รีวิว OPPO Reno16 5G | Reno16 F 5G อัปเกรดประสบการณ์กล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP พร้อม OPPO Bubble ตัวช่วยเซลฟี่กล้องหลังสุดเทรนดี้!

โดย Map

รีวิว OPPO Reno16 Series 5G มาแล้วครับ! รอบนี้เราได้ OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G สองในสามรุ่นใหม่ ที่ได้อัปเกรดประสบการณ์กล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP และกล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x มีสไตล์ 50MP มาคู่กันอีก เป็นเพื่อนซี้ เทรนดี้ทุกช็อตรุ่นใหม่ให้วัยรุ่น Gen Z ถูกใจกันแน่นอน!

และไม่ใช่แค่นั้นนะ รอบนี้ OPPO ยังมีอุปกรณ์เสริมสุดเทรนดี้อย่าง OPPO Bubble มาด้วย ซึ่งในบทความนี้เราจะรีวิวรวม ครบจบในที่เดียวเลย พร้อมแล้วมาติดตาม รีวิว OPPO Reno16 Series 5G พร้อม OPPO Bubble กันเลยครับ!

@iphone_droid

มาแล้ว! OPPO Reno16 Series 5G ดีไซน์ดวงดาว 3 มิติ ครั้งแรกของอุตสาหกรรม พร้อม OPPO Bubble ตัวช่วยเซลฟี่กล้องหลังสุดเทรนดี้ ✨ #iphonedroid #Reno16SeriesTH #เก็บทุกโมเมนต์โดดเด่นเป็นตัวเอง #เพื่อนซี้เทรนดี้ทุกช็อต #oppothailand

♬ original sound – iphone-droid.net – iphone-droid.net

สรุปสเปค OPPO Reno16 5G

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.32″
  • ความละเอียด 1.5K (2640 × 1216 พิกเซล) สว่างสูงสุด 3600nits
  • Refresh rate 120Hz
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 7 Gen 4 Octa-core 2.8GHz (4nm)
  • RAM 8GB/12GB
  • Storage 256GB
  • แบตเตอรี่ 6700mAh
  • ระบบชาร์จไว 80W SUPERVOOC
  • กล้องหน้า 50MP f/2.0 มุมกว้าง 100⁰ AF 
  • กล้องหลัง 3 ตัว
  • 50MP กล้องหลัก (LYT-600) f/1.8
  • 50MP กล้อง Ultra Wide (GC50F6) f/2.0
  • 50MP กล้อง Telephoto 3.5x (JN5) f/2.8
  • มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP66/IP68/IP69/IP69K
  • ระบบปฏิบัติการ Android 16 (ColorOS 16)
  • มีให้เลือก 3 สีสัน สีขาว Pop White, สีม่วง Dream Purple, สีม่วงเข้ม Twilight Violet

สรุปสเปค OPPO Reno16 F 5G

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.57″
  • ความละเอียด FHD+ (2372 × 1080 พิกเซล) สว่างสูงสุด 1400nits
  • Refresh rate 120Hz
  • ชิปเซ็ต Dimensity 7300 Octa-core 2.5GHz (4nm)
  • RAM 8GB
  • Storage 128GB/256GB
  • แบตเตอรี่ 7000mAh
  • ระบบชาร์จไว 80W SUPERVOOC
  • กล้องหน้า 50MP f/2.0 มุมกว้าง 100⁰ AF 
  • กล้องหลัง 3 ตัว
  • 50MP กล้องหลัก (SC532HS) f/1.8
  • 8MP กล้อง Ultra Wide (GC08A8) f/2.2
  • 50MP กล้อง Telephoto 3.5x (KN1) f/2.8
  • มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP66/IP68/IP69/IP69K
  • ระบบปฏิบัติการ Android 16 (ColorOS 16)
  • มีให้เลือก 3 สีสัน สีขาว Pop White, สีม่วง Dream Purple, สีม่วงเข้ม Twilight Violet

อัปเกรดประสบการณ์การถ่ายภาพใหม่!

อย่างที่บอกว่า OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G นั้นได้อัปเกรดประสบการณ์การถ่ายภาพใหม่ งั้นเราขอเริ่มที่เรื่องกล้องก่อนเลยเนอะ โดยสเปคที่แต่ละรุ่นได้อัปเกรดจะแบ่งเป็น…

OPPO Reno16 5G อัปเกรดกล้อง Ultra Wide เป็น 50MP เรียบร้อยครับ ทำให้รุ่นนี้ได้กล้อง 50MP ถึง 4 ตัว มีสเปคดังนี้

  • 50MP กล้องหลัก (LYT-600 ขนาด 1/1.95″) f/1.8, OIS
  • 50MP กล้อง Ultra Wide (GC50F6 ขนาด 1/2.88″) f/2.0 รองรับ AF
  • 50MP กล้อง Telephoto 3.5x (JN5 ขนาด 1/2.75″) f/2.8, OIS
  • 50MP กล้องหน้า (GC50F6 ขนาด 1/2.88″) f/2.0 รองรับ AF

ส่วน OPPO Reno16 F 5G รุ่นน้อง ก็จะได้อัปเกรดใหม่เช่นกัน กับกล้องพอร์ตเทรตซูม 3.5x มีสไตล์ 50MP ซึ่งอัปเกรดมาจากรุ่นก่อนที่จะไม่ได้มีกล้อง Telephoto มาให้นั่นเองครับ ซึ่งสเปคกล้องทั้ง 4 ตัวของรุ่นนี้จะมีดังนี้

  • 50MP กล้องหลัก (SC532HS ขนาด 1/2.0″) f/1.8, OIS
  • 8MP กล้อง Ultra Wide (GC08A8 ขนาด 1/4″) f/2.2 รองรับ AF
  • 50MP กล้อง Telephoto 3.5x (KN1 ขนาด 1/3.13″) f/2.8, OIS
  • 50MP กล้องหน้า (GC50F6 ขนาด 1/2.88″) f/2.0 รองรับ AF

อย่างที่เห็นครับ ทั้งคู่มาพร้อมจุดเด่นเรื่องกล้องที่ครบทุกระยะ และยังมีกล้องหน้ามุมกว้างพิเศษ 100 องศาเหมือนกันอีกด้วย มอบช็อตกว้าง ๆ ถูกใจ Gen Z แน่นอน

กล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP กับประสบการณ์ที่น่าประทับใจ

ซึ่งในรุ่น OPPO Reno16 5G ก็จะทำได้ครบเครื่องเพราะรองรับการถ่าย 0.6x ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง บนความละเอียดสูงสุด 50MP แถมยังเป็นเซ็นเซอร์ตัวเดียวกันด้วย ทำให้ไม่ว่าจะให้คนอื่นถ่ายให้ หรือเซลฟี่เอง ก็ได้คุณภาพที่ยอดเยี่ยมทั้งหมด ลองดูตัวอย่างภาพด้านล่างนี้ได้เลยครับ ความกว้างแบบสุด ๆ เมื่อเทียบกับระยะ 1x อะเนอะ

มือถือเรือธง ขายดีประจำสัปดาห์

รวมรุ่นน่าสนใจ ราคาดี เหมาะกับคนกำลังเลือกซื้อรุ่นใหม่
Top 5
1
vivo X300 Ultra
ราคาเริ่มต้น 54,999 บาท
2
iQOO 15
ราคาเริ่มต้น 29,900 บาท
3
OPPO Find X9 Ultra
ราคาเริ่มต้น 54,999 บาท
4
HONOR Magic8 Pro
ราคาเริ่มต้น 39,990 บาท
5
POCO F8 Ultra
ราคาเริ่มต้น 23,990 บาท
* ราคาและโปรโมชันอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนสั่งซื้อ

และไม่ใช่แค่ภาพนิ่งนะ ในงานวิดีโอ OPPO Reno16 5G ที่มีกล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP ทั้งหน้า-หลัง ก็ยังสามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K/60fps ทั้งหน้า-หลังเลยด้วย และอย่างที่บอก พอกล้องที่ใช้เป็นเซ็นเซอร์ตัวเดียวกัน สาย Vlog ที่อยากเก็บทั้งบรรยากาศและใบหน้าในเฟรมเดียวแบบมุมกว้าง ก็กดสลับกล้องไป-มา ได้แบบคุณภาพไม่เสียเลยล่ะครับ

ส่วน OPPO Reno16 F 5G แม้จะไม่ได้กล้องมุมกว้างพิเศษ ความละเอียด 50MP ทั้งหน้า-หลังแบบรุ่นพี่ แต่ก็ยังรองรับการถ่ายมุมกว้างระดับ 0.6x ทั้งคู่อยู่นะ (กล้องหลังความละเอียด 8MP) ซึ่งในการเซลฟี่ก็ช่วยให้เราได้มุมกว้างแบบเหลือ ๆ เหมาะกับ Gen Z ที่ชอบภาพแนวใหม่ ๆ ไม่ใช่แค่เซลฟี่ในมุมเดิม ๆ จริง ๆ

กล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x 50MP

อย่างที่เห็นในสเปคครับ OPPO Reno16 5G และ Reno16 F 5G ทั้งคู่ได้กล้องพอร์ตเทรต Telephoto 3.5x มาเสริมการถ่ายพอร์ตเทรตให้มีสไตล์ยิ่งขึ้น แถมความละเอียดยังเป็น 50MP ด้วยนะ

และเท่านั้นยังไม่พอ เพราะซอฟต์แวร์ภายใน ยังมีการปรับปรุงในเรื่องสีผิวให้เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น  พร้อมใช้งานได้ในหลายระยะ 1x/2x/3.5x จะถ่ายเต็มตัวกว้าง ๆ หรือครึ่งตัวดึงฉากหลังเข้ามาก็ทำได้เป็นอย่างดีในทั้ง 2 รุ่นเนอะ

3.5x

มีฟีเจอร์ 4K ปรับเฟรมตรงอัตโนมัติ

อีกฟีเจอร์ของการถ่ายวิดีโอที่เราว่าเจ๋งใช้ได้ คือ 4K ปรับเฟรมให้ตรง (4K Auto straighten) ที่จะช่วยล็อกวิดีโอให้ตรง โดยอาศัยจากเส้นตรงในภาพ อาทิ เส้นขอบฟ้า เส้นตรงของอาคาร ทำให้ผลลัพธ์ออกมานิ่งสุด ๆ แม้เราจะเป็นคนมือสั่นง่าย หรือถือแล้วไม่ค่อยนิ่งก็ตาม

Pop Cam โหมดกล้องหลายสไตล์สุดป๊อป

อีกหนึ่งโหมดถ่ายภาพที่คิดว่าต้องถูกใจ Gen Z แน่ ๆ กับ Pop Cam ครับ โหมดนี้จะเป็นการจำลองหน้า UI ให้คล้ายกล้องสไตล์ฟิล์มสุดเทรนดี้ กว่า 9 สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น 

  • Instant Film ที่จะใช้แฟลชยิง พร้อมเพิ่มกรอบภาพเก็บโมเมนต์ คล้ายกล้อง Polaroid
  • Digicam โทนภาพย้อนยุคแบบ Y2K
  • Light Leak โทนภาพกล้องฟิล์มพร้อมแสงสะท้อนมุมภาพ
  • Portra Film โทนภาพฟิล์มสไตล์ Primrose
  • Positive Film โทนภาพฟิล์มสไตล์จัดจ้าน
  • NC Film โทนภาพฟิล์มสไตล์ Vintage
  • CC Film โทนภาพฟิล์มสไตล์ Fresh
  • NH Film โทนภาพฟิล์มสไตล์ Clear

AI คอลลาจภาพและวิดีโอ สร้างสรรค์ช็อตเทรนดี้ได้ง่าย ๆ

ไม่ใช่แค่ถ่ายแล้วสวยเท่านั้น แต่ OPPO Reno16 5G ยังรองรับการตัดต่อภาพและวิดีโอเพิ่มเติมได้ดีสุด ๆ ด้วยฟีเจอร์ AI คอลลาจใหม่ในแอป Photos ครับ อันนี้เจ๋งมาก ๆ (OPPO Reno16 F 5G จะรองรับแค่ AI คอลลาจภาพอย่างเดียว)

โดยรอบนี้ OPPO เพิ่มหมวดใหม่ Create ให้เลย ในนี้เราจะสามารถตัดแปะ ภาพและวิดีโอ ช่วยให้เรารวมหลายโมเมนต์ไว้ในเฟรมเดียว พร้อมตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์ตามใจชอบ สามารถทำคอลลาจภาพและวิดีโอ (เฉพาะ Reno16 5G) ได้จบในเครื่อง รองรับการตัดต่อหลายรูปแบบ เลือก Background เป็นภาพนิ่ง, วิดีโอ (ไม่เกิน 6 วินาที) หรือ Motion Photo และสามารถตกแต่ง สติ๊กเกอร์เอนิเมชัน แล้ว Export ออกมาเป็นคลิปไดนามิก

เหมาะสำหรับสายตกแต่งภาพ เอาไว้ลง Story ลงโพสต์แนว ๆ ก็จบได้ในแอปเดียว ที่สำคัญคือติดมากับแอป Photos เลย ไม่ต้องโหลดแอปเพิ่มเติมจาก Play Store ให้ยุ่งยาก แน่นอนว่าไม่มีค่าบริการเพิ่มเติมแบบแอป 3rd Party อื่น ๆ ด้วย ถือว่าสะดวกมากครับ

โดยรวมในเรื่องกล้อง การถ่ายภาพและวิดีโอของ OPPO Reno16 5G และ Reno16 F 5G ก็ถือว่าอัปเกรดประสบการณ์ใหม่อย่างแท้จริง อย่างใน Reno16 5G ที่ได้กล้องชุดใหม่ 50MP ทั้ง 4 ตัว คุณภาพยอดเยี่ยมทั้งกล้องหน้าและหลัง ส่วน Reno16 F 5G ก็ได้กล้อง พอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x มาเติมเต็มการถ่ายภาพพอร์ตเทรตให้ครบยิ่งขึ้น แต่ทีเด็ดจริง ๆ คือฟีเจอร์ AI คอลลาจที่ช่วยให้เราสร้างสรรค์ภาพและวิดีโอเพิ่มเติมได้แบบไร้ขีดจำกัดเลยนี่แหละ

ดีไซน์ดวงดาว 3 มิติ ครั้งแรกของอุตสาหกรรม

มาเข้าเรื่องดีไซน์กันต่อครับ OPPO Reno16 Series 5G จะมาพร้อมสีไฮไลท์เป็นสีขาว Pop White ที่มองเผิน ๆ อาจจะเหมือนมีลวดลายดวงดาวใหม่เข้ามา แต่ถ้าลงลึกไปกว่านั้น สีนี้จะมีลูกเล่น 3 มิติซ่อนอยู่ ซึ่ง OPPO เคลมว่านี่คือครั้งแรกของอุตสาหกรรมเลยนะ!

โดยที่ฝาหลังของสี Pop White นี้ จะใช้เทคโนโลยีภาพ 3 มิติเสมือนจริง ด้วยโครงสร้างพิเศษ 3 ชั้น ได้แก่

  • ชั้นลวดลายกราฟิก (Graphics Pattern Layer)
  • ชั้นฐาน (Substrate Layer)
  • ชั้น MicroLens (MicroLens Layer)

ซึ่งภายในฝาหลัง จะมี “โปรเจกเตอร์” จิ๋วนับล้านตัวทำงานพร้อมกัน แสงจะกระทบชั้น Microlens ด้าน ล่างก่อน จากนั้นสะท้อนและหักเหแสงจากหลายมุมผ่านชั้นลวดลายด้านบน ทำให้ลวดลายดาวเคราะห์ นั้นสะท้อนขึ้นมาให้เราเห็นแบบ 3 มิติได้ด้วยตาเปล่า ลอยตัวอยู่เหนือพื้นผิว มอบความล้ำแบบที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน

นอกจากสีขาว Pop White ที่เป็นไฮไลท์พร้อมลวดลายดาวเคราะห์ 3 มิติแล้ว OPPO ยังมีตัวเลือกสีม่วง Dream Purple มาให้เลือกด้วยเช่นกัน  อย่าง Reno16 F 5G ที่เราได้มา ก็จะเป็นสีนี้ มาพร้อมฝาหลังผิวด้าน พร้อมลวดลายเส้นแสง ที่สวยหวานละมุน ดูมีชีวิตชีวาไปอีกแบบ

ด้านหน้าจอ OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G จะได้ขนาดและสเปคหน้ามาแตกต่างกันนิดหน่อย แบ่งเป็น

  • OPPO Reno16 5G หน้าจอขนาด 6.32″ | ความละเอียด 1.5K | ความสว่างสูงสุด 3600nits
  • OPPO Reno16 F 5G หน้าจอขนาด 6.57″ | ความละเอียด FHD+ | ความสว่างสูงสุด 1400nits

ซึ่งก็แบ่งขนาดแตกต่างกันชัดเจน อยากได้จอกะทัดรัดพกง่าย 6.32″ ของ Reno16 5G ตอบโจทย์ อยากได้ไซซ์กลางแบบพอดี ๆ 6.57″ ของ Reno16 F 5G ก็ลงตัว ท้้งคู่รองรับการแสดงผลสีสันแบบ 1.07 พันล้านสี (10-bit Color Depth)  เอามาดูคอนเทนต์นี่ฟินแน่นอน

ส่วนการตอบสนองทั้งคู่รองรับ Refresh rate สูง 120Hz เหมือนกัน มอบความลื่นไหลบนระบบ ColorOS 16 ได้อย่างดีมากจริง ๆ 

ด้านขนาดตัวเครื่อง ทั้งคู่ก็ทำได้ดี แต่จะใช้วัสดุของกรอบเครื่องต่างกันนิดหน่อย เพราะ Reno16 5G ใช้กรอบอะลูมิเนียมเกรดอากาศยาน ในขณะที่ Reno16 F 5G จะเป็นพลาสติก แต่ยังมอบความรู้สึกการจับถือที่ดีเหมือนกัน มีความบาง-เบาจับถนัดมือ ด้วยตัวเลขใกล้กันดังนี้

  • OPPO Reno16 5G บาง 8.36มม. น้ำหนัก 193 กรัม (สี Pop White) | บาง 8.22มม. น้ำหนัก 182 กรัม (สี Dream Purple และ Twilight Violet)
  • OPPO Reno16 F 5G บาง 8.58มม. น้ำหนัก 197 กรัม (สี Pop White) | บาง 8.44มม. น้ำหนัก 195 กรัม (สี Dream Purple และ Twilight Violet)

ส่วนเรื่องความทนทาน OPPO Reno16 5G และ Reno16 F 5G จะได้มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นมาเหมือนกันเลย ได้แก่ IP66/IP68/IP69/IP69K อัปเกรดขึ้นมาจากรุ่นก่อนอีก เพราะมาตรฐาน IP69K นั้นจะทนน่ำแรงดันสูงได้มากขึ้นนั่นเอง หมายความทั้งคู่ใช้งานในชีวิตประจำวัน น้ำหกใส่ ลุยฝน หรือตกน้ำ ก็ไม่ต้องกังวลแล้วล่ะครับ

โดยรวมในเรื่องดีไซน์ OPPO Reno16 5G และ Reno16 F 5G ก็ถือว่าทำได้น่าสนใจอีกครั้ง เพราะรอบนี้ได้ลูกเล่นฝาหลังดาวเคราะห์ 3 มิติ (ในสี Pop White) เพิ่มความโดดเด่นแบบที่ยังไม่เคยเห็นใครทำมาก่อนในอุตสาหกรรม แต่ก็ยังไม่ทิ้งจุดเด่นในเรื่องการพกพาที่สะดวก เครื่องบาง-เบา จับถนัดมือ และทนทานระดับสูง!

มาพร้อม ColorOS 16 ล่าสุด ประสบการณ์ลื่นไหลและชาญฉลาด

ด้านซอฟต์แวร์ OPPO Reno16 5G และ Reno16 F 5G มาพร้อม ColorOS 16 บนพื้นฐาน Android 16 หรือก็คือล่าสุดของ OPPO ตอนนี้แล้ว เวอร์ชั่นนี้ได้คำนิยามว่า Fast & Smooth ก็คือเร็วและลื่นไหล พร้อมยังมีฟีเจอร์ AI มาให้ใช้งานกันครบเครื่องอีกด้วย

ไม่ว่าจะเป็น AI Snap Key ปุ่มลัดพิเศษที่เคยอยู่แต่ใน Find Series รอบนี้ก็ส่งต่อมาให้ OPPO Reno16 Series 5G เรียบร้อย ให้เราแคปหน้าจอ และรวมไว้ใน Mind Space เพื่อเป็นคลังข้อมูลส่วนตัวของเราได้ง่าย ๆ

มีฟีเจอร์ AI Portrait Glow ฟีเจอร์ปรับให้ภาพบุคคลสว่างใสเป็นธรรมชาติ หมดปัญหาถ่ายภาพมาแล้วมืด เพราะ AI จะดึงแค่เฉพาะบุคคลให้โดดเด่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด!

หรือใครที่ชอบถ่ายภาพกว้าง ๆ มาแล้วติดคน ติดวัตถุที่ไม่ต้องการ ColorOS 16 บน OPPO Reno16 Series 5G ก็ยังมี AI Eraser 2.0 ยางลบ AI ให้เราได้วงลบสิ่งที่ไม่ต้องการออกไปจากภาพได้ด้วย

ส่วนเรื่องอัปเดตก็หายห่วงครับ เพราะ OPPO เคลมว่าทั้ง OPPO Reno16 Series 5G จะได้รับอัปเดต ColorOS นาน 5 ปี และแพทช์ความปลอดภัย 6 ปี ถือใช้งานกันยาว ๆ ได้เลย อัปเดตต่อเนื่อง

ประสิทธิภาพสูงด้วยชิป 5G ทรงพลัง

ปิดท้ายที่เรื่องประสิทธิภาพ OPPO Reno16 5G และ Reno16 F 5G ได้ชิปเซ็ต 5G สเปคดีทั้งคู่ แต่จะต่างรุ่นกันดังนี้เลยครับ

  • OPPO Reno16 5G ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 7 Gen 4 Octa-Core 2.8GHz (4nm)
  • OPPO Reno16 F 5G ใช้ชิปเซ็ต Dimensity 7300 Octa-Core 2.5GHz (4nm)

ด้านประสิทธิภาพไม่ต้องห่วงมากครับ เพราะทำคะแนนจาก AnTuTu Benchmark ไปได้สูงพอสมควร แบ่งเป็น

  • OPPO Reno16 5G = 1443200 คะแนน
  • OPPO Reno16 F 5G = 975252 คะแนน

แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ใช้งานจุใจ พร้อมชาร์จไว 80W SUPERVOOC

เรื่องแบตเตอรี่และการชาร์จ OPPO ก็อัปเกรดขึ้นมาให้ 2 รุ่นนี้เช่นกัน โดยจะได้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่จุใจดังนี้ครับ

  • OPPO Reno16 5G แบตเตอรี่ 6700mAh
  • OPPO Reno16 F 5G แบตเตอรี่ 7000mAh

ส่วนระบบชาร์จ ทั้งคู่จะรองรับชาร์จไว 80W SUPERVOOC เหมือนกันเลยครับ เรียกว่าใช้งานกันจุใจ แล้วถ้าจะหมดจริง ๆ ก็ยังมีชาร์จไวมาให้เติมพลังกลับมาได้แบบไม่นานด้วยเนอะ

OPPO Bubble หน้าจอเสริมพกพาตัวช่วยเซลฟี่ อุปกรณ์เสริมสุดเทรนดี้ของซีรีส์นี้

ได้ข้อมูลของ OPPO Reno16 5G และ Reno16 F 5G ไปอย่างครบถ้วนแล้ว ก็ถึงคราวของน้อง OPPO Bubble แบบที่สัญญากันไว้สักที โดยอุปกรณ์เสริมตัวนี้ ถ้าให้นิยามง่าย ๆ ก็คือหน้าจอเสริมพกพานั่นเองครับ แต่ความเริ่ดมันไม่ได้มีแค่จอที่เอาไว้แสดงผลอย่างเดียว เพราะยังเป็นตัวช่วยสำหรับเซลฟี่กล้องหลังได้ด้วย!

ซึ่ง OPPO Bubble นี้จะเชื่อมต่อกับ OPPO Reno16 Series 5G ผ่าน Bluetooth เนาะ ในครั้งแรกก็แค่เอาทั้ง 2 อุปกรณ์มาใกล้ ๆ กัน ก็จะมี Pop-up ให้เราได้เชื่อมต่อกันทันที ไม่ยุ่งยากเลยในขั้นตอนนี้

โดยตัว OPPO Bubble จะมีหน้าจอ AMOLED แบบสัมผัส ขนาด 1.73″ ในรูปทรงวงกลม สั่งงานด้วยการแตะ เลื่อนหน้าจอ ปัดไป-มา ให้อารมณ์เหมือนพวกสมาร์ทวอทช์นั่นแหละครับ

ที่ตัว OPPO Bubble เอง จะมีแม่เหล็กในตัว ที่สามารถแปะเข้ากับพวกเคสที่มีวงแหวนแม่เหล็กได้ทันที แต่ถ้าเคสที่เราใช้อยู่ไม่มี ก็ไม่ต้องกังวลครับ เพราะในกล่องจะมีแถมวงแหวนแม่เหล็กมาให้แปะกับเคส 1 ชิ้น

ทำให้สามารถประกอบร่างรวมกันได้ไม่ยากเย็น อย่างในรีวิวนี้ เราเอาตัววงแหวนแม่เหล็กไปติดกับเคสใสที่แถมมาในกล่อง ก็ใช้งานได้เลย ซึ่งจุดเด่นของอุปกรณ์ตัวนี้คือ ให้เราได้ใช้งานเซลฟี่ด้วยกล้องหลังถนัด ๆ ใช้จอเสริมพรีวิวภาพได้ทันที

วิธีการใช้งานก็ง่าย ๆ แค่เราเลื่อนหน้าจอ OPPO Bubble ขึ้น ก็จะเข้าสู่โหมดกล้องได้ทันที ตัวมือถือจะเปิดแอปกล้องอัตโนมัติครับ และหน้าจอเป็นแบบสัมผัสด้วย เราก็สามารถสั่งงานได้โดยตรง ตัว UI เข้าใจง่าย เลื่อนซ้าย-ขวาเพื่อสลับโหมดภาพนิ่งหรือวิดีโอ มีปุ่มซูม 0.6x/1x/2x/3.5x และกดชัตเตอร์ได้ทันที ตัวเลือกเพิ่มเติมก็มีอย่างการตั้งเวลากับ Mirror ภาพ (กลับด้านตอนเซลฟี่) กดที่ปุ่ม … ได้เลย

หรือถ้าเป็นสายคอนเทนต์ที่ต้องถ่ายคนเดียว อยากตั้งกล้องไว้แล้วห่างออกมาหน่อย OPPO Bubble ที่เชื่อมกับมือถือผ่าน Bluetooth อยู่แล้ว ก็สามารถแยกออกมาใช้งานได้ด้วย มีระยะห่างจากมือถือสูงสุด 10 เมตรเลย สะดวกมาก ๆ ครับ

แล้วถ้าเวลาที่ไม่ได้ใช้งาน OPPO Bubble ยังสามารถตั้งภาพหน้าจอเพิ่มเติมได้ จะเลือกภาพศิลปินคนโปรด ภาพที่ถูกใจ เลือกตั้งค่าได้ทั้งภาพนิ่ง, Motion Photo หรือวิดีโอ (ความยาวไม่เกิน 5 วินาที) จะเลือกให้เล่นแบบครั้งเดียว หรือวนซ้ำไปเรื่อย ๆ ก็ทำได้ รองรับสูงสุด 20 รายการเลยนะ

หรือถ้าชอบ Interactive Pets น่ารัก ๆ OPPO ก็มีมาให้เลือกหลายแบบ ให้มาเคลื่อนไหวดุ๊กดิ๊กบนหน้าจอเพิ่มความสดใส มีชีวิตชีวาให้ได้อีกเยอะ

และในกล่องยังแถมยังมีเคสพร้อมที่คล้องแถมมาให้ด้วย ไว้ไปห้อยกระเป๋า หรือพกติดตัวไปได้อีก น่ารักสุด ๆ นะ OPPO Bubble เนี่ย!

หรือถ้าอยากได้แบบแฟชั่นขึ้นอีกหน่อย OPPO เขาก็มีตัวเลือกเป็น OPPO Bubble Protective Case รูปดาว เพิ่มความเทรนดี้ เอาไปห้อยกับกระเป๋าเลือก Wallpaper น่ารัก ๆ ก็กลายเป็นของตกแต่งได้อีกชิ้นเลยล่ะครับ

Reno16 Pro 5G | SHEEP เคสสุดพิเศษ สำหรับลูกค้า Pre-Order

ยัง…ยังไม่หมด สำหรับรุ่น OPPO Reno16 Pro 5G ยังมีชุดอุปกรณ์เสริมเป็นเคสลายพิเศษที่เป็นการคอลแลบกันครั้งแรกระหว่าง Reno และ Sheep แบรนด์ไทยที่เข้าใจคนรุ่นใหม่ โดยจะแถมให้กับผู้ที่สั่งจองในช่วง Pre-Order จะได้รับของพรีเมียมคาแรกเตอร์ MOMOREI ไปเลยครับ

ในชุดจะประกอบด้วย Reno16 Pro 5G | SHEEP ประกอบด้วย Reno16 Pro 5G | SHEEP MOMOREI Phone Case Set และ Reno16 Pro 5G | SHEEP Phone Grip (Griptok) บอกเลยว่าคิวท์สุด ๆ

ราคาและโปรโมชั่น OPPO Reno16 Series 5G

ได้เวลาสรุปราคาและโปรโมชั่นของ OPPO Reno16 Series 5G กันแล้วครับ โดยซีรีส์นี้จะมีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ Reno16 F 5G, Reno16 5G และ Reno16 Pro 5G แต่ละรุ่นจะมีรุ่นความจุและราคาตามนี้เลยครับ

  • OPPO Reno16 F 5G (8GB+128GB) = 15,999 บาท
  • OPPO Reno16 F 5G (8GB+256GB) = 16,999 บาท
  • OPPO Reno16 5G (8GB+256GB) = 19,999 บาท
  • OPPO Reno16 5G (12GB+256GB) = 22,999 บาท
  • OPPO Reno16 Pro 5G (12GB+512GB) = 29,999 บาท

สรุปแล้ว “นี่คือสองสมาร์ทโฟนเพื่อนซี้ เทรนดี้ทุกช็อตสำหรับ Gen Z อย่างแท้จริง”

สรุปแล้ว OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G ก็ถือเป็นสองสมาร์ทโฟนเพื่อนซี้ เทรนดี้ทุกช็อตรุ่นใหม่! ที่มาตอบโจทย์วัยรุ่น Gen Z อย่างแท้จริง เพราะทั้งดีไซน์ที่อัปเกรดใหม่กับฝาหลังดาวเคราะห์ 3 มิติ สุดล้ำ ครั้งแรกในอุตสาหกรรม มีกล้องหน้ากว้างพิเศษ 50MP เก็บครบหมด คุณภาพเยี่ยม กล้องหลังก็ครบระยะมีพอร์ตเทรตซูม 3.5x มีสไตล์ 50MP ซะด้วย ด้านประสิทธิภาพก็หายห่วง เพราะมากับ ColorOS 16 ที่ขึ้นชื่อว่า Smart & Smooth ชิป 5G ทรงพลัง มีแบตเตอรี่สูงสุด 7000mAh ใช้งานจุใจพร้อมชาร์จไว 80W SUPERVOOC

และที่ขาดไม่ได้ คือยังมีอุปกรณ์เสริมใหม่อย่าง OPPO Bubble มาเป็นตัวเลือกเสริม สำหรับสาวเทรนดี้อีก ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนเทรนดี้ กล้องสวย ฟีเจอร์น่ารัก เราว่า OPPO Reno16 Series 5G รอบนี้ ทำถึง ถูกใจแน่นอน!

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More