Connect with us

Smart Review

รีวิว Amazfit GTR 2 และ GTS 2 สมาร์ทวอทช์ฟีเจอร์ครบสุดเพื่อสุขภาพและการออกกำลังกาย แบตใช้งานได้ยาวนาน กับราคาเริ่มต้น 5,599 บาท

Published

on

มีสมาร์ทวอทช์มารีวิวกันอีกแล้วครับ สำหรับใครที่กำลังมองหาสักเรือนที่ใช้งานได้ทั้งการออกกำลังกายและสุขภาพในราคาที่คุ้มค่ามากๆ วันนี้ทีมงาน iphone-droid.net ของเรามีถึง 2 รุ่น 2 ไสตล์จาก Amazfit ได้แก่ Amazfit GTR 2 และ Amazfit GTS 2 ซึ่งต้องบอกว่าฟีเจอร์จัดเต็มแบบมากๆ แถมดีไซน์ก็ดูพรีเมี่ยมอีกด้วย

สเปคโดยรวมของ Amazfit GTR 2

  • ขนาดรอบตัวเครื่อง : 46.4 x 46.4 x 10.7 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก (แบบคลาสสิก) : 39 กรัม (ไม่รวมสายรัด)
  • น้ำหนัก (แบบสปอร์ต) : 31.5 กรัม (ไม่รวมสายรัด)
  • หน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 1.39 นิ้ว ความละเอียด 454 x 454 พิกเซล และ 326 PPI
  • การเชื่อมต่อ : Bluetooth 5.0
  • เซ็นเซอร์
    • เซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหว
    • เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ BioTracker™ 2 PPG
    • เซ็นเซอร์ตรวจจับการหมุน
    • เซ็นเซอร์วัดแรงดันอากาศ
    • เซ็นเซอร์วัดสภาพแสงโดยรอบ
  • แบตเตอรี่ความจุ 471 mAh
  • อุปกรณ์ที่รองรับ Android 5.0 หรือ iOS 10.0 ขึ้นไป
  • มีมาตรฐานกันน้ำลึก 5ATM

สเปคโดยรวมของ Amazfit GTS 2

  • ขนาดรอบตัวเครื่อง : 42.8 x 35.6 x 9.7 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 24.7 กรัม (ไม่รวมสายรัด)
  • หน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 1.65 นิ้ว ความละเอียด 348 x 442 พิกเซล และ 341 PPI
  • การเชื่อมต่อ : Bluetooth 5.0
  • เซ็นเซอร์
    • เซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหว
    • เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ BioTracker™ 2 PPG
    • เซ็นเซอร์ตรวจจับการหมุน
    • เซ็นเซอร์วัดแรงดันอากาศ
    • เซ็นเซอร์วัดสภาพแสงโดยรอบ
  • แบตเตอรี่ความจุ 246 mAh
  • อุปกรณ์ที่รองรับ Android 5.0 หรือ iOS 10.0 ขึ้นไป
  • มีมาตรฐานกันน้ำลึก 5ATM

แกะกล่อง

สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่องก็ให้มาครบครับ ตั้งแต่ตัวเรือนแยกไปตามแต่ละรุ่น, แท่นชาร์จแบบแม่เหล็ก และคู่มือการใช้งานเบื้องต้น

ดีไซน์สวยงามใช้งานได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

สำหรับดีไซน์ของทั้ง 2 รุ่นเรียกว่าเหมาะกับทั้งผู้หญิงและผู้ชายครับ โดย Amazfit GTR 2 ที่เราได้มาเป็นสีดำ (Obsidian Black/Sport Edtion) โดยมีความคลาสสิกของหน้าจอแบบวงกลมดั้งเดิม ซึ่งก็มีให้เลือกทั้งวัสดุตัวเรือนสเตนเลสสตีลและอะลูมิเนียมอัลลอยสีดำ

ขณะที่ Amazfit GTS 2 ที่เราได้มาเป็นสีทองอ่อนๆ (Desert Gold) แต่ก็มีอีก 2 สีให้เลือก ได้แก่ Midnight Black และ Urban Grey ที่เหมาะกับผู้หญิงมากๆ ครับ ด้วยขนาดตัวเรือนอะลูมิเนียมอัลลอยที่เล็กและเบาว่า Amazfit GTR 2 ซึ่งหน้าจอจะเป็นแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่สำคัญ Amazfit GTS 2 ยังเป็นรุ่นที่เพรียวบางและมีสไตล์มากที่สุดของ Amazfit ที่เคยมีมาเลยทีเดียว

ป้องกันน้ำมาตรฐาน 5ATM

ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับมาตรฐานกันน้ำในระดับ 5ATM ที่กันน้ำได้ลึกสูงสุด 50 เมตร ใครที่ชอบว่ายน้ำก็ใช้งานได้สบายๆ ครับ

หน้าจอ AMOLED คมชัดทุกการมอง

สำหรับทั้ง 2 รุ่นนี้มาพร้อมกับหน้าจอ AMOLED ครับ โดย Amazfit GTR 2 ที่มีหน้าจอทรงกลมมีขนาด 1.39 นิ้ว ความละเอียด 454 x 454 มีความโค้งของกระจกแบบ 3 มิติ ทั้งยังรองรับการใช้งาน Always On Display ด้วย

ขณะที่รุ่น Amazfit GTS 2 จะมีขนาดใหญ่กว่าที่ 1.65 นิ้ว ความละเอียด 348 x 442 พิกเซล ทำให้มีความคมชัดในการใช้งานมากๆ

ไม่ได้มาแค่ความสวยงามครับ เพราะหน้าปัดของทั้ง 2 รุ่นนี้ใช้กระจก Corning Gorilla แบบ 3D พร้อมเคลือบสาร oDLC (optical Diamond-like Carbon) เพื่อช่วยป้องกันการเกิดรอยนิ้วมือและรอยขีดข่วนต่างๆ ได้ดี แถมยังเช็ดทำความสะอาดออกได้สบายๆ ด้วย

มาดูรอบตัวเรือนกันเลยดีกว่าครับ โดย Amazfit GTR 2 มีเม็ดก้านมะยม 2 ปุ่ม โดยปุ่มบนจะเป็นปุ่มสำหรับเข้าการตั้งค่าต่างๆ ส่วนปุ่มล่างจะเป็นการเข้าถึงฟีเจอร์ด่วนที่สามารถเปลี่ยนได้ตามใจชอบครับ ขณะที่ Amazfit GTS 2 จะมีเพียง 1 ปุ่มเพื่อเข้าการตั้งค่าเท่านั้น

Amazfit GTR 2
Amazfit GTS 2

ทั้ง 2 รุ่นจะมีไมโครโฟนและลำโพงในตัวเพื่อใช้สำหรับการคุยโทรศัพท์ขณะออกกำลังกายได้ทันที (ต้องเชื่อมต่อบลูทูธกับสมาร์ทโฟนก่อน)

และที่ด้านหลังตัวเรือนทั้ง 2 รุ่นจะมีแม่เหล็กสำหรับวางบนแท่นชาร์จ และระบบเซ็นเซอร์ตรวจวัดต่างๆ เข้ามาด้วย

การใช้งานเริ่มแรกเราต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านแอปพลิเคชั่น Zeep ที่มีทั้งบน App Store และ Google Play Store ครับ โดยการใช้งานต่างๆ จะสามารถตั้งค่าได้ผ่านแอปทันที ไม่ต้องเข้าไปปรับในสมาร์ทวอทช์ครับ

สำหรับหน้าปัดทั้ง 2 รุ่นมีให้เลือกมากกว่า 40 แบบ จะมีทั้งการเน้นออกกำลังกาย เวลาแบบดิจิทัลหรืออนาล็อกก็มีให้เลือกครบหลายสไตล์มากๆ ครับ แล้วแต่คนชอบเลย

ฟีเจอร์ด้านสุขภาพ

วัดอัตราการเต้นของหัวใจ

ฟีเจอร์การออกกำลังกายทั้ง 2 รุ่นมีเหมือนกันทั้งหมดครับเริ่มด้วยการวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่มีความแม่นยำมากๆ ครับ โดยมีเซ็นเซอร์ BioTracker 2 PPG มาช่วยเรื่องการวัดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งการวัดจะมีการบอกโซนตามอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ ได้แก่ ผ่อนคลาย, อบอุ่นร่างกาย, เผาผลาญไขมัน, แอโรบิก, อนาโรบิก และสูงสุด ทั้งนี้ก็ยังมีการเตือนเมื่อหัวใจเต้นผิดปกติอีกด้วย

วัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด

นอกจากจะวัดอัตราการเต้นของหัวใจแล้ว เซ็นเซอร์ BioTracker 2 PPG ยังรองรับ OxygenBeats หรือการวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดด้วย โดยการวัดแนะนำให้วางไว้บนโต๊ะและนิ่งขณะกำลังวัดครับ โดยสถานะการวัดจะมี 3 แบบ ได้แก่ ปกติจะอยู่ที่เท่ากับหรือมากกว่า 95%, ช่วงการนอนหลับมากกว่า 90% และผิดปกติจะอยู่ต่ำกว่า 90% (ตัวเรือนจะวัดได้ตั้งแต่ 80-100%) ทั้งนี้ การวัดนี้จะรวมถึงวัดอัตราการเต้นของหัวใจไปพร้อมกัน

ติดตามการนอน

ทั้ง 2 รุ่นสามารถใส่ขณะนอนหลับเพื่อดูคุณภาพการนอนของเราได้ครับ โดยจะบอกระยะเวลาของการนอนของเราทั้งหมด และแบ่งเป็นแต่ละช่วงของการนอน ได้แก่ หลับลึก, หลับตื้น, REM (หลับฝัน) และเวลาตื่น ซึ่งฟีเจอร์นี้ยังวัดการนอนงีบช่วงกลางวันได้เช่นกันครับ โดยต้องนอนพักเป็นเวลาประมาณ 20 นาทีจึงจะสรุปผลได้

วัดความเครียด

Amazfit GTS 2 และ GTR 2 ยังรองรับการวัดความเครียดโดยอัตโนมัติครับ จะไม่มีให้กดวัดเอง โดยจะวัดเป็นคะแนนตลอดทั้งวัน และแบ่งเป็นช่วงๆ ได้แก่ คะแนน 0-39 คือผ่อนคลาย, 40-59 เป็นปกติ, 60-79 คือปานกลาง และ 80-100 คือสูง

วัดค่า PAI ของแต่ละคนได้

สำหรับ PAI จะเป็นตัวชี้วีดกิจกรรมทางสรีรสิทยาส่วนบุคคล ที่แปลงข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจ, ติดตามกิจกรรม และข้อมูลสุขภาพอื่นๆ มาเป็นคะแนน PAI ได้ครับ โดยจะมีคะแนนเต็มที่ 100 คะแนนเพื่อให้เราทำถึงเป้าหมายและมีสุขภาพที่แข็งแรงได้

ฟีเจอร์ด้านออกกำลังกาย

ทั้ง 2 รุ่นจัดเต็มในด้านการออกกำลังกายเช่นกันครับ โดยมีโหมดกีฬามาให้เลือกถึง 12 โหมด ได้แก่ วิ่งกลางแจ้ง, เดิน, ปั่นจักรยานกลางแจ้ง, ลู่วิ่ง, ปั่นจักรยานในร่ม, ว่ายน้ำในสระ, การว่ายน้ำในแหล่งน้ำปิด, เครื่องเดินวงรี, การปีนหน้าผา, วิ่งเทรล, สกี และท่าฟรีสไตล์ ซึ่งแต่ละกิจกรรมหลักๆ จะตั้งค่าเป้าหมายได้ รวมถึงการบันทึกระยะทาง, ความเร็ว, การเปลี่ยนแปลงอัตราการเต้นของหัวใจ, แคลอรีที่เผาผลาญ และอื่นๆ ได้ทั้งหมด

แบตเตอรี่ใช้ได้อึดสูงสุดถึง 38 วัน

และในเรื่องของแบตเตอรี่ก็จัดมาให้อึดๆ เช่นกันครับ โดย Amazfit GTR 2 สามารถใช้งานทั่วไปได้สูงสุดถึง 14 วันต่อการชาร์จเพียง 1 ครั้ง และถ้าเราไม่ได้ใช้งานฟีเจอร์เยอะจะอยู่ได้มากถึง 38 วัน ขณะที่ Amazfit GTS 2 จะใช้งานทั่วไปได้นานสูงสุด 7 วัน และสูงสุดถึง 20 วันเมื่อใช้งานฟังก์ชันพื้นฐาน

ราคาอย่างเป็นทางการ

Amazfit GTR 2 มีให้เลือก 2 เวอร์ชัน ได้แก่ Sport Edition ราคา 5,599 บาท และ Classic Edition ราคา 5,799 บาท ส่วน Amazfit GTS 2 มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Midnight Black, Desert Gold และ Urban Grey ในราคา 5,599 บาท

ทั้งสองรุ่นนี้วางจำหน่ายที่ช่องทางออนไลน์ Shopee ตามลิงค์ด้านล่างนี้เลยครับ

Amazfit Official Store

ร้านตัวแทนจำหน่าย ThaiMall

กำลังฮอต

ใหม่ล่าสุด