
มาตามนัดกับรีวิว realme P4 Series สมาร์ตโฟนที่ชูจุดเด่นด้านแบตเตอรี่ Titan ความจุสูงสุด 10001mAh ใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน พร้อมดีไซน์โดดเด่นไม่เหมือนใคร และขุมพลังที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานทั่วไปและการเล่นเกม ทั้งนี้ ก็ยังมีสมาร์ตวอทช์ realme Watch S5 ให้มาชมกันด้วยครับ
สรุปสเปค realme P4 Power 5G
- ขนาดตัวเครื่อง : 162.26 x 76.15 x 9.08 มม.
- น้ำหนัก : 219 กรัม
- หน้าจอแสดงผล AMOLED แบบ HyperGlow 4D Curve+ ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2800 x 1280 พิกเซล), 453PPI รองรับ Refresh Rate 144Hz, Touch Sampling Rate สูงสุด 240Hz แสดงผลสี 1.07 พันล้านสี และความสว่างสูงสุด 6500 nits
- CPU : MediaTek Dimensity 7400 Ultra 5G Octa-core ความเร็วสูงสุด 2.6GHz
- GPU : Arm Mali-G615
- RAM : 8/12GB LPDDR4X
- ROM : 128/256GB UFS 3.1
- กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 2 เลนส์ ดังนี้
- เลนส์หลัก 50MP รูรับแสง f/1.8 รองรับกันสั่น OIS เซ็นเซอร์ Sony IMX882
- เลนส์ Ultra-Wide 8MP รูรับแสง f/2.2 มุมกว้าง 112 องศา
- กล้องหน้า 16MP รูรับแสง f/2.4
- ระบบปฏิบัติการ Android 16 ครอบทับด้วย realme UI 7.0
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 5 (802.11ac), Bluetooth 5.4 และพอร์ต USB Type-C
- แบตเตอรี่ Titan ความจุ 10001mAh รองรับชาร์จเร็ว 80W Ultra Charge
สรุปสเปค realme P4x 4G
- ขนาดตัวเครื่อง : 166.48 x 78.23 x 8.78 มม.
- หน้าจอแสดงผล LCD แบบ 120Hz Ultra Smooth Display ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1600 x 720 พิกเซล) รองรับ Refresh Rate 120Hz และความสว่างสูงสุด 900nits
- CPU : Unisoc T7250 Octa-core ความเร็วสูงสุด 1.8GHz
- GPU : Arm Mali-G57 MP1
- RAM : 6GB LPDDR4X
- ROM : 256GB eMMC
- กล้องหลัง 50MP รูรับแสง f/1.8
- กล้องหน้า 5MP รูรับแสง f/2.2
- ระบบปฏิบัติการ Android 16 ครอบทับด้วย realme UI
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 5, Bluetooth 5.4 และพอร์ต USB Type-C
- แบตเตอรี่ Titan ความจุ 8000mAh รองรับชาร์จเร็ว 45W SUPERVOOC
สรุปสเปค realme P4 Lite 4G
- ขนาดตัวเครื่อง : 166.48 x 78.23 x 8.28 มม.
- หน้าจอแสดงผล LCD แบบ 120Hz Ultra Smooth Display ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1600 x 720 พิกเซล) รองรับ Refresh Rate 120Hz และความสว่างสูงสุด 900nits
- CPU : Unisoc T7250 Octa-core ความเร็วสูงสุด 1.8GHz
- GPU : Arm Mali-G57 MP1
- RAM : 4GB LPDDR4X
- ROM : 128GB eMMC
- กล้องหลัง 8MP รูรับแสง f/2.0
- กล้องหน้า 5MP รูรับแสง f/2.2
- ระบบปฏิบัติการ Android 16 ครอบทับด้วย realme UI
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 5, Bluetooth 5.2 และพอร์ต USB Type-C
- แบตเตอรี่ Titan ความจุ 7000mAh รองรับชาร์จเร็ว 15W Fast Charging
จะเห็นว่ามีหลายรุ่นมากๆ ในรอบนี้ โดย realme P4 Series มาด้วยกัน 3 รุ่น คือ รุ่นพี่ใหญ่ realme P4 Power 5G, realme P4x และ realme P4 Lite ซึ่งเราจะขอแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ realme P4 Power 5G ที่รีวิวให้แบบจัดเต็ม ตามด้วย realme P4x และ realme P4 Lite ที่มีความคล้ายกันมากๆ ในการใช้งานด้านต่างๆ และก็จะปิดท้ายด้วย realme Watch S5 กันครับ แต่ตอนนี้เรามาดูรีวิว realme P4 Power 5G กันเลย !!

รีวิว realme P4 Power 5G
realme P4 Power 5G ถูกขนานนามว่าเป็นสมาร์ตโฟน “A New Era Of Power” ที่เป็นผู้บุกเบิกด้านแบตเตอรี่ Titan ขั้นสูง 10001mAh ใช้งานได้นานเกินวัน ชาร์จเร็วถึง 80W Ultra Charge พร้อมดีไซน์สวยงามแบบ Visible Power Design

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล
อุปกรณ์ภายในกล่อง realme P4 Power 5G
- ตัวเครื่อง realme P4 Power 5G ที่ติดฟิล์มกันรอยมาให้
- อะแดปเตอร์ 80W Ultra Charge
- สาย USB Type-C to Type-C
- เข็มเปิดถาดซิม
- เคสซิลิโคนแบบใส
- คู่มือการใช้งานเบื้องต้น




ดีไซน์โดดเด่นสะดุดตา Visible Power
realme P4 Power 5G มาพร้อมแนวคิดการออกแบบ Visible Power Design ที่สะท้อนพลังของเทคโนโลยีผ่านงานดีไซน์ได้อย่างโดดเด่นและแตกต่าง เป็นแนวคิดการออกแบบที่เผยให้เห็นพลังของเทคโนโลยี พร้อมด้วยโครงสร้างภายในที่ถ่ายทอดเป็นส่วนหนึ่งของดีไซน์ภายนอก ทำให้รุ่นนี้มีความสะดุดตามาก



ส่วนบนของตัวเครื่องถูกออกแบบให้เป็นแผงคริสตัลโปร่งใส ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากโครงสร้างภายในออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์และทันสมัย ทั้งยังผสานความเป็นหนึ่งด้านเทคโนโลยี ที่มีความเหมือนแผงวงจรภายใน มีรายละเอียดสกรู 2 ตัว ช่วยให้ถ่ายทอดความล้ำสไตล์เทคโนโลยีได้อย่างโดดเด่น

สีสันโดดเด่น มีความเบาบางภายในแบตขนาดใหญ่ !
รู้ถึงแรงบันดาลใจไปแล้ว ที่เราได้มาเป็นสีส้ม TransOrange สีสันมีความโดดเด่นมากๆ ฝาหลังจะเป็นผิวลื่นแบบด้าน มีการแบ่งออกมาเป็น 2 ส่วนชัดเจน ด้านบนจะเป็นโครงสร้างโปร่งใสโชว์ขดลวด NFC ส่วนด้านล่างจะเป็นแบบทึบ
*สีส้ม TransOrange ไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งจะมีสี Power Silver เป็นตัวเลือกหลักครับ

และอย่างที่บอกไว้ แม้ว่า realme P4 Power 5G จะให้แบตเตอรี่ Titan มาใหญ่ถึง 10001mAh แต่ตัวเครื่องยังมีความหนาเพียง 9.08 มม. ซึ่งบางกว่า 2 เท่าตัวเมื่อเทียบกับเพาเวอร์แบงก์ขนาดเดียวกัน ส่วนน้ำหนักก็เบาแค่ 219 กรัมเท่านั้น

ทนทานด้วยมาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP69, IP68 และ IP66
เรื่องงานประกอบของรุ่นนี้ก็จัดเต็มเพราะให้มาตรฐานทนน้ำทนฝุ่นสูงสุดถึง IP69 ทำให้รองรับการใช้งานทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้แบบสบายๆ ไม่ว่าจะโดนน้ำ โดนฝน ตกน้ำ ก็หยิบขึ้นมาใช้งานต่อได้เลยทันที อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำทะเล ของเหลวที่มีความเป็นกรด หรือสภาพแวดล้อมที่รุนแรงเป็นเวลานานครับ นอกจากเรื่องกันน้ำทั่วไปแล้ว ก็ยังรองรับน้ำเย็นจัดที่อุณหภูมิ 0°C หรือน้ำร้อนสูงถึง 85°C ทำให้เราพร้อมรับมือได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์จริงๆ

ระบบระบายความร้อนขนาดใหญ่ AirFlow VC ถึง 4613mm²
realme P4 Power 5G มาพร้อมกับแผ่นระบายความร้อน AirFlow VC (Vapor Chamber) ขนาด 4,613 ตารางมิลลิเมตร พร้อมทำงานร่วมกับ แผ่นกราไฟต์ขนาดใหญ่พิเศษ 13,743 ตารางมิลลิเมตร ทำให้มีการระบายความร้อนได้ดีมากขึ้น ช่วยรักษาอุณหภูมิของตัวเครื่องให้อยู่ในระดับเหมาะสม ทำให้เล่นเกมหรือใช้งานหนักต่อเนื่องได้อย่างเสถียรมากยิ่งขึ้น กระจายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เราสบายใจทั้งการเล่นหรือการชาร์จแบตเตอรี่เป็นเวลานานๆ

หน้าจอ HyperGlow 4D Curve+ ไหลลื่นถึง 144Hz คมชัดทุกมุมมอง แม้อยู่กลางแสงแดดจ้า
สำหรับหน้าจอแสดงผลก็จัดเต็มมากจริงๆ ได้หน้าจอแสดงผล AMOLED แบบ HyperGlow 4D Curve+ ขนาดใหญ่ 6.8 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รองรับ 453PPI และแสดงผลสี 1.07 พันล้านสี มอบการแสดงผลที่คมชัด สีสันสดใส และให้มิติภาพที่สวยงามทั้งการรับชมคอนเทนต์และเล่นเกม

ความไหลลื่นของหน้าจอก็ให้มาเป็น Refresh Rate สูงสุด 144Hz พร้อม Touch Sampling Rate 240Hz ใช้งานได้ติดนิ้ว เหมาะมากกับการเล่นเกมมาก

ใครที่ใช้งานกลางแจ้งบ่อยๆ realme P4 Power 5G ก็รองรับความสว่างสูงสุด 6,500 nits ทำให้มองเห็นชัดเจนแน่นอนแม้โดนแสงแดดครับ

แข็งแกร่งด้วยการป้องกัน ArmorShell และกระจก Corning Gorilla Glass
แม้ว่าจะเป็นหน้าจอโค้ง แต่ realme P4 Power 5G ก็พร้อมการปกป้องรอบด้านแบบ 360 องศา จากการตกกระแทกและรอยขีดข่วนด้วยการครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass ทั้งนี้ ตัวเครื่องก็ถูกป้องกันรอบเครื่องแบบ ArmorShell ช่วยให้ทนต่อการสึกหรอได้ดีกว่าเดิม ทนต่อรอยขีดข่วน และการตกกระแทกได้ดีขึ้น

พาชมรอบเครื่องกันต่อ !
กล้องหน้าจะเป็นแบบ Punch Hole พร้อมด้วยลำโพงสนทนาที่ขอบบน

ด้านขวาจะมีปุ่มปรับระดับเสียง พร้อมด้วยปุ่ม Power

ด้านล่างมีทั้งช่องใส่ซิมการ์ด ไมโครโฟนตัวที่ 1 ตามด้วยพอร์ต USB-C และลำโพงตัวหลัก

ด้านบนจะให้ไมโครโฟนตัวที่ 2 เพื่อตัดเสียงรบกวน และเซ็นเซอร์อินฟราเรดเพื่อควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้า

และที่ด้านหลังจะมีกล้อง 2 ตัว (วงด้านล่างสุดไม่ใช่กล้อง) โดยไฟแฟลช 1 ดวงจะอยู่มุมขวาบน และด้านขวาล่างจะเป็นสัญลักษณ์ AI

ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Titan ระดับยักษ์ 10001mAh
จบดีไซน์ต่างๆ ไปแล้ว ขอพามาดูเรื่องเด่นที่สุดของ realme P4 Power 5G กันต่อเลย กับแบตเตอรี่ Titan แบบ Silicon Anode รุ่นล่าสุด ซึ่งเป็นสมาร์ตโฟนเครื่องแรกของโลกที่มาพร้อมแบตเตอรี่ 10001mAh ทั้งยังมีการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก TÜV Rheinland

ครอบคลุมทุกการใช้งานได้ทั้งวัน !
ด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ระดับ 10001mAh ทำให้ realme P4 Power 5G สามารถรองรับการใช้งานหนักได้ตลอดทั้งวันแบบสบายๆ ไม่ว่าจะเล่นเกม ดูวิดีโอ หรือใช้งานโซเชียลมีเดียต่อเนื่อง ซึ่งการใช้งานสูงสุดในแต่ละแบบจะมีดังนี้
- การโทรนานสูงสุด 72.2 ชม.
- เล่นเกมนานสุด 11.7 ชั่วโมง
- การนำทางต่อเนื่องนานสุด 21.4 ชั่วโมง
- ดู YouTube นานสูงสุด 32.5 ชั่วโมง

สุขภาพแบตเตอรี่ใช้งานนานหลายปี พร้อมความปลอดภัย 5 ชั้น !
แม้ว่า realme P4 Power 5G จะให้แบตเตอรี่มาใหญ่ 10001mAh แต่เรื่องความปลอดภัยก็ขั้นสูงจริงๆ เพราะมีการดีไซน์มาให้ใช้งานได้ในระยะยาว ลดความเสื่อมของแบตเตอรี่ได้ เพราะมีการใช้ AI Charging Algorithm และ Silicon Aging Algorithm เพื่อเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานและการชาร์จ ปรับการจัดการพลังงานให้เหมาะสม ทำให้ยืดอายุแบตไปได้นาน ซึ่งมีอายุการใช้งานนานสูงสุดถึง 8 ปี หรือกว่า 1,650 รอบการชาร์จ
ทั้งนี้ ก็ยังมีสถาปัตยกรรมความปลอดภัย 5 ชั้น ดังนี้
- ชั้นเคลือบป้องกันความปลอดภัยรุ่นใหม่ (Ceramic Coating)
- เทปป้องกันส่วนปลายของเซลล์แบตเตอรี่
- ระบบตัดการจ่ายไฟอัจฉริยะเพื่อความปลอดภัย
- แผ่นฟอยล์ทองแดงและอะลูมิเนียมแบบหนาพิเศษ
- การออกแบบระยะห่างเพื่อความปลอดภัยของอุปกรณ์

ชาร์จย้อนกลับ (Reverse Charging) ที่เร็วที่สุดในโลก
การได้แบตเตอรี่มาใหญ่ระดับ Titan แล้ว ก็ยังแบ่งชาร์จย้อนกลับไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ได้ด้วย ซึ่งมีความเร็วในการชาร์จย้อนกลับเร็วที่สุดในโลกถึง 27W โดยเราสามารถชาร์จ iPhone 16 Pro ได้ถึง 50% ในเวลาแค่ 27 นาทีเท่านั้น หรือจะเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นอื่นก็ชาร์จได้เหมือนกันทั้งหมด !

ชาร์จเร็วถึง 80W Ultra Charge
ส่วนการชาร์จเร็วของแบตเตอรี่ในรุ่นนี้ก็สูงสุดถึง 80W Ultra Charge ทำให้เราสามารถชาร์จจาก 0-50% ในเวลาแค่ 36 นาทีเท่านั้น หรือถ้าจะชาร์จเต็ม 100% ก็ใช้เวลาประมาณ 110 นาทีเท่านั้น ทั้งนี้ การชาร์จเป็นการชาร์จแบบอัจฉริยะในค่าเริ่มต้น แต่หากอยากชาร์จเร็วขั้นสูงสุด ก็แค่ให้กดค้างไว้เพื่อเปิด Charging Boost



โหมดประหยัดพลังงานขั้นสุด เหลือแบต 5% ก็ใช้งานได้อีกหลายชั่วโมง
เมื่อแบตเตอรี่เหลือแค่ 5% เรายังสามารถเปิดโหมดประหยัดพลังงานขั้นสูงสุด (Super Power Saving) เพื่อใช้งานทั่วไปหรือใช้ในตอนฉุกเฉินได้นานอีกหลายชั่วโมงเลย ซึ่งสามารถโทรต่อได้นานสูงสุด 3.6 ชั่วโมง หรือสแตนด์บายได้นานสูงสุด 46.8 ชั่วโมง


ผลการทดสอบจริงเมื่อแบตเตอรี่เหลือ 5% ในโหมดประหยัดพลังงานขั้นสุด
ถ้ายังไม่เห็นภาพ เราจะใช้งานตอนเหลือแบตเตอรี่ 5% ในการนำทางผ่าน Google Maps และสแตนด์บายเอา ซึ่งลองแล้วก็ใช้ได้ต่อประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนถ้าลงมาเหลือแค่ 1% เราก็ลองชาร์จเร็ว 80W Ultra Charge ต่อแค่ 5 นาที (เมื่อเจอนาทีเร่งด่วน) ก็ใช้งานต่อได้อีกหลายชั่วโมงแล้วล่ะครับ



มาพร้อม Bypass Charging ชาร์จไปก็ใช้งานต่อได้สบายใจ !
realme P4 Power 5G มาพร้อมกับเทคโนโลยีการชาร์จบายพาส (Bypass Charging) ซึ่งจะเป็นการชาร์จที่เข้าตรงไปยังเมนบอร์ดเพื่อไม่ให้แบตเตอรี่ร้อนเกินไป ซึ่งปกติแล้วมักจะใช้ในตอนเล่นเกมเท่านั้น แต่รุ่นนี้เปิดใช้ตอนใช้งานทั่วไปก็ยังได้เหมือนกัน เรียกว่าเป็นระบบ All-Scenario Bypass Charging รุ่นอัปเกรดเลยทีเดียว ทำให้เราใช้งานทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเล่นเกม ดูวิดีโอ เล่นโซเชียล หรือไลฟ์สตรีมได้แบบสบายใจทุกสถานการณ์

ประสิทธิภาพ และการเล่นเกม
ผู้บุกเบิกประสิทธิภาพด้วยขุมพลัง Dimensity 7400 Ultra 5G
realme P4 Power 5G ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล MediaTek Dimensity 7400 Ultra 5G โดยเป็นชิปตัวกลางที่ให้ประสิทธิภาพระดับสูง เป็นผู้นำของชิปที่อยู่ในระดับเดียวกันด้วย ชิปรุ่นนี้มาแบบ Octa Core แบ่งเป็นคอร์ใหญ่และคอร์เล็กอย่างละ 4 คอร์ ทำให้มีประสิทธิภาพที่เสถียรในการเล่นเกมหรือใช้งานหนัก รวมถึงจัดการงานทั่วไปได้อย่างแบบประหยัดพลังงานด้วย

Dynamic RAM รวมสูงสุดถึง 26GB !!
RAM ที่ให้มาในรุ่นนี้จะอยู่ที่ 12GB ซึ่งเพียงพออยู่แล้ว ไม่ว่าจะเล่นเกม ทำงาน ใช้งานทั่วไป แต่ก็สามารถเปิดการขยาย RAM ได้อีกสูงสุดถึง 14GB มากกว่า RAM ที่ให้มาในเครื่องซะอีก ทำให้รวมสูงสุด 26GB (12GB + 14GB)

ผลการทดสอบบน AnTuTu v11 และ Geekbench 6
- ผลคะแนนการทดสอบด้านประสิทธิภาพด้าน CPU, GPU และหน่วยความจำบน AnTuTu v11.1.2 ได้มาที่ 1,023,637 คะแนน
- ผลคะแนนด้าน CPU บน Geekbench 6.7.1 ทำ Single-Core ไปที่ 1,033 คะแนน และ Multi-Core ที่ 2,880 คะแนน

ทดสอบการเล่นเกม
Mobile Legends: Bang Bang
ในเกม Mobile Legends: Bang Bang เราสามารถเปิดทุกอย่างสูงสุดได้ เปิดเฟรมเรทได้ระดับสูงสุดถึง 120fps ด้วย ใครที่เอามาเล่นเกมนี้ก็ทำได้สบาย ตลอดทั้งเกม

PUBG Mobile
สำหรับเกม PUBG Mobile เราก็เปิดภาพได้ในระดับ HDR และเฟรมเรทสูงมากด้วย ซึ่งการตอบสนองของหน้าจอทำได้ดีมาก การควบคุมตัวละครแม่นยำ พร้อมเฟรมเรทที่นิ่งและภาพกราฟิกที่สวยงามตลอดการเล่น

มาพร้อม AI ตัวช่วยการเล่นเกม
ในการเล่นเกมก็มาพร้อมกับตัวช่วย AI ที่ใส่เข้ามาให้หลักๆ 2 อย่างด้วยกัน ดังนี้
- Quick AI Replies : ช่วยให้เราเล่นเกมได้แบบไม่มีสะดุด เพราะจะใช้ AI เพื่อสร้างข้อความตอบกลับหลายรูปแบบ จากนั้นก็เป็นการกดเพื่อตอบกลับไปยังแชทที่ส่งมาหาเราได้ทันที

- Aim Assist : เป็นการเปิดเป้าเล็งไว้ที่ตรงกลางหน้าจอตลอดเวลา เหมาะกับเกม Battle Royale หรือ PUBG Mobile ที่เวลาใช้ไรเฟิลก็จะไม่มีเป้าเล็งมาให้ ทำให้ฟีเจอร์นี้ช่วยได้มากเลยครับ


ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชันการใช้งาน
แกะกล่องมาบน Android 16 พร้อม Flux Engine ใช้งานได้เสถียรมากขึ้น
realme P4 Power 5G แกะกล่องมาบน Android 16 ครอบทับด้วย realme UI 7.0 พร้อมด้วย Flux Engine เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพระบบครั้งแรกของ realme ทำให้ทุกการใช้งานและแอนิเมชันต่างๆ ก็ไหลลื่นมาก การแสดงผลทำได้อย่างเนียนตามากขึ้น ทั้งนี้ บน realme UI 7.0 ก็มีการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีสำคัญ ดังนี้
- Flux Animation Framework: ระบบเฟรมเวิร์กแอนิเมชันครั้งแรกของ realme
- Flux Scheduling Algorithm: เทคโนโลยี Dynamic Frame Generation ระดับชิปครั้งแรกของ realme
- FluxBooster: สถาปัตยกรรมการประมวลผลใหม่ที่รองรับการผสานข้อมูลข้ามระดับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และที่ขาดไม่ได้เลยคือการอัปเดตต่างๆ รุ่นนี้รองรับอัปเดต Android อีก 3 เวอร์ชัน จนถึง Android 19 และอัปเดตซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยถึง 4 ปีเต็ม


NEXT AI ผู้ช่วยที่ทำให้ภาพถ่ายสมบูรณ์แบบ
ในการใช้งาน NEXT AI จะมีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่เข้ามาด้วย ซึ่งจะเน้นการใช้งานด้านภาพถ่าย ตามนี้เลย
AI Instant Clip
เป็นฟีเจอร์ช่วยตัดต่อวิดีโอแบบอัตโนมัติที่ใช้งานง่าย สามารถสร้างคลิปพร้อมแชร์ลงโซเชียลมีเดียได้ภายในไม่กี่ขั้นตอน เพียงแค่เราเลือกวิดีโอหรือรูปภาพหลายรายการจากอัลบั้ม จากนั้นก็ให้เทมเพลตอัจฉริยะช่วยจัดการ ซึ่งผลลัพธ์จะเป็นการสร้างวิดีโอสั้นได้ง่ายๆ

AI Perfect Shot
AI Perfect Shot ช่วยปรับองค์ประกอบภาพใหม่โดยอัตโนมัติ เพื่อให้ได้มุมมองที่สวยงามและสมดุลยิ่งขึ้น ช่วยแก้เฟรมเพื่อให้ได้มุมมองที่ลงตัวกว่าเดิม มีหลายอัตราส่วนให้เลือก และจะมีใบหน้าใหม่ขึ้นมาให้เลือก สำหรับใบหน้าที่อาจจะไม่ได้ลืมตาอยู่ โดยจะได้ AI มาจดจำใบหน้าจากภาพถ่ายอื่นๆ มาช่วย

AI Edit Genie
สำหรับ AI Edit Genie ที่สร้างสรรค์ภาพนั้นมีอยู่แล้ว แต่มีการเพิ่มเครื่องมือมาให้อีก 2 อย่างเพื่อปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ให้สุดกว่าเดิม ดังนี้
- AI LightMe มาพร้อม 4 โหมดแสง ช่วยปรับแสงและเงาใหม่ เปลี่ยนภาพ Portrait ธรรมดาให้สนุกกว่าเดิม โดยจะมี 4 แบบให้เลือก ได้แก่ Window Shadow, Party Neon, Spotlight และ Random Light


- AI StyleMe มี 3 สไตล์ให้เลือก เพิ่มความสนุกกับการเล่นภาพบนโซเชียลมีเดียได้มากยิ่งขึ้น โดยมี 3 แบบ ได้แก่ 3D Emoji, Modeling Photoshoot และ Cartoon Shot


ลำโพงเสียงดังสุด 400% UltraBoom
realme P4 Power 5G จัดเต็มลำโพงให้ทรงพลังเสียงกระหึ่มด้วย 400% UltraBoom ทำให้เราได้ยินเสียงลำโพงชัดเจนแน่นอนแม้ว่าจะอยู่ในที่ที่มีเสียงรบกวนสูงครับ

ประสบการณ์ถ่ายภาพด้วยกล้องคมชัดสูง 50MP
realme P4 Power 5G มาพร้อมกับกล้องหลังที่ให้เซ็นเซอร์ Sony IMX882 คมชัดสูง 50MP มี AI เข้ามาช่วยประมวลผล มีความฉลาดของ AI ช่วยจัดการให้เก็บทุกความทรงจำได้อย่างสมบูรณ์แบบ

กล้อง 50MP ถ่ายสวยทุกสถานการณ์
กล้องของรุ่นนี้ให้โทนสีสดใส คอนทราสกำลังดี และเก็บรายละเอียดได้ค่อนข้างครบถ้วน เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบภาพสไตล์สีสันโดดเด่นพร้อมนำไปแชร์บนโซเชียลได้ทันที สามารถถ่าย HDR อัตโนมัติเพื่อย้อนแสงได้ดี เก็บแสงและเงาได้ค่อนข้างชัดเจนเลย ที่สำคัญ ในการถ่ายโหมด Portrait ก็ทำได้ยอดเยี่ยม ตัดขอบได้ดีเลยทีเดียว ปรับแต่งความสวยงามบนใบหน้าได้ดี เนียนตา และดูเป็นธรรมชาติครับ



















เปิดมุมมองที่กว้างขึ้นด้วยกล้อง Ultra-Wide
ในเลนส์ Ultra-Wide ก็ทำให้เราถ่ายภาพได้กว้างขึ้นกว่าเดิม เก็บครบองค์ประกอบได้แน่นอน สามารถเก็บสถานที่ต่างๆ หรือวิวะรรมชาติได้ครบถ้วน โดยไม่ต้องถอยหลังเยอะเลย






เซลฟี่ก็สวย คมชัด 16MP
สายเซลฟี่ก็น่าจะถูกใจพอสมควรเลยเพราะให้มาที่ความละเอียด 16MP เก็บภาพได้อย่างคมชัด และสามารถปรับแต่งความสวยบนใบหน้าได้ละเอียดด้วย








รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K
ในรุ่นนี้ก็รองรับการถ่ายภาพวิดีโอระดับสูงสุด 4K @30fps และในโหมด Pro Video ก็อัปเกรดให้ให้ติดตามวัตถุอัจฉริยะเพื่อความแม่นยำขึ้นด้วย

สรุปการใช้งาน realme P4 Power 5G
realme P4 Power 5G คือสมาร์ตโฟนที่ให้พลังแบตเตอรที่อึดมาก ใช้งานได้ทั่วไปแบบเกินวันได้เลย เป็นเพียงไม่กี่รุ่นที่ทำได้ ด้วยความจุแบตเตอรี่ Titan ที่ให้มาถึง 10001mAh ก็ทำให้มาถึงจุดนี้ได้ครับ และยังชอบตรงที่มีฟังก์ชันเรื่องความปลอดภัยของแบตเตอรี่มาใช้เพื่อความมั่นใจต่อผู้ใช้งานครับ ส่วนหน้าจอก็ใหญ่ พาเนล AMOLED สีความสว่างและสีสันสดใส ไหลลื่นสูง 144Hz ขณะที่ชิป Dimensity 7400 Ultra ก็ทำได้ดี ประหยัดพลังงานมากขึ้น ยิ่งทำงานร่วมกับ realme UI 7.0 ที่ใช้งานก็เร็วแรงและไหลลื่นมาก

รีวิว realme P4x 4G l realme P4 Lite 4G
เรามาต่อกับส่วนที่ 2 กันเลย กับ 2 รุ่นกลาง realme P4x 4G และ realme P4 Lite 4G ที่มีการเน้นด้านแบตเตอรี่ มีความอึด ถึก ทนเหมือนกัน หน้าจอ Refresh Rate สูง พร้อมด้วยฟังก์ชันการเล่นเกมที่เข้ามาเสริมความสะดวกมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้เป็นสมาร์ตโฟนตระกูล “Non-stop Smooth Gaming” ทั้ง 2 รุ่นจะเป็นยังไง มาดูกันเลยครับ !!

ดีไซน์โฉบเฉี่ยวแบบ Aero Racing (รุ่น realme P4x 4G)
พามาดูดีไซน์ของ realme P4x 4G กันก่อนเลย ตั้งแต่แรกเห็นก็จะรู้เลยว่ามีความโฉบเฉี่ยวแบบ Aero Racing มีแถบที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากโลกแห่งความเร็ว

โดยสีที่เห็นอยู่นี้จะเป็นสี Phantom Navy ที่เป็นแรงบันดาลใจมาจากด้านมืดของความเร็ว ให้ความเข้มลุ่มลึก ทำให้ถ่ายทอดอารมณ์ของนักแข่งในตอนกลางคืนได้เป็นอย่างดี

ความพิเศษด้านดีไซน์ของ realme P4x 4G ยังมี Pulse Light ที่จะเป็นไฟแสดงสถานะที่โมดูลกล้องหลัง ซึ่งจะสว่างในตอนที่มีการใช้งานต่างๆ เช่น สายเรียกเข้า การชาร์จ นาฬิกาปลุก หรือจะกดเปิดตลอดเวลาก็ได้เช่นกัน รวมถึงยังมีให้เลือกสีสันของไฟได้ถึง 9 สี

ดีไซน์แห่งอนาคต พร้อมสีสันสดใส (realme P4 Lite 4G)
ในรุ่น realme P4 Lite 4G จะมาในธีม Future Tech ที่มีความสดใส ความล้ำสมัยของฝาหลัง โดยส่วนล่างจะเป็นผิวด้านสวยงาม มีความเป็นกลิตเตอร์ทั่วฝาหลังด้วย ขณะที่ส่วนบนจะเป็นแถบเงามัน เพิ่มมิติความสวยงามขึ้นไปอีกขั้น

โดยสีที่อยู่ในมือเราจะเป็นสีม่วง Pulse Purple สื่อถึงพลังอันแข็งแกร่งและพลังงานดิจิทัล ดูทันสมัยและแข็งแกร่งในตัว

ใช้งานได้มั่นใจกว่าเดิมด้วยการกันน้ำและฝุ่น IP64
สมาร์ตโฟนทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมมาตรฐานกันน้ำและฝุ่น IP64 เหมือนกัน ซึ่งเป็นการปกป้องตัวเครื่องจากฝุ่นละอองและละอองน้ำ ให้เราได้มั่นใจในการใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

เครื่องทนทานและแข็งแกร่ง ArmorShell Protection
ทั้งคู่มาพร้อมโครงสร้าง ArmorShell ที่อัปเกรดขึ้นมาใหม่ ทำให้ดีไซน์ดูดซับแรงกระแทกภายในและกระจกหน้าจอที่เสริมความแข็งแรง มีการผ่านทดสอบมาตรฐาน MIL-STD-810H ระดับทหาร และรองรับการตกกระแทกจากความสูงสูงสุด 2 เมตรบนพื้นหินอ่อนอีกด้วย

หน้าจอ 120Hz Ultra Smooth Display ขนนาดใหญ่ 6.8″
หน้าจอแสดงผลของทั้ง realme P4x 4G และ realme P4 Lite 4G ให้มาเหมืนกัน ตั้งแต่พาเนล LCD ขนาดใหญ่ถึง 6.8 นิ้ว มีความคมชัดระดับ HD+ ซึ่งมีความไหลลื่นในการใช้งานด้วย Refresh Rate 120Hz ทำให้ใช้งานได้ติดนิ้ว และไหลลื่นมากกว่าเดิมครับ

ทั้งคู่มาพร้อมความสว่างสูงสุด 900 nits ซึ่งหน้าจอยังคงเห็นได้ค่อนข้างชัดเมื่ออยู่ในที่กลางแจ้งครับ

พลังแบตเตอรี่ Titan สูงสุด 8000mAh
ในรุ่น realme P4x 4G จัดแบตเตอรี่ระดับ Titan มาถึง 8000mAh เป็นสมาร์ตโฟนรุ่นที่ให้แบตมาใหญ่ที่สุดในเซกเมนต์เดียวกันแล้วครับ สามารถใช้งานได้ยาวนานมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมได้นานสูงสุดกว่า 9 ชั่วโมง อย่าง MLBB ได้สูงสุด 9.48 ชั่วโมง หรือ PUBG ได้สูงสุด 10.25 ชั่วโมง เป็นต้น


ทั้งนี้ การชาร์จเร็วก็อยู่ที่ 45W SUPERVOOC ทำให้ชาร์จจาก 0-100% ได้ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้นเอง

แบตเตอรี่ไม่ได้ดีแค่ใหญ่เท่านั้น แต่ยังอึดมากด้วยการใช้งานยาวนานถึง 7 ปี ด้วยเทคโนโลยี Bionic Repair Technology ที่ช่วยดูแลและยืดอายุแบตเตอรี่ให้มากกว่าปกติ รองรับรอบการชาร์จได้มากกว่า 1,600 รอบ และยังทำงานได้ในอุณหภูมิตั้งแต่ -20°C ถึง 53°C อีกด้วยครับ

ในรุ่นน้อง realme P4 Lite 4G ให้แบตเตอรี่มาที่ 7000mAh โดยเป็นรุ่นที่บางที่สุดในเซกเมนต์ที่ 8.38 มม. เล่นเกมได้ต่อเนื่องประมาณ 8 ชั่วโมง แถมยังมีรองรับอายุการใช้งานแบตถึง 6 ปี ด้วยเทคโนโลยี Bionic Repair Technology เหมือนกัน

สำหรับ realme P4x 4G และ realme P4 Lite 4G ต่างเปลี่ยนเป็นพาวเวอร์แบงค์ได้ด้วยฟีเจอร์ 6W Reverse Charging ที่ชาร์จอุปกรณ์อื่นได้อีกด้วย

ประสิทธิภาพเต็มสปีดด้วยขุมพลัง Unisoc T7250 และ AI Gaming Partner
realme P4x 4G และ realme P4 Lite 4G มาพร้อมกับขุมพลัง Unisoc T7250 Octa-Core เป็นชิปเซ็ตตัวกลางรุ่นประหยัด ที่ใช้งานได้ไหลลื่น เต็มประสิทธิภาพในระดับเดียวกัน ทำงานหลายอย่างได้ไหลลื่น หรือเล่นเกมทั่วไปก็ทำได้ยอดเยี่ยม

มาพร้อม AI Gaming Partner ผู้ช่วยที่ให้ชัยชนะอยู่แค่เอื้อม !
ทั้ง 2 รุ่นนี้มาพร้อมกับระบบ Game Space ที่เป็นการรวมฟีเจอร์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมไว้อย่างในที่เดียวกันเลย ซึ่งจะมี 5 อย่างให้ใช้งาน ดังนี้
- Ultra Boost: เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมให้เป็นระดับพิเศษ (Ultra) และรีดประสิทธิภาพของ CPU / GPU เพื่อใช้ในการเล่นเกมทั้งหมด
- Network Optimization: ปรับให้เครือข่ายให้วคามสำคัญกับการเล่นเกมเป็นอย่างแรก เพื่อให้ Latency ต่ำ เล่นได้ลื่นและเสถียรมากขึ้น
- Cleanup Acceleration: เป็นการเคลีย์ RAM และปิดแอปพลิเคชันเบื้องหลังอัตโนมัติ เพื่อให้เล่นเกมได้ลื่นๆ
- Do Not Disturb: ปิดกั้นการแจ้งเตือน ทั้งสายเรียกเข้าและจากแอปพลิเคชั่นทั้งหมด
- Game Manager: รวมทุกเกมไว้ในที่เดียวเพื่อให้ง่ายกับการเปิดเกม




ทดสอบเล่นเกม
เราได้ทดสอบการเล่นเกมของทั้ง 2 รุ่นเอาไว้ มีการเล่น ROV และ Call of Duty: Mobile ที่เปิดกราฟิกตามค่าเริ่มต้นเลย การเล่นทั้ง 2 เกมก็ทำได้ดี ไหลลื่น เฟรมเรทวิ่งเต็ม อาจจะมีลดลงมาบ้าง แต่ไม่ได้เหวี่ยงจนทำให้กระตุกครับ แต่ภาพรวมแล้ว คือทำได้ดี กราฟิกยังคงสวย และการสัมผัสระหว่างเกมก็ทำได้ดีมาก

แกะกล่องมาพร้อม Android 16 ใช้งานไหลลื่นหลายปี
ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 16 ที่มีการใช้งานไหลลื่น ทั้งยังมีการรับประกันความลื่นไหลและการตอบสนองที่ดีต่อเนื่องนาน 4 ปี หรือ 48 เดือน

ชุดเครื่องมือ AI Editor อัจฉริยะให้มาเพียบ !
ทั้ง realme P4x 4G และ realme P4 Lite มี AI ให้ใช้งานในด้านการแต่งภาพมาหลักๆ 3 แบบ เพื่อให้เราใช้งานง่าย ดังนี้
- AI Eraser: ลบวัตถุหรือบุคคลที่ไม่ต้องการออกจากภาพได้
- AI Clear Face: เพิ่มความคมชัดให้ใบหน้า และคมชัดระดับ HD
- AI Image Matting: แยกวัตถุออกมาจากภาพ แค่กดค้างที่วัตถุที่ต้องการ ซึ่งเราสามารถทำเป็นสติกเกอร์หรือแชร์ได้ทันที

มาพร้อมกับ AI Outdoor Mode เพิ่มประสิทธิภาพในสถานที่กลางแจ้ง
ทั้ง 2 รุ่นมี AI Outdoor Mode ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานทั้งหมดในที่กลางแจ้ง ตั้งแต่การเพิ่มความสว่างหน้าจอสูงสุด เพิ่มความลื่นไหลของระบบได้สูงสุดถึง 90% และเพิ่มความเร็วเครือข่ายสูงสุดถึง 22%

กล้อง AI คมชัดสูงสุด 50MP
เรื่องกล้องเราก็มีมาฝากเล็กน้อยครับ โดย realme P4x 4G ได้กล้องหลังคมชัดสูงสุด 50MP ทำให้ถ่ายได้คมชัดกว่า ส่วนรุ่น realme P4 Lite ให้กล้องหลังมาที่ 8MP การใช้งานทั่วไปก็ถ่ายปกติเลยครับ และกล้องหน้าทั้งคู่ให้มาเหมือนกันที่ 5MP



























สรุปการใช้งาน realme P4x 4G และ realme P4 Lite
การใช้งาน realme P4x 4G และ realme P4 Lite ทั้ง 2 รุ่นนี้จัดว่าโดดเด่นในเรื่องของแบตเตอรี่ไม่ต่างจากรุ่น realme P4 Pwer 5G เลยครับ ให้มาเยอะมากแบบ Titan ที่ความจุ 8000mAh และ 7000mAh ตามลำดับ ซึ่งการชาร์จก็ยังเร็วสูงสุดที่ 45W SUPERVOOC ทั้งนี้ การเล่นเกมก็ยังมีฟีเจอร์ใส่เข้ามาให้เพิ่มความไหลลื่นก่อนการเล่นได้เยอะมากๆ ขณะที่ดีไซน์ก็มีความสวยงาม โฉบเฉี่ยวทั้งคู่เลย

ราคา realme P4 Series
ปิดท้ายด้วยราคาของ realme P4 Series ทั้ง 3 รุ่นกัน โดย realme P4 Power 5G จำหน่ายในสี Power Silver ในรุ่นความจุ 12+256GB ราคา 16,999 บาท
พิเศษ! สามารถพรีออเดอร์ได้ก่อนใครผ่านช่องทาง Shopee ตั้งแต่วันที่ 3-11 มิถุนายน รับฟรี realme P4 Power Gift Box และประกันจอแตก 1 ปี 1 ครั้ง รวมมูลค่าของแถม 10,597 บาท และเป็นเจ้าของได้พร้อมกันผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซทุกแพลตฟอร์มวันที่ 12 มิถุนายนเป็นต้นไป

realme P4X มีทั้งหมด 2 สี คือ สี Rally White และ Phathom Navy มาพร้อมความจุ 4+256GB ราคา 7,999 บาท สั่งซื้อได้ผ่านทาง Shopee, Lazada และ Tiktok Shop โดยวางจำหน่ายในวันที่ 3 มิถุนายนเป็นต้นไป
realme P4 Lite มี 2 สี ได้แก่ Pulse Purple และ Titan Grey มาพร้อมความจุ 4+64GB ราคา 4,499 บาท และความจุ 4+128GB ราคา 5,499 บาท สั่งซื้อได้ผ่านช่องทาง Shopee, Lazada และ Tiktok Shop โดยวางจำหน่ายในวันที่ 3 มิถุนายนเป็นต้นไป
รีวิว realme Watch S5
มาปิดท้ายกับ realme Watch S5 สมาร์ตวอทช์คู่ใจสายสปอร์ต ได้ดีไซน์คลาสสิก ฟีเจอร์เพียบ มีปุ่มควบคุมที่ใช้งานได้ง่ายมาก

สเปค realme Watch S5
- น้ำหนักตัวเรือน 32 กรัม (ไม่รวมสาย)
- หน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 1.43 นิ้ว ความละเอียด 466 x 466 พิกเซล ความสว่างสูงสุด 1,500 nits และ Refresh Rate60Hz
- มาตรฐานกันน้ำ 5ATM
- รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth
- รองรับระบบปฏิบัติการ Android และ iOS
- แบตเตอรี่ 460mAh
ดีไซน์สวยระดับเรือธง !
บอกเลยว่า realme Watch S5 ให้ดีไซน์ที่มีความสวย ไซซ์เล็ก และมินิมอล โดยเฉพาะสีขาว Sand White ที่มีความคลีน สายรัดจะออกมาเป็นสีครีมขาว และตัวเรือนจะเป็นสีเงินสวยงาม


ตัวเรือนจะเป็นแบบอะลูมิเนียมอัลลอยผิวด้าน ฝั่งขวาจะมีปุ่มโลหะ 3 ปุ่มให้ใช้งาน และจัดเรียงได้อย่างลงตัว

การสวมใส่ก็สบายมากๆ น้ำหนักเบาสุดๆ แค่ 32 กรัม (ไม่รวมสาย) และบางแค่ 11.8 มม. เท่านั้น ทำให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ ก็ใช้งานได้สบายข้อมือตลอดทั้งวันแน่นอนครับ



ส่วนฝาหลังใช้วัสดุที่เป็นเทคโนโลยี NCVM สัมผัสคล้ายเซรามิก เพิ่มความหรูหรา และความทนทานได้ในเวลาเดียวกัน !

ตัวเรือนจะมี 3 ปุ่มให้ใช้งาน โดยปุ่มล่างสุดจะเป็นปุ่มทางลัด เพื่อเข้าถึงด่วน เช่น เข้าโหมดออกกำลังกายทันที เป็นต้น ส่วนปุ่มตรงกลางจะเป็นปุ่มย้อนกลับ โดยสามารถหมุนเพื่อเลื่อนขึ้น-ลงได้ และปุ่มบนสุดจะเป็นปุ่มเข้าหน้าหลักทันที

กันน้ำ 5ATM เทียบเท่ารุ่นระดับพรีเมียม
แม้จะเป็นรุ่นราคาประหยัด แต่ realme Watch S5 ยังมาพร้อมมาตรฐานกันน้ำ 5ATM หรือเทียบเท่าแรงดันน้ำได้ความลึกสูงสุด 50 เมตร ใส่ว่ายน้ำได้ ซึ่งนี่เป็นมาตรฐานที่ใส่มาในรุ่นระดับเรือธงเลยทีเดียว

หน้าจอทรงกลม AMOLED ขนาด 1.43″ รองรับ Always-On Display
realme Watch S5 เป็นหน้าจอทรงกลม พาเนล AMOLED ทำให้สีสันมีความสดและความสว่างสูง โดยมีขนาดอยู่ที่ 1.43 นิ้ว ความละเอียด 466 x 466 พิกเซล ความสว่างสูงสุด 1,500 nits สู้แสงกลางแจ้งได้สบาย

ที่สำคัญ ด้วยการเป็นหน้าจอ AMOLED ก็รองรับโหมด Always-On Display ที่แสดงผลเวลาตลอดเวลาแบบไม่ต้องยกข้อมือขึ้นมาดู

หน้าปัดก็มีให้เลือกหลายสไตล์
สมาร์ตวอทช์รุ่นนี้มาพร้อมกับการปรับแต่งหน้าปัดในตัวเรือนมาให้ 12 แบบ มีมั้งแบบคลาสสิก แบบดิจิทัล หรือหน้าปัดอนาล็อก โดยสามารถเลือกได้เพิ่มเติมผ่านแอป realme Link


มีโหมดกีฬามากถึง 110 รูปแบบ
ใครที่ใช้ realme Watch S5 และต้องการออกกำลังด้ายด้วย ก็มาพร้อมกับโหมดกีฬาที่มีให้เลือกถึง 110 โหมด มีการตรวจจับบางชนิดกีฬาอัตโนมัติด้วย เช่น การวิ่ง หรือการเดิน เป็นต้น ทั้งนี้ ยังมีฟีเจอร์การวิ่งอัจฉริยะ ที่มีการตั้งเป้าหมาย การวิ่งตามจังหวะเมโทรนอม ระบบ Pace Companion ช่วยให้การฝึกซ้อมมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นกว่าเดิม


ฟีเจอร์ด้านสุขภาพแบบจัดเต็ม
นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ก็ยังมีการตรวจจับด้านสุขภาพเพียบ ไม่ว่าจะเป็นการติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ การวัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) การติดตามการนอนหลับ การวัดระดับความเครียด และฟีเจอร์ติดตามรอบประจำเดือน




แบตเตอรี่อึด ใช้งานได้นานสูงสุด 20 วัน
realme Watch S5 ก็ให้เราได้ใช้งานนานนานมากๆ โดยให้แบตเตอรี่มาที่ 460mAh ซึ่งการชาร์จ 1 ครั้ง สามารถใช้งานได้นานสูงสุด 20 วัน หรือถ้าใครใช้งานแบบหนักๆ ทั้งออกกำลังกายหรือวัดค่าสุขภาพตลอดทั้งวันก็อยู่ได้เกือบสัปดาห์เลยทีเดียว

ราคา realme Watch S5
สำหรับราคาของ realme Watch S5 อยู่ที่ 3,999 บาท โดยวางจำหน่ายในวันที่ 3 มิถุนายนเป็นต้นไป
