking 10 อันดับ iPhone และ iPad เร็วแรงที่สุด ในปี 2023

iPhone 14 Pro Max หน้าจอ 6.7 นิ้ว ชิป A16 Bionic ที่ใช้สถาปัตยกรรมแบบฟิวชั่นที่ดีที่สุดของ Apple เพื่อผสานประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว จึงมีประสิทธิภาพสูงขึ้นขณะที่ใช้พลังงานเพียงเสี้ยวเดียวเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

ชิปตัวนี้ยังถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบกล้องระดับโปร เรียกได้ว่าเป็นขุมพลังเบื้องหลังคุณสมบัติด้านการประมวลผลภาพ โดยทั้ง CPU, GPU, Neural Engine และโปรเซสเซอร์รับสัญญาณภาพจะทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อเพื่อให้สามารถรองรับฮาร์ดแวร์กล้องตัวใหม่ และประมวลผลได้สูงสุดถึง 4 ล้านล้านรายการต่อภาพ

นอกจากนี้แล้ว ด้วยดีไซน์รอยบากบนหน้าจอของ iPhone ใหม่ ที่เป็นการผสมผสานกันอย่างกลมกลืนกันระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ สามารถปรับการทำงานในแบบเรียลไทม์เพื่อแสดงการแจ้งเตือนและกิจกรรมต่างๆ ได้ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงส่วนควบคุมต่างๆ ได้ง่ายขึ้นเพียงแค่แตะค้างไว้ ส่วนกิจกรรมเบื้องหลังที่ทำงานอยู่อย่างต่อเนื่อง เช่น แอปแผนที่ แอปเพลง หรือนาฬิกานับถอยหลัง จะปรากฏให้เห็นตลอดเวลาและโต้ตอบได้

8. iPhone 13 Pro Max รวม 846,729 คะแนน

iPhone 13 Pro Max

iPhone 13 Pro Max มาพร้อมหน้าจอ 6.7 นิ้ว ProMotion รองรับอัตรารีเฟรชตั้งแต่ 10Hz จนถึง 120Hz โดยปรับได้ตามความเหมาะสมตามการใช้งานบนหน้าจอในขณะนี้ นอกจากจะได้ภาพที่ลื่นไหนตามการใช้งานแล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานได้อีกด้วย

ภายในมาพร้อมชิป A15 Bionic มี CPU แบบ 6-core และ GPU แบบ 5-core ใหม่ที่ออกแบบโดย Apple (กระบวนการ TSMC 5 นาโนเมตรรุ่นที่สอง) และบรรจุทรานซิสเตอร์จำนวนมหาศาลถึง 1.5 หมื่นล้านตัว ซึ่งมากกว่า A14 ในรุ่น iPhone 12 ถึง 27%

9. iPhone 13 Pro รวม 846,342 คะแนน

AnTuTu Ranking 10 อันดับ iPhone และ iPad เร็วแรงที่สุด ในปี 2023

iPhone 13 Pro ใช้ชิป Apple A15 Bionic (กระบวนการ TSMC 5 นาโนเมตรรุ่นที่สอง) สถาปัตยกรรมโปรเซสเซอร์แบบ 6-core ด้วยแกน Avalanche ขนาดใหญ่ 2 แกนที่มีความเร็วสูงสุดที่ 3.23GHz และแกน Blizzard ขนาดเล็ก 4 แกน

iPhone 13 Pro ในเรื่องของดีไซน์ยังคงคล้ายเดิมกับรุ่นก่อนหน้า มีความเรียบหรู และมีสีใหม่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความใหม่ จับใช้งานถนัดมือ และในที่สุดก็ได้ Super Retina XDR OLED มาพร้อม ProMotion อัตรารีเฟรช 120Hz

อีกทั้งด้านกล้องถ่ายรูปถูกใจผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายวิดีโอมากขึ้น ด้วยลูกเล่นใหม่ๆ สามารถบันทึกและตัดต่อในแบบ ProRes หรือ Dolby Vision ได้ ในขณะที่การถ่ายภาพนิ่งก็ทำได้ดีขึ้นไปอีก

10. iPad Pro 12.9 รุ่นที่ 3 (ปี 2018) รวม 835,943 คะแนน

iPad Pro 12.9 รุ่นที่ 3 (ปี 2018)

ไม่น่าเชื่อว่า iPad Pro 12.9 รุ่นที่ 3 (ปี 2018) จะสามารถทำคะแนนรวมได้เหนือกว่ารุ่นที่ 4 (ปี 2020) โดยใช้ชิปเซ็ต 7 นาโนเมตรรุ่นแรกของ Apple รุ่นอัปเกรดในขณะนั้น ที่เรียกว่า A12X Bionic และมีโปรเซสเซอร์และกราฟิกที่ได้รับการอัปเกรดเพื่อให้เหมาะกับความต้องการของ iPad

นอกจากนี้แล้ว ชิป A12X มีโปรเซสเซอร์ที่เร็วกว่า iPhone XS ที่มีโปรเซสเซอร์ 6 คอร์ โดยจะเพิ่มคอร์ประสิทธิภาพเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มจำนวนทั้งหมดเป็นแปด ประกอบด้วย 4 คอร์ 2.5GHz ที่เรียกว่า Vortex ในขณะที่อีก 4 คอร์ที่มีประสิทธิภาพ Tempest 1.6GHz

วิธีเลือกซื้อ iPad ในปี 2023

iPad ที่ดีที่สุด คือรุ่นที่ตอบโจทย์ตามความต้องการและเหมาะกับการใช้งาน ซึ่งใน iPad รุ่นธรรมดาก็จะได้หน้าจอและระบบเสียงที่เป็นมาตรฐานทั่วไป แต่ถ้าพูดถึงรุ่นที่อัปเกรดฟีเจอร์ขึ้นมาก็อาจมองไปที่รุ่น iPad Air 2022 ที่มีราคาแพงขึ้นมาหน่อย รองรับการใช้งานร่วมกับ Apple Pencil รุ่นล่าสุดหรือคีย์บอร์ดที่เชื่อมต่อกันได้ อีกทั้งชิปประมวลผลภายที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับ iPad Pro

หากพูดถึง iPad Pro ต้องบอกว่าเป็นแท็บเล็ตที่ดีที่สุดจาก Apple เพราะเป็นรุ่นพรีเมียมที่ออกมาทั้งสำหรับการทำงานและการเล่น มีให้เลือกทั้งรุ่น 11 นิ้วและ 12.9 นิ้ว มาพร้อมชิปประมวลผล M2 โดยรุ่น 12.9 นิ้ว เพียงรุ่นเดียวเท่านั้นที่มีหน้าจอ mini-LED ซึ่งก็คือว่าราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับ iPad รุ่นอื่นๆ

วิธีเลือกซื้อ iPhone ในปี 2023

เมื่อซื้อ iPhone ให้พิจารณาฟีเจอร์และความสามารถที่สำคัญที่สุดสำหรับตัวเราเองเป็นอันดับแรก เช่น หากอายุการใช้งานแบตเตอรี่มีความสำคัญเป็นพิเศษ ให้หา iPhone ขนาดใหญ่ เนื่องจากมักจะมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่าเพื่อให้พอดีกับขนาดหน้าจอ แต่ปัจจุบัน iOS มีประสิทธิในการจัดการพลังงานได้ดีมากขึ้น แม้แต่รุ่นที่เล็กกว่าก็มักจะใช้งานได้นานกว่าในการชาร์จหนึ่งครั้ง

หากกำลังพิจารณาการซื้อ iPhone จากคุณภาพของกล้อง รุ่น Pro ระดับบนสุดเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากการออกแบบเลนส์ 3 ตัวที่ช่วยให้ถ่ายภาพในมุมมองต่างๆ ได้หลากหลาย ตั้งแต่ภาพมุมกว้างพิเศษแบบซูมออกไปจนถึงระยะความลึกตื้น นอกจากนี้ยังใช้งานได้ดีในสถานการณ์แสงที่ท้าทาย เช่น เมื่อถ่ายภาพในร่มที่มีแสงน้อย หรือกลางแจ้งในเวลากลางคืน

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วราคาก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุด และการเลือกซื้อรุ่นประหยัดก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ใช้ที่มีงบจำกัด ดังนั้นการซื้อ iPhone SE หรือรุ่นเก่าที่มีราคาต่ำกว่าก็เป็นตัวเลือกน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะ Apple ให้การสนับสนุนการอัปเดทซอฟแต์ต่อเนื่องหลายปี ประสิทธิภาพเพียงพอที่จะใช้งานได้นานหลายปี ซึ่งโดยทั่วไปจะให้การสนับสนุนเป็นเวลา 5 ปี

แต่ก็อย่าลืมคำนึงถึงขนาดพื้นที่จัดเก็บตัวเครื่องด้วย เพราะรุ่นเก่าในบางรุ่นเร่ิมต้นที่ 64GB แม้ราคาจะถูกกว่าแต่อาจไม่เพียงพอในการใช้งานปัจจุบัน

ทั้งหมดนี้ก็เป็น 10 อันดับ iPhone และ iPad เร็วแรงที่สุด AnTuTu Ranking ในปี 2023 และเพื่อนๆ ใช้งานรุ่นไหนกันอยู่บ้าง อย่าลืมกดติดตามแฟนเพจ @iPhoneDroid.net และทวิตเตอร์ @iPhone_Droid จะได้ไม่พลาดข่าวสารดีๆ ด้วยนะครับ

กำลังฮอต

Editor’s Recommended HUAWEI FreeBuds 6i Editor’s Recommended HUAWEI FreeBuds 6i
Editor’s Recommended3 สัปดาห์ ago

Editor’s Recommended: HUAWEI FreeBuds 6i คุ้มค่ามาพร้อมเทคโนโลยีรุ่นเรือธง พร้อมอัปเกรดฟีเจอร์ใหม่แบบจัดเต็มในราคาสุดคุ้ม!

ในยุคสมัยที่หูฟังยัง...

Featured3 สัปดาห์ ago

รีวิว OPPO Reno12 5G สมาร์ตโฟนที่ก้าวไปอีกขั้นด้วย OPPO AI อัปเกรดใหม่ เครื่องแรกและดีที่สุดสำหรับคนรุ่นใหม่ในราคาหมื่นต้น

รีวิว OPPO Reno12 5G...

Featured3 สัปดาห์ ago

รีวิว realme C63 น้องเล็ก ดีไซน์หนังวีแกนพรีเมี่ยม | ชิป Octa-Core | ชาร์จไว 45W | ประสบการณ์ AI ระดับเรือธง!

รีวิว realme C63 สมา...

Featured4 สัปดาห์ ago

รีวิว Redmi Note 13 Pro 5G โดดเด่นในทุกช็อตกับสีใหม่ “Olive Green” กล้อง OIS 200MP | จอ 1.5K 120Hz | ชิป Snapdragon 7s Gen 2

รีวิว Redmi Note 13 ...

Featured1 เดือน ago

รีวิว realme GT 6 เรือธงพลังแรงผ่านชิปเซ็ต SD 8s Gen 3 l ชาร์จเร็ว 120W SUPERVOOC l หน้าจอสว่างสุด 6000 นิต และสเปคตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

รีวิว realme GT6 สมา...

Copyright © 2012 iphone-droid.net.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ ดูเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และจัดการได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึก