ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

เอไอเอส ร่วมกับ อินทัช มอบเงินบริจาค 2 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุปาบึก

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

เอไอเอส ร่วมกับ อินทัช มอบเงินบริจาค 2 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุปาบึก

เอไอเอส โดย นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และอินทัช โดย นายคิมห์ สิริทวีชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน ร่วมมอบเงินบริจาคจำนวน 2,000,000 บาท ให้แก่ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในโครงการ รวมน้ำใจไทยช่วยวาตภัยใต้พร้อมเชิญชวนลูกค้าเอไอเอสร่วมบริจาคเงินโดยกด *239# โทรออก (บริจาคครั้งละ 100 บาท รวม VAT) ตั้งแต่วันนี้  14 มกราคม 2562 โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปช่วยเหลือ เยียวยา ผู้ประสบภัยจากพายุปาบึกต่อไป

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

ข่าวประชาสัมพันธ์

HUAWEI เผย 10 ปัจจัยสำคัญ เร่งกระตุ้นให้ธุรกิจเชิงพาณิชย์ทั่วโลกหันมาปรับใช้ 5G

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

นายหยาง เชาปิน ประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์ 5G ของหัวเว่ยเผยถึง 10 ปัจจัยสำคัญของเทคโนโลยี 5G จากหัวเว่ย ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์และโซลูชันอัลตร้าบรอดแบนด์แบบครบวงจรที่สนับสนุนให้เกิดการปฏิวัติย่านความถี่สู่เครือข่าย 5G รวมไปถึงนวัตกรรม Super Uplink แบบ ครบวงจรและโซลูชันการจัดแบ่งเครือข่าย (Slicing Solutions) ที่จะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพการให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในหมู่ผู้ให้บริการเครือข่าย ซึ่งเป็นข้อเสนอที่มุ่งพัฒนาการให้บริการต่อผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์โดยตรง และผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ตามบ้าน รวมไปถึงผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ในแวดวงอุตสาหกรรมเพื่อตอกย้ำความสำเร็จทางธุรกิจในยุคสมัย 5G

 

นาย หยาง เชาปิน เผย 10 ปัจจัยสำคัญของเครือข่าย 5G ของหัวเว่ย

อันดับที่ 1 ประสบการณ์เครือข่าย 5G เชิงพาณิชย์ที่ครอบคลุม จะเร่งการติดตั้ง 5G ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

จากข้อมูลล่าสุดของสมาคมผู้จำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (GSA) ในช่วงปลายปี 2562 ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม 62 แห่งใน 34 ประเทศได้ประกาศให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ โดยในจำนวนนี้มีผู้ให้บริการ 41 รายที่ได้รับการสนับสนุนจากหัวเว่ย นับเป็นจำนวนมากถึง 2 ใน 3 ของจำนวนผู้ให้บริการดังกล่าว “แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากภายนอก แต่หัวเว่ยจะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าต่อไป ผลิตภัณฑ์ 5G และโซลูชันของเราได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมส่วนใหญ่ทั่วโลก ในปัจจุบัน หัวเว่ยได้ลงนามเซ็นสัญญาร่วมกับผู้ให้บริการระบบการสื่อสารโทรคมนาคมทั้งหมด 91 แห่งและได้จัดส่งผลิตภัณฑ์ 5G ไปแล้วมากกว่า 600,000 ชิ้น โดยประสบการณ์ในการติดตั้งเครือข่ายโทรคมนาคมที่ผ่านมาทั้งหมดจะถูกนำไปใช้พัฒนาประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถติดตั้งเครือข่าย 5G ได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพที่สุด” นายหยาง เชาปิน กล่าว

อันดับที่ 2 พอร์ตโฟลิโอที่รอบด้าน พร้อมมอบประสบการณ์ 5G อันเหนือชั้นอย่างต่อเนื่อง

นับตั้งแต่การริเริ่มโครงสร้าง 5G ทั้งในด้านประสิทธิภาพและความครอบคลุม ได้มีการวางแผนการดำเนินการเป็นอย่างดีเพื่อส่งมอบประสบการณ์อันเหนือชั้นให้แก่ผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง หัวเว่ยมีพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมเหมาะสมในทุกสถานการณ์ โดยสถาปัตยกรรมเครือข่ายสามชั้นประกอบด้วย สถานีฐานขนาดใหญ่หลายแห่งเพื่อประสิทธิภาพและความครอบคลุมขั้นพื้นฐาน การติดตั้งระบบ Easy Macro ที่ไซต์เสาเครือข่ายสัญญาณเพื่อส่งเสริมความครอบคลุม และโซลูชัน LampSite สำหรับระบบดิจิทัลภายในอาคาร ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างความครอบคลุมของเครือข่ายที่ราบรื่นและมอบประสบการณ์ที่น่าพอใจอย่างต่อเนื่องให้แก่ผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ หัวเว่ยยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Massive MIMO AAU เสาสัญญาณที่มีน้ำหนักเบาที่สุดเพียง 25 กิโลกรัม สามารถเคลื่อนย้ายและติดตั้งได้ด้วยคนเพียงคนเดียว แต่ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่รับรองได้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างเครือข่ายของผู้ให้บริการโทรคมนาคมได้เป็นอย่างดี

อันดับที่ 3 โซลูชันอัลตร้าบรอดแบนด์หนึ่งเดียวของอุตสาหกรรม เพื่อการติดตั้งเครือข่ายที่ง่ายยิ่งขึ้น

ในยุค 5G คลื่นความถี่แบบ TDD แบนด์วิดท์ขนาดใหญ่ที่มีการใช้งานอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการสร้างประสบการณ์ 5G อย่างเหนือชั้น อย่างไรก็ตาม มีผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมจำนวนไม่น้อยที่ได้รับเซ็กเมนท์ของคลื่นความถี่ที่ไม่ต่อเนื่อง เพราะปัจจัยเรื่องกรรมสิทธิ์ของดาวเทียมหรือการแบ่งสรรปันส่วนที่อาจไม่เท่าเทียมกัน หัวเว่ยจึงได้เปิดตัวโซลูชันอัลตร้าบรอดแบนด์หนึ่งเดียวของวงการอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนคลื่นความถี่แบนด์วิดท์สูงสุดที่ 400 เมกะเฮิรตซ์ เพียงหนึ่งโมดูลจะทำให้คลื่นความถี่ที่ไม่ต่อเนื่องภายใน 400 เมกะเฮิรตซ์สามารถใช้งานได้ โซลูชันดังกล่าวจะช่วยรักษาโมดูลและทำให้การติดตั้งไซต์เครือข่ายสัญญาณซับซ้อนน้อยลง และยังช่วยลดค่าเช่าไซต์เครือข่ายสัญญาณและฮาร์ดแวร์ของผู้ให้บริการอีกด้วย

อันดับที่ 4 เบลด AAU สุดพิเศษ ครบจบในหนึ่งเดียว ลดความซับซ้อนในการติดตั้ง

นายหยาง เชาปิน กล่าวว่า “ในกระบวนการการพัฒนาระบบการสื่อสารแบบไร้สาย ผู้ให้บริการระบบโทรคมนาคมเลือกใช้ยูนิตเสาอากาศไร้สายจำนวนมากเพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนไซต์เครือข่ายสัญญาณและเสาสัญญาณ แต่ตอนนี้ ผู้ให้บริการกลับต้องเผชิญปัญหาขาดแคลนพื้นที่ติดตั้งเสาอากาศไร้สาย ดังนั้นเสาสัญญาณเบลด AAU ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของหัวเว่ย ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของเราในฐานะที่เป็นอุปกรณ์ “เรียบง่ายอย่างเหนือชั้น” ด้วยเป้าหมายที่ช่วยลดต้นทุนการเป็นเจ้าของ (TCO) และการลงทุนในฮาร์ดแวร์และไซต์เครือข่ายสัญญาณ”
เสาสัญญาณเบลด AAU ได้ผสานเสาสัญญาณ AAU 5G เข้ากับเสาสัญญาณนอกอาคาร 2G/3G/4G รวมไว้เป็นกล่องเดียว และจำกัดความสูงเพียง 2 เมตรเท่านั้น เพื่อสนับสนุนช่วงคลื่นความถี่ต่ำกว่า 6 เมกะเฮิรตซ์ ผู้ให้บริการสามารถใช้เสาสัญญาณนี้แทนเสาสัญญาณ 3G/4G เพื่อความสะดวกในการติดตั้งเสาสัญญาณ 5G ได้โดยใช้เพียงพื้นที่สำหรับเสาสัญญาณต้นเดียวเท่านั้น นอกจากนี้การออกแบบที่ผสมผสานอย่างลงตัว ช่วยให้การติดตั้งมีความซับซ้อนน้อยลงด้วย และในทางกลับกันก็ช่วยเสริมประสิทธิภาพของโครงสร้าง 5G และกระตุ้นให้เกิดการติดตั้งมากขึ้น ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ให้บริการตั้งแต่เริ่มเปิดตัว โดยถูกนำไปใช้เชิงพาณิชย์ในเครือข่ายโทรคมนาคมของประเทศสวิตเซอร์แลนด์และประเทศจีนแล้ว

อันดับที่ 5 โซลูชันเครือข่ายโทรคมนาคม DSS เชิงพาณิชย์เจ้าแรกของอุตสาหกรรม เพื่อการติดตั้ง FDD NR อย่างรวดเร็ว

ปี 2563 จะเป็นปีแห่งการติดตั้งเครือข่าย 5G เป็นจำนวนมหาศาลทั่วโลก นอกจากการติดตั้งเครือข่าย 5G หลักในย่านคลื่นความถี่ 1-6 เมกะเฮิรตซ์แล้ว ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมยังสามารถติดตั้งเครือข่าย 5G ในช่วงคลื่นความถี่ต่ำกว่า 3 เมกะเฮิรตซ์ FDD เพื่อครอบคลุมเครือข่าย 5G อย่างรวดเร็วได้ โดยสำหรับคลื่นความถี่ FDD ใหม่ในขณะนี้ ข้อแนะนำของหัวเว่ยคือการติดตั้งสัญญาณเครือข่าย 5G โดยตรงจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพ คลื่นความถี่ FDD ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยเทคโนโลยี NR เนื่องจากมีผลพิสูจน์ออกมาแล้วว่าเทคโนโลยี NR ที่ทำงานบนคลื่นความถี่ FDD สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นอย่างน่าประทับใจเทคโนโลยี LTE สำหรับคลื่นความถี่ FDD ที่มีอยู่ก่อนหน้าสามารถปรับเปลี่ยนได้ด้วยการใช้การบริการโซลูชันโครงข่ายร่วมกัน (DSS) ภายในหนึ่งมิลลิวินาทีของหัวเว่ย เทคโนโลยีนี้สามารถจัดสรรแหล่งที่มาของคลื่นความถี่ได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงหนึ่งมิลลิวินาทีเท่านั้น โดยมีพื้นฐานมาจากเทคโนโลยี LTE การบริการ 5G และความต้องการของการส่งข้อมูลสัญญาณ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของคลื่นความถี่ได้อย่างดีที่สุด  “ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2562 DSS โซลูชันของหัวเว่ย ถูกนำไปใช้กับระบบโทรคมนาคมในยุโรป ปัจจุบัน ลูกค้าของเรามี  100 ล้านคลื่นความถี่ FDD อุปกรณ์ RRU ที่สามารถนำไปปรับเปลี่ยนเป็น 5G ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการใช้โซลูชันนี้” นายหยาง เชาปิน กล่าว

อันดับที่ 6 อัลกอริทึมอัจฉริยะ เสริมศักยภาพเครือข่ายชั้นนำ

“หัวเว่ยได้พัฒนาเทคโนโลยีการส่งสัญญาณแบบ Massive MIMO อย่างรอบด้าน ทั้งด้านการวิจัยและพัฒนา นวัตกรรม และการประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ โดยได้จัดทำพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์และอัลกอริทึมที่เหนือชั้นเพื่อเสริมศักยภาพระบบ Massive MIMO ของเราให้ล้ำหน้าอยู่เสมอ ด้านซอฟต์แวร์อัลกอริทึม หัวเว่ยพร้อมด้วยเทคโนโลยีการส่งสัญญาณแบบ MU-MIMO การระบุข้อกำหนดซอฟต์แวร์ หรือ SRS เทคนิคการประมวลผลสัญญาณแบบ full-channel beamforming และอื่นๆ อีกมากมาย ที่พร้อมเสริมความสามารถในการกระจายสัญญาณ ขยายพื้นที่บริการให้ครอบคลุม และพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าถึงขีดสุด โดยหัวเว่ยได้ช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถืออย่าง LG U+ ในประเทศเกาหลีใต้ , EE ในประเทศอังกฤษ และ Sunrise ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ติดตั้งเครือข่าย 5G เชิงพาณิชย์ในปี 2562 การทดสอบสมรรถนะเครือข่ายจากบุคคลภายนอกซึ่งจัดทำโดย RootMetrics and Connect ระบุว่าหัวเว่ยได้ช่วยพัฒนาประสบการณ์ใช้งานของผู้ให้บริการเครือข่ายให้ทะยานขึ้นสู่อับหนึ่ง โดยมีอัตราดาวน์ลิงก์เฉลี่ยมากกว่าเครือข่ายคู่แข่ง 1.5 ถึง 2 เท่า จึงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่เหนือชั้นของเทคโนโลยี Massive MIMO ในการให้บริการเชิงพาณิชย์ในสถานการณ์จริงได้เป็นอย่างดี” นายหยาง เชาปิน กล่าว

อันดับที่ 7 เทคโนโลยี 5G สีเขียว ใช้พลังงานน้อยลง

ประสิทธิภาพในการใช้พลังงานเป็นอีกหนึ่งสิ่งจำเป็นในการพัฒนาเครือข่ายการสื่อสารของอุปกรณ์มือถือให้สมบูรณ์และยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเทคโนโลยี 5G ซึ่งหัวเว่ยพร้อมมอบโซลูชันการประหยัดพลังงานแบบครบวงจร ที่ได้นำเอาเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ไซต์เครือข่ายรูปแบบใหม่ และระบบการประสานงานทั่วเครือข่ายด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้งาน เพื่อลดการใช้พลังงานในการกระจายสัญญาณ 5G ต่อบิต พร้อมด้วยนวัตกรรมการออกแบบชิปและอัลกอริทึม วัสดุฮาร์ดแวร์คุณภาพสูง และเทคโนโลยีกระจายความร้อนล้ำสมัย ซึ่งสามารถส่งมอบเซลล์สัญญาณได้ใหญ่กว่าถึง 50 เท่า ให้กับเสากระจายสัญญาณ (AAUs) ในระบบ 5G แต่กลับใช้พลังงานเทียบเท่าแค่เพียงหน่วยแปลงสัญญาณวิทยุระยะไกล (RRUs) ในระบบ 4G เท่านั้น นอกจากนี้โซลูชันการประหยัดพลังงานด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังสามารถรักษาดัชนีชี้วัดผลงานที่น่าพึงพอใจได้ในหลากหลายสถานการณ์ ในขณะเดียวกันก็ใช้ประโยชน์จาก symbol, channel, และ carrier shutdown ทั่วทุกโหมดการทำงานบนเครือข่าย รวมถึงย่านความถี่ต่างๆ ตามความต้องการของการให้บริการ เพื่อให้เกิดการประหยัดพลังงานที่ละเอียดแม่นยำมากขึ้นในระดับเครือข่าย

อันดับที่ 8 โซลูชันแบบคอนเวิร์จ NSA/SA แบบครบวงจร เพื่อการเปลี่ยนแปลงเชิงดิจิทัลของอุตสาหกรรมในอนาคต

“เทคโนโลยี 5G ไม่เพียงสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้ใช้งานโดยตรง แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงเชิงดิจิทัลของภาคอุตสาหกรรม จึงทำให้เทคโนโลยี 5G แตกต่างจากเทคโนโลยีกระจายสัญญาณรุ่นก่อนหน้า โดยมาตรฐาน Release 16 จาก 3GPP จะเสร็จสมบูรณ์ภายในปีนี้ ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น เทคโนโลยี 5G จะสามารถรับส่งข้อมูลที่มีเสถียรภาพสูงและความหน่วงต่ำ (ultra-reliable low-latency communication – URLLC) ได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นที่เข้าใจกันดีในอุตสาหกรรมว่าระบบ Standalone (SA) คือที่สุดของสถาปัตยกรรมเครือข่าย 5G โดยหัวเว่ยได้สนับสนุนและพัฒนาทั้งระบบ NSA และ SA อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นโครงข่ายการเข้าถึงผ่านการรับส่งทางคลื่นวิทยุ (Radio Access Network ) core network ชิปเซ็ต และเครื่องปลายทาง ซึ่งจะช่วยให้โอเปอเรเตอร์เครือข่ายโทรคมนาคมสามารถส่งมอบบริการให้กับผู้บริโภค ผู้ใช้งานตามบ้าน และภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ได้อย่างครบครัน” นายหยาง เชาปิน กล่าว

อันดับที่ 9 โซลูชัน SUL E2E (Super Uplink) แบบครบวงจรที่มีเอกลักษณ์ เติมเต็มประสบการณ์และศักยภาพการเชื่อมโยงในอุตสาหกรรม

ระบบ TDD แบบดั้งเดิมจะเน้นที่ความต้องการของเทคโนโลยี enhanced Mobile Broadband (eMBB) ซึ่งทำให้ความสามารถในการดาวน์ลิงก์สูงกว่าอัปลิงก์เป็นอย่างมาก จึงไม่สามารถส่งข้อมูลอัปลิงก์ขนาดใหญ่และมีความหน่วงต่ำ ซึ่งจำเป็นต่อการใช้งานบางอย่างในภาคอุตสาหกรรม เช่น การถ่ายทอดสดแบบ 4K และ 8K เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว หัวเว่ยจึงได้เปิดตัวโซลูชันนวัตกรรม Super Uplink ขึ้น เพื่อประสานการส่งสัญญาณแบบ TDD และสเปคตรัม FDD ปลดล็อคความสามารถในการอัปลิงก์และลดความหน่วงของสัญญาณได้อย่างมีนัยสำคัญ ระบบ TDD ยังสามารถทำงานร่วมกับแถบความถี่แบบ Full SUL ซึ่งส่งผลให้ความสามารถอัปลิงก์มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยผลการทดสอบของผู้ให้บริการโทรคมนาคมระบุว่า สามารถลดความหน่วงของสัญญาณได้ถึง 30 เปอร์เซนต์ และเพิ่มอัตราการอัปลิงก์ได้สูงสุดถึง 4 เท่า โดยกลุ่มมาตรฐานอุตสาหกรรมโทรคมนาคม 3GPP ได้ยอมรับนวัตกรรมดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว

อันดับที่ 10 โซลูชันการจัดแบ่งเครือข่าย ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเชิงดิจิทัลในอุตสาหกรรม

เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านเชิงดิจิทัลในอุตสาหกรรมให้ดียิ่งขึ้น หัวเว่ยได้เปิดตัวโซลูชันการจัดแบ่งเครือข่ายที่ครอบคลุมตั้งแต่เครือข่ายการรับส่งทางคลื่นวิทยุ core network เครือข่ายคมนาคม ไปจนถึงเครื่องปลายทาง เพื่อให้ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมและลูกค้าอุตสาหกรรมสามารถส่งมอบบริการที่หลากหลายยิ่งขึ้น พร้อมกับการันตีแบนด์วิดท์สูงและความหน่วงสัญญาณต่ำ ส่งผลให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างไร้กังวล โดยโซลูชันดังกล่าวสามารถนำมาใช้ได้กับหลากหลายสถานการณ์ในแต่ละอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นโซลูชันการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) พอร์ตอัจฉริยะ โรงงานอัจฉริยะ หรือเทคโนโลยีคลาวด์ AR/AR จึงทำให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ ในขณะเดียวกัน ยังสร้างโอกาสให้ผู้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมสามารถแสวงหาตลาดใหม่ๆ ได้อีกด้วย

“เทคโนโลยีการสื่อสารเคลื่อนที่ในทุกยุคถูกพัฒนามาเพื่อการใช้งานที่หลากหลายและประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น เทคโนโลยี 5G เองก็ไม่ต่างกัน การให้บริการ 5G ต้องครอบคลุมอย่างเพียงพอเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม และจะต้องเป็นประสบการณ์การใช้งานที่ดีกว่าเทคโนโลยีในยุคก่อนหน้า ผลิตภัณฑ์และโซลูชันจากหัวเว่ยจึงสะท้อนความมุ่งมั่นต่อเป้าหมายนี้ นอกจากนี้ ปี 2563 จะเป็นปีสำคัญของเทคโนโลยี 5G เนื่องจากจะถูกนำมาใช้เชิงพาณิชย์ในวงกว้างและดังคำกล่าวที่ว่า “ไม่มีใครสามารถเล่นบทเพลงอันยิ่งใหญ่ได้เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยวงออเคสตราทั้งวงใน
การบรรเลง” เราจึงมุ่งหวังในการทำงานร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอื่นๆ ในการสานต่อเทคโนโลยีและนวัตกรรม
รวมไปถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และคลาวด์ เพื่อนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ประโยชน์ในฐานะแพลตฟอร์มการเชื่อมต่อ เพื่อสร้างสรรค์ดิจิทัลอีโคซิสเต็มที่แข็งแกร่ง มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนร่วมกันต่อไป” นายหยาง เชาปิน กล่าวสรุป

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

ฟินสุดอินสุด! สรุป 7 ไฮไลท์ ‘ที่สุด’ จากงาน LINE TV AWARDS 2020

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

จบลงไปอย่างน่าประทับใจกับงาน LINE TV AWARDS 2020 งานประกาศรางวัลด้านบันเทิงออนไลน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยในปีนี้ได้ยกระดับประสบการณ์ของงานมอบรางวัลขึ้นไปอีกขั้น ภายใต้คอนเซปต์ ‘EXPECT THE UNEXPECTED’ พร้อมทลายภาพจำงานมอบรางวัลของใครหลายคน จัดเต็มในทุกองค์ประกอบของงาน ซึ่งความเซอร์ไพรส์แบบไม่คาดคิดภายในงานจะมีอะไรบ้าง มาดูพร้อม ๆ กัน

 

  1. ดีไซน์ล้ำราวกับอยู่กับในนิทรรศการแสงดิจิทัล

เริ่มต้นที่รูปแบบงานที่แตกต่างออกไปจากทุกปี ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในงานที่จัดขึ้นในรอยัล พารากอน ฮอลล์ ถูกเนรมิตรให้กลายเป็นโถง Dynamic Fluid Gradient สร้างความสนุกกับ Interact ด้วย CG ตระการตาราวกับอยู่ในนิทรรศการแสงดิจิทัล อีกทั้งยังมี Digital Carpet ที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของงานนี้กับดีไซน์ใหม่ที่เล่นกับความเป็นเมทัลลิกสะท้อนแสงที่พริ้วไหว ภายในโซนเวทียังได้เห็นรูปแบบเวทีใหม่ที่กว้าง ปีกซ้ายจรดขวาโอบล้อมผู้ร่วมงานให้เป็น ส่วนหนึ่งของงานอย่างแท้จริง พร้อมจอ LED ตลอดแนวจอ ถือเป็นมิติใหม่ของงานประกาศรางวัลเท่าที่เคยมีมา

 

  1. คนดังตบเท้าเดินเท่บนพรมดิจิทัล

ในช่วงต้นงาน ยังเป็นการเดิน Digital Carpet ของเหล่าศิลปิน – ดารากว่าร้อยชีวิต ที่มาร่วมงาน LINE TV AWARDS 2020 ทั้ง 40 Nominee พร้อมกับผู้สนับสนุนและคอนเทนต์พาร์ทเนอร์หลากหลายเจ้า แต่ไม่ได้มีเพียงการเดินบนพรมเท่านั้น เพราะยังได้ DaBoyWay และ Wonderframe มากระตุ้นความตื่นเต้นด้วยโชว์สุดพิเศษ เป็นปิดการเดินพรมได้อย่างเท่ระเบิด สมกับคอนเซ็ปต์ เดรสโค้ดของงานอย่าง As Cool As You

 

 

  1. เวทีรวมรางวัลจากใจมหาชนออนไลน์

ต่อกันที่ไฮไลต์หลักของงานอย่างช่วงการมอบรางวัล โดยในปีนี้ รางวัลแต่ละสาขายังมีการจำแนกแยกย่อยไปจนถึงซีน หรือ ฉากต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการชมทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นรางวัลฉากดราม่ายอดเยี่ยม รางวัลฉากตลกยอดเยี่ยม รางวัลฉากไวรัลยอดเยี่ยม และรางวัลฉากจูบยอดเยี่ยม ฯลฯ โดยจะเห็นว่าไม่ได้เจาะจงเฉพาะแค่รางวัลสำหรับนักแสดงหรือตัวผลงานอย่างเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ผู้เข้าชิงยังมีทั้ง Original Content ของ LINE TV และผลงานทางโทรทัศน์ก็สามารถ เข้าชิงได้หมด ทำให้ LINE TV AWARDS 2020 เป็นงานประกาศรางวัลที่แตกต่างและโดดเด่น เป็นตัวแทนความนิยมของมหาชนออนไลน์ประจำปีได้อย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ ๆ ให้กับเวทีงานประกาศรางวัลที่ควรจับตามองไว้ให้ดีอีกด้วย

 

  1. เนรมิตโชว์ใหม่ยกเซต เอาใจคนดูและแฟนคลับ

นอกจากการออกแบบภายในงานแล้ว การแสดงภายในงานจะต้องสามารถสร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้กับผู้ชมทั้งในฮอลล์และผู้ชมทางบ้านได้เช่นกัน การแสดงแต่ละโชว์จึงก็ถูกออกแบบมาเพื่องาน LINE TV AWARDS 2020 โดยเฉพาะอีกด้วย เริ่มต้นที่ 4 หนุ่มบอยแบนด์สุดฮอต TRINITY กับโชว์ปิดอัลบั้มพร้อมนำ 2 เพลงใหม่ที่ไม่เคยโชว์ที่ไหนมาก่อน มาเปิดเวทีให้เสียงกรี๊ดดังสนั่นรอยัล พารากอน ฮอลล์ ตามมาด้วยโชว์จาก GMM TV ที่มาคั่นอารมณ์ด้วยความน่ารักสดใสจากน้อง ๆเกิร์ลกรุ๊ปวง SISSY พร้อมเสิร์ฟความฟินต่อด้วยคู่จิ้นตัวท็อปอย่าง คริส-สิงโต จากนั้นจึงเป็นโชว์ของ อิ้งค์-วรันธร และวง POLYCAT ที่นำเพลงของอีกฝ่ายมาเรียบเรียงในสไตล์ของตัวเอง ตามมาด้วยโชว์  จาก NADAO ไม่ว่าจะเป็น Human Error, พีพี-บิวกิ้น และเพลงไวรัลติดหู อย่างรักติดไซเรน ปิดท้ายด้วยโชว์สุดเซอร์ไพรส์จากหนุ่มๆ Great Men Academy ในเพลง ‘ผู้โชคดี’ ที่เปรียบเสมือนการรียูเนียน ของวง 9×9 ให้แฟนๆ ได้หายคิดถึงกัน

 

  1. เซอร์ไพรส์ของขวัญทั่วฮอลล์เพื่อผู้ร่วมงานทุกคน

ในระหว่างโชว์ของ Great men Academy ร้องเพลงเพลง ‘ผู้โชคดี’ ทาง LINE TV ก็ได้มีการปล่อยเซอร์ไพรซ์ให้กับบรรดาแฟน ๆ อีกระรอกแบบไม่มีใครคาดคิดกับ GIFT BOMB คุกกี้เสี่ยงทายที่ข้างในบรรจุของขวัญสุ่ม มากมาย อย่าง ข้อความทำนายดวงจาก LINE TODAY, โค้ดส่วนลด 200 บาทสำหรับใช้กับ LINE TAXI, ข้อความน่ารักจากเหล่าตัวละครสติกเกอร์ LINE และสิทธิพิเศษจำนวนในการขึ้นไปถ่ายรูปกับผู้ชนะรางวัลทุกสาขา และอีกมากมาย ใครที่เป็นผู้โชคดีที่ได้สิทธิ์นี้ไป น่าจะประทับใจไปอีกนาน

 

  1. เปิดโผ 6 Original Content ครบรสเอาใจทุกกลุ่มคนดู

ที่เรียกเสียงฮือฮาจากคนดูไม่แพ้กับการแสดงบนเวที เห็นจะเป็นการเปิดเผย Original Content ใหม่ ทั้ง 6 เรื่องจาก LINE TV ประจำปี 2020 ที่พูดได้คำเดียวว่าปังสุด ฟินสุด เพราะมาครบทุกรสชาติ ตั้งแต่ ดราม่าอาชญากรรม คอมเมดี้ โรแมนติคชวนจิ้น ไปจนถึงแนวชิงรักหักสวาท พร้อมกับรายชื่อนักแสดงมากฝีมือ ที่จะมาสร้างความสนุกความฟินให้ในแต่ละเรื่อง ได้แก่ Motherเรียกฉันว่า…แม่, เป็นต่อ Uncensored สำมะเล เพลย์บอย, วิน 21 เด็ดใจเธอ, BKPP The Series (ชื่ออย่างไม่เป็นทางการ), The Graduate และสุดท้าย The Secret เกมรัก เกมลับ รับประกันความสนุกทั้ง  6 เรื่อง 6 สไตล์ตลอดปีนี้แน่นอน

 

 

  1.  ขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ออนไลน์ระดับโลก

ไหนๆเป็นงานที่จัดขึ้นจากความนิยมของมหาชนออนไลน์ทั้งที LINE TV ไม่พลาดที่จะพาให้ตัวงานกลายเป็นที่นิยมบนโลกโซเชียลเช่นเดียวกัน เพราะกระแสของงาน LINE TV AWARDS 2020 ที่ถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์ ยังคงเป็นเวทีที่แฟน ๆ ให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องจากทุกๆปี โดยเฉพาะการขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ติดต่อกันทุกครั้งที่จัดงาน #LINETVAWARDS2020 ซึ่งปีล่าสุดนี้ก็สามารถไต่ขึ้นไปครองอันดับ 1 ของเทรนด์ระดับโลกเป็นที่เรียบร้อย เพราะในงานนี้ถูกวางแผนมาอย่างดีและเอาใจมหาชนอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีโอกาสร่วมงาน เหล่าแฟนคลับ และผู้ชมที่ติดตามผ่าน LIVE Streaming ของ LINE TV ก็ไม่ทำให้ผู้ที่อยากติดตามต้องพลาดคอนเทนต์เด็ดๆจากงานได้จากทุกแพลตฟอร์มจนเกิดการแชร์ต่อเพราะถูกใจ

แม้ว่างาน LINE TV AWARDS 2020 จะจบลงไปแล้ว แต่เชื่อว่าแฟนๆ จะยังคงคิดถึงความสนุกและความฟินที่เกิดขึ้นภายในงานอย่างแน่นอน สามารถรับชมย้อนหลังไลฟ์ตัวเต็ม รวมทั้งไฮไลต์ทุกช่วงภายในงานผ่านดิจิทัลคอนเทนต์แพลตฟอร์มคุณภาพอย่าง LINE TV เท่านั้น ทั้งบนเว็บไซต์ LINE TV หรือบนแอปพลิเคชัน LINE TV ทั้ง iOS และ Android

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

AIS เริ่มเปิดให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์ รายแรกรายเดียวในไทยด้วยคลื่นมากสุด พร้อมเปิดให้บริการโทรผ่าน 5G ไปต่างแดน และ 5G โรมมิ่งในต่างแดนรายแรกแล้ว

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ภายหลังเข้ารับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 2600 MHz อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ในวันเดียวกันนั้น เอไอเอสก็สร้างปรากฏการณ์ เปิดเครือข่าย 5G ทั่วประเทศเป็นรายแรกทันที ล่าสุด วันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2563) เอไอเอสประกาศเริ่มเปิดให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ รายแรกและรายเดียวในไทย (First 5G Commercial Service in Thailand)

โดยขณะนี้ AIS มีแผนขยายเครือข่าย AIS 5G อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมมอบสิทธิ์ให้ลูกค้าที่ซื้อ 5G Smart Phone จากเอไอเอส อาทิ Samsung Galaxy S20 Ultra 5G, Huawei Mate 30 Pro 5G (เมื่อได้รับการ upgrade software แล้ว) ซึ่งเตรียมจำหน่ายในช่วงต้นเดือนมีนาคม สามารถใช้ 5G ได้ทันที โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่มเติม จนถึง 30 มิถุนายน 2563 ในพื้นที่ซึ่งมีเครือข่าย AIS 5G

นอกจากนี้เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่การติดต่อต่างประเทศ เอไอเอสยังเป็นรายแรกและรายเดียวในไทย ที่ร่วมกับพันธมิตรผู้ให้บริการในต่างประเทศ เปิดให้บริการโทรผ่าน 5G ไปต่างประเทศ (First 5G International Call to Overseas) เริ่มต้นที่ประเทศฟิลิปปินส์ ร่วมกับ Globe Telecom และบริการ 5G โรมมิ่งในต่างแดน (First 5G International Roaming) แล้วเช่นกัน โดยเริ่มต้นที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ กับโอเปอร์เรเตอร์ Swisscom อีกด้วย

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Android News1 นาที ที่แล้ว

็๊HUAWEI เปิดตัว Gigahome 650, Kirin W650 ชิปเซ็ต Wi-Fi 6+ และเปิดประสบการณ์ใหม่ในโลกแอปพลิเคชันด้วย HUAWEI AppGallery

เหนือกว่าด้วย Wi-Fi ...

Android News17 นาที ที่แล้ว

FCC หลุดเครื่องพร้อมสเปคบางส่วน realme 6i มาพร้อมกล้องหลัง 4 เลนส์ 48MP และรองรับ Fast Charge 18W

หลังจากที่ realme 5i...

Apple News50 นาที ที่แล้ว

หลุดเคส iPad Pro 2020 อาจใช้ดีไซน์กล้องหลังคล้าย iPhone 11 / 11 Pro

มีหลุดออกมาเพิ่มเติม...

Huawei Mate Xs Hands-On first look in Thailand Huawei Mate Xs Hands-On first look in Thailand
Android News1 ชั่วโมง ที่แล้ว

พรีวิว Huawei Mate Xs สมาร์ทโฟนพับหน้าจอได้ สัมผัสเครื่องจริงครั้งแรกเป็นอย่างไร?

Huawei Mate Xs ประกา...

ข่าวประชาสัมพันธ์2 ชั่วโมง ที่แล้ว

HUAWEI เผย 10 ปัจจัยสำคัญ เร่งกระตุ้นให้ธุรกิจเชิงพาณิชย์ทั่วโลกหันมาปรับใช้ 5G

นายหยาง เชาปิน ประธา...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง