รีวิว OPPO Reno16 Series 5G มาแล้วครับ! รอบนี้เราได้ OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G สองในสามรุ่นใหม่ ที่ได้อัปเกรดประสบการณ์กล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP และกล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x มีสไตล์ 50MP มาคู่กันอีก เป็นเพื่อนซี้ เทรนดี้ทุกช็อตรุ่นใหม่ให้วัยรุ่น Gen Z ถูกใจกันแน่นอน!

และไม่ใช่แค่นั้นนะ รอบนี้ OPPO ยังมีอุปกรณ์เสริมสุดเทรนดี้อย่าง OPPO Bubble มาด้วย ซึ่งในบทความนี้เราจะรีวิวรวม ครบจบในที่เดียวเลย พร้อมแล้วมาติดตาม รีวิว OPPO Reno16 Series 5G พร้อม OPPO Bubble กันเลยครับ!
สรุปสเปค OPPO Reno16 5G
- หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.32″
- ความละเอียด 1.5K (2640 × 1216 พิกเซล) สว่างสูงสุด 3600nits
- Refresh rate 120Hz
- ชิปเซ็ต Snapdragon 7 Gen 4 Octa-core 2.8GHz (4nm)
- RAM 8GB/12GB
- Storage 256GB
- แบตเตอรี่ 6700mAh
- ระบบชาร์จไว 80W SUPERVOOC
- กล้องหน้า 50MP f/2.0 มุมกว้าง 100⁰ AF
- กล้องหลัง 3 ตัว
- 50MP กล้องหลัก (LYT-600) f/1.8
- 50MP กล้อง Ultra Wide (GC50F6) f/2.0
- 50MP กล้อง Telephoto 3.5x (JN5) f/2.8
- มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP66/IP68/IP69/IP69K
- ระบบปฏิบัติการ Android 16 (ColorOS 16)
- มีให้เลือก 3 สีสัน สีขาว Pop White, สีม่วง Dream Purple, สีม่วงเข้ม Twilight Violet

สรุปสเปค OPPO Reno16 F 5G
- หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.57″
- ความละเอียด FHD+ (2372 × 1080 พิกเซล) สว่างสูงสุด 1400nits
- Refresh rate 120Hz
- ชิปเซ็ต Dimensity 7300 Octa-core 2.5GHz (4nm)
- RAM 8GB
- Storage 128GB/256GB
- แบตเตอรี่ 7000mAh
- ระบบชาร์จไว 80W SUPERVOOC
- กล้องหน้า 50MP f/2.0 มุมกว้าง 100⁰ AF
- กล้องหลัง 3 ตัว
- 50MP กล้องหลัก (SC532HS) f/1.8
- 8MP กล้อง Ultra Wide (GC08A8) f/2.2
- 50MP กล้อง Telephoto 3.5x (KN1) f/2.8
- มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP66/IP68/IP69/IP69K
- ระบบปฏิบัติการ Android 16 (ColorOS 16)
- มีให้เลือก 3 สีสัน สีขาว Pop White, สีม่วง Dream Purple, สีม่วงเข้ม Twilight Violet

อัปเกรดประสบการณ์การถ่ายภาพใหม่!
อย่างที่บอกว่า OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G นั้นได้อัปเกรดประสบการณ์การถ่ายภาพใหม่ งั้นเราขอเริ่มที่เรื่องกล้องก่อนเลยเนอะ โดยสเปคที่แต่ละรุ่นได้อัปเกรดจะแบ่งเป็น…

OPPO Reno16 5G อัปเกรดกล้อง Ultra Wide เป็น 50MP เรียบร้อยครับ ทำให้รุ่นนี้ได้กล้อง 50MP ถึง 4 ตัว มีสเปคดังนี้
- 50MP กล้องหลัก (LYT-600 ขนาด 1/1.95″) f/1.8, OIS
- 50MP กล้อง Ultra Wide (GC50F6 ขนาด 1/2.88″) f/2.0 รองรับ AF
- 50MP กล้อง Telephoto 3.5x (JN5 ขนาด 1/2.75″) f/2.8, OIS
- 50MP กล้องหน้า (GC50F6 ขนาด 1/2.88″) f/2.0 รองรับ AF

ส่วน OPPO Reno16 F 5G รุ่นน้อง ก็จะได้อัปเกรดใหม่เช่นกัน กับกล้องพอร์ตเทรตซูม 3.5x มีสไตล์ 50MP ซึ่งอัปเกรดมาจากรุ่นก่อนที่จะไม่ได้มีกล้อง Telephoto มาให้นั่นเองครับ ซึ่งสเปคกล้องทั้ง 4 ตัวของรุ่นนี้จะมีดังนี้
- 50MP กล้องหลัก (SC532HS ขนาด 1/2.0″) f/1.8, OIS
- 8MP กล้อง Ultra Wide (GC08A8 ขนาด 1/4″) f/2.2 รองรับ AF
- 50MP กล้อง Telephoto 3.5x (KN1 ขนาด 1/3.13″) f/2.8, OIS
- 50MP กล้องหน้า (GC50F6 ขนาด 1/2.88″) f/2.0 รองรับ AF

อย่างที่เห็นครับ ทั้งคู่มาพร้อมจุดเด่นเรื่องกล้องที่ครบทุกระยะ และยังมีกล้องหน้ามุมกว้างพิเศษ 100 องศาเหมือนกันอีกด้วย มอบช็อตกว้าง ๆ ถูกใจ Gen Z แน่นอน

กล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP กับประสบการณ์ที่น่าประทับใจ
ซึ่งในรุ่น OPPO Reno16 5G ก็จะทำได้ครบเครื่องเพราะรองรับการถ่าย 0.6x ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง บนความละเอียดสูงสุด 50MP แถมยังเป็นเซ็นเซอร์ตัวเดียวกันด้วย ทำให้ไม่ว่าจะให้คนอื่นถ่ายให้ หรือเซลฟี่เอง ก็ได้คุณภาพที่ยอดเยี่ยมทั้งหมด ลองดูตัวอย่างภาพด้านล่างนี้ได้เลยครับ ความกว้างแบบสุด ๆ เมื่อเทียบกับระยะ 1x อะเนอะ
มือถือเรือธง ขายดีประจำสัปดาห์









และไม่ใช่แค่ภาพนิ่งนะ ในงานวิดีโอ OPPO Reno16 5G ที่มีกล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP ทั้งหน้า-หลัง ก็ยังสามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K/60fps ทั้งหน้า-หลังเลยด้วย และอย่างที่บอก พอกล้องที่ใช้เป็นเซ็นเซอร์ตัวเดียวกัน สาย Vlog ที่อยากเก็บทั้งบรรยากาศและใบหน้าในเฟรมเดียวแบบมุมกว้าง ก็กดสลับกล้องไป-มา ได้แบบคุณภาพไม่เสียเลยล่ะครับ

ส่วน OPPO Reno16 F 5G แม้จะไม่ได้กล้องมุมกว้างพิเศษ ความละเอียด 50MP ทั้งหน้า-หลังแบบรุ่นพี่ แต่ก็ยังรองรับการถ่ายมุมกว้างระดับ 0.6x ทั้งคู่อยู่นะ (กล้องหลังความละเอียด 8MP) ซึ่งในการเซลฟี่ก็ช่วยให้เราได้มุมกว้างแบบเหลือ ๆ เหมาะกับ Gen Z ที่ชอบภาพแนวใหม่ ๆ ไม่ใช่แค่เซลฟี่ในมุมเดิม ๆ จริง ๆ






กล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x 50MP
อย่างที่เห็นในสเปคครับ OPPO Reno16 5G และ Reno16 F 5G ทั้งคู่ได้กล้องพอร์ตเทรต Telephoto 3.5x มาเสริมการถ่ายพอร์ตเทรตให้มีสไตล์ยิ่งขึ้น แถมความละเอียดยังเป็น 50MP ด้วยนะ

และเท่านั้นยังไม่พอ เพราะซอฟต์แวร์ภายใน ยังมีการปรับปรุงในเรื่องสีผิวให้เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น พร้อมใช้งานได้ในหลายระยะ 1x/2x/3.5x จะถ่ายเต็มตัวกว้าง ๆ หรือครึ่งตัวดึงฉากหลังเข้ามาก็ทำได้เป็นอย่างดีในทั้ง 2 รุ่นเนอะ









มีฟีเจอร์ 4K ปรับเฟรมตรงอัตโนมัติ
อีกฟีเจอร์ของการถ่ายวิดีโอที่เราว่าเจ๋งใช้ได้ คือ 4K ปรับเฟรมให้ตรง (4K Auto straighten) ที่จะช่วยล็อกวิดีโอให้ตรง โดยอาศัยจากเส้นตรงในภาพ อาทิ เส้นขอบฟ้า เส้นตรงของอาคาร ทำให้ผลลัพธ์ออกมานิ่งสุด ๆ แม้เราจะเป็นคนมือสั่นง่าย หรือถือแล้วไม่ค่อยนิ่งก็ตาม

Pop Cam โหมดกล้องหลายสไตล์สุดป๊อป
อีกหนึ่งโหมดถ่ายภาพที่คิดว่าต้องถูกใจ Gen Z แน่ ๆ กับ Pop Cam ครับ โหมดนี้จะเป็นการจำลองหน้า UI ให้คล้ายกล้องสไตล์ฟิล์มสุดเทรนดี้ กว่า 9 สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น

- Instant Film ที่จะใช้แฟลชยิง พร้อมเพิ่มกรอบภาพเก็บโมเมนต์ คล้ายกล้อง Polaroid
- Digicam โทนภาพย้อนยุคแบบ Y2K
- Light Leak โทนภาพกล้องฟิล์มพร้อมแสงสะท้อนมุมภาพ
- Portra Film โทนภาพฟิล์มสไตล์ Primrose
- Positive Film โทนภาพฟิล์มสไตล์จัดจ้าน
- NC Film โทนภาพฟิล์มสไตล์ Vintage
- CC Film โทนภาพฟิล์มสไตล์ Fresh
- NH Film โทนภาพฟิล์มสไตล์ Clear









AI คอลลาจภาพและวิดีโอ สร้างสรรค์ช็อตเทรนดี้ได้ง่าย ๆ
ไม่ใช่แค่ถ่ายแล้วสวยเท่านั้น แต่ OPPO Reno16 5G ยังรองรับการตัดต่อภาพและวิดีโอเพิ่มเติมได้ดีสุด ๆ ด้วยฟีเจอร์ AI คอลลาจใหม่ในแอป Photos ครับ อันนี้เจ๋งมาก ๆ (OPPO Reno16 F 5G จะรองรับแค่ AI คอลลาจภาพอย่างเดียว)

โดยรอบนี้ OPPO เพิ่มหมวดใหม่ Create ให้เลย ในนี้เราจะสามารถตัดแปะ ภาพและวิดีโอ ช่วยให้เรารวมหลายโมเมนต์ไว้ในเฟรมเดียว พร้อมตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์ตามใจชอบ สามารถทำคอลลาจภาพและวิดีโอ (เฉพาะ Reno16 5G) ได้จบในเครื่อง รองรับการตัดต่อหลายรูปแบบ เลือก Background เป็นภาพนิ่ง, วิดีโอ (ไม่เกิน 6 วินาที) หรือ Motion Photo และสามารถตกแต่ง สติ๊กเกอร์เอนิเมชัน แล้ว Export ออกมาเป็นคลิปไดนามิก

เหมาะสำหรับสายตกแต่งภาพ เอาไว้ลง Story ลงโพสต์แนว ๆ ก็จบได้ในแอปเดียว ที่สำคัญคือติดมากับแอป Photos เลย ไม่ต้องโหลดแอปเพิ่มเติมจาก Play Store ให้ยุ่งยาก แน่นอนว่าไม่มีค่าบริการเพิ่มเติมแบบแอป 3rd Party อื่น ๆ ด้วย ถือว่าสะดวกมากครับ



โดยรวมในเรื่องกล้อง การถ่ายภาพและวิดีโอของ OPPO Reno16 5G และ Reno16 F 5G ก็ถือว่าอัปเกรดประสบการณ์ใหม่อย่างแท้จริง อย่างใน Reno16 5G ที่ได้กล้องชุดใหม่ 50MP ทั้ง 4 ตัว คุณภาพยอดเยี่ยมทั้งกล้องหน้าและหลัง ส่วน Reno16 F 5G ก็ได้กล้อง พอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x มาเติมเต็มการถ่ายภาพพอร์ตเทรตให้ครบยิ่งขึ้น แต่ทีเด็ดจริง ๆ คือฟีเจอร์ AI คอลลาจที่ช่วยให้เราสร้างสรรค์ภาพและวิดีโอเพิ่มเติมได้แบบไร้ขีดจำกัดเลยนี่แหละ

ดีไซน์ดวงดาว 3 มิติ ครั้งแรกของอุตสาหกรรม
มาเข้าเรื่องดีไซน์กันต่อครับ OPPO Reno16 Series 5G จะมาพร้อมสีไฮไลท์เป็นสีขาว Pop White ที่มองเผิน ๆ อาจจะเหมือนมีลวดลายดวงดาวใหม่เข้ามา แต่ถ้าลงลึกไปกว่านั้น สีนี้จะมีลูกเล่น 3 มิติซ่อนอยู่ ซึ่ง OPPO เคลมว่านี่คือครั้งแรกของอุตสาหกรรมเลยนะ!

โดยที่ฝาหลังของสี Pop White นี้ จะใช้เทคโนโลยีภาพ 3 มิติเสมือนจริง ด้วยโครงสร้างพิเศษ 3 ชั้น ได้แก่
- ชั้นลวดลายกราฟิก (Graphics Pattern Layer)
- ชั้นฐาน (Substrate Layer)
- ชั้น MicroLens (MicroLens Layer)



ซึ่งภายในฝาหลัง จะมี “โปรเจกเตอร์” จิ๋วนับล้านตัวทำงานพร้อมกัน แสงจะกระทบชั้น Microlens ด้าน ล่างก่อน จากนั้นสะท้อนและหักเหแสงจากหลายมุมผ่านชั้นลวดลายด้านบน ทำให้ลวดลายดาวเคราะห์ นั้นสะท้อนขึ้นมาให้เราเห็นแบบ 3 มิติได้ด้วยตาเปล่า ลอยตัวอยู่เหนือพื้นผิว มอบความล้ำแบบที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน

นอกจากสีขาว Pop White ที่เป็นไฮไลท์พร้อมลวดลายดาวเคราะห์ 3 มิติแล้ว OPPO ยังมีตัวเลือกสีม่วง Dream Purple มาให้เลือกด้วยเช่นกัน อย่าง Reno16 F 5G ที่เราได้มา ก็จะเป็นสีนี้ มาพร้อมฝาหลังผิวด้าน พร้อมลวดลายเส้นแสง ที่สวยหวานละมุน ดูมีชีวิตชีวาไปอีกแบบ



ด้านหน้าจอ OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G จะได้ขนาดและสเปคหน้ามาแตกต่างกันนิดหน่อย แบ่งเป็น
- OPPO Reno16 5G หน้าจอขนาด 6.32″ | ความละเอียด 1.5K | ความสว่างสูงสุด 3600nits
- OPPO Reno16 F 5G หน้าจอขนาด 6.57″ | ความละเอียด FHD+ | ความสว่างสูงสุด 1400nits

ซึ่งก็แบ่งขนาดแตกต่างกันชัดเจน อยากได้จอกะทัดรัดพกง่าย 6.32″ ของ Reno16 5G ตอบโจทย์ อยากได้ไซซ์กลางแบบพอดี ๆ 6.57″ ของ Reno16 F 5G ก็ลงตัว ท้้งคู่รองรับการแสดงผลสีสันแบบ 1.07 พันล้านสี (10-bit Color Depth) เอามาดูคอนเทนต์นี่ฟินแน่นอน

ส่วนการตอบสนองทั้งคู่รองรับ Refresh rate สูง 120Hz เหมือนกัน มอบความลื่นไหลบนระบบ ColorOS 16 ได้อย่างดีมากจริง ๆ

ด้านขนาดตัวเครื่อง ทั้งคู่ก็ทำได้ดี แต่จะใช้วัสดุของกรอบเครื่องต่างกันนิดหน่อย เพราะ Reno16 5G ใช้กรอบอะลูมิเนียมเกรดอากาศยาน ในขณะที่ Reno16 F 5G จะเป็นพลาสติก แต่ยังมอบความรู้สึกการจับถือที่ดีเหมือนกัน มีความบาง-เบาจับถนัดมือ ด้วยตัวเลขใกล้กันดังนี้
- OPPO Reno16 5G บาง 8.36มม. น้ำหนัก 193 กรัม (สี Pop White) | บาง 8.22มม. น้ำหนัก 182 กรัม (สี Dream Purple และ Twilight Violet)
- OPPO Reno16 F 5G บาง 8.58มม. น้ำหนัก 197 กรัม (สี Pop White) | บาง 8.44มม. น้ำหนัก 195 กรัม (สี Dream Purple และ Twilight Violet)

ส่วนเรื่องความทนทาน OPPO Reno16 5G และ Reno16 F 5G จะได้มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นมาเหมือนกันเลย ได้แก่ IP66/IP68/IP69/IP69K อัปเกรดขึ้นมาจากรุ่นก่อนอีก เพราะมาตรฐาน IP69K นั้นจะทนน่ำแรงดันสูงได้มากขึ้นนั่นเอง หมายความทั้งคู่ใช้งานในชีวิตประจำวัน น้ำหกใส่ ลุยฝน หรือตกน้ำ ก็ไม่ต้องกังวลแล้วล่ะครับ

โดยรวมในเรื่องดีไซน์ OPPO Reno16 5G และ Reno16 F 5G ก็ถือว่าทำได้น่าสนใจอีกครั้ง เพราะรอบนี้ได้ลูกเล่นฝาหลังดาวเคราะห์ 3 มิติ (ในสี Pop White) เพิ่มความโดดเด่นแบบที่ยังไม่เคยเห็นใครทำมาก่อนในอุตสาหกรรม แต่ก็ยังไม่ทิ้งจุดเด่นในเรื่องการพกพาที่สะดวก เครื่องบาง-เบา จับถนัดมือ และทนทานระดับสูง!

มาพร้อม ColorOS 16 ล่าสุด ประสบการณ์ลื่นไหลและชาญฉลาด
ด้านซอฟต์แวร์ OPPO Reno16 5G และ Reno16 F 5G มาพร้อม ColorOS 16 บนพื้นฐาน Android 16 หรือก็คือล่าสุดของ OPPO ตอนนี้แล้ว เวอร์ชั่นนี้ได้คำนิยามว่า Fast & Smooth ก็คือเร็วและลื่นไหล พร้อมยังมีฟีเจอร์ AI มาให้ใช้งานกันครบเครื่องอีกด้วย

ไม่ว่าจะเป็น AI Snap Key ปุ่มลัดพิเศษที่เคยอยู่แต่ใน Find Series รอบนี้ก็ส่งต่อมาให้ OPPO Reno16 Series 5G เรียบร้อย ให้เราแคปหน้าจอ และรวมไว้ใน Mind Space เพื่อเป็นคลังข้อมูลส่วนตัวของเราได้ง่าย ๆ

มีฟีเจอร์ AI Portrait Glow ฟีเจอร์ปรับให้ภาพบุคคลสว่างใสเป็นธรรมชาติ หมดปัญหาถ่ายภาพมาแล้วมืด เพราะ AI จะดึงแค่เฉพาะบุคคลให้โดดเด่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด!


หรือใครที่ชอบถ่ายภาพกว้าง ๆ มาแล้วติดคน ติดวัตถุที่ไม่ต้องการ ColorOS 16 บน OPPO Reno16 Series 5G ก็ยังมี AI Eraser 2.0 ยางลบ AI ให้เราได้วงลบสิ่งที่ไม่ต้องการออกไปจากภาพได้ด้วย

ส่วนเรื่องอัปเดตก็หายห่วงครับ เพราะ OPPO เคลมว่าทั้ง OPPO Reno16 Series 5G จะได้รับอัปเดต ColorOS นาน 5 ปี และแพทช์ความปลอดภัย 6 ปี ถือใช้งานกันยาว ๆ ได้เลย อัปเดตต่อเนื่อง

ประสิทธิภาพสูงด้วยชิป 5G ทรงพลัง
ปิดท้ายที่เรื่องประสิทธิภาพ OPPO Reno16 5G และ Reno16 F 5G ได้ชิปเซ็ต 5G สเปคดีทั้งคู่ แต่จะต่างรุ่นกันดังนี้เลยครับ
- OPPO Reno16 5G ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 7 Gen 4 Octa-Core 2.8GHz (4nm)
- OPPO Reno16 F 5G ใช้ชิปเซ็ต Dimensity 7300 Octa-Core 2.5GHz (4nm)

ด้านประสิทธิภาพไม่ต้องห่วงมากครับ เพราะทำคะแนนจาก AnTuTu Benchmark ไปได้สูงพอสมควร แบ่งเป็น
- OPPO Reno16 5G = 1443200 คะแนน
- OPPO Reno16 F 5G = 975252 คะแนน

แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ใช้งานจุใจ พร้อมชาร์จไว 80W SUPERVOOC
เรื่องแบตเตอรี่และการชาร์จ OPPO ก็อัปเกรดขึ้นมาให้ 2 รุ่นนี้เช่นกัน โดยจะได้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่จุใจดังนี้ครับ
- OPPO Reno16 5G แบตเตอรี่ 6700mAh
- OPPO Reno16 F 5G แบตเตอรี่ 7000mAh

ส่วนระบบชาร์จ ทั้งคู่จะรองรับชาร์จไว 80W SUPERVOOC เหมือนกันเลยครับ เรียกว่าใช้งานกันจุใจ แล้วถ้าจะหมดจริง ๆ ก็ยังมีชาร์จไวมาให้เติมพลังกลับมาได้แบบไม่นานด้วยเนอะ

OPPO Bubble หน้าจอเสริมพกพาตัวช่วยเซลฟี่ อุปกรณ์เสริมสุดเทรนดี้ของซีรีส์นี้
ได้ข้อมูลของ OPPO Reno16 5G และ Reno16 F 5G ไปอย่างครบถ้วนแล้ว ก็ถึงคราวของน้อง OPPO Bubble แบบที่สัญญากันไว้สักที โดยอุปกรณ์เสริมตัวนี้ ถ้าให้นิยามง่าย ๆ ก็คือหน้าจอเสริมพกพานั่นเองครับ แต่ความเริ่ดมันไม่ได้มีแค่จอที่เอาไว้แสดงผลอย่างเดียว เพราะยังเป็นตัวช่วยสำหรับเซลฟี่กล้องหลังได้ด้วย!

ซึ่ง OPPO Bubble นี้จะเชื่อมต่อกับ OPPO Reno16 Series 5G ผ่าน Bluetooth เนาะ ในครั้งแรกก็แค่เอาทั้ง 2 อุปกรณ์มาใกล้ ๆ กัน ก็จะมี Pop-up ให้เราได้เชื่อมต่อกันทันที ไม่ยุ่งยากเลยในขั้นตอนนี้

โดยตัว OPPO Bubble จะมีหน้าจอ AMOLED แบบสัมผัส ขนาด 1.73″ ในรูปทรงวงกลม สั่งงานด้วยการแตะ เลื่อนหน้าจอ ปัดไป-มา ให้อารมณ์เหมือนพวกสมาร์ทวอทช์นั่นแหละครับ

ที่ตัว OPPO Bubble เอง จะมีแม่เหล็กในตัว ที่สามารถแปะเข้ากับพวกเคสที่มีวงแหวนแม่เหล็กได้ทันที แต่ถ้าเคสที่เราใช้อยู่ไม่มี ก็ไม่ต้องกังวลครับ เพราะในกล่องจะมีแถมวงแหวนแม่เหล็กมาให้แปะกับเคส 1 ชิ้น

ทำให้สามารถประกอบร่างรวมกันได้ไม่ยากเย็น อย่างในรีวิวนี้ เราเอาตัววงแหวนแม่เหล็กไปติดกับเคสใสที่แถมมาในกล่อง ก็ใช้งานได้เลย ซึ่งจุดเด่นของอุปกรณ์ตัวนี้คือ ให้เราได้ใช้งานเซลฟี่ด้วยกล้องหลังถนัด ๆ ใช้จอเสริมพรีวิวภาพได้ทันที

วิธีการใช้งานก็ง่าย ๆ แค่เราเลื่อนหน้าจอ OPPO Bubble ขึ้น ก็จะเข้าสู่โหมดกล้องได้ทันที ตัวมือถือจะเปิดแอปกล้องอัตโนมัติครับ และหน้าจอเป็นแบบสัมผัสด้วย เราก็สามารถสั่งงานได้โดยตรง ตัว UI เข้าใจง่าย เลื่อนซ้าย-ขวาเพื่อสลับโหมดภาพนิ่งหรือวิดีโอ มีปุ่มซูม 0.6x/1x/2x/3.5x และกดชัตเตอร์ได้ทันที ตัวเลือกเพิ่มเติมก็มีอย่างการตั้งเวลากับ Mirror ภาพ (กลับด้านตอนเซลฟี่) กดที่ปุ่ม … ได้เลย

หรือถ้าเป็นสายคอนเทนต์ที่ต้องถ่ายคนเดียว อยากตั้งกล้องไว้แล้วห่างออกมาหน่อย OPPO Bubble ที่เชื่อมกับมือถือผ่าน Bluetooth อยู่แล้ว ก็สามารถแยกออกมาใช้งานได้ด้วย มีระยะห่างจากมือถือสูงสุด 10 เมตรเลย สะดวกมาก ๆ ครับ

แล้วถ้าเวลาที่ไม่ได้ใช้งาน OPPO Bubble ยังสามารถตั้งภาพหน้าจอเพิ่มเติมได้ จะเลือกภาพศิลปินคนโปรด ภาพที่ถูกใจ เลือกตั้งค่าได้ทั้งภาพนิ่ง, Motion Photo หรือวิดีโอ (ความยาวไม่เกิน 5 วินาที) จะเลือกให้เล่นแบบครั้งเดียว หรือวนซ้ำไปเรื่อย ๆ ก็ทำได้ รองรับสูงสุด 20 รายการเลยนะ

หรือถ้าชอบ Interactive Pets น่ารัก ๆ OPPO ก็มีมาให้เลือกหลายแบบ ให้มาเคลื่อนไหวดุ๊กดิ๊กบนหน้าจอเพิ่มความสดใส มีชีวิตชีวาให้ได้อีกเยอะ

และในกล่องยังแถมยังมีเคสพร้อมที่คล้องแถมมาให้ด้วย ไว้ไปห้อยกระเป๋า หรือพกติดตัวไปได้อีก น่ารักสุด ๆ นะ OPPO Bubble เนี่ย!

หรือถ้าอยากได้แบบแฟชั่นขึ้นอีกหน่อย OPPO เขาก็มีตัวเลือกเป็น OPPO Bubble Protective Case รูปดาว เพิ่มความเทรนดี้ เอาไปห้อยกับกระเป๋าเลือก Wallpaper น่ารัก ๆ ก็กลายเป็นของตกแต่งได้อีกชิ้นเลยล่ะครับ



Reno16 Pro 5G | SHEEP เคสสุดพิเศษ สำหรับลูกค้า Pre-Order
ยัง…ยังไม่หมด สำหรับรุ่น OPPO Reno16 Pro 5G ยังมีชุดอุปกรณ์เสริมเป็นเคสลายพิเศษที่เป็นการคอลแลบกันครั้งแรกระหว่าง Reno และ Sheep แบรนด์ไทยที่เข้าใจคนรุ่นใหม่ โดยจะแถมให้กับผู้ที่สั่งจองในช่วง Pre-Order จะได้รับของพรีเมียมคาแรกเตอร์ MOMOREI ไปเลยครับ

ในชุดจะประกอบด้วย Reno16 Pro 5G | SHEEP ประกอบด้วย Reno16 Pro 5G | SHEEP MOMOREI Phone Case Set และ Reno16 Pro 5G | SHEEP Phone Grip (Griptok) บอกเลยว่าคิวท์สุด ๆ


ราคาและโปรโมชั่น OPPO Reno16 Series 5G
ได้เวลาสรุปราคาและโปรโมชั่นของ OPPO Reno16 Series 5G กันแล้วครับ โดยซีรีส์นี้จะมีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ Reno16 F 5G, Reno16 5G และ Reno16 Pro 5G แต่ละรุ่นจะมีรุ่นความจุและราคาตามนี้เลยครับ
- OPPO Reno16 F 5G (8GB+128GB) = 15,999 บาท
- OPPO Reno16 F 5G (8GB+256GB) = 16,999 บาท
- OPPO Reno16 5G (8GB+256GB) = 19,999 บาท
- OPPO Reno16 5G (12GB+256GB) = 22,999 บาท
- OPPO Reno16 Pro 5G (12GB+512GB) = 29,999 บาท
สรุปแล้ว “นี่คือสองสมาร์ทโฟนเพื่อนซี้ เทรนดี้ทุกช็อตสำหรับ Gen Z อย่างแท้จริง”
สรุปแล้ว OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G ก็ถือเป็นสองสมาร์ทโฟนเพื่อนซี้ เทรนดี้ทุกช็อตรุ่นใหม่! ที่มาตอบโจทย์วัยรุ่น Gen Z อย่างแท้จริง เพราะทั้งดีไซน์ที่อัปเกรดใหม่กับฝาหลังดาวเคราะห์ 3 มิติ สุดล้ำ ครั้งแรกในอุตสาหกรรม มีกล้องหน้ากว้างพิเศษ 50MP เก็บครบหมด คุณภาพเยี่ยม กล้องหลังก็ครบระยะมีพอร์ตเทรตซูม 3.5x มีสไตล์ 50MP ซะด้วย ด้านประสิทธิภาพก็หายห่วง เพราะมากับ ColorOS 16 ที่ขึ้นชื่อว่า Smart & Smooth ชิป 5G ทรงพลัง มีแบตเตอรี่สูงสุด 7000mAh ใช้งานจุใจพร้อมชาร์จไว 80W SUPERVOOC

และที่ขาดไม่ได้ คือยังมีอุปกรณ์เสริมใหม่อย่าง OPPO Bubble มาเป็นตัวเลือกเสริม สำหรับสาวเทรนดี้อีก ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนเทรนดี้ กล้องสวย ฟีเจอร์น่ารัก เราว่า OPPO Reno16 Series 5G รอบนี้ ทำถึง ถูกใจแน่นอน!
