ติดตามพวกเรา

Smart Review

รีวิว AIS Black Series G 4.0″ (Iris 500) มือถือสุดคุ้มกับราคาสุดประหยัด

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

AIS Black Series G 4.0″ หรือชื่อเต็ม ๆ ก็คือ AIS Super Combo Black Series G 4.0” หรือจะเรียกสั้น ๆ ว่า AIS LAVA G 4.0″ (Iris 500) ก็ไม่ผิดอะไรตามความสะดวกครับ รุ่นนี้เป็นรุ่นที่สองของตระกูล Black Series ที่มาพร้อมดีไซน์ที่หรูหรากว่าเดิม รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด และรันระบบปฏิบัติการ Android 4.4.2 KitKat ตั้งแต่แกะกล่อง

AIS LAVA G 4.02

 

อุปกรณ์ภายในกล่อง

AIS LAVA G 4.03

  • ตัวเครื่อง AIS Super Combo Black Series G 4.0” (Iris 500) สีดำ
  • แบตเตอรี่ขนาดความจุ 1,400 mAh
  • อะแด็ปเตอร์
  • สาย micro-USB
  • หูฟังขนาดมาตรฐาน
  • ซิลิโคนเคส
  • คู่มือการใช้งาน

 

ข้อมูลสเปค AIS Super Combo Black Series G 4.0” (Iris 500)

  • มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 4.4.2 KitKat
  • ขนาดตัวเครื่อง 125 × 63.9 × 9.1 มม.
  • น้ำหนักเบา 117 กรัม
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 4 นิ้ว IPS LCD ความละเอียด 800 x 480 พิกเซล
  • กล้องหลังความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มีแฟลช LED
  • กล้องหน้า VGA
  • ชิปเซ็ต MediaTek MT6572
  • ซีพียู Dual-core 1.3GHz
  • RAM 512 MB
  • ความจำภายในตัวเครื่อง 4 GB รองรับ Micro SD สูงสุด 32 GB
  • มีวิทยุ FM ใช้งานได้ 2 SIM (Normal SIM ทั้ง 2 Slots) ทำให้สะดวกในการใช้งานที่มากขึ้น
  • รองรับ 3G 2100MHz, Wi-Fi, Wi-Fi Hotspot, Bluetooth, aGPS
  • แบตเตอรี่ (ถอดเปลี่ยนได้) 1,400 mAh

 

ตัวเครื่องและดีไซน์

AIS LAVA G 4.012

AIS Black Series G 4.0″ มาพร้อมดีไซน์ใหม่ ดูหรูหรามากขึ้น ด้วยกรอบตัวเครื่องสีทองตัดกับสีตัวเครื่องสีดำ และฝาหลังพลาสติกแต่ใส่ลวดลายลงไปให้ความรู้สึกเหมือนหนัง (คล้าย ๆ กับ Galaxy Note 3) มีหน้าจอแสดงผลขนาด 4 นิ้ว IPS LCD ความละเอียด 800 x 480 พิกเซล

 

AIS LAVA G 4.013

เหนือหน้าจอมีเลนส์กล้องหน้าความละเอียด 3 แสนพิกเซล รองรับวิดีโอคอล และลำโพงสำหรับเสียงสนทนา

 

AIS LAVA G 4.014

ด้านล่างหน้าจอมีปุ่มสัมผัส 3 ปุ่มได้แก่ ปุ่มเมนู, ปุ่มโฮม, ปุ่มย้อนกลับ และมีไมโครโฟนสำหรับสนทนา

 

AIS LAVA G 4.011

ขอบทางด้านขวาของตัวเครื่องมีปุ่ม Power หรือปุ่มปิด/เปิดเครื่อง หรือจะใช้สำหรับปิดหน้าจอ/เปิดหน้าจอก็ได้

 

AIS LAVA G 4.09

ขอบทางด้านซ้ายมีปุ่มสำหรับปรับระดับเสียงสนทนา เสียงมัลติมีเดียต่าง ๆ

 

AIS LAVA G 4.08

ขอบด้านบนตัวเครื่องมีช่องสำหรับเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. และช่องเสียบ micro-USB สำหรับชาร์จไฟแบตเตอรี่หรือถ่ายโอนข้อมูลกับเครื่องคอมพิวเตอร์

 

AIS LAVA G 4.010

ขอบด้านล่างตัวเครื่องไม่มีปุ่มใด ๆ ซึ่งรุ่น AIS Black Series G 4.0″ มีความน้ำหนักเบากว่า AIS Black Series 4.0″ รุ่นแรกเล็กน้อย

 

AIS LAVA G 4.05

อย่างที่บอกไปแล้วว่าฝาหลังจะมีลวดลายคล้ายกับหนังเทียม ทำให้ดูหรูหราขึ้น มีเลนส์กล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ไฟแฟลช LED, โลโก้ AIS 3G, โลโก้ LAVA และช่องลำโพงหลัง

 

AIS LAVA G 4.06

ภาพถ่ายตัวเครื่องในระยะใกล้แสดงให้เห็นเลนส์กล้องหลัง ไฟแฟลช และโลโก้ AIS 3G

 

AIS LAVA G 4.07

ลำโพงหลังที่อยู่บริเวณส่วนล่างของตัวเครื่อง และโลโก้ LAVA

 

AIS LAVA G 4.04

รุ่นนี้สามารถใช้งานได้ 2 ซิม ขนาดซิมปกติ รองรับการเชื่อมต่อผ่าน 3G (SIM 1) และ 2G (SIM 2) บนคลื่น 2100 MHz และมีช่องเสียบ microSD สูงสุด 32GB

 

อินเตอร์เฟซและฟังก์ชั่น

AIS LAVA G 4.0 (001)

AIS LAVA G 4.0″ รุ่นนี้มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 4.4.2 KitKat การใช้งานพื้นฐานและหน้าตาไม่แตกต่างจากรุ่นอื่น ๆ สามารถใช้งาน Google Sevices ได้ตามปกติ แต่จะมีแอพพลิเคชั่นจาก AIS ติดตั้งมากับตัวเครื่อง ได้แก่ AIS Apps, AIS Live TV, AIS Privilege, eService, mPay นอกจากนี้ก็มีแอพฯแชทสุดฮิตอย่าง LINE และ KakaoTalk ด้วย สำหรับแอพพลิเคชั่นอื่น ๆ สามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมจาก Play Store ได้เหมือน Android รุ่นอื่น ๆ

 

AIS LAVA G 4.0 (002)

App Drawer จะเรียงไอคอนแบบ 4×5 แถว เลื่อนหน้าจอด้วยการปัดซ้าย-ขวา ส่วนด้านบนหน้าจอมีเมนูแสดงรายการแอพ วิดเจ็ต และไอคอนค้นหา นอกจากนี้ก็มีไอคอนลัดไปยัง Play Store ได้ด้วย และสามารถเลือกเพิ่มวิดเจ็ตจากส่วนนี้ได้ด้วย การใช้งานทั่วไปก็ลื่นไหลดี ตอบสนองได้เร็ว แต่จะเริ่มหน่วงและค้างเมื่อเปิดแอพฯหลาย ๆ ตัวค้างไว้พร้อมกัน

 

AIS LAVA G 4.0 (003)

รองรับการใช้งาน 3G คลื่น 2100 MHz เฉพาะ SIM 1 เท่านั้น ส่วน SIM 2 รองรับการเชื่อมต่อผ่าน 2G/Edge และหากใช้งานการโทรระบบจะตัดการเชื่อมต่ออินเตอร์ทั้ง 2 ซิมเลย นั่นหมายความว่าจะไม่สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตหรือเล่นแอพฯที่ต้องต่อเน็ตได้เลย

การใช้อินเตอร์เน็ตเบราว์เซอร์สามารถเข้าผ่าน Android Browser ที่มากับตัวเครื่องได้หรือถ้าไม่ชอบก็สามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมเองก็ได้บน Google Play Store ครับ

 

ตรวจสอบเซ็นเซอร์ด้วย Android Sensor Box

AIS LAVA G 4.0 (004)

  • Accelerometer Sensor ช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้
  • Light Sensor สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอและแผงปุ่มกดให้เหมาะสม
  • Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน
  • Sound Sensor ตรวจวัดระดับเสียง

 

ผลการทดสอบความเร็วและการแสดงผล

AIS LAVA G 4.0 (005)

  • Antutu Benchmark ได้ 11,843 คะแนน
  • Quadrant Standard ได้ 4,485 คะแนน
  • ทดสอบมัลติทัชได้สูงสุด 2 จุด

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง

AIS LAVA G 4.0 camera (1)AIS LAVA G 4.0 camera (2)AIS LAVA G 4.0 camera (3)

 

โปรโมชั่น

Pro AIS LAVA G 4.0

 

ความคุ้มค่ากับราคาเครื่อง 2,390 บาท

  • ได้ดีไซน์ตัวเครื่องที่ดูหรูหรากับราคา 2 พันกว่าบาท
  • เหมาะกับการใช้งานทั่วไป ใช้งานได้ 2 ซิมการ์ด และรองรับ 3G 2100 MHz (ไม่ล็อคซิม)
  • มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 4.4.2 KitKat
  • มีทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

 

จุดสังเกตุเพิ่มเติม

  • กล้องถ่ายรูปไม่มีระบบแตะเพื่อโฟกัส

 

ขอขอบคุณเครื่องที่ใช้ในการรีวิวจาก AIS

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

Smart Review

รีวิว HUAWEI P40 Pro+ 5G ขุมพลังขั้นสุดด้วยกล้อง Ultra Vision Leica Penta, รองรับ 5G พร้อมขุมพลังตัวแรง Kirin 990 5G

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

HUAWEI P40 Pro+ 5G ขั้นสุดของสมาร์ทโฟนจาก Huawei ในปัจจุบัน มาพร้อมกับขุมพลังตัวแรงอย่าง Kirin 990 5G, หน้าจอโค้ง มีกล้องหลังจัดเต็ม 5 เลนส์ Ultra Vision Leica Penta ที่จัดเต็มทุกโหมดใช้งาน

 

สรุปสเปค HUAWEI P40 Pro+ 5G

  • ขนาดตัวเครื่อง : 158.2 × 72.6 × 9 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 226 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Quad-Curve Overflow Display ชนิด OLED กว้าง 6.58 นิ้ว ความละเอียด 2640 x 1200 พิกเซล รองรับ Refresh Rate 90Hz
  • หน่วยประมวลผล : Kirin 990 5G Octa Core
  • GPU : Mali-G76
  • RAM 8 GB
  • ROM 512 GB รองรับ SD NMCard สูงสุด 256GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย EMUI 10.1
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 5 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลัก Ultra Vision ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9, เซ็นเซอร์ RYYB
    • เลนส์ Ultra Wide Cine ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
    • เลนส์ SuperZoom ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/4.4 รองรับ 10x Optical Zoom
    • เลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 รองรับ 3x Optical Zoom
    • เลนส์ Depth Sensing
  • กล้องหน้าคู่ 2 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Depth Sensing
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม (รองรับ 5G 1 ซิม)
  • รองรับการเชื่อมต่อ 802.11a/b/g/n/ac/ax, Bluetooth 5.1 และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4200 mAh รองรับ HUAWEI SuperCharge 40W, Wireless HUAWEI SuperCharge 27W และ Reverse Charge

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

กล่องของ HUAWEI P40 Pro+ 5G มาในรูปแบบสีขาว พร้อมชื่อรุ่น HUAWEI P40 Pro+ 5G เปิดเข้าไปด้านในจะเจอกับอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้

  • ตัวเครื่อง HUAWEI P40 Pro+ 5G
  • เคสใส
  • อะแดปเตอร์ SuperCharge 40W
  • หูฟัง
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

ดีไซน์ด้านหลังของ HUAWEI P40 Pro+ 5G มีความพิเศษด้วยวัสดุแบบเซรามิกที่มีความแข็งแรง ทนทาน ที่ต้องบอกว่าสีขาว White Ceramic รุ่นนี้ที่เราได้มานั้นคลาสสิกมากๆ เป็นสีขาวที่นวลตาสุดๆ ครับ

 

เรื่องการจับถือต้องบอกว่าหายห่วงเพราะมีความโค้งมนในทุกมุมของการสัมผัสครับ ทั้งด้านหลังและด้านหน้าจอ

 

HUAWEI P40 Pro+ 5G ยังมาพร้อมมาตรฐานกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 ทำให้มั่นใจจากการตกน้ำโดยไม่ได้ตั้งใจหรือใช้งานในช่วงฝนตกได้เป็นอย่างดีครับ

 

หน้าจอแสดงผลของ HUAWEI P40 Pro+ 5G มาแบบโค้ง 4 ด้านในนาม Quad-Curve Overflow Display มีความโค้งมนในทั้ง 4 มุมของหน้าจอ ขณะที่ด้านบนและล่างก็มีความโค้งเล็กน้อยครับ

 

HUAWEI P40 Pro+ 5G มาพร้อมกับชนิด OLED กว้าง 6.58 นิ้ว ความละเอียด 2640 x 1200 พิกเซล และรองรับ Refresh Rate 90Hz ทำให้ใช้งานได้ลื่นๆ

 

เหนือหน้าจอแสดงผลจะมีกล้องหน้า 2 เลนส์ ซึ่งตรงกลางจะเว้นว่างเพื่อฝังเซ็นเซอร์ต่างๆ ลงไป ส่วนลำโพงสำหรับสนทนาใช้เทคโนโลยี Sound on Display ที่ฝังใต้หน้าจอเลย

 

ทางขวาของตัวเครื่องจะมีทั้งปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power ส่วนทางซ้ายจะไม่มีปุ่มอะไรครับ

 

ด้านล่างตัวเครื่องมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด NanoSIM 1 ช่อง แบบพลิกหน้า-หลัง โดยช่องที่ช่องจพสามารถใส่เป็น NM Card ได้เหมือนกัน ถัดมาเป็นไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

ด้านบนมีเซ็นเซอร์อินฟราเรด (IR) และไมโครโฟนตัวที่ 2

 

สุดท้ายที่ด้านหลังมีโมดูลกล้องหลังที่มีกล้อง 5 เลนส์, ไฟแฟลช Dual-LED และไมโครโฟนตัวที่ 3

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

HUAWEI P40 Pro+ 5G แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย EMUI 10.1

 

รองรับ 5G ในไทยตั้งแต่แกะกล่อง

สำหรับ HUAWEI P40 Pro+ 5G สามารถแกะกล่องมาพร้อมกับการรองรับ 5G มาตั้งแต่แกะกล่องครับ ไม่ต้องรออัปเดทเฟิร์มแวร์อะไร ซึ่งใช้งานได้ครบทุกเครือข่ายในไทยเลย

 

HUAWEI AppGallery แอปพลิเคชั่นเยอะขึ้นกว่าเดิม

HUAWEI AppGallery ในตอนนี้มีแอปพลิเคชั่นให้ดาวน์โหลดเยอะขึ้นมากครับ ทั้งเกม, โซเชียล หรือด้านธนาคารต่างๆ เป็นต้น

ที่สำคัญ Huawei ยังมาพร้อมกับแอปแพลิเคชั่น Petal Search ที่จะเป็นการค้นหาแอปพลิเคชั่นต่างๆ จากแหล่งต่างๆ เพื่อให้เราได้ติดตั้งได้ครับ ไม่ใช่แค่ใน AppGallery เท่านั้น

 

บอกสถานะตลอดเวลาด้วย Always-on-Display

HUAWEI P40 Pro+ 5G มาพร้อมกับฟีเจอร์การแสดเสมอ หรือการแสดงสถานะของเครื่องเบื้องต้นที่หน้าจอล็อก โดยไม่ต้องมาปลดล็อกหน้าจอให้เสียเวลาครับ

 

ระบบความปลอดภัยก็มีให้ครบ

HUAWEI P40 Pro+ 5G จัดให้ครบทั้งการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอที่ให้ความรวดเร็วและเสถียรมากๆ

 

รวมถึงการสแกนใบหน้าที่ทำได้แม่นยำไม่ต่างกันครับ

 

โหมดมืดมีให้ สะสบายดวงตา

การใช้งานโหมดมืดนั้นให้เรื่องคาวมสบายตาอย่างมากในช่วงที่ใช้ในที่แสงน้อยครับ ทั้งยังช่วยประหยัดแบตเตอรี่มากขึ้นเพราะจอ OLED นั้นชอบพื้นสีดำๆ มากครับ

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

HUAWEI P40 Pro+ 5G ขับคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผลตัวแรงสุดของ Huawei อย่าง Kirin 990 5G พร้อม RAM 8GB และคาวมจุถึง 512GB ที่จะเก็บภาพหรือโหลดแอปพลิเคชั่นต่างๆ ได้แบบไม่ต้องกลัวหมด

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำได้ไปได้ที่ 342,028 คะแนน

 

ทดสอบการเล่นเกม

PUBG Mobile

เริ่มด้วยเกม PUBG Mobile นั้นสามารถเปิดกราฟิกต่างๆ ได้ขั้นสุดทั้งหมดครับ ทดสอบการเล่นในดฆดม Battle Royale 100 คน ก็สามารถเล่นได้ไหลลื่นมาก โดยเรื่องการสัมผัสหน้าจอนั้นทำได้รวดเร็ว ไปตามนนิ้วมากครับ

 

ROV (Arena of Valor)

ต่อมาเป็นเกม ROV (Arena of Valor) ที่เราเปิดกราฟิกได้สูงสุดทั้งหมดเช่นกันครับ ซึ่งเฟรมเรทในโหมด 5 VS 5 ทำได้เยี่ยมมากครับ วิ่งที่ 60-61fps ได้แบบสบายๆ

 

Asphalt 9: Legends

ส่วนเกมแข่งรถอย่าง Asphalt 9: Legends สามารถเปิดกราฟิกได้ระดับสูงครับ เล่นได้แบบไหลลื่น ไม่มีสะดุดในช่วงที่เล่นไปประมาณ 30 นาที

 

แบตเตอรี่อึด ชาร์จไวด้วย 40W HUAWEI SuperCharge

HUAWEI P40 Pro+ 5G มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 4200mAh ซึ่งสามารถใช้งานทั่วไปได้ตลอดทั้งวันครับ ทั้งนี้ หากใครที่แบตเตอรี่ใกล้หมดก็สามารถชาร์จไวผ่านเทคโนโลยี 40W HUAWEI SuperCharge โดยเราทดสอบชาร์จจากแบตเตอรี่ประมาณ 23% ชาร์จถึง 84% ในเวลาเพียง 45 นาที และเต็ม 100% ในเวลารวม 60 นาทีเท่านั้น

 

ไม่ใช่แค่ขชาร์จไว แต่รุ่นนี้ก็ยังมีอีก 2 เทคโนโลยี ได้แก่ 40W Wireless HUAWEI SuperCharge การชาร์จไวแบบไร้สาย และ Reverse Charge ที่ชาร์จแบตเตอรี่ให้กับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น (ที่รองรับชาร์จไร้สาย) ได้ด้วย

 

กล้องถ่ายรูป

กล้องถ่ายรูปของ HUAWEI P40 Pro+ 5G จัดได้ว่าเป็นกล้องที่ถ่ายได้ดีที่สุดในสมาร์ทโฟนตอนนี้ครับ จากการมีกล้องหลัง 5 เลนส์ แบบ Ultra Vision Leica Penta ดังนี้

  • เลนส์หลัก Ultra Vision ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9
  • เลนส์ Ultra Wide Cine ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
  • เลนส์ SuperZoom ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/4.4 รองรับ 10x Optical Zoom
  • เลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 รองรับ 3x Optical Zoom
  • เลนส์ Depth Sensing

ขณะที่กล้องหน้ามาแบบ 2 เลนส์ แบ่งเป็นเลนส์หลักความละเอียด 32 ล้านพิกเซล + เลนส์ Depth Sensing

เลนส์หลักความละเอียดสูง 50 ล้านพิกเซล

ด้วยเลนส์หลัก Ultra Vision ให้ความละเอียดมาสูงถึง 50 ล้านพิกเซล ทำให้ถ่ายความละเอียดได้สูงเมื่อถ่ายออกมา สามารถซูมเข้าไปเห็นอะไรได้มากกว่าการถ่ายโหมดปกติครับ ทั้งยังนำไปใช้งานต่างๆ ได้อีกด้วย


ภาพความละเอียดสูง 50 ล้านพิกเซล / ครอป

 

ความฉลาดของ AI ยังคงเป็นเบอร์ต้นๆ

Huawei ยังคงเป็นสมาร์ทโฟนที่ชูโรงด้วยความฉลาดของ AI ที่ตรวจจับวัตถุและแยกแยะเป็นหมวดหมู่ได้เป็นอย่างดีครับ ซึ่งใน HUAWEI P40 Pro+ 5G ก็จัดเต็มมาให้เรื่องถ่ายถ่ายภาพ เพียงคลิกเดียวก็ได้ภาพสวยงาม เก็บรายละเอียดได้ดีทั้งตอนกลางวันและในที่แสงน้อยครับ

 

Ultra Wide Angle ถ่ายได้งาม ความคมชัดขั้นสูง

ในเลนส์ Ultra Wide Cine หรือการถ่ายโหมด Ultra Wide Angle ที่สามารถถ่ายได้ความละเอียดสูงครับ เพราะมีความละเอียดสูงถึง 40 ล้านพิกเซล ต้องบอกว่าถ่ายได้สวยงาม ได้มุมมองที่ครบครันครับ และเรื่องของสีสันก็มาครบมากๆ


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra Wide Angle


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra Wide Angle

 

ซูมได้ไกลสูงสุดด้วย SuperZoom 100x

HUAWEI P40 Pro+ 5G สามารถซูมได้ไกลสุดถึง 100 เท่า โดยมีเลนส์ซูมถึง 2 เลนส์ เป็น 10x Optical Zoom และ 3x Optical Zoom ที่ยังคงให้ความคมชัดอยู่แม้ถ่ายในระยะที่ไกลครับ แต่ถ้าซูมไปถึง 100 เท่าภาพที่ได้ก็อาจจะแตกได้ครับ ซึ่งก็ปกติเพราะเป็น Digital Zoom

 

ถ่ายกลางคืนได้แจ่ม คมชัดพร้อมความสว่าง

เรื่องการถ่ายภาพกลางคืนยังคงไว้ใจ Huawei ได้แน่นอนครับ โดยใน HUAWEI P40 Pro+ 5G ก็สามารถถ่ายภาพที่แสงน้อยๆ ได้ดีเหมือนเดิม มีความคมชัดอย่างมาก ที่สำคัญแม้ว่าจะถ่ายด้วยโหมดปกติ ก็แทบจะไม่ต้องปรับหรือเพิ่มความสว่างด้วย

 

รวมถึงการใช้โหมดนี้ในเลนส์ Ultra-Wide Angle ได้เช่นกันครับ

 

ถ่ายใกล้ๆ ได้ด้วยฟีเจอร์ Macro

ในฟีเจอร์ Macro จะเป็นการเจาะวัตถุไปใกล้ๆ ที่สายตาเราโฟกัสไม่ได้ โดยฟีเจอร์นี้ยังคงจัดเต็มเรื่องสีสันที่ยังให้มาแทบไม่ต่างจากโหมดปกติครับ แถมยังคมชัดมากๆ

 

ถ่าย Portrait สวยงาม เบลอหลังได้ธรรมชาติ

ในการถ่าย Portrait ในรุ่นนี้จะได้เลนส์ Depth Sensing เข้ามาช่วยในเรื่องของการตรวจจับระยะห่างของวัตถุครับ ทำให้เรื่องการเบลอฉากหลังนั้นเป็นธรรมชาติ มีการเบลอเป็นเลเยอร์ ภาพดูไม่ลอย ซึ่งใช้งานได้ทั้งกล้องหน้าและหลังที่ถ่ายได้งามๆ เหมือนกัน

กล้องหลัง

กล้องหน้า

 

กล้องหน้าคมชัดสูง 32 ล้านพิกเซล

ในโหมดปกติของ HUAWEI P40 Pro+ 5G ก็สามารถถ่ายเซลฟี่ได้ดีเหมือนกันครับ มีความละเอียดสูง และใบหน้าก็มีความสว่าง ไม่มืดครับ

 

สรุปจุดเด่น

  • กล้องหลังจัดเต็ม 5 เลนส์ Ultra Vision Leica Penta ฟีเจอร์ครบ ซูมได้ไกล, คมชัดสูง และมี Ultra-Wide Angle
  • รองรับเครือข่าย 5G ตั้งแต่แกะกล่อง ใช้งานได้ครบทุกผู้ให้บริการในไทยแน่นอนครับ
  • หน้าจอแสดงผล Quad-Curve Overflow Display ชนิด OLED กว้าง 6.58 นิ้ว สีสันชัดเจน
  • หน่วยประมวลผล Kirin 990 5G เล่นเกมได้สบายๆ พร้อม RAM 8GB ใช้งานได้ลื่นไหล และ ROM 512GB จุได้ไม่ต้องกลัวเต็ม
  • แบตเตอรี่ความจุ 4200mAh พร้อมรองรับ 40W HUAWEI SuperCharge ชาร์จได้ไว ทั้งยังรองรับชาร์จไร้สายและ Reverse Charge ด้วย

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ยังไม่มี Google Mobile Services (GMS)
อ่านต่อ...

Featured

รีวิว realme X50 Pro 5G ขุมพลังความเร็วแห่งอนาคต Snapdragon 865 5G, รองรับ 5G, 65W SuperDart Charge พร้อมจัดเต็มเรื่องกล้องรวม 6 เลนส์

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

(เพิ่มเติม…)

อ่านต่อ...

Featured

รีวิว SanDisk Extreme microSDXC A2 โฉมใหม่! ติดตั้งเกมได้ลื่นไหล เปิดแอปไม่สะดุด และรองรับวิดีโอ 4K

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

โฉมใหม่ SanDisk Extreme microSDXC A2 การ์ดความจำสำหรับการเล่นเกมได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด อ่านข้อมูลความเร็วสูงสุดถึง 160MB/วินาที และเข้าถึงแอปต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วบนตัวการ์ดความจำ ทำให้ใช้งานได้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลเมมเครื่องจะเต็ม

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 01

สรุปข้อมูลของ SanDisk Extreme microSDXC A2

  • รูปแบบ microSDXC
  • ความจุ 64GB, 128GB, 256GB
  • ความเร็วอ่านสูงสุด 160MB/วินาที
  • ความเร็วเขียนสูงสุด 90MB/วินาที
  • ความเร็ววิดีโอ V30, U3, A2

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

SanDisk Extreme microSDXC A2 โฉมใหม่ เอาใจสายเกมมิ่ง ตัวแพ็กเกจจะมาพร้อมภาพกราฟิกเกมที่ดูตื่นตาตื่นใจ พร้อมฟีเจอร์เด่นต่างๆ ซึ่งเป็นอีกขึ้นของการ์ดความจำที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสำหรับสมาร์ทโฟน Android โดยมีความเร็วในการอ่านสูงสุด 160MB/วินาที ทำให้การเรียกใช้งานแอปพลิเคชั่นที่ติดตั้งไว้บนการ์ดหน่วยจำนี้ทำได้อย่างลื่นไหล ไม่สะดุด และรองรับวิดีโอ 4K เหมาะสำหรับการนำใช้งานบันทึกวิดีโอความละเอียดสูง

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

ตัวการ์ดจะมีสีทองคาดแถบสีแดง พร้อมตัวหนังสือระบุชื่อรุ่น SanDisk Extreme และชนิดของตัวการ์ด microSDXC A2 ไว้อย่างชัดเจนด้วย ซึ่งตัวการ์ดมีคุณสมบัติในการป้องกันการกระแทก ทนอุณหภูมิ กันน้ำ กันแสงรังสีเอกซ์ เรียกได้ว่าใช้งานได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องการสูญหายของมูล

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

นอกจากนี้แล้วตัวเลขอื่นๆ บนการ์ดก็สำคัญมากๆ สำหรับการนำไปใช้งานที่เหมาะสมในแต่ละประเภท ซึ่งบน SanDisk Extreme microSDXC A2 ก็มีระบุไว้เช่นกัน โดยตัว U3 คือ UHS Speed Class 3 และตัว V30 คือ Video Speed Class 30 รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K ที่เฟรมเรทสูงสุด 60fps หรือ 120fps โดยหากจะนำไปใช้งานกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K หรือกล้องต่างๆ ก็ควรจะเลือกเป็นการ์ดแบบ UHS-I ขึ้นไป เพราะหากความเร็วในการเขียนหรืออ่านไม่เพียงพอ ก็จะได้วิดีโอที่กระตุกหรือสะดุดได้

 

มาดูกันว่า SanDisk Extreme microSDXC A2 ตัวนี้ จะมีความสามารถในการถ่ายโอนข้อมูลได้รวดเร็วขนาดไหน โดยใช้ตัวอ่านของ Satechi (รองรับ microSDXC) ด้วยโปรแกรม CrystalDiskMark 2.5.4 บน MacBoook โดยทำการทดสอบทั้งอ่านและเขียนแบบต่อเนื่องด้วยไฟล์ขนาด 1GB

SanDisk Extreme microSDXC A2

  • SEQ 128K QD32 เป็นการทดสอบความข้อมูลต่อเนื่องชุดละ 128KB ทำความเร็วในการอ่านได้ 51.47MB/วินาที และเขียน 15.60MB/วินาที
  • RND 4K QD32 เป็นการทดสอบข้อมูลชุดละ 4KB แบบสุ่ม ซึ่งความเร็วที่ได้จะลดลงเนื่องจากไม่ได้เขียนต่อเนื่อง แต่ก็ถือว่ายังเป็นความเร็วในระดับที่สูง โดยอ่านได้ 3.59MB/วินาที และเขียนได้ 2.57MB/วินาที
  • SEQ 1M QD1 เป็นการทดสอบข้อมูลต่อเนื่องชุดละ 1MB อ่านได้ 18.91MB/วินาที และเขียนได้ 18.31MB/วินาที
  • RND 4K QD1 เป็นการทดสอบข้อมูลชุดละ 4KB แบบสุ่ม ซึ่งเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของการ์ดความจำที่โหดมากที่สุด อ่านได้ 3.60MB/วินาที และเขียนได้ 0.27MB/วินาที

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 Review

สำหรับบนสมาร์ทโฟนจะทดสอบบน Samsung Galaxy S10+ โดยใช้แอปพลิเคชั่น A1 SD Bench ที่ดาวน์โหลดมาจาก Google Play Store เพื่อทดสอบความเร็วอ่านและเขียนไฟล์แบบต่อเนื่อง

  • ความเร็วในการอ่านไฟล์บนโทรศัพท์แบบต่อเนื่องทำได้ 76.96 MB/วินาที
  • ความเร็วในการเขียนไฟล์บนโทรศัพท์แบบต่อเนื่องทำได้ 51.84 MB/วินาที

 

SanDisk Extreme microSDXC A2

จุดเด่นของ SanDisk Extreme microSDXC A2 คือค่า IOPS (Input/Output Operation per Second) ซึ่งหมายถึงปริมาณการอ่านและเขียนไฟล์ต่อ 1 วินาที โดยเป็นขั้นตอนพื้นฐานในโปรแกรมต่างๆ รวมถึงการเรียกใช้งานแอปพลิเคชั่น ซึ่ง A2 สามารถอ่านแบบสุ่มได้ไม่น้อยกว่า 4000 IOPS และเขียนได้แบบสุ่มไม่น้อยกว่า 2000 IOPS มีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่า A1

การ์ดชนิด A2 จะทำให้การติดตั้งแอปพลิเคชั่นและเกมต่างๆ ไว้บนการ์ดความจำตัวนี้ แล้วเรียกใช้งานได้ลื่นไหลเหมือนการติดตั้งไว้บนความจำภายในตัวเครื่อง ทำให้สามารถเรียกใช้งานแอปหรือเล่นเกมได้อย่างไม่มีปัญหา ไม่ต้องติดตั้งลงบนตัวเครื่องเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 Review

เราสามารถย้ายการติดตั้งแอปและเกมต่างๆ มาไว้บนการ์ดตัวนี้ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากๆ สำหรับสมาร์ทโฟนที่มีหน่วยความจำภายในเครื่องน้อยๆ เพราะเกมในปัจจุบันที่มีกราฟิกสวยๆ ก็มีขนาดใหญ่ระดับ 1-2 GB กันเลยทีเดียว ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าเมมในเครื่องจะเต็มอีกต่อไป เพราะอย่างที่ทราบกันแล้วว่าการ์ดชนิด A2 มีประสิทธิภาพมากๆ สำหรับการติดตั้งทั้งแอปและเกมไว้บนการ์ดภายนอกตัวนี้

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

หลังจากย้ายเกม PUBG Mobile ไปติดตั้งไว้บน SanDisk Extreme microSDXC A2 พบว่าสามารถเปิดเกมและเล่นได้อย่างลื่นไหล ความรู้สึกเหมือนกับการติดตั้งไว้บนหน่วยความจำตัวเครื่อง เรียกได้ว่าเล่นได้ลื่นๆ แทบไม่แตกต่างกันเลย

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

เกม ROV ซึ่งเป็นเกมยอดฮิต เมื่อทำการติดตั้งไว้บน SanDisk Extreme microSDXC A2 ก็เล่นได้ลื่นไหล ไม่มีปัญหา สามารถอ่านข้อมูลได้รวดเร็ว เมื่อมีการ์ดที่สามารถติดตั้งเกมได้แล้วก็อย่าลืมว่าเกมเหล่านี้เป็นเกมออนไลน์ที่ต้องใช้เน็ตที่มีความเสถียรในการเล่นด้วยนะ

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 08

ทดสอบติดตั้งเกม Black Desert Mobile ไว้บนการ์ดตัวนี้ ซึ่งเป็นเกมที่ต้องบอกว่ามีกราฟิกสวยมากๆ เปิดเข้าเกมได้รวดเร็ว และระหว่างการเล่นก็ลื่นไหล ไม่มีสะดุด

ได้เห็นความเร็วและประสิทธิภาพของเจ้า SanDisk Extreme microSDXC A2 กันไปแล้ว ก็หมดกังวลเรื่องเมมเครื่องเต็ม และติดตั้งเกมไว้บนการ์ดตัวนี้ได้อย่างสบายใจ เปิดเล่นกันได้ลื่นๆ แล้ว

 

พบกับโฉมใหม่! SanDisk Extreme microSD card การ์ดสำหรับเล่นเกมบนมือถือ ประสิทธิภาพเร็วแรง ลื่นไหล รองรับเกมกราฟิกสเปคสูง โหลดเกมไว เรียกใช้งานแอปพลิเคชันได้เร็วขึ้นด้วยประสิทธิภาพระดับ A2 ลองสัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมมือถือบน SanDisk Extreme mSD card ได้ที่บูธ SanDisk M4 (2-5 ก.ค.) ภายในงาน TME ไบเทค บางนา พร้อมโปรโมชั่นในงานต้องบอกเลยว่าห้ามพลาด!

 

SanDisk Extreme microSDXC A2

  • โปรโมชั่นพิเศษ 3 ต่อ ซื้อ SanDisk Extreme หรือ Extreme Pro microSD card ความจุ  128GB ขึ้นไป รับกระบอกน้ำ ฟรีทันที! พร้อมรับสิทธิ์หมุนวงล้อเสี่ยงโชค รับของรางวัลเพิ่มเติม และลุ้นโชคใหญ่เครื่องกรองอากาศทุกสัปดาห์
  • รับฟรีกระเป๋าถือ กันน้ำได้จากเกม CODM เมื่อซื้อ SanDisk Extreme mSD card รุ่นสำหรับเกมมือถือ ความจุ 256GB ขึ้นไป (ของแท้ มีจำนวนจำกัด) เฉพาะลูกค้าที่ซื้อภายในงาน TME เท่านั้น

 

SanDisk TME Promotion

แจกฟรี ไอเทมตัวละคร Call of Duty Mobile!  สำหรับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมเล่นเกมง่ายๆ กับ SanDisk เชิญทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมมือถือผ่านการ์ด SanDisk Extreme mSD card ฟรีที่บูธ SanDisk M4 (2-5 ก.ค.) ภายในงาน TME ไบเทค บางนา (จำนวนจำกัด)

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Apple News8 ชั่วโมง ที่แล้ว

เดือนแห่งการดูหนังผ่านแอพ Apple TV พบกับภาพยนตร์ยอดนิยมแบบนอนสต๊อปต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ 

เดือนแห่งการดูหนังผ่...

Android News13 ชั่วโมง ที่แล้ว

จอพับหลบก่อน! LG เตรียมเผยโฉมสมาร์ทโฟนจอม้วน (Rollable) เป็นรุ่นแรกของโลกในนาม “Project B” ช่วงต้นปี 2021

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่า...

Apple News13 ชั่วโมง ที่แล้ว

นักวิเคราะห์เผย iPhone 12 จะใช้กล้องระดับ “High-End” จากบริษัท Largan

นักวิเคราะห์ชื่อดังอ...

Android News13 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดตัว Motorola One Fusion ใช้ขุมพลัง Snapdragon 710, กล้อง 48MP ในราคาราว 7,700 บาท

เปิดตัวอย่างเป็นทางก...

Android News15 ชั่วโมง ที่แล้ว

Samsung Galaxy Tab S7+ 5G เผยบนหน้าเว็บหลักของเยอรมนีด้วยโมเดล SM-T976B

เว็บไซต์ Samsung ของ...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง