ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

CEO เอไอเอส คว้ารางวัลเกียรติยศ “ความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน ประจำปี 2562”

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส รับรางวัลเกียรติยศบนเส้นทางชีวิต “ความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน ประจำปี 2562”  (Best Practice Awards 2019) สาขาพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลเพื่อสังคมไทย จากโครงการหนึ่งล้านกล้าความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน ที่จัดขึ้นโดย มูลนิธิเพื่อสังคมไทย ในฐานะบุคคลที่สามารถนำความรู้ไปปฏิบัติจริง มีวิธีปฏิบัติงานที่เป็นเลิศจนประสบความสำเร็จ ประพฤติตนอยู่ในกรอบคุณงามความดี มีคุณธรรมจริยธรรมและสร้างประโยชน์ให้กับส่วนรวม สังคม และประเทศชาติ พร้อมทั้งมีการตอบแทนคุณแผ่นดินในรูปแบบต่างๆ เป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมและสาธารณชน โดยมีพลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นผู้มอบรางวัล ณ หอประชุมกองทัพอากาศ

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

ข่าวประชาสัมพันธ์

ทรู 5G ปักหมุดโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เผยโฉมโรงพยาบาลต้นแบบ ER ครั้งแรกในไท จัดเต็มนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการแพทย์ ผ่านเครือข่ายอัจฉริยะทรู 5 จี

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

พร้อมสู่การแพทย์ฉุกเฉินวิถีใหม่..เผยโฉมโรงพยาบาลต้นแบบ ER ครั้งแรกในไทย ทรู 5G ปักหมุดโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี จัดเต็มนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการแพทย์ ผ่านเครือข่ายอัจฉริยะทรู 5 จี สร้างมิติใหม่ด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ยุคนิวนอร์มัล ลดความแออัด เพิ่มความปลอดภัย และช่วยผู้ป่วยฉุกเฉินได้ทันท่วงที  

 

ทรู 5G อัจฉริยภาพสู่โลกใหม่ที่ยั่งยืนของเรา ร่วมยกระดับโลกใหม่ในด้านสุขภาพและการสาธารณสุข (World of Health and Wellness)ผนึกโรงพยาบาลนพรัตน ราชธานี พร้อมด้วยฮีโร่ต้นแบบ หมอเจี๊ยบลลนา ก้องธรนินทร์  นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการแพทย์ผ่านเครือข่ายอัจฉริยะ True 5G สร้างการแพทย์ฉุกเฉินวิถีใหม่ หรือ ER New Normal เพื่อเป็นมาตรฐานใหม่ให้กับหน่วยงานแพทย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลอื่นๆ  ภายใต้สังกัดของกรมการแพทย์ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพและช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทันท่วงที  ตั้งแต่ส่งรถพยาบาลฉุกเฉินไปรับผู้ป่วย  คัดกรองผู้ป่วย ประเมินอาการผู้ป่วยที่ฉุกเฉินและไม่ฉุกเฉิน ส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินไปรับการรักษาตามอาการได้ทันเวลา ยังได้ส่งมอบนวัตกรรมด้านการแพทย์ ที่ใช้งานผ่านเครือข่ายอัจฉริยะ True 5G   ให้กับโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ได้แก่ True 5G MedTech Ambulance : อุปกรณ์รถพยาบาลฉุกเฉินอัจฉริยะ, AR Professional Consult Powered by True 5G :  ระบบสื่อสารระยะไกลอัจฉริยะ และ True 5G Temi Connect & CareBot : หุ่นยนต์สื่อสารอัจฉริยะ รวมทั้ง Nopparat Teleclinic Powered by True 5G: เทคโนโลยี Vhealth Platform แอปพลิเคชั่นสำหรับคัดกรองและให้คำปรึกษาของโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โดยโซลูชั่นเพื่อการแพทย์ทั้งหมดนี้เชื่อมต่อด้วยซิม True 5G-Ready และอุปกรณ์รับสัญญาณ CPE 5G ผ่านเครือข่ายอัจฉริยะ True 5G ที่ได้ขยายสัญญาณไว้รอบโรงพยาบาลแล้ว รวมทั้งได้ติดตั้งรถ COW 5G (Cell On Wheel) เพื่อขยายสัญญาณเพิ่มเติมในโรงพยาบาลด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เป็นโรงพยาบาลต้นแบบของระบบการแพทย์ฉุกเฉินวิถีใหม่ หรือ ER New Normal แห่งแรกในไทย

 

นายแพทย์สมบูรณ์ ทศบวร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวว่า“โรงพยาบาลนพรัตน ราชธานี เป็นโรงพยาบาลของรัฐ สังกัดกรมการแพทย์​ กระทรวงสาธารณสุข เปิดให้การรักษาพยาบาลทั่วไปและเฉพาะทางหลากหลายด้าน ทำให้มีผู้มารับบริการเฉลี่ยต่อวันมีจำนวนค่อนข้างมาก โดยเฉพาะแผนกฉุกเฉินในช่วงวันเสาร์ อาทิตย์ ในช่วงวิกฤตโควิด-19 กรมการแพทย์จึงมีนโยบายที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในระบบฉุกเฉินวิถีใหม่ หรือ ER New Normal เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับทั้งผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงญาติของผู้ป่วย ลดความแออัดในโรงพยาบาล ช่วยให้แพทย์สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี พร้อมผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพราะหน่วยแพทย์ฉุกเฉินของเราถือเป็นต้นแบบหรือเป็นแห่งแรกในการทำ ER New Normal เพื่อให้โรงพยาบาลอื่นๆ นำมาปรับใช้ต่อไป  ความร่วมมือกับกลุ่มทรูที่จะนำเทคโนโลยีทรู 5G และนวัตกรรมด้านการแพทย์มาเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ส่งรถพยาบาลฉุกเฉินไปรับผู้ป่วย  คัดกรองประเมินอาการผู้ป่วยที่ฉุกเฉินและไม่ฉุกเฉิน ส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินไปรับการรักษาได้ทันเวลา ซึ่งจะสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับวงการสาธารณสุขในประเทศไทย”

นายโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “โลกใหม่ของ 5G ที่สมบูรณ์แบบไม่ใช่แค่เรื่องของเครือข่ายหรือความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของเทคโนโลยีอัจฉริยะ ที่จะช่วยยกระดับการดำเนินชีวิตในทุกมิติ สร้างโลกใหม่ที่ยั่งยืนของทุกคน โดยเน้นการสื่อสารที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของ True 5G อัจฉริยภาพสู่โลกใหม่ที่ยั่งยืนของเรา ผ่านฮีโร่ต้นแบบในด้านต่างๆ โดยเฉพาะต้นแบบในมิติด้านสุขภาพและการสาธารณสุข (World of Health and wellness) อย่าง “หมอเจี๊ยบ” ลลนา ก้องธรนินทร์  ผู้เป็นทั้งฮีโร่ต้นแบบสะท้อนบทบาทของเทคโนโลยี True 5G ในการเปลี่ยนแปลงโลกอย่างยั่งยืน และเป็นตัวแทนของแพทย์แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ที่พร้อมจะนำเทคโนโลยีอัจฉริยะของ True 5G ไปพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินวิถีใหม่ หรือ ER New Normal เพื่อช่วยยกระดับความปลอดภัย และสุขอนามัยของคนไทยให้ดีขึ้นด้วย”

นายพิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์ หัวหน้าคณะทำงานและกรรมการยุทธศาสตร์ 5G บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “จากวิสัยทัศน์ True 5G ที่มุ่งนำอัจฉริยภาพของเทคโนโลยี 5G เติมเต็มการใช้ชีวิตในทุกมิติ ด้วยความเชื่อว่าเครือข่าย True 5G จะไม่เป็นเพียงแค่สัญญาณมือถือ แต่เป็นสัญญาณยกระดับศักยภาพการแพทย์ดิจิทัลและสาธารณสุขของประเทศให้เหนือกว่าและยั่งยืนในทุกมิติ กลุ่มทรูมีความตั้งใจที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยดูแลทั้งผู้ป่วย และบุคลากรทางการแพทย์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ที่ต้องได้รับการดูแลรักษาทันที สอดคล้องกับจุดเด่นของเทคโนโลยีอัจฉริยะ True 5G ในเรื่องของศักยภาพความเร็วสูง ความหน่วงต่ำ และความสามารถในการเชื่อมต่ออุปกรณ์หลากหลาย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยให้กับระบบการแพทย์ฉุกเฉินวิถีใหม่ หรือ ER New Normal ของโรงพยาบาลต้นแบบ ‘นพรัตนราชธานี’ พร้อมได้ส่งมอบนวัตกรรมด้านการแพทย์ที่หลากหลาย ซึ่งเชื่อมต่อด้วยซิม True 5G-Ready และอุปกรณ์รับสัญญาณ CPE 5G ผ่านเครือข่ายอัจฉริยะ True 5G ที่ได้ติดตั้งไว้รอบโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งทำให้การเชื่อมต่อเป็นไปอย่างต่อเนื่อง  และมีประสิทธิภาพสูงสุด เรามีความตั้งใจที่จะนำเทคโนโลยี True 5G  มาช่วยให้โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นต้นแบบ สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับหน่วยงานแพทย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลอื่นๆ  ภายใต้สังกัดของกรมการแพทย์ต่อไป”

 

นวัตกรรมด้านการแพทย์ ที่ใช้งานผ่านเครือข่ายอัจฉริยะ True 5G   ในโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี มีดังนี้

  • True 5G MedTech Ambulance : อุปกรณ์รถพยาบาลฉุกเฉินอัจฉริยะ ที่ช่วยติดตาม และสื่อสารระหว่างโรงพยาบาลกับภายในรถฉุกเฉินโดยไม่มีความหน่วง ทำให้แพทย์ที่อยู่ภายในรถสามารถสื่อสารกับแพทย์ที่อยู่ประจำโรงพยาบาลเพื่อจัดเตรียมการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม่นยำ และทันท่วงที
  • AR Professional Consult Powered by True 5G : ระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะเพื่อการสื่อสารเสมือนจริง สำหรับใช้ในการสื่อสารระยะไกลระหว่างแพทย์ฉุกเฉินและแพทย์เฉพาะทาง โดยแพทย์เฉพาะทางจะเห็นภาพในมุมมองเดียวกันจากแว่นที่แพทย์ฉุกเฉินใส่ ทำให้สามารถให้ความเห็นได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
  • True 5G Temi Connect & CareBot : หุ่นยนต์สื่อสารอัจฉริยะ ที่นอกจากจะใช้ในการสื่อสารระหว่างแพทย์และผู้ป่วย เพื่อลดการสัมผัสโดยตรง ยังสามารถช่วยส่งเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ เอกสาร หรือสิ่งของต่าง ๆ ที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก โดยสามารถบังคับได้จากระยะไกล
  • Nopparat Teleclinic Powered by True 5G: เทคโนโลยี Vhealth Platform แอปพลิเคชั่นสำหรับคัดกรอง ให้คำปรึกษา และวินิจฉัยโรคเล็ก ๆ น้อย ๆ ของโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โดยผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเดินทางมาโรงพยาบาล โดยตรวจคัดกรองคนไข้ผ่านคำถามต่าง ๆ เพื่อเป็นการวินิจฉัยเบื้องต้นก่อนที่จะเข้ามารับบริการที่โรงพยาบาล และสามารถทำนัดกับแพทย์ได้ทันที ตามอาการที่ได้ระบุ หากจำเป็นต้องเข้ามาพบแพทย์ต่อไป
อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

กลุ่มทรู ร่วมกับ แพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลและวิศวะมหิดล นำศักยภาพ True 5G เชื่อมต่อเพิ่มประสิทธิภาพ ”หน่วยรักษาอัมพาตเคลื่อนที่ศิริราช 2020

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

กลุ่มทรูจับมือกับศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นำศักยภาพเทคโนโลยี True5G เครือข่ายอัจฉริยะเชื่อมต่อเพิ่มประสิทธิภาพรถรุ่นใหม่หน่วยรักษาอัมพาตเคลื่อนที่ศิริราช2020 (Siriraj Mobile Stroke Unit) โดยนำศักยภาพเทคโนโลยี True5G เครือข่ายอัจฉริยะของกลุ่มทรู ซึ่งมีจุดเด่นทั้งเรื่องของศักยภาพความเร็วสูง ความหน่วงต่ำ และความสามารถในการเชื่อมต่ออุปกรณ์หลากหลาย สามารถส่งภาพสแกนสมองที่มีขนาดใหญ่และสัญญาณชีพของผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วแบบเรียลไทม์ และมีความละเอียดสูง ส่งผลให้วางแผนการรักษาได้ทันทีและแม่นยำก่อนผู้ป่วยจะเดินทางมาถึงโรงพยาบาล โดยเชื่อมต่อด้วยซิม True5G-Ready และอุปกรณ์รับสัญญาณ CPE5Gผ่านเครือข่ายอัจฉริยะTrue5G ที่ได้ติดตั้งภายในโรงพยาบาล และตลอดเส้นทางที่รถพยาบาลวิ่งผ่าน ทำให้เพิ่มความแม่นยำในการควบคุม มีประสิทธิภาพสูงในการเชื่อมต่อ ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสของการเข้าถึงการรักษาในระยะฉุกเฉินให้กับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันทั้งชนิดตีบและแตก ลดระยะเวลาของการรักษาเพื่อเปิดหลอดเลือด ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันเฉียบพลัน เพื่อลดอัตราการตายหรือพิการของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน เพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรองผู้ป่วยที่มีอาการทางระบบประสาทเฉียบพลัน ที่อาจได้รับประโยชน์จากการดูแลเร่งด่วนได้ในพื้นที่เกิดเหตุ ช่วยเพิ่มโอกาสให้กับผู้ป่วยที่อยู่ห่างไกล และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ขั้นสูงของประชาชนไทย

.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  มหาวิทยาลัยมหิดลกล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการพัฒนานวัตกรรม ว่าการผนึกกำลังของมหาวิทยาลัยมหิดล สนับสนุนโดยผู้นำเครือข่าย 5G  เรามุ่งพัฒนาเพื่อสังคมส่วนรวมให้ประชาชนคนไทยได้เข้าถึงการรักษาในระยะฉุกเฉินให้กับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันทั้งชนิดตีบและแตกอย่างรวดเร็ว ด้วยหน่วยรักษาอัมพาตเคลื่อนที่ศิริราช (Siriraj Mobile Stroke Unit)เปรียบเสมือนการนำโรงพยาบาลไปสู่ชุมชน เพื่อลดระยะเวลาในการเปิดหลอดเลือดสมองที่อุดตันทำให้อัตราการเสียชีวิตและพิการลดลงได้ โดยจะใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ที่มีอาการตาตก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรง แบบเบ็ดเสร็จในรถ ตั้งแต่เริ่มมีอาการไม่เกิน 4ชั่วโมง โดยผู้พบผู้ป่วยโทรแจ้ง 1669 เข้าศูนย์เอราวัณ ทางศูนย์ฯ จะคัดกรอง แล้วแจ้งต่อไปยังหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) ในเขตที่ดูแลเพื่อให้เข้าไปรับผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุ เพื่อตรวจคัดกรองอาการและนำผู้ป่วยมาที่จุดนัดพบสถานีบริการน้ำมัน ปตท.ขณะเดียวกันทางศูนย์เอราวัณก็แจ้งหน่วยรักษาอัมพาตเคลื่อนที่ศิริราช (Siriraj Mobile Stroke Unit) ที่มีผู้เชี่ยวชาญโรคหลอดเลือดสมองเป็นผู้รับสายและซักถามอาการ และตามทีมแพทย์ พยาบาล นักรังสีการแพทย์ และพนักงานขับรถ ให้ออกปฏิบัติการรับผู้ป่วย เพื่อการรักษาในรถของหน่วยรักษาอัมพาตเคลื่อนที่ศิริราช
(Siriraj Mobile Stroke Unit)
ที่จุดนัดพบ ตามที่ได้ประสานงานไว้แล้ว ขณะนี้รถรุ่นใหม่ หน่วยรักษาอัมพาตเคลื่อนที่ศิริราช2020จำนวน 3 คัน อยู่ระหว่างการผลิต กำหนดแล้วเสร็จของรถคันที่ 2 ประมาณเดือนสิงหาคม 2563 และคันที่ 3และ 4 จะแล้วเสร็จภายในต้นปี 2564 ”

รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงความเป็นมาและเทคโนโลยีว่าหน่วยรักษาอัมพาตเคลื่อนที่ (Mobile Stroke Unit) ในรูปแบบของรถมาจากความคิดริเริ่มของศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช พัฒนารถต้นแบบคันแรกเสร็จในปี2561 ซึ่งต่อมาในปี 2562 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้พัฒนาความก้าวหน้าทางสมรรถนะและเทคโนโลยี ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จากสองปีที่เปิดบริการแก่ประชาชนสามารถรองรับการรักษาช่วยผู้ป่วย 287 ราย ตอบโจทย์การแพทย์ดิจิทัลเฮลท์แคร์และเฮลท์เทค สำหรับ ปี 2563 นี้ จะเป็นรถรุ่นใหม่หน่วยรักษาอัมพาตเคลื่อนที่ศิริราช2020จำนวน 3 คัน ด้วยความร่วมมือของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้การนำของ รศ.นพ.ยงชัย นิละนนท์ ประธานศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช และ ผศ.ดร.พรชัย ชันยากร รองคณบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพกระบวนการและผู้เชี่ยวชาญ โดยทีมวิศวกรและนวัตกรผู้เชี่ยวชาญจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ออกแบบและพัฒนาโครงสร้างรถ  ระบบวิศวกรรมต่างๆและระบบการสื่อสารภายในรถที่ก้าวหน้าทันสมัยด้วยเทคโนโลยี โดยใช้วัสดุและซัพพลายในประเทศไทยและอาเซียนเป็นส่วนใหญ่ ผ่านการทดสอบสมรรถนะและความปลอดภัยด้านยานยนต์ตามมาตรฐานสหภาพยุโรป หรือEU  วางระบบไฟฟ้าบนแพลตฟอร์ม  ระบบขับเคลื่อนหลักสามารถปรับใช้ได้ทั้งแบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) หรือ ไฮบริดแบบปลั๊กอิน หรือ EV  ครบครันด้วยระบบกู้ชีพ และระบบการแพทย์ทางไกล หรือ Telemedicine เชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารภายในรถกับโครงข่ายสื่อสาร 5Gด้วยซิม นอกจากนี้ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ยังบริหารจัดการระบบอำนวยการแพทย์และระบบปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีศูนย์ควบคุมทางการแพทย์ ณ ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช และมีศูนย์ทดสอบสมรรถนะที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา อีกด้วย

ด้วยเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร 5G ที่มีเสถียรภาพและความเร็วสูง ผสานกับการออกแบบตัวรถและระบบ Mobile Stroke Unit จะช่วยเรื่องการติดต่อสื่อสารแบบสองทาง การส่งภาพ CT Scan สมองและสัญญาณชีพของผู้ป่วย ซึ่งเป็นข้อมูลขนาดใหญ่ สามารถทำได้อย่างรวดเร็วเสมือนกับผู้ป่วยได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหลอดเลือดสมอง แม้ว่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะอยู่ห่างออกไปหลายร้อยหรือหลายพันกิโลเมตรก็ตาม ด้วยข้อมูลที่เป็นเรียลไทม์และมีความละเอียดสูงจะส่งผลให้การตัดสินใจวางแผนและทำการรักษาของบุคคลากรการแพทย์สามารถกระทำได้ทันทีและแม่นยำก่อนผู้ป่วยจะเดินทางมาถึงโรงพยาบาล ดังนั้นการมีเทคโนโลยี 5G จะเพิ่มโอกาสให้กับผู้ป่วยที่อยู่ห่างไกล และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ขั้นสูงของประชาชนคนไทย

นายพิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์ หัวหน้าคณะทำงานและกรรมการยุทธศาสตร์ 5G บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่าจากวิสัยทัศน์ True 5G ที่มุ่งนำอัจฉริยภาพของเทคโนโลยี 5G เติมเต็มการใช้ชีวิตในทุกมิติ ด้วยความเชื่อว่าเครือข่าย True 5G จะไม่เป็นเพียงแค่สัญญาณมือถือแต่เป็นสัญญาณยกระดับศักยภาพการแพทย์ดิจิทัลและสาธารณสุขของประเทศให้เหนือกว่าและยั่งยืนในทุกมิติ กลุ่มทรูมีความตั้งใจที่จะร่วมดูแลสุขภาพคนไทย และเดินหน้าสนับสนุนภารกิจบุคลากรทางการแพทย์อย่างต่อเนื่องหลายรูปแบบใน

โรงพยาบาลทุกภูมิภาคทั่วประเทศโดยนำศักยภาพเทคโนโลยี True5G เครือข่ายอัจฉริยะของกลุ่มทรู ซึ่งมีจุดเด่นทั้งเรื่องของศักยภาพความเร็วสูง ความหน่วงต่ำ และความสามารถในการเชื่อมต่ออุปกรณ์หลากหลาย มาเพิ่มประสิทธิภาพให้กับรถรุ่นใหม่ หน่วยรักษาอัมพาตเคลื่อนที่ศิริราช2020(Siriraj Mobile Stroke Unit) ที่สร้างโดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์วางแผนการรักษาได้ทันทีและแม่นยำก่อนผู้ป่วยจะเดินทางมาถึงโรงพยาบาล โดยเชื่อมต่อด้วยซิม True5G-Ready และอุปกรณ์รับสัญญาณ CPE5Gผ่านเครือข่ายอัจฉริยะTrue5G ที่ได้ติดตั้งภายในโรงพยาบาล และตลอดเส้นทางที่รถพยาบาลวิ่งผ่าน ได้แก่ ถนนกาญจนาภิเษก เขตตลิ่งชัน, ถนนพรานนกพุทธมณฑล, ถนนบรมราชชนนี และถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย ซึ่งทำให้การเชื่อมต่อเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพสูงสุดช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ให้กับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันได้สะดวกและรวดเร็ว รวมทั้งลดอัตราการตายหรือพิการของผู้ป่วยได้อีกด้วย

หน่วยรักษาอัมพาตเคลื่อนที่ศิริราช2020(Siriraj Mobile Stroke Unit)เชื่อมต่อด้วยเครือข่ายอัจฉริยะ True5G

  • เป็นรถพยาบาลเคลื่อนที่ที่รักษาผู้ป่วยเรื่องหลอดเลือดสมองโดยเฉพาะเปรียบเสมือนการนำโรงพยาบาลไปสู่ชุมชนเพื่อลดระยะเวลาในการเปิดหลอดเลือดสมองที่อุดตันทำให้อัตราการเสียชีวิตและพิการลดลงได้
  • ภายในรถประกอบด้วยเครื่อง CT Scan, เครื่องฉีดสารทึบรังสีเพื่อตรวจหลอดเลือดสมองเครื่องตรวจเลือดเบื้องต้น และยังมีอุปกรณ์ที่สามารถสื่อสารปรึกษาทางไกลกับแพทย์เฉพาะทางที่อยู่โรงพยาบาลได้ทันท่วงที และสามารถให้ยาสลายลิ่มเลือดได้ ณ จุดเกิดเหตุ
  • โดยเครื่อง CT บนรถจะสามารถตรวจดูความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง และเนื้อสมอง ให้ภาพสแกนสมองภายในเวลาไม่กี่วินาที แพทย์สามารถตัดสินการรักษาและให้ยาเปิดหลอดเลือด หรือยาช่วยการแข็งตัวของเลือดได้ทันทีในกรณีเลือดออกในสมอง
  • ในรถมีกล้องส่งสัญญานภาพที่สามารถบันทึกภาพ และสนทนากับผู้ป่วยในขณะอยู่บนรถ เพื่อวางแผนการรักษาเมื่อมาถึงโรงพยาบาล
อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

AIS ร่วมกับ กลุ่มเซ็นทรัล เปิดแคมเปญ “คนไทยไร้ E-Waste” ขยายจุดรับทิ้ง E-Waste ที่ศูนย์การค้า 34 แห่งและอาคารสำนักงาน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เอไอเอส เดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของคนไทย จัดตั้งแคมเปญ “คนไทยไร้ E-Waste” ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในการรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) และนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี ประเดิมความร่วมมือครั้งแรกกับกลุ่มเซ็นทรัล ขยายจุดรับทิ้งขยะ E-Waste ในศูนย์การค้าเครือเซ็นทรัล 34 แห่ง ทั่วประเทศและอาคารดิออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ รองรับชีวิตวิถีใหม่ หลังคลายล็อกดาวน์จากสถานการณ์โควิด-19 พร้อมเชิญชวนคนไทย คัด แยก ทิ้ง ขยะ E-Waste ให้ถูกที่ ร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า นับตั้งแต่เอไอเอสที่ได้ประกาศภารกิจในการร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของคนไทย โดยอาสาเป็นแกนนำในการรับทิ้งและกำจัดขยะ E-Waste อย่างถูกวิธี ภายใต้โครงการ “ทิ้ง E-Waste กับ AIS” ที่ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2562

ปัจจุบันสามารถรวบรวมขยะ E-Waste ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ/แท็บเล็ต, แบตเตอร์รี่มือถือ, พาวเบอร์แบงก์, สายชาร์จ หูฟัง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก อาทิ กล้องถ่ายรูป เครื่องเล่น MP3  นำไปกำจัดอย่างถูกวิธีด้วยกระบวนการ Zero landfilled ที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสิ้น 49,952 ชิ้น สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ 499,520 กิโลกรัมคาร์บอนสมมูลย์

เพื่อสานต่อความตั้งใจ และปฏิบัติ “Mission Green 2020” ที่ตั้งเป้าลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ให้ได้ 1 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนสมมูลย์ในปี 2020 ให้สำเร็จ จึงได้จัดตั้งแคมเปญ “คนไทยไร้ E-Waste” ภายใต้แนวคิด “ถ้าเราทุกคน คือเครือข่าย” จับมือร่วมกับองค์กรชั้นนำทั้งภาครัฐ และเอกชน ที่มีปณิธานในด้านการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีคืนสู่สังคมไทยสร้างอีโค่ซิสเต็มด้านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) อย่างยั่งยืน

การจับมือกับ กลุ่มเซ็นทรัล ในการร่วมเป็นช่องทางวางถังรับทิ้ง E-Waste ในครั้งนี้ จะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงจุดรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เนื่องด้วย กลุ่มเซ็นทรัลมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ภายใต้การบริหารรวม 34 โครงการ กระจายอยู่ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งยังเป็นศูนย์การค้าที่ได้รับความนิยมจากประชาชนจำนวนมาก ใกล้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ ดังนั้นหากประชาชนไปช้อปปิ้งตามศูนย์การค้าใกล้บ้านก็สามารถพกขยะ E-Waste ติดตัวไปทิ้งได้อย่างสะดวก โดย เอไอเอส จะนำถังรับทิ้ง E-Waste ไปตั้งบริเวณ โซน E-Center ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทุกสาขา (รวม 34 สาขา ทั่วประเทศ) และที่อาคารดิออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ โดยคาดว่าจะติดตั้งถังรับขยะ E-Waste เสร็จครบทุกสาขาในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้

ทางด้าน นายพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัล มุ่งมั่นสานต่อเจตนารมย์ที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยในทุกระดับอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการเพื่อสังคม “เซ็นทรัล ทำ – ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ” โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราตระหนักถึงบทบาทสำคัญในการรณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนการสร้างโลกสีเขียวภายใต้แคมเปญ “เซ็นทรัล กรุ๊ป เลิฟ ดิ เอิร์ธ” (CENTRAL Group Love the Earth) เพื่อสร้างประโยชน์ทั้งในระดับองค์กร ชุมชน และมหภาค โดยกลุ่มเซ็นทรัล ได้จับมือ กับ เอไอเอส ในการสนับสนุนจุดติดตั้งถังขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) บริเวณต่างๆ ในศูนย์การค้าเครือเซ็นทรัล เพื่อส่งเสริมให้เกิดการคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) อย่างถูกวิธีและยั่งยืน โดยขยะที่ได้จะผ่านกระบวนการจัดการอย่างถูกวิธี สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้ ส่งผลให้เกิดการลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์และลดการสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ (Journey to Zero) ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนได้

 

ปัจจุบันกลุ่มเซ็นทรัลได้ดำเนินการติดตั้งถังขยะ E-Waste ที่ศูนย์การค้าของบริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) นำร่องแล้ว ทั้งหมด 8 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว, เซ็นทรัลพลาซา บางนา, เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2, เซ็นทรัลพลาซา พระราม 3, เซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า ,เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์, เซ็นทรัลเวิลด์ และที่อาคารดิออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมทั้งมีแผนที่จะดำเนินการติดตั้งเพิ่ม เพื่อให้ครอบคลุมทั้ง 34 สาขาทั่วประเทศ อีกทั้งกระจายไปยังกลุ่มธุรกิจอื่น อาทิ บ้านแอนด์บียอนด์, ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต, แฟมิลี่มาร์ท และพื้นที่อื่นๆ ในเครือกลุ่มเซ็นทรัล

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured3 วัน ที่แล้ว

รีวิว Vivo Y50 สมาร์ตโฟน Ultra Speed เร็วแรงทะลุพิกัด ขุมพลัง Snapdragon 665 พร้อมจอ Ultra O Screen และกล้อง 4 เลนส์สวยงาม

Vivo Y50 สมาร์ตโฟนรุ...

Samsung Galaxy A31 Review Samsung Galaxy A31 Review
Featured7 วัน ที่แล้ว

รีวิว Samsung Galaxy A31 หน้าจอ Super AMOLED แบตอึด เซลฟี่สวยกล้อง 20 ล้านพิกเซล

Samsung Galaxy A31 ส...

3BB broadband with customers pain points 3BB broadband with customers pain points
Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

เปิดกลยุทธ์ 3BB รุกตลาดบรอดแบนด์ด้วย Pain Point ของลูกค้า ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

ตลาดที่มีการแข่งขันส...

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว OnePlus 8 Pro เรือธงรุ่นใหม่พลังแรง หน้าจอ QHD+ 120Hz, กล้อง 4 เลนส์ และรองรับชาร์จไร้สายรุ่นแรกของแบรนด์

  รุ่นพี่ใหญ่ของ One...

HUAWEI nova 7i AI Video Editing HUAWEI nova 7i AI Video Editing
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

แนะนำ HUAWEI nova 7i ตัดต่อวีดีโอแบบง่ายๆ จบในเครื่อง ไม่ต้องลงแอปเพิ่ม

เชื่อว่าทุกวันนี้ ใค...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

HUAWEI MateBook X Pro, MateBook D 14, MatePad and MatePad T 8 HUAWEI MateBook X Pro, MateBook D 14, MatePad and MatePad T 8
Android News9 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดตัวในไทย HUAWEI MateBook X Pro, MateBook D 14, MatePad และ MatePad T 8

หัวเว่ย เปิดตัว 4 ผล...

Android News11 ชั่วโมง ที่แล้ว

OPPO เปิดตัว Ace2 EVA Limited Edition ดีไซน์หุ่นยนต์สุดเท่จากเรื่อง Evangelion พร้อมสเปคแบบ Ace2

หลังจากที่ OPPO เปิด...

ข่าวประชาสัมพันธ์15 ชั่วโมง ที่แล้ว

ทรู 5G ปักหมุดโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เผยโฉมโรงพยาบาลต้นแบบ ER ครั้งแรกในไท จัดเต็มนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการแพทย์ ผ่านเครือข่ายอัจฉริยะทรู 5 จี

พร้อมสู่การแพทย์ฉุกเ...

Android News15 ชั่วโมง ที่แล้ว

ลือ! Samsung Galaxy M51 และ Galaxy M31s จะมีกล้อง 4 เลนส์ 64 ล้านพิกเซล

ดูเหมือนว่า Samsung ...

Android News16 ชั่วโมง ที่แล้ว

Samsung เตรียมผลิตขุมพลัง Exynos ขนาด 5 นาโนเมตร ในเดือนสิงหาคมนี้ อาจใช้จริงปีหน้า

มีรายงานจากเว็บไซต์ ...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง