Connect with us

IT News

เทียบสเปคชิพ 5 นาโนเมตร A14 Bionic vs. Kirin 9000 vs. Exynos 1080

Published

on

หน่วยประมวลผลในสมาร์ทโฟนต่างๆ เริ่มมาในขนาดเล็ก 5 นาโนมเตรแล้วเรียบร้อย โดยเริ่มจาก A14 Bionic ใน iPad Air 4 และ iPhone 12 Series เป็นครั้งแรก ตามมาด้วย Kirin 9000 ใน Huawei Mate 40 Series และล่าสุด ก็เป็น Exynos 1080 โดยเราจะนำทั้ง 3 ชิปนี้มาเทียบสเปคให้ชมกันครับว่าจะต่างกันขนาดไหน

A14 Bionic

เริ่มด้วย A14 Bionic ที่มาพร้อมกับขนาด 5 นาโนเมตร มีทรานซิสเตอร์จำนวน 1.18 หมื่นล้านตัว ภายในเป็นแบบ 6 คอร์ (Hexa-Core) แบ่งเป็นความเร็ว 3.1GHz จำนวน 2 คอร์ และความเร็ว 1.8GHz จำนวน 4 คอร์ ทั้งยังใช้ GPU ของตัวเองอีกด้วย ขณะที่ RAM รองรับแบบ LPDDR5, มี Neural Engine โดยการเชื่อมต่อยังต้องใช้โมเด็มแยกในการรองรับ 5G, Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6

ในด้านมีเเดีย A14 Bionic รองรับการถ่ายวิดีโอในกล้องหลังและกล้องหน้าสูงสุด 4K@60fps, หน้าจอแสดงผลความละเอียดสูงสุด 2732 x 2048 พิกเซล และ ROM แบบ NVMe

Kirin 9000

มาต่อที่ชิปเรือธงของ Huawei อย่าง Kirin 9000 ที่มีขนาด 5 นาโนเมตรเท่ากัน แต่มีทรานซิสเตอร์จำนวน 1.53 หมื่นล้านตัว มากกว่า A14 Bionic ภายในมาแบบ 8 คอร์ (Octa-Core) แบ่งเป็น Cortex-A77 ความเร็ว 3.13GHz จำนวน 1 คอร์ + Cortex-A77 ความเร็ว 2.54GHz จำนวน 3 คอร์ + Cortex-A5 ความเร็ว 2.05GHz จำนวน 4 คอร์ โดยใช้ GPU Mali-G78 MP24 แบบ 24 คอร์

ขณะที่ด้านมีเดียรองรับรองรับเหมือนกับ A14 Bionic แต่ ROM จะเป็นแบบ UFS 3.1 ส่วนการเชื่อมต่อจะมีโมเด็ม Balong 5000 รองรับ 5G ในตัว, Wi-Fi 6 และ Bluetooth 5.2

Exynos 1080

ขณะที่รุ่นสุดท้ายจะเป็น Samsung Exynos 1080 ที่ต้องบอกก่อนว่ายังไม่ใช่ชิปเรือธงเหมือนกับ 2 รุ่นข้างต้นครับ แต่เป็นรุ่นกลางเท่านั้น โดยมีขนาด 5 นาโนเมตร แบบ 8 คอร์ ใช้ CPU Cortex-A78 ความเร็ว 2.8GHz จำนวน 2 คอร์ + Cortex-A78 ความเร็ว 2.6GHz จำนวน 2 คอร์ + Cortex-A5 ความเร็ว 2.0GHz จำนวน 4 คอร์ โดยมี GPU Mali-G78 MP10 ขณะที่จำนวนทรานซิสเตอร์ยังไม่มีระบุออกมาครับ

ในด้านมีเดีย Exynos 1080 รองรับหน้าจอแสดงผลสูงสุด 4096 x 2160 พิกเซล ที่ 90Hz, ROM UFS 3.1 พร้อมการถ่ายกล้องหลังและกล้องหน้าความละเอียด 4K@30fps เท่านั้น ขณะที่การเชื่อมต่อรองรับ 5G ในตัว, Wi-Fi 6 และ Bluetooth 5.2

ที่มา : nanoreview, Samsung

Android News

เส้นทางความสำเร็จ realme 2020 ยอดขาย 50 ล้านเครื่อง โตเร็วสุดในโลก และจับตามองก้าวกระโดดในปี 2021

Published

on

เส้นทางความสำเร็จ realme ในปี 2020 เป็นปีที่เติบโตเร็วที่สุดแบบก้าวกระโดดด้วยยอดขาย 50 ล้านเครื่องทั่วโลก ครองอันดับ 7 ของโลก และอันดับ 4 ในประเทศไทย แบรนด์สมาร์ทโฟนที่น่าจับตามองในปี 2021

realme Worlds Fastest Brand to reach 50 Mil Smartphone Sales 1

Leap Year, Year to Leap ไม่มีความบังเอิญ เหนือความตั้งใจ! ในปี 2020 เป็นปี Leap Year หรือปีปีอธิกสุรทิน ซึ่งเป็นปีที่เดือนกุมภาพันธ์มี 29 วัน แต่สำหรับ realme คือปีที่มีการเติบโตเร็วแบบก้าวกระโดด ครองอันดับ  7 ของอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนทั่วโลก เป็นเวลา 3 ไตรมาสติดต่อกันในปี 2020 โดยติดอันดับหนึ่งในแบรนด์สมาร์ทโฟนหลัก เขย่าวงการและท้าทายแบรนด์สมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่

realme ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การเริ่มต้นธุรกิจใหม่ท่ามกลางตลาดสมาร์ทโฟนที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดในปัจจุบัน ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ ด้วยวิสัยทัศน์ในการกล้าที่เริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ และเชื่อมั่นในกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นวัยรุ่นหรือคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสมาร์ทโฟนสเปคจัดเต็มในราคาจับต้องได้

50 ล้านเครื่องใน 2 ปี

50 ล้านเครื่องใน 2 ปี! แม้จะอยู่ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ กลายเป็น “แบรนด์สมาร์ทโฟนที่มียอดขายถึง 50 ล้านเครื่องเร็วที่สุดในโลก” โดยใช้เวลาเพียง 9 ไตรมาสเท่านั้น พร้อมต่อยอดกลยุทธ์ “Smartphone + AIoT” ในการที่จะทำให้ฮาร์ดแวร์ทั้งหมดเชื่อมต่อกันแบบไร้รอยต่อ

realme 2020
realme Worlds Fastest Brand to reach 50 Mil Smartphone Sales

realme ไม่ได้หยุดอยู่ที่การทำตลาดสมาร์ทโฟนเพียงอย่างเดียว แต่ได้ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม AIoT เพียง 1 ปี realme ได้สร้าง AIoT ecosystem ที่สมบูรณ์แบบซึ่งครอบคลุมการใช้งานหลัก 3 สถานการณ์ ได้แก่ การใช้งานส่วนตัวบุคคล (individual) การใช้งานภายในครับครัว (family) และการเดินทาง (travel)

ในประเทศอินเดีย หลังจากที่ realme เข้าสู่ตลาดหูฟัง TWS เพียง 1 เดือน สามารถครองอันดับ 5 ของตลาดหูฟัง TWS โดยมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 7% และครองอันดับ 3 หลังจากเข้าสู่ตลาดเพียง 3 เดือน ทำให้ realme เป็นแบรนด์แรกของอุตสาหกรรมที่มีส่วนแบ่งการตลาด 22% ภายในระยะเวลาครึ่งปีที่เข้าสู่ตลาดเท่านั้น

กลยุทธ์ 1+4+N

กลยุทธ์ 1+4+N เป็นสิ่งที่ realme จะทำให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นจากการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ การแบ่งปันข้อมูล และการทำงานระหว่างอุปกรณ์ คอนเทนต์ ในระบบอีโคซิสเต็มของ realme นั่นเอง

realme 2020
  • ตัวเลข 1 ในกลยุทธ์นี้คือ สมาร์ทโฟน ตัวกลางสำคัญที่สุดในปัจจุบัน เพราะทุกคนจะมีสมาร์ทโฟนพกติดตัวตลอดเวลามากกว่าอุปกรณ์อื่นๆ เป็นอุปกรณ์ศูนย์กลางที่จะใช้เชื่อมต่อไปยังสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ
  • ตัวเลข 4 หมายถึง สมาร์ทดีไวซ์อื่นๆ อีก 4 อย่าง ที่ทาง realme ต้องการให้เชื่อมต่อกันเพื่อยกระดับการใช้งานสมาร์ทโฟนและการทำงานบนดีไวซ์ต่างๆ ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายในชีวิตประจำวัน ได้แก่ Smart Earphone, Smart Watch, Smart TV และ Smart Speaker
  • ตัว N หมายถึง รูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นด้านความบันเทิง และ IoT ที่เกิดจาการเชื่อมต่อกันและสร้างเป็นเครือข่าย ทำให้ระบบอีโคซิสเต็มสมบูรณ์ ใช้งานได้แบบไร้รอยต่อ

ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี realme ได้เข้าสู่ 61 ตลาดทั่วโลก พร้อมเป็นตัวเลือกแรกที่จะตอบสนองความต้องการในทุกตลาดทั่วโลก เรียกได้ว่าเป็นการเพิ่มขึ้นประมาณ 250% เมื่อเทียบกับจำนวนเมื่อต้นปี ครอบคลุม 5 ทวีปและเข้าสู่ตลาดหลักเช่น ละตินอเมริกา ยุโรปตะวันออก และตะวันตก จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม realme จึงกลายเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่ติดอันดับ Top 5 ใน 12 ตลาดทั่วโลก และประเทศไทยครองอันดับ 4 ได้รับการขนานนาม “ตำแหน่งผู้นำตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย” จาก Financial Times และมีหน้ากว่า 68,000 แห่งทั่วโลก

realme 2020

Dare to Leap สโลแกนที่ทำให้ทุกคนได้เห็นกันชัดเจนว่า realme กล้าที่ก้าวกระโดดด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่โดนใจคนรุ่นใหม่ทั่วโลก ทั้งดีไซน์ คุณภาพ ประสิทธิภาพ และราคาจับต้องได้ อีกทั้งยังนำเทรนด์วัฒนธรรมมาผสานรวมกับเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว เช่น realme X7 Pro สี Iridescent, realme 7 Pro Limited Edition มาในสี Horizon Orange กับครั้งแรกที่ realme ใช้วัสดุหนัง Vegan และ realme X50 Pro Gaming Edition

realme Worlds Fastest Brand to reach 50 Mil Smartphone Sales

ล่าสุดเมื่อเมื่อธันวาคมปีที่แล้ว ทุกคนได้พบกับ realmeow ดีไซน์เนอร์-ทอย ที่ได้รับการออกแบบจาก Mark A. Walsh (มาร์ก เอ. วาลช์) ผู้กำกับภาพยนตร์แอนิเมชั่นชื่อดังระดับโลกอย่าง Pixar ซึ่งเป็นการส่งท้ายปีเก่าได้อย่างน่าประทับใจ

realme Worlds Fastest Brand to reach 50 Mil Smartphone Sales

realme ได้ร่วมมือกับดีไซน์เนอร์ชั้นนำระดับโลกมากมายในการออกแบบสมาร์ทโฟนและผลิตภัณฑ์ AIoT ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า realme ยึดมั่นในดีไซน์ที่นำเสนอจะต้องสร้างสรรค์และนำสมัย

realme Worlds Fastest Brand to reach 50 Mil Smartphone Sales
  • ในปี 2020 คุณ Jose Levy ดีไซน์เนอร์จากแบรนด์ดังระโลกอย่าง Hermès และ ศิลปินเทรนด์เกาหลี Grafflex ได้เข้าร่วม realme Design Studio สร้างผลิตภัณฑ์ AIoT ที่หลากหลายพร้อมทัศนคติที่ทันสมัยสำหรับ realme และสร้างไลฟ์สไตล์ที่ชาญฉลาดและทันสมัยโดยทุกสิ่งที่เชื่อมต่อสำหรับคนรุ่นใหม่
  • ได้รับรางวัลการออกแบบระดับนานาชาติ 5 รางวัล ในปี 2020 realme X50 Pro 5G, X50 5G, X2 Pro, X และ Buds Q ออกแบบโดย realme Design Studio ได้รับรางวัลจากเวทีชั้นนำระดับนานาชาติ ได้แก่ Red Dot Design Award, Good Design Award, Golden Pin Design Award เป็นต้น

อีกหนึ่งจุดเด่นของ realme คือ การมอบประสบการณ์ 5G สำหรับทุกคน ด้วยการเปิดต้ว realme 7 5G ที่เรียกฮือฮาเป็นอย่างมากในปีที่ผ่านมา เพราะเป็นสมาร์ทโฟน 5G ที่มีราคาต่ำกว่าหมื่นบาทเป็นรุ่นแรกในตลาด ตอกย้ำความตั้งใจที่จะนำเสนอประสบการณ์ใหม่อย่าง 5G ให้ทุกคนจับต้องกันได้ง่ายมากขึ้น

realme ยังเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนกลุ่มแรกที่เปิดตัวสมาร์ทโฟนแล้วมาพร้อมกับชิปเซ็ตรุ่นใหม่ Qualcomm Snapdragon 865, 765G และยืนยันเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่มาพร้อม Snapdragon 888 ภายใต้นามแฝงว่า “Race” ซึ่งแสดงถึงความเร็วแรงและประสิทธิภาพการทำงานสูง รวมไปถึงเป็นสมาร์ทโฟนกลุ่มแรกที่เปิดตัวเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 125W UltraDart Charge และ Starry Mode ซึ่งเป็นโหมดถ่ายดาว

ก้าวกระโดดสู่ปี 2021

ขึ้นสู่ Top 3 ของตลาดหรือแม้แต่ Top 1 คือเป้าหมายที่ realme จะก้าวกระโดดขึ้นไปในปี 2021 โดยสมาร์ทโฟนยังคงเป็นผลิตภัณฑ์หลักในการสร้างมูลค่าและการเติบโตบริษัท ซึ่งน่าสนใจมากๆ เพราะในปีนี้จะมีเปิดตัวเรือธงที่จะนำเสนอประสบการณ์ครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นความลื่นไหลของการเล่นเกม ถ่ายวีดีโอ และการเชื่อมต่อ เพื่อเปิดประสบการณ์ผู้ใช้งานไปอีกขั้นไปกับความทรงพลังของสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่จาก realme

realme Worlds Fastest Brand to reach 50 Mil Smartphone Sales

AIoT ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น! ก้าวสำคัญของการพัฒนา AIoT ในเฟสใหม่ของ realme เพื่อขยายการทำงานร่วมกันของอุปกรณ์ทั้งหมดให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ในทุกสถานการณ์ ตามกลยุทธ์ 1+4+N และจะเปิดแพลตฟอร์มระบบนิเวศ “realme TechLife” เพื่อค้นหาพาร์ทเนอร์ที่มีนวัตกรรมล้ำสมัยทั่วโลกเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีประสบการณ์ทางเทคโนโลยีใหม่สำหรับผู้ใช้ทั่วโลก

  • realme ตั้งเป้าเป็น Top 3 ในด้านอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ (Smart Wearable) ของตลาดโลก และตั้งเป้าเป็นอันดับ 1 ในตลาดหูฟัง TWS ของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • realme พร้อมเดินหน้าตอกย้ำความกล้าที่จะทำเสนอผลิตภัณฑ์และอีเวนต์ที่เป็นเทรนด์ให้กับคนรุ่นใหม่ทั่วโลกและก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคน Generation Z เช่น ดนตรี กีฬา วีดีโอ และ E-sports

ในปี 2021 realme วางแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมที่หลากหลายและเทคโนโลยีล้ำสมัยจำนวนมากเพื่อรักษายืนหยัดความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี เดินหน้านำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยในช่วงราคาที่ต่ำกว่าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดได้ยิ่งขึ้น

สมาร์ทโฟน 5G 25 ล้านเครื่องในปี 2021 คือยอดขายสมาร์ทโฟน 5G ที่ตั้งเป้าไว้สำหรับ realme โดยการเปิดตัวสมาร์ทโฟน 5G ก่อนแบรนด์หลักในตลาด เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สัมผัสประสบการณ์ 5G และต้องมีทุกกลุ่มราคา เพื่อให้ทุกคนจับต้องได้

realme ตั้งเป้าเปิด Flagship Store แห่งแรกของโลก วางแผนเปิด “100 ร้านค้า” ในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ “1,000 ร้านทั่วโลก” เพื่อครอบคลุมทุกช่องทางและเข้าถึงผู้บริโภคในทุกทิศทาง อีกทั้งเตรียมเพิ่มหมวดผลิตภัณฑ์ AIoT และช่องทางออฟไลน์เพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสทดลองสินค้าสัมผัสประสบการณ์การใช้งานอย่างเต็มรูป

เรียกได้ว่าน่าจับตามองมากๆ สำหรับ realme ในปีที่มาได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความทุ่มเท ความกล้า และความสำเร็จแบบก้าวกระโดดกันไปแล้ว ในปีนี้ก็พร้อมจะกระโดดขึ้นไปอีกขั้นด้วยจิตวิญญาณ “Dare to Leap”

Continue Reading

IT News

พรุ่งนี้อย่าลืม! สรุปราคา PlayStation 5 และอุปกรณ์เสริม ก่อนเปิดจอง 22 ม.ค. นี้

Published

on

หลังจากที่รอคอยกันมานานสำหรับ Sony PlayStation 5 ในวันพรุ่งนี้ (22 มกราคม 2564) ประเทศไทยก็จะทำการเปิดให้จองกันแล้ว ในเวลา 11.00 น. โดยเราจะมาสรุปราคาของทั้ง PlayStation 5, อุปกรณ์เสริม และโปรโมชั่นที่ซื้อพร้อมสมาร์ทีวีไปเลย!

ราคา PlayStation 5 มีดังนี้

  • PlayStation 5 : 16,990 บาท
  • PlayStation 5 (Digital Edition) : 13,990 บาท
  • PlayStation 5 พร้อม Bravia 55X9500H [CFI-1018ADS/55X9500H] : 59,270 บาท
  • PlayStation 5 พร้อม Bravia 55X9000H [CFI-1018ADS/55X9000H] : 52,370 บาท
  • DualSense Wireless Controller : 2,390 บาท
  • PULSE 3D Wireless headset : 3,490 บาท
  • HD Camera สำหรับ PlayStation 5 : 2,090 บาท
  • Media Remote สำหรับ PlayStation 5 : 1,090 บาท
  • DualSense Charging Station : 1,090 บาท

ใครที่เตรียมเงินไว้ก็สามารถเข้าไปรับชมรายละเอียดเพิ่มเติมและพรีออเดอร์ได้ที่ : https://store.sony.co.th/collections/playstation-5

ที่มา : Sony

Continue Reading

IT News

เลือกไม่ถูก? Netflix เตรียมเพิ่มโหมดเล่นสุ่ม ให้ผู้ใช้งานในปีนี้

Published

on

น่าจะเป็นการแก้ปัญหาไม่รู้ว่าจะดูเรื่องอะไรใน Netflix ได้ดีเลยทีเดียวครับ โดยทาง Netflix เตรียมนำฟีเจอร์ “Shuffle Play” หรือการเล่นแบบสุ่มเข้ามาให้ผู้ใช้งานในช่วงปลายปีนี้

อ้างอิงจากเว็บไซต์ TechCrunch ระบุว่า Netflix จะเพิ่มปุ่มเล่นแบบสุ่มบนหน้าหลักใต้โปรไฟล์ของผู้ใช้งาน และเมื่อเรากดเข้าไป ระบบจะสุ่มเล่นเนื้อหาที่เข้ากับผู้ใช้งานแต่ละคนตามที่เคยดูหรือที่กดรายการที่ชอบเอาไว้ โดยเนื้อหาที่สุ่มจะรวมไปถึงภาพยนตร์ที่เคยเล่นมาแล้วล่าสุด หรือรายการที่บันทึกเอาไว้ หรือเนื้อหาที่คล้ายกับสิ่งที่เคยดูมาก่อน

สำหรับฟีเจอร์นี้ยังคงทดสอบบนสมาร์ททีวีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นในตอนนี้ แต่ทาง Netflix ระบุว่าจะปล่อยให้กับผู้ใช้งานทั่วโลกในช่วงครึ่งแรกของปี 2021 นี้

ที่มา : macrumors, techcrunch

Continue Reading

กำลังฮอต

มือถือใหม่

คลิปล่าสุด

ข่าวใหม่วันนี้

Smart Watch T500 Pro Smart Watch T500 Pro
News7 ชั่วโมง ago

Smart Watch T500 Pro สมาร์ทวอทช์ฟีเจอร์เพียบ ราคาถูก 289 บาท

Smart Watch T500 Pro...

Android News18 ชั่วโมง ago

แกะกล่องพรีวิว OPPO Reno5 Series 5G ที่สุดสมาร์ทโฟนถ่ายวิดีโอ Portrait พร้อมฟีเจอร์ และดีไซน์สวยล้ำ

ในปีนี้ OPPO ก็มาพร้...

ข่าวประชาสัมพันธ์2 วัน ago

โมโตโรล่า เปิดตัวสมาร์ทโฟน moto e7 ราคา 3,990 บาท

เพราะเราเข้าใจดีว่าก...

ข่าวประชาสัมพันธ์2 วัน ago

Wiko เปิดตัว Power U20 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ พลังแบต 6000mAh ใช้งานได้นานสูงสุดถึง 4 วัน ในราคาเพียง 2,999 บาท

Wiko เปิดตัว Power U...

ข่าวประชาสัมพันธ์2 วัน ago

realme ขึ้นแท่นแบรนด์ม้ามืดมาแรงในตลาดอุปกรณ์สวมใส่ หลังครองอันดับ 10 ของส่วนแบ่งการตลาดหูฟังไร้สายทั่วโลก

จากรายงานโดย Counter...

กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง