Connect with us

ข่าวประชาสัมพันธ์

AIS Fibre เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่อุตสาหกรรมเน็ตบ้านอย่างยั่งยืน ชู งานบริการ ที่เหนือกว่า ไร้ความกังวล 24 ชั่วโมง ตอกย้ำความเป็นที่ 1 ในใจตัวจริงทุกมิติ “เร็วกว่า ดีกว่า ง่ายกว่า”

Published

on

ภายใต้บริบทสังคมที่ยังต้องเผชิญอยู่กับมาตรการรับมือกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งได้สร้างวิถีชีวิตของผู้คนให้เข้าสู่โลกใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม หรือแม้แต่การเรียนในภาคการศึกษา ทำให้โครงข่ายอินเตอร์เน็ตกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจที่จะต้องตอบสนองด้วยคุณภาพสูงสุด ต่อเนื่องตลอดเวลา ดังนั้น AIS Fibre ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพเป็นเลิศของงานบริการมาโดยตลอด จึงเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมเน็ตบ้านไทยให้ร่วมกันยกระดับ “งานบริการ” ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยั่งยืนมากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงด้านเดียว ชูกลยุทธ์ “Service Innovation” ผนึกพลังทั้งองค์กรและพาร์ทเนอร์ ย้ำพันธสัญญาร่วมกันในการมอบบริการคุณภาพทุกขั้นตอนภายใน 24 ชั่วโมง

นายกิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าฝ่ายงานบริหารธุรกิจฟิกซ์ บรอดแบนด์ AIS กล่าวว่า “ตลาดเน็ตบ้านมีความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เนื่องจากการต้องกลับมาทำงานและเรียนที่บ้าน กลายเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงการขับเคลื่อนของระบบเศรษฐกิจ และการใช้ชีวิตของคนในยุค NOW Normal ทำให้เราเห็นรูปแบบและพฤติกรรมการใช้งานที่น่าสนใจหลายอย่าง ทั้งปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้นกว่า 40 % ในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั้ง 3 รอบ การใช้งานแอพพลิเคชั่นการประชุมต่างๆ รวมถึงการสตรีมมิ่งคอนเทนต์ เติบโตกว่า เท่าตัวจากปีที่ผ่านมา หรือแม้แต่จำนวน Device ที่ใช้งานในแต่ละบ้านเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเช่นกัน ทั้งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้อินเตอร์เน็ตของผู้บริโภคต่อเรื่องต่างๆ นี่จึงเป็นภารกิจที่ชาว AIS Fibre ทุกคนถือเป็นเป้าหมายและพันธสัญญาเดียวกันว่า เราจะทำทุกวิถีทางที่จะส่งมอบประสบการณ์ และอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าของเราได้เชื่อมต่ออย่างราบรื่นที่สุด เพื่อนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกสถานการณ์”

จากเหตุผลดังกล่าวทำให้ AIS Fibre ยิ่งเพิ่มความเข้มข้นของการทำงานในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การพัฒนาคุณภาพสัญญาณโครงข่าย การขยายพื้นที่การให้บริการให้ครอบคลุมมากขึ้น และที่สำคัญคือ การยกระดับคุณภาพงานบริการที่แตกต่างและเหนือกว่าด้วยกลยุทธ์ Service Innovation ที่ต้องใช้พลังของทุกส่วนงานทั้ง พนักงาน, ทีมงานขาย, พนักงาน Call Center, พนักงานหน้าร้าน, ทีมงานติดตั้ง, ทีมงาน support รวมทั้ง พันธมิตรทางธุรกิจ ที่ผสานการทำงานด้วยเทคโนโลยี และ Automatic Process ที่เชื่อมต่อกันทั้งระบบ ตั้งแต่ระบบหน้าบ้านที่ติดต่อกับลูกค้า จนถึงระบบหลังบ้านที่จัดการทั้งหมด รวมถึงการทำ Dashboard & Monitoring Tools ที่ช่วยติดตามผล อัพเดทสถานการณ์การดูแลลูกค้าแต่ละบ้านให้เป็นไปตามเงื่อนไข และสามารถแก้ไขทันทีหากเกิดปัญหา

ทั้งหมดจึงเป็นการตอกย้ำถึงเจตนารมณ์ของ AIS Fibre ที่เป็นผู้เล่นรายแรกและรายเดียวในการนำงานบริการขึ้นมาเป็นแกนสำคัญในการแข่งขันจนสามารถสร้างพันธสัญญากับลูกค้าที่สามารถทำได้จริง กับความพร้อมในการดูแลลูกค้า พร้อมแก้ปัญหา 24 ชั่วโมงได้อย่างรวดเร็ว ทันใจ ไม่ให้การเชื่อมต่อสะดุด

กิตติ อธิบายต่อไปอีกว่า “งานบริการ” คือกลยุทธ์สำคัญที่เป็น Brand DNA ของ AIS ซึ่งได้สร้างความเป็นผู้นำให้แข็งแกร่งมาโดยตลอด ทำให้เรื่องของ Service Innovation กลายเป็นเป้าหมายร่วมกันของทั้งองค์กรที่จะมาเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่จะสร้างความแตกต่างให้กับตลาดที่มุ่งเน้นการแข่งขันไปกับสงครามราคา ซึ่งไม่ใช่แนวทางการทำงานของ AIS Fibre อย่างแท้จริง

วันนี้บริการที่เหนือกว่าถูกถ่ายทอดออกมาให้เป็นรูปธรรมและลูกค้าได้สัมผัสจนเกิดความพึงพอใจสูงสุดทุกกระบวนการตั้งแต่การลงทุนพัฒนาโครงข่ายอัจฉริยะให้มีคุณภาพตอบโจทย์การใช้งานลูกค้าในทุกช่วงเวลา ขยายพื้นที่การให้บริการครอบคลุมทุกจังหวัดของประเทศ การเตรียมสรรพกำลังด้วยบุคลากรทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน รองรับความต้องการตั้งแต่การขายไปจนถึงการติดตั้ง ภายใต้ 3 มาตรฐานที่จะเปลี่ยนภาพธุรกิจเน็ตบ้านให้ก้าวไปอีกขั้น ทั้ง  “มาตรฐาน การแก้ปัญหาภายใน 24 ชม.” ให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุด  “มาตรฐาน การติดตั้งเร็ว” พร้อมเข้าติดตั้งเพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานได้อย่างเร็วที่สุด “มาตรฐาน ช่างนัดตรงต่อเวลา” ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้ง การให้บริการ หรือการเข้าไปดูแลเพื่อแก้ไขปัญหาการใช้งานในทุกกรณี

นายกิตติ กล่าวในช่วงท้ายถึงเป้าหมายการทำงานของ AIS Fibre ว่า “ภายในระยะเวลาไม่กี่ปีที่ AIS Fibre ลงสนามตลาดเน็ตบ้าน สามารถขึ้นมาอยู่ในกลุ่มผู้นำได้สำเร็จ ให้บริการลูกค้าไปแล้วกว่า 1.53 ล้านครัวเรือน และยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากยอดขายเติบโต 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว เป็นผู้เล่นที่มีการเติบโตเหนือกว่าตลาด เราเชื่อว่าหัวใจสำคัญที่จะทำให้เราสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนนอกเหนือจากการมีนวตกรรมสินค้าและบริการโดนใจตอบโจทย์ของลูกค้า โครงข่ายและคุณภาพของสัญญานที่มีความเร็ว แรงและความเสถียร อีกหนึ่งความท้าทายคือ การให้บริการที่ทำให้ลูกค้าสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก ด้วยประสบการณ์ที่ดีที่สุด ด้วยปัจจัยทั้งหมดจะทำให้เราเติบโตได้อย่างยั่งยืน สู่การเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภค ที่จะทำให้เราสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำได้ไม่ยาก”

กำลังฮอต

ใหม่ล่าสุด

ข่าวประชาสัมพันธ์1 ชั่วโมง ago

พบกับ Sticker, the Enhanced Album ล่าสุดจาก NCT127 ได้แล้ววันนี้บน Spotify เท่านั้น! สัมผัสอีกขั้นของประสบการณ์ที่รวมทั้งบทสัมภาษณ์ และฟิลเตอร์แฟนหนุ่มกับวงโปรดของคุณ

เหล่า NCTzens ไม่ต้อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์1 ชั่วโมง ago

TUDUM: ไฮไลต์เด็ดจากเอเชีย 3 รายการพิเศษที่จะทำให้คุณตื่นเต้นกับ TUDUM มากขึ้นไปอีก

ภาพโดย Netflix ชมทีเ...

ข่าวประชาสัมพันธ์2 ชั่วโมง ago

แกร็บ ผุดฟีเจอร์ใหม่ ชวนผู้ใช้บริการร่วมลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ พร้อมเปิดตัวรายงานความยั่งยืนฉบับแรก

เนื่องในวันปลอดมลพิษ...

ข่าวประชาสัมพันธ์2 ชั่วโมง ago

LINE ประเทศไทย เอาใจแฟนเพลงสากล จับมือ ยูนิเวอร์ซัล มิวสิค ประเทศไทย ยกขบวนเพลงฮิตจากศิลปินสากลชั้นนำชุดใหญ่บน LINE MELODY เป็นครั้งแรก

จากความนิยมการใช้งาน...

ข่าวประชาสัมพันธ์2 ชั่วโมง ago

JBL PARTYBOX SERIES ลำโพงไร้สายตระกูลปาร์ตี้ มันส์กันได้ทุกที่ ช่วงนี้ต้องมีติดบ้าน!!

บริษัท มหาจักรดีเวอล...

Advertisement