รีวิว OPPO Find N6 นิยามใหม่แห่งดีไซน์ รอยพับที่แทบมองไม่เห็น พร้อมกล้อง Hasselblad 200MP

โดย Shine

รีวิว OPPO Find N6 สมาร์ตโฟนจอพับรุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมคำนิยามใหม่แห่งดีไซน์ รอยพับที่แทบมองไม่เห็น คล่องตัว เบาบาง รองรับ OPPO AI Pen ได้กล้องทรงพลัง Hasselblad Master และขุมพลังเรือธง Snapdragon 8 Elite Gen 5

สรุปสเปค OPPO Find N6

  • ขนาดตัวเครื่อง : 159.87 × 145.58 × 4.21 มม. (ตอนกาง) / 159.87 × 74.12 × 8.93 มม. (ตอนพับ)
  • น้ำหนัก : 225 กรัม
  • หน้าจอแสดงผลด้านใน LTPO OLED ขนาด 8.12 นิ้ว ความละเอียด 2480 × 2248 พิกเซล, 412PPI รองรับ Adaptive Refresh Rate 1-120Hz, HDR Vivid/Dolby Vision และความสว่างสูงสุด 2500 nits
  • หน้าจอแสดงผลด้านนอก LTPO OLED ขนาด 6.62 นิ้ว ความละเอียด 2616 × 1140 พิกเซล, 431PPI รองรับ Adaptive Refresh Rate 1-120Hz ความสว่างสูงสุด 3600 nits และกระจก Ultra-Thin Nanocrystal Glass
  • มี OPPO AI Pen ลื่นไหลบน ColorOS 16
  • หน่วยประมวลผล : Snapdragon 8 Elite Gen 5 แบบ 7-Cores ความเร็ว Clock สูงสุด 4.6GHz
  • GPU : Adreno 840
  • RAM : 16GB LPDDR5X
  • ROM : 512GB UFS 4.1 @2Lanes
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์จาก Hasselblad ดังนี้
    • เลนส์หลัก 200MP รูรับแสง f/1.8 เซ็นเซอร์ ISOCELL HP5 ขนาด 1/1.56″ และรองรับกันสั่น OIS
    • เลนส์ Ultra-Wide Angle 50MP รูรับแสง f/2.0 และเซ็นเซอร์ ISOCELL JN5 ขนาด 1/2.75″
    • เลนส์ Periscope Telephoto 3x 50MP รูรับแสง f/2.7 เซ็นเซอร์ ISOCELL JN5 ขนาด 1/2.75″ และรองรับกันสั่น OIS
    • เลนส์ True Color 2MP รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าด้านในและด้านนอก 20MP รูรับแสง f/2.4 เซ็นเซอร์ ISOCELL KD1
  • รันทุกอย่างลื่นไหล บน ColorOS 16
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 7, Bluetooth 5.4, NFC, 5G และพอร์ต USB Type-C (USB 3.1)
  • แบตเตอรี่ความจุ 6000mAh รองรับชาร์จเร็ว 80W SUPERVOOC และชาร์จไร้สาย 50W AIRVOOC

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

แกะกล่อง OPPO Find N6 กันก่อนดีกว่า !

ก่อนอื่นเลย มาดูของที่อยู่ในกล่องของ OPPO Find N6 กันดีกว่าว่ามีอะไรให้มาบ้าง ตัวกล่องมาในลุคคลีนๆ มินิมอลสีเทาอ่อนๆ ให้ความพรีเมียมมาก

เปิดมาชั้นแรกจะเจอกับตัวเครื่อง OPPO Find N6 ที่กางอยู่แบบเด่นๆ โดยหน้าจอด้านนอกติดฟิล์มกันรอยมาให้แล้วด้วย

ส่วนชั้นภายในจะมีทั้งสายชาร์จแบบ USB Type-A to Type-C และกล่องอุปกรณ์เสริม ทั้งเคสฝาหลัง และกรอบที่หน้าจอด้านนอก รวมถึงยังมีเอกสารคู่มือการใช้งานเบื้องต้น และเข็มเปิดถาดซิมด้วยครับ

สรุปแล้วในกล่องจะมีอุปกรณ์ ดังนี้

  • ตัวเครื่อง OPPO Find N6
  • สายชาร์จ USB Type-A to Type-C
  • เข็มเปิดถาดซิม
  • เคสฝาหลัง และจอด้านนอก
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

ดีไซน์บางเบาขั้นสุดของจอพับ พร้อมนวัตกรรมโครงสร้างสุดแกร่ง !

บอกเลยว่าตัวชูโรงของ OPPO Find N6 คือเรื่องดีไซน์ที่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมให้มีความแข็งแกร่งและทนทานมากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงยังคงมีความพรีเมียม บางและเบาเสมือนสมาร์ตโฟนเรือธงทั่วไปอีกด้วย ซึ่งความบางตอนกางอยู่แค่เพียง 4.21 มม. เท่านั้น ขณะที่ตอนพับก็บางแค่ 8.93 มม. และน้ำหนักอยู่ที่ 225 กรัมเท่านั้น

ด้วยตัวเลขนี้ บอกเลยว่า OPPO Find N6 เป็นการออกแบบที่ลงตัวสุดๆ แม้จะเป็นรุ่นจอพับ และการใช้งานก็ถนัดมือมากๆ เพราะมีความโค้งมนตามสรีรศาสตร์ในการจับถือ ไม่รู้สึกบาดมืออะไรเลย แม้ว่าจะถือไปนานๆ

สีสันของ OPPO Find N6 ที่เข้ามาในประเทศไทยจะมี 2 สี คือ สี Stellar Titanium และ Blossom Orange ซึ่งสีที่เราได้มาอยู่ในมือ คือ สีส้ม Blossom Orange ที่เป็นสีสันที่มีชีวิตชีวามากๆ มีความโดดเด่นและฉูดฉาด แต่ยังคงความสวยงามเหมือนกัน

ตัวบานพับและขอบทั้ง 4 ด้านจะได้เป็นสี Rose Gold ที่มีสีทองอ่อนๆ ตัดกับตัวฝาหลังได้อย่างลงตัว

พูดถึงตัวบานพับแล้ว ก็มาดูเรื่องความแข็งแกร่งที่รอบนี้ OPPO ปรับมาใหม่ทั้งหมดเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ในวัสดุส่วนนี้ครับ โดย OPPO Find N6 ใช้บานพับไทเทเนียม เจเนอเรชั่นที่ 2 ถือเป็นที่สุดของนวัตกรรมโครงสร้างสู่ประสบการณ์รอยพับที่แทบมองไม่เห็น โดยบานพับผลิตจากไทเทเนียมที่สามารถทนทานต่อการกาง-พับได้สูงถึง 600,000 ครั้ง และได้รับการรับรองประสิทธิภาพการจัดการรอยพับจาก TÜV Rheinland ด้วยมาตรฐานระดับสูง โดยที่แทบจะไม่เห็นรอยพับตรงกลางหน้าจอเลย ทำให้เราได้รับประสบการณ์การใช้งานและรับชมดีขึ้นกว่าเดิมมากๆ

รวมถึงก็ได้ถูกทดสอบเรื่องความแข็งแกร่งไว้ว่าสามารถพับได้มากกว่า 1,000,000 ครั้ง ก็ยังคงใช้งานได้แบบไม่มีการผิดพลาดอะไร ทำให้เป็นมาตรฐานใหม่ของวงการสมาร์ตโฟนจอพับไปด้วย

ภายในของบานพับของ OPPO Find N6 มีการออกแบบโครงสร้างทรงหยดน้ำใหม่ที่มีความกว้างขึ้นกว่าเดิมถึง 11% ช่วยให้หน้าจอพับและงอได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น และมีความนุ่มนวลกว่าเดิม ช่วยลดแรงกดทับ ทำให้โครงสร้างและกลไกภายในใช้งานได้อย่างยาวนาน และช่วยให้หน้าจอไร้รอยมากขึ้นจนแทบจะมองไม่เห็นเลยล่ะครับ

โมดูลกล้องหลังวงแหวนคอสมอส

ที่ด้านหลังของ OPPO Find N6 เราจะเห็นโมดูลกล้องหลังที่มีความโดดเด่นมากๆ จะเป็นโมดูลกล้องที่มีเอกลักษณ์แบบวงแหวนคอสมอส มีการยกระดับความประณีตและเรียบหรูยิ่งขึ้น โดยที่ตัวเลนส์กล้องมีการจัดเรียงเป็นสี่เหลี่ยมอย่างลงตัว และที่สำคัญ การวางตำแหน่งของโมดูลกล้องนี้ยังช่วยให้เราวางเครื่องบนพื้นราบได้แบบไม่มีอาการสั่นเลย

ทนทานเหนือระดับทั้งน้ำและฝุ่นสูงสุด IP59

OPPO Find N6 ยังมีมาตรฐานกันกันน้ำและฝุ่นระดับ IP56, IP58 และ IP59 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เหนือชั้นที่สุดของสมาร์ตโฟนจอพับของ OPPO สามารถป้องกันละอองน้ำได้อย่างสมบูรณ์ ไปจนถึงการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจทำให้เครื่องตกน้ำได้ด้วยครับ

จอแสดงผลด้านนอก ขอบบางเฉียบใช้งานได้ถนัดในมือเดียว

ขอพลิกมาดูกันที่เรื่องหน้าจอแสดงผลกันบ้าง มาชมที่หน้าจอด้านนอกกันก่อนเลย จะได้พาเนลจอขั้นสูงแบบ LTPO OLED ขนาด 6.62 นิ้ว ที่ไม่เล็กและไม่ใหญ่เกินไป ใช้งานทั่วไปได้ไม่ต่างจากสมาร์ตโฟนทั่วไปเลย รวมถึงยังรองรับ Adaptive Refresh Rate 1-120Hz ที่ช่วยประหยัดพลังงานได้เป็นอย่างดี และขอบหน้าจอก็มีความบางแค่ 1.4 มม. ที่สมมาตรทั้ง 4 ด้าน และนี่ก็คือขอบหน้าจอที่บางที่สุดในสมาร์ตโฟนจอพับแบบทรงหนังสือหรือ Fold ด้วย !

ความสว่างของหน้าจอก็ทำได้ยอดเยี่ยม ตั้งแต่ในที่มืดก็หรี่ได้ต่ำสุดเหลือแค่ 1 nit ผสานด้วยเทคโนโลยี 2160Hz PWM dimming หรือจะไปสูงสุดได้ถึง 3600 nits ด้วย ทำให้ใช้งานได้ทั้งที่มืดและที่กลางแจ้งได้แบบชัดเจน ไม่เมื่อล้าดวงตา

นิยามใหม่แห่งดีไซน์ หน้าจอรอยพับที่แทบมองไม่เห็น

ต่อกันที่หน้าจอหลักด้านในกันเลย บอกเลยว่าเป็นหน้าจอที่แทบไม่เห็นรอยพับจริงๆ ถือเป็นการก้าวกระโดดของเทคโนโลยีหน้าจอพับได้ ซึ่งนี่เป็นผลลัพธ์ของบานพับที่เราอธิบายไว้ด้านบนนั่นเอง ทำให้รอยพับแทบจะมองไม่เห็น เป็นนิยามใหม่ของสมาร์ตโฟนจอพับในยุคนี้เลย และเมื่อรอยพับแทบไม่เห็น ก็ช่วยให้เราใช้งานหน้าจอได้แบบไม่รู้สึกถึงการกระตุกบริเวณส่วนกลางหน้าจอเลย โดยเฉพาะการวาดเขียนที่จะช่วยในเรื่องนี้มากๆ ครับ

เรื่องของรอยพับหน้าจอ จะเป็นการลดรอยได้มากสูงสุดถึง 82% โดยมีความหนาเพิ่มขึ้นจากกระจก Ultra Thin Glass (UTG) ทั่วไปถึง 50% ช่วยให้มีประสิทธิภาพในการคืนรูปดีขึ้นถึง 100% และมีความทนทานต่อการเสียรูปทรงได้สูงถึง 338%

ด้านสเปคหน้าจอก็จัดเต็มเหมือนกัน จะเป็นแบบ LTPO OLED ใหญ่ถึง 8.12 นิ้ว ความละเอียด 2480 × 2248 พิกเซล ใช้งานได้ไหลลื่นแบบ Adaptive Refresh Rate ตั้งแต่ 1-120Hz รองรับการแสดงผลแบบ HDR Vivid และ Dolby Vision และความสว่างขณะใช้งานกลางแจ้งจะสูงสุด 1800nits และความสว่างสูงสุดสำหรับเนื้อหา HDR จะเร่งได้สูงสุด 2500 nits ทั้งยังสามารถปรับลดความสว่างได้ต่ำสุดถึง 1 nit เหมือนหน้าจอด้านนอกเลย

พาชมรอบเครื่องกันสักหน่อย

พาดูสิ่งที่อยู่รอบเครื่องกันอีกนิดครับ จะขอพูดถึงในแบบที่เครื่องกางอยู่แล้วกันจะได้ไม่งงเนาะ ที่มุมขวาบนหน้าจอด้านในจะมีกล้องหน้าแบบ Punch Hole มาให้ มีความละเอียด 20MP

โดยฝั่งขวาตัวเครื่องจะมีปุ่ม Snap Key ที่เป็นปุ่มเสริมที่เข้ามาช่วยในเรื่องการทำงานของ AI Mind Space หรือฟังก์ชันอื่นๆ ตามต้องการ โดยปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง (รวมถึงการเป็นตัวสแกนลายนิ้วมือ) ก็อยู่ต่ำลงมากกว่าเดิม ทำให้เรากดได้ถนัดขึ้นกว่าเดิมมากด้วยครับ

ที่ด้านล่างตัวเครื่องจะมีไมโครโฟนมาให้ 2 ตัวที่ฝั่งซ้าย ส่วนฝั่งขวาจะได้ไมโครโฟนอีก 1 ตัว ตามด้วยพอร์ต USB-C และลำโพงสเตอริโอ

ด้านบนจะมีทั้งลำโพงสเตอริโออีกตัว รวมถึงไมโครโฟนอีก 1 ตัว (รวมทั้งหมด 4 ตัว) และมีเซ็นเซอร์อินฟราเรดมาให้ใช้งานด้วยครับ

ที่ด้านหลังจะเป็นโมดูลกล้องทรงกลมวงแหวนคอสมอส มีกล้องหลัง 4 เลนส์ พร้อมมีไฟแฟลช LED ที่อยู่ด้านนอกอีก 1 ตัว

และยังมีหน้าจอแสดงผลด้านนอก มีกล้องหน้า Punch Hole 20MP อีก 1 ตัว สเปคเดียวกับกล้องจอด้านในเลย และลำโพงสำหรับการสนทนามาให้ด้วยครับ

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ปลดล็อกพลังการใช้งานด้วย ColorOS 16

แน่นอนว่า OPPO Find N6 ต้องแกะกล่องมาบนระบบปฏิบัติการ Android 16 ที่ครอบทับด้วย ColorOS 16 ซึ่งจะมีฟังก์ชันที่ปรับมาให้เหมาะสมกับสมาร์ตโฟนจอพับแบบจัดเต็มและเยอะมากๆ รวมถึงการจัดการพลังงานก็ทำได้ดี ใช้งานได้ไหลลื่นและมีความเสถียรมากจริงๆ ครับ

ใช้งานอย่างไร้ขีดจำกัดในแบบ Multi-Tasking

การใช้งานสมาร์ตโฟนจอพับ หนึ่งในสิ่งที่จะต้องได้ใช้งานกันแน่นอนคือการใช้งานหลายแอปพลิเคชันพร้อมกัน หรือ Multi-Tasking โดยในรุ่นนี้ก็มีให้เราได้ใช้งานกันหลายรูปแบบมากๆ ดังนี้

หน้าต่างลอยอิสระ (Free-Flow Window)

ในการใช้งานแบบนี้จะเป็นการทำงานบนแอปพลิเคชันที่ทำพร้อมกันได้สูงสุด 4 แอปฯ โดยที่เราสามารถปรับขนาดของหน้าต่างแต่ละแอปได้ทั้งหมดอย่างอิสระ ขึ้นอยู่กันการทำงานนั้นๆ ครับ

Boundless View

ฟีเจอร์นี้จะเป็นการเปิดใช้งานพร้อมกัน 3 แอป แบบวางคู่กัน 2 หน้าต่างพร้อมกัน โดยที่จะมีอีกแอปฯ ที่ซ่อนอยู่ที่ขอบหน้าจอ ซึ่งเราสามารถกดเพื่อกลับมาใช้งานต่อได้เลยทันที

แบ่งหน้าจอแบบ Split View

อีกรูปแบบของการใช้งานของหลายแอปฯ จะเป็นการใช้ 2 แอปพร้อมกัน โดยจะเป็นการแบ่งหน้าจอครึ่งๆ แบบเต็มสัดส่วน ไม่มีแอปฯ ที่ 3 เข้ามาในการใช้งานแบบนี้ครับ

OPPO AI ทรงพลัง ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ

การใช้งานด้าน AI ใน OPPO Find N6 บอกเลยว่าจัดเต็มมากๆ มีให้ใช้งานเพียบ ซึ่งจะมีอะไรบ้าง เราได้รวบรวมมาให้ไว้เลยครับ

AI Mind Space

ในฟีเจอร์นี้จะเริ่มใช้งานได้ด้วยการกด Snap Key 1 ครั้ง โดยจะเป็นการบันทึกและสรุปข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในหน้าจอปัจจุบัน ลงในข้อมูลของ AI Mind Space หรือก็คือเป็นศูนย์รวมข้อมูลและความทรงจำในที่เดียว บันทึกง่ายๆ ทั้งนี้ก็ยังมี Smart Collections จัดระเบียบความจําอัจฉริยะ ใน AI Mind Space โดยจะดึงข้อมูลที่กระจายอยู่ตามแอปต่างๆ มารวมไว้ และจัดหมวดหมู่ให้อัตโนมัติโดยที่ไม่ต้องสร้างโฟลเดอร์เองด้วย

ทั้งนี้ ปุ่ม Snap Key ยังสามารถตั้งค่าให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเราอื่นๆ นอกเหนือจากการใช้ AI Mind Space ได้ เช่น ใช้เปิดกล้องด่วน เปิดไฟฉาย หรือสลับโปรไฟล์เสียง เป็นต้น

ค้นหาข้อมูลได้ทันทีด้วย Circle to Search

ฟีเจอร์นี้คุ้นเคยกันดีอยู่แล้วในการใช้งานเพื่อวงและค้นหาข้อมูลได้ทันที ซึ่งจะทำให้เรารู้ถึงข้อมูลที่ต้องการทราบได้ทันที

มาพร้อมผู้ช่วยอย่าง Gemini เหมือนกัน !

เมื่อมี Circle to Search แล้ว ก็ยังมี Gemini แน่นอน โดยจะเป็นผู้ช่วยที่ช่วยงานต่างๆ ได้ครบ ทั้งการถามข้อมูลต่างๆ การจัดตารางงานหรือเที่ยว รวมถึงการสร้างสรรค์ผลงานหรือภาพได้แบบทันทีด้วย

มี AI Recorder ถอดเสียงพร้อมการสรุปได้ทันที

ฟีเจอร์นี้จะเป็นการถอดเสียงแบบอัจฉริยะ สามารถถอดความเสียงเป็นตัวอักษรให้เห็นแบบสดๆ ทั้งยังมีโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ช่วยแก้ไขคำผิดให้แม่นยำขึ้นกว่าเดิม และสามารถแยกเสียงผู้พูดได้เลยเช่นกัน

ล็อคแอปได้ เพิ่มความปลอดภัยขั้นสูง

ใน ColorOS 16 จะมีฟีเจอร์ที่ให้เราสามารถล็อคแอปพลิเคชันที่ต้องการได้เลยง่ายๆ โดยการเข้าแอปนั้นๆ จะต้องให้รหัสผ่านอีกชุดที่ตั้งขึ้นมาใหม่เพื่อเข้าใช้งานได้ครับ ทั้งนี้ การล็อคก็ทำได้ง่ายมากๆ แค่กดค้างที่ไอคอนแอป และเลือก “ล็อคแอป” เท่านี้ก็พร้อมให้ตั้งค่าเพื่อใช้ได้เลย

OPPO AI Pen นิยามใหม่ของความแม่นยําและอัจฉริยะ

OPPO Find N6 รอบนี้มาพร้อมกับการรองรับการใช้งานปากกา OPPO AI Pen ที่ช่วยเพิ่มอิสระของการใช้งานให้ได้มากกว่าเดิมเพราะออกแบบมาเพื่อรุ่นนี้จริงๆ สเปคหลักของ OPPO AI Pen รองรับแรงกดถึง 4,096 ระดับ เขียนได้แม่นยำ วาดเขียนได้ยอดเยี่ยม ตอบสนองแบบเรียลไทม์ด้วย ทั้งยังได้ประโยชน์จากหน้าจอที่แทบไม่เห็นรอยเพื่อให้วาดหรือเขียนได้แบบไม่มีสะดุดเลยล่ะครับ

นอกจาก OPPO AI Pen แล้ว ก็ยังมาพร้อมกับเคสป้องกันที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ มีช่องเก็บปากกาที่แน่นมาก ไม่หลุดแน่นอน พร้อมเป็นแท่นชาร์จในตัว โดยจะดึงแบตเตอรี่จากสมาร์ตโฟนหรือ Reverse Wireless Charging ที่ชาร์จแค่ 3 นาที ใช้ได้นาน 60 นาที และถ้าชาร์จเต็มจะใช้เขียนต่อเนื่องได้ถึง 120 นาทีเลยทีเดียว

Quick Note การจดโน้ตด่วน

ใครที่มีอะไรที่ต้องการจดอย่างรวดเร็ว ก็สามารถกดปุ่มที่ปากกา 2 ครั้งติดกันเพื่อสลับระหว่างโหมดเขียนและโหมดลบได้ทันที แถมยังแตะปากกาเพื่อจดโน้ตตอนหน้าจอปิดอยู่ได้เลยโดยไม่ต้องปลดล็อกเครื่อง

จดบันทึกได้ทุกหน้าจอด้วย Global Annotation

ในฟีเจอร์นี้เราสามารถเขียนโน้ตทับลงบนหน้าจอไหนก็ได้ โดยกดปุ่มปากกาหรือลากนิ้วจากมุมจอขวาบนลงมา จากนั้นก็สามารถวาดหรือเขียนหน้าจอนั้นได้เต็มที่ และสามารถบันทึกเป็นภาพหรือไฟล์ PDF ส่งต่อได้เลย

มีเลเซอร์พอยเตอร์ด้วย !

OPPO Find N6 ช่วยให้พรีเซนต์งานแบบมืออาชีพ โดยที่เราสามารถลากเส้นเพื่อเน้นจุดสำคัญบนหน้าจอ โดยเส้นที่วาดจะแสดงผลค้างไว้ 3 วินาที แล้วจะค่อยๆ จางหายไปเองครับ

Circle to Capture วงเพื่อใช้งานต่อได้

ฟีเจอร์นี้จะเป็นคนละอย่างของ Circle to Search แต่จะเป็น Circle to Capture ที่ให้เรากดค้างที่ปุ่มบนปากกาและทำการวงเพื่อแคปหน้าจอเฉพาะส่วน ดึงข้อความออกมาใช้ เขียนโน้ตเพิ่ม หรือลากคอนเทนต์ที่เลือกไปที่ขอบจอด้านล่าง เพื่อวางลงในแอปอื่นได้โดยตรง

สร้างแผนภูมิได้ง่ายมากด้วย AI Chart

ฟีเจอร์นี้จะเป็นการใช้งานร่วมกับ Google Gemini ที่สามารถแปลงลายมือที่จดไว้ให้เป็นตัวพิมพ์ได้เลยทันที รวมถึงสามารถสร้างเป็นตารางข้อมูลให้เป็นระเบียบได้ง่ายมากๆ รวมถึงสามารถแก้ไขสีสันและรูปแบบแผนภูมิได้เยอะด้วยครับ

การเชื่อมต่อข้ามระบบ Ecosystem กับ iPhone ได้ !

ฟีเจอร์นี้จะเป็นการทำงานที่พัฒนาต่อจากการแชร์ไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ OPPO ด้วยกันเอง แต่รอบนี้สามารถแชร์ให้กับ iPhone ได้ด้วยผ่านแอปพลิเคชัน O+ Connect ที่ต้องติดตั้งบน iPhone ก่อน จากนั้นเราก็สามารถแชร์ไฟล์ ภาพ หรือข้อความต่างๆ ได้ง่ายขึ้นจากทั้ง 2 ระบบปฏิบัติการนี้

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ชิปเซ็ตเรือธงทรงพลังขั้นสุด Snapdragon 8 Elite Gen 5

OPPO Find N6 ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Snapdragon 8 Elite Gen 5 แบบ 7 คอร์ ความเร็ว Clock สูงสุด 4.6GHz ซึ่งนี่เป็นชิปเซ็ตที่แรงที่สุดบนสมาร์ตโฟนในตอนนี้ โดยการมี 7 คอร์ก็ช่วยให้ลดความร้อนลงมากกว่าเดิมเพื่อปรับแต่งให้เหมาะสมกับตัวเครื่องที่บางมากๆ แต่เรื่องของประสิทธิภาพก็แทบไม่ต่างจากรุ่นปกติเลยครับ ทั้งนี้ GPU Adreno 840 ยังมอบประสิทธิภาพด้านกราฟิกที่สูงขึ้นถึง 23% และประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม 20% ด้วยครับ

ผลการทดสอบบน AnTuTu v11 และ Geekbench 6

  • ผลคะแนนการทดสอบด้านประสิทธิภาพด้าน CPU, GPU และหน่วยความจำบน AnTuTu v11.0.8 ได้มาที่ 3,838,242 คะแนน
  • ผลคะแนนด้าน CPU บน Geekbench 6 ทำ Single-Core ไปที่ 3,450 คะแนน และ Multi-Core ที่ 9,108 คะแนน

เรื่องการเล่นเกมก็จุใจมากจริงๆ !

ด้วยการที่ใส่ชิปเรือธงอย่าง Snapdragon 8 Elite Gen 5 มาให้ การเล่นเกมก็จัดเต็มมากๆ บอกเลยว่าสามารถเล่นได้ทุกเกมบนสมาร์ตโฟนจริงๆ ซึ่งเราลองเล่นทั้ง ROV, PUBG Mobile และ Asphalt Legends บอกเลยว่าทุกเกมเปิดภาพกราฟิกระดับสูงสุดได้ทั้งหมด ภาพสวย เสียงดี และเล่นได้เต็มจอมากด้วย

แบตเตอรี่ขีดสุดแห่งขุมพลัง OPPO Silicon-Carbon ใหญ่ 6000mAh

OPPO Find N6 ได้แบตเตอรี่มาถึง 6000mAh โดยเป็นแบตเตอรี่แบบ Silicon-Carbon ที่เพิ่มขึ้นมาจาก Find N5 ถึง 400mAh ทำให้ใช้งานทั่วไปได้นานขึ้นกว่าเดิมมากๆ ทั้งยังรองรับการชาร์จเร็วผ่านสายแบบ 80W SuperVOOC ทั้งยังรองรับการชาร์จไร้สายที่เร็วถึง 50W AirVOOC

ระบบกล้องขั้นสูง Hasselblad Master

แม้จะเน้นเรื่องดีไซน์เป็นหลัก แต่ OPPO Find N6 ยังคงให้กล้องมาแบบเรือธงด้วยระบบ Hasselblad Master ให้สีสันที่มีความสมจริง สวยงาม จัดการได้ทุกสภาพแสง โดยเราขอสรุปสเปคกล้องไว้ให้คร่าวๆ อีกรอบ ตามนี้

  • เลนส์หลัก 200MP, f/1.8 เซ็นเซอร์ ISOCELL HP5 ขนาด 1/1.56″ และ OIS
  • เลนส์ Ultra-Wide Angle 50MP, f/2.0 และเซ็นเซอร์ ISOCELL JN5 ขนาด 1/2.75″
  • เลนส์ Periscope Telephoto 3x 50MP, f/2.7 เซ็นเซอร์ ISOCELL JN5 ขนาด 1/2.75″ และ OIS
  • เลนส์ True Color 2MP, f/2.4

และกล้องหน้าด้านในและด้านนอก 20MP, f/2.4 เซ็นเซอร์ ISOCELL KD1

กล้อง Hasselblad Master ถ่ายภาพได้สวยอีกขั้นของจอพับ!

อย่างที่บอกไป OPPO Find N6 ได้กล้องเลนส์หลักความละเอียดสูงถึง 200MP มีกล้องที่มีสีสันสมจริงเหมือนกับที่ใช้มาแล้วในเรือธงอย่าง OPPO Find X9 Series ที่มีการใช้เซ็นเซอร์สเปกตรัมชนิดพิเศษ ทำให้สีสันสวยงาม มีความอิ่มสีสูง รวมถึง White Balance หรือสมดุลแสงสีขาวทำได้ดีมากๆ ช่วยให้ทั้งภาพมีความธรรมชาติ จบได้ทุกสภาพแสง และไม่ต้องมานั่งปรับแต่งภายหลังอีกแล้ว

มาพร้อมการซูมไกลออปติคอล 3x

เลนส์ Periscope ถูกใส่เข้ามาในรุ่นนี้ด้วย โดยจัดความละเอียด 50MP มาให้ โดยซูมแบบออปติคอลไม่เสียรายละเอียดได้ที่ระยะ 3x หรือคุณภาพออปติคอลก็ไปถึง 6x เลยทีเดียวครับ บอกเลยว่าทั้ง 2 ระยะนี้ให้ภาพที่คมชัดมาก มีฮาร์ดแวร์ที่เก่งเข้ามาช่วยในเรื่องผลลัพธ์ของภาพ มี AI จัดการเรื่องแสงและสีสันต่างๆ

ถ่ายคนเป็นธรรมชาติด้วย Hasselblad Portrait

ใครที่เน้นการถ่ายภาพบุคคลหรือ Portrait เป็นหลัก OPPO Find N6 ยังมาพร้อม Hasselblad Portrait ที่มีการพัฒนาให้ถ่ายได้อย่างสวยงามและคมชัด โดยเฉพาะเรื่องของสกินโทนที่ทำได้ยอดเยี่ยมมากๆ ทั้งยังมีการขับเคลื่อนด้วย LUMO Image Engine ทำให้การตัดขอบวัตถุหรือบุคคลค่อนข้างแม่นยำมากๆ เก็บรายละเอียดได้ลึกถึงระดับเส้นผม รวมไปถึงยังมีลูกเล่นเรื่องของ Soft Lighting ให้ใช้งานกันได้สนุกขึ้นกว่าเดิมด้วย !

ทั้งนี้ OPPO Find N6 ยังมีโหมด Hasselblad Hi-Res ที่รองรับโหมดความละเอียดสูงสุดถึง 200MP ทำให้รีดประสิทธิภาพของกล้องให้อยู่ในระดับสูงสุด เราจะเห็นถึงความคมชัดจริงๆ ของความสามารถกล้องใน OPPO Find N6 ได้ดีมากๆ จากการที่ครอปภาพที่ตรงไหนก็ชัด !

เสริมลูกเล่นใหม่ด้วย AI Motion Photo Popout

ฟีเจอร์ AI Motion Photo Popout จะเป็นการสร้างภาพคอลลาจ (Collage) ที่ใช้งานง่ายมากๆ แค่แตะที่ตัวคนหรือสัตว์เลี้ยง AI จะไดคัทภาพ และทำให้ภาพนั้นเด้งทะลุเฟรมออกมาดูมีมิติแบบ 3D ทันที ซึ่งเราสามารถขยับหรือจัดวางใหม่ได้อย่างอิสระเลยครับ

ถ่ายภาพระยะใกล้ระดับมาโครก็ยังได้ด้วย Tele-macro

จริงๆ นอกจากเลนส์ Periscope Telephoto จะถ่ายภาพระยะไกลๆ ได้แล้ว แต่ก็ยังรองรับโหมด Tele-macro เพื่อถ่ายภาพในระยะใกล้ๆ ได้ด้วย ซึ่งจะโฟกัสได้ชัดมากเมื่ออยู่ในระยะประมาณ 10 เซนติเมตร

เลนส์ Ultra-Wide Angle ถ่ายกว้างพร้อมความคมชัด 50MP

ใครอยากเก็บภาพมุมกว้าง สามารถใช้เลนส์ Ultra-Wide Angle ที่มีความคมชัดสูง 50MP มาถ่ายได้เลย อัปเกรดขึ้นกว่าเดิมชัดเจนเลยทีเดียว คุณภาพจัดว่ายอดเยี่ยม เก็บแสง สี และเงาได้ยอดเยี่ยม ใครที่อยากได้มุมมองกว้างๆ ก็ไม่มีผิดหวังแน่นอน

เซลฟี่ยังสวยด้วยกล้อง 20MP

ผ่านกล้องหลังที่สวยครบทุกเลนส์ไปแล้ว กล้องหน้าก็ไม่แพ้กันเลย คมชัด 20MP ทั้งด้านนอกและด้านใน ให้สีสันที่มีความสวยงาม สกินโทนจัดว่าดีเหมือนกันด้วยซอฟต์แวร์ที่ปรับแต่งได้ดี มีความเนียนคงความเป็นธรรมชาติ

วิดีโอคุณภาพคมชัดระดับ 4K 120FPS

เรื่องของวิดีโอก็ทำได้ขั้นสุดเหมือนกัน โดย OPPO Find N6 รองรับการถ่ายวิดีโอระดับ 4K@120FPS ไปเลยทีเดียว แถมรองรับโหมดโปรวิดีโอที่มาทั้ง Dolby Vision และ Log ให้ไปปรับแต่ง Color Grading เพิ่มเติมกันทีหลังได้ด้วย

สรุปการใช้งาน OPPO Find N6

สรุปแล้ว OPPO Find N6 คือสมาร์ตโฟนจอพับที่อัปเกรดขึ้นมาใหม่ ได้นิยามของการเป็นรุ่นจอพับที่แทบไม่เห็นรอยจริงๆ หน้าจอแสดงผลหลักด้านในทำได้ดีเกินคาดมากๆ ให้ความรู้สึกถึงการปรับปรุงในเรื่องรอยพับชัดเจนจริงๆ ทำให้มีประโยชน์ต่อการใช้งานทั่วไประหว่างการสัมผัส โดยเฉพาะเรื่องการเขียนด้วย OPPO AI Pen ที่ไม่มีสะดุดเลย ขณะที่เรื่องความเบาและบางก็ยังคงเป็นอีกจุดเด่นที่ไม่ได้หายไปไหนเลยเหมือนกัน !

การใช้งานส่วนอื่นบอกเลยว่าครบถ้วนมากๆ ทั้งการใช้งาน OPPO AI การใช้งาน Multi-Tasking ต่างๆ รวมถึงการใช้ขุมพลัง Snapdragon 8 Elite Gen 5 รุ่นใหม่ล่าสุด ทำให้ทุกอย่างไหลลื่นและไม่มีสะดุดเลย แล้วยังมีกล้องหลัง Hasselblad Master พร้อมมีเลนส์หลักคมชัด 200MP ใช้งานได้มากกว่าเดิม Portrait สวย สกินโทนยังยอดเยี่ยม หรือถ่ายภาพโหมดอื่นก็จัดเต็ม สวยงามตามแบบฉบับของเรือธง OPPO ยุคใหม่ เสริมพลังด้วยเลนส์ Periscope Telephoto ซูมได้ไกลสูงสุดถึง 120x ด้วย เรียกว่าเอาจริงๆ ใครที่ได้ลองสัมผัส OPPO Find N6 ปีนี้ น่าจะต้องมีเสียเงินกันแน่นอนครับ !

ราคาเปิดตัวและโปรโมชัน OPPO Find N6

OPPO Find N6 เปิดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี คือ Stellar Titanium และ Blossom Orange โดยมาในความจุเดียว คือ รุ่น RAM 16GB + ROM 512GB ที่ราคา 79,999 บาท

สุดพิเศษ สำหรับผู้ที่ซื้อ OPPO Find N6 ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2569 – 30 เมษายน 2569 จะได้รับของสมนาคุณรวมมูลค่า 45,297 บาท ประกอบด้วย

  • E-VIP Card ประกันจอแตก 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี มูลค่า 39,999 บาท (นับจากวันที่ซื้อเครื่อง)
  • OPPO AI Pen Kit มูลค่า 3,999 บาท
  • OPPO SUPERVOOC 80W Power Adapter มูลค่า 1,299 บาท

หมายเหตุ

  • ลูกค้าต้องกดรับสิทธิ์ E-VIP Card ผ่านแอป MY OPPO เท่านั้น
  • ของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ
  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้

OPPO Find N6 มาพร้อมบริการ Premium Service สัมผัสประสบการณ์การดูแลระดับพรีเมียม

  1. การรับประกันระหว่างประเทศ ลูกค้าสามารถรับบริการซ่อมแซม ทำความสะอาด บำรุงรักษา และอัปเกรดอุปกรณ์ได้ในประเทศหรือภูมิภาคที่มีการวางจำหน่ายอุปกรณ์รุ่นดังกล่าว
  2. บริการช่องทาง Premium Service ในศูนย์บริการ ลูกค้า Premium จะได้รับสิทธิ์คิวพิเศษ การต้อนรับ และการซ่อมแซมก่อนลูกค้าทั่วไป
  3. ผู้ช่วยบริการส่วนตัวแบบ 1 ต่อ 1 บริการผู้ช่วยเฉพาะทางผ่าน Line ให้คำแนะนำและดูแลการใช้งานแบบตัวต่อตัว
  4. บริการคอลเซ็นเตอร์ Premium Hotline สายด่วนบริการระดับ VIP ที่ตอบกลับอย่างรวดเร็วโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ
  5. บริการเครื่องสำรองใช้รุ่น Premium ศูนย์บริการมีเครื่องสำรองให้ใช้งานระหว่างรอการซ่อม เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
  6. Refresh Service บริการดูแลเครื่องฟรี ประกอบด้วย ติดฟิล์มกันรอยแท้ฟรีเดือนละ 1 ครั้ง ติดฟิล์มฝาหลังลวดลายฟรีปีละ 2 ครั้ง และรับเคสมือถือฟรีปีละ 2 ครั้ง
  7. สิทธิพิเศษด้านการซ่อม มอบส่วนลดค่าซ่อมอะไหล่นอกประกัน ช่วยให้ลูกค้าสามารถซ่อมอุปกรณ์ได้ในราคาที่คุ้มค่าและเข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น
  8. บริการรับ-ส่งเครื่องซ่อมฟรี
    มีบริการรับและส่งอุปกรณ์โดยเจ้าหน้าที่เฉพาะทาง ลูกค้าสามารถรับบริการซ่อม ทำความสะอาด บำรุงรักษา และอัปเกรดอุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องออกจากบ้าน (เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ)
  9. สิทธิประโยชน์ OPPO Care มอบแพ็กเกจ OPPO Care เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง เช่น การขยายระยะเวลาการรับประกัน ประกันความเสียหายจากของเหลว และโปรแกรมเปลี่ยนเครื่องใหม่ตามมูลค่า เป็นต้น
  10. ช่องทางบริการพิเศษในศูนย์บริการ ลูกค้าสามารถใช้ช่องทางบริการพิเศษในศูนย์บริการ พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญ Find Master โดยไม่ต้องต่อคิว
  11. บริการจองคิวล่วงหน้า ลูกค้าสามารถจองคิวเข้ารับบริการล่วงหน้าได้ผ่านเว็บไซต์ https://support.oppo.com/th/ หรือแอปพลิเคชัน My OPPO
  12. บริการส่งซ่อมผ่านออนไลน์ สามารถใช้บริการส่งเครื่องซ่อมผ่านเว็บไซต์ทางการหรือแอปพลิเคชัน My OPPO โดยไม่มีค่าจัดส่ง เพื่อรับบริการซ่อมอย่างสะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปศูนย์บริการ
  13. คะแนน MY OPPO คะแนนสะสม MY OPPO สามารถนำไปแลกเป็นคูปองส่วนลดค่าซ่อมแซม คูปองส่วนลดค่าแรง และบริการติดฟิล์มโทรศัพท์มือถือได้
  14. สิทธิประโยชน์ OPPO Care (บัตร E-VIP) OPPO Find N6 : นับตั้งแต่วันที่สิทธิ์มีผลบังคับใช้ ลูกค้าจะได้รับสิทธิ์ เปลี่ยนหน้าจอที่เสียหายได้ฟรี 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

นอกจากนี้ยังมาพร้อมโปรโมชั่น Trade-up เก่าแลกใหม่ สำหรับผู้ซื้อ OPPO Find N6 ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2569 โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติม ดังนี้

มอบสิทธิ์ส่วนลดเมื่อแลกเครื่องเก่า โดยลูกค้าจะได้รับส่วนลดสูงสุด 17,000 บาท ตามรุ่นที่เข้าร่วมรายการ

พร้อมสิทธิ์รับส่วนลดเพิ่มตามมูลค่าเครื่องเก่า หากมีมูลค่าอยู่ระหว่าง 5,000 – 10,000 บาท จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 10,000 บาท และหากมีมูลค่าต่ำกว่า 5,000 บาท จะได้รับส่วนลดเพิ่ม 5,000 บาท นอกจากนี้ บางรุ่นยังได้รับเงินสนับสนุนเพิ่มเติมจาก REMOBIE สูงสุด 3,000 บาท

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More