
รีวิวฉบับเต็ม vivo V70 มาแล้ว ! มาพร้อมกับการปรับโฉมใหม่ ดีไซน์สวยด้วยโมดูลกล้องแบบ Dynamic Floating พร้อมชูโรงด้วยกล้องหลัง ZEISS ให้ทุกช็อตขึ้นกล้องแบบลูกรักพระเจ้า มาพร้อมเลนส์ 50MP ZEISS Super Telephoto พร้อมด้วยแบตเตอรี่ BlueVolt 6500mAh ชาร์จเร็ว 90W และแกะกล่องมาพร้อม OriginOS 6 เลยด้วย
สรุปสเปค vivo V70
- ขนาดตัวเครื่อง : 157.52 × 74.33 × 7.40 มม. (สี Authentic Black) / 157.52 × 74.33 × 7.59 มม. (สี Golden Hour, Alpine Gray)
- น้ำหนัก : 187 กรัม (สี Authentic Black) / 194 กรัม (สี Golden Hour, Alpine Gray)
- หน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียด 1.5K (2750 × 1260 พิกเซล) รองรับ Refresh Rate 120Hz อัตราส่วน 19.64:9 สัดส่วนพื้นที่ต่อหน้าจอ 94.70% แสดงผลสี 1.07 พันล้านสี, Contrast Ratio 8000000:1 และความสว่างสูงสุด 5000nits
- CPU : Snapdragon 7 Gen 4 Octa-core ความเร็วสูงสุด 2.8GHz
- GPU : Adreno 722
- RAM : 8/12GB LPDDR5X
- ROM : 256/512GB UFS 4.1
- กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 3 เลนส์จาก ZEISS ดังนี้
- เลนส์หลัก ZEISS ความละเอียด 50MP รูรับแสง f/1.88 เซ็นเซอร์ Sony IMX766 ขนาด 1/1.56″ รองรับกันสั่น OIS และโฟกัสอัตโนมัติ
- เลนส์ ZEISS Super Telephoto 3x ความละเอียด 50MP รูรับแสง f/2.65 เซ็นเซอร์ Sony IMX882 ขนาด 1/1.95″ รองรับกันสั่น OIS และ Hyper Zoom ซูมสูงสุด 100X
- เลนส์ ZEISS Ultra Wide-Angle ความละเอียด 8MP รูรับแสง f/2.2 เซ็นเซอร์ OV08F ขนาด 1/4″ มุมกว้าง 115°
- กล้องหน้า ZEISS Group Selfie ความละเอียด 50MP รูรับแสง f/2.0 เซ็นเซอร์ JN1, 1/2.76″ มุมกว้าง 92°
- ระบบปฏิบัติการ Android 16 ครอบทับด้วย OriginOS 6
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6, Bluetooth 5.4, NFC, 5G และพอร์ต USB Type-C
- แบตเตอรี่ BlueVolt ความจุ 6500mAh รองรับชาร์จเร็ว 90W FlashCharge
แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล
แกะกล่อง vivo V70
แกะกล่องกันก่อนตามเคย มาพร้อมตัวกล่องสีดำ แต่ที่หน้ากล่องจะมีการปรับจากวงแหวนแสงไฟออร่า มาเป็นกรอบเลนส์โมดูลกล้อง และมีชื่อรุ่นอยู่ตรงกลางพอดี

เปิดออกมาจะเจอกับตัวเครื่อง vivo V70 ที่มีการติดฟิล์มกันรอยมาให้เรียบร้อยแล้ว

ชั้นตรงกลางจะให้เคสซิลิโคนมาให้ โดยตัวเครื่องสี Golden Hour และ Alpine Gray จะเป็นเคสสีใส ส่วนสี Authentic Black จะได้เคสเป็นสีดำครับ แล้วก็มีเอกสารการรับประกัน และคู่มือการใช้งานเบื้องต้นด้วย


และชั้นล่างสุดจะมีอะแดปเตอร์ชาร์จ 90W FlashCharge มีสาย USB Type-A to Type-C และเข็มเปิดถาดซิม

ดีไซน์สวยงามดั่งความพิเศษในทุกช่วงเวลา
ในรอบนี้ vivo V70 มีการปรับดีไซน์ใหม่อย่างชัดเจน เป็นโมดูลกล้องหลังแบบ Dynamic Floating เสริมความพรีเมียมและลงตัวมากขึ้น ฐานกล้องเหมือนกับการลอยอยู่บนฝาหลัง แต่มีความนูนน้อยมากๆ อยู่ที่ 3.29 มม. เท่านั้น ทำให้ยังคงความบางและถนัดในการจับถืออยู่ครับ

สีสันในรุ่นนี้บอกเลยว่าสวยงามในทุกการใช้งานแบบทุกที่ทุกเวลา ตั้งแต่สีที่เป็นพระเอก คือ สี Golden Hour ที่สวยเหมือนพระเจ้าตั้งใจสร้าง ได้รับแรงบันดาลใจจากแสงยามเย็นบนท้องฟ้า มีความอบอุ่นและละมุน พร้อมความสวยงามทุกครั้งที่มอง ดั่งช่วงเวลาพิเศษ



ความโดดเด่นอีกอย่างของสี Golden Hour คือตัวเครื่องจะเห็นเป็นลวดลายที่สวยงาม พร้อมกับสีสันที่เหมือนกับแสงอาทิตย์ในช่วงเย็นหรือช่วงรุ่งอรุณจะได้ความสีส้มอมทอง มีการเปลี่ยนสีตามการสะท้อนในมุมมองต่างๆ ทำให้สี Golden Hour เป็นเฉดที่ให้ความแตกต่างและดูสวยงามมากจริงๆ

สีต่อมาที่จะให้ชมกันคือสี Alpine Gray ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหน้าผาภูเขา ให้ความรู้สึกแข็งแกร่ง แต่แฝงด้วยความทันสมัย และมินิมอลไม่น้อยเลยครับ



และสี Authentic Black ที่เป็นสีดําสนิท สายคลาสสิกไม่ควรพลาด มีความเรียบง่าย แต่มีการแสดงออกถึงบุคลิกที่สุขุมนุ่มลึก



ที่ขอบเครื่องของทั้ง 3 รุ่นจะเป็นแบบอะลูมิเนียมอัลลอยด์ที่มีความสวยงาม มีความเงาตัดสะท้อนออกมาจากฝาหลัง ทำให้เพิ่มมิติความสวยงามของทั้ง 3 สีได้อย่างลงตัวสุดๆ

เสริมความแกร่งด้วยการทนน้ำทนฝุ่น IP68 & IP69
vivo V70 ได้ผ่านมาตรฐานในการใช้งานทั่วไป ตั้งแต่การทนน้ำและฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถใช้งานได้ต่อแม้โดนฝนนานถึง 48 ชั่วโมง หรือตกน้ำก็หายห่วงเพราะแช่น้ำได้ลึกถึง 3 เมตร

ระบบระบายความร้อนขนาดใหญ่ถึง 4200 ตร.มม.
เรื่องการระบายความร้อนก็จัดเต็มด้วย Vapor Chamber Cooling System ขนาดใหญ่ที่สุดใน V Series ในขนาด 4200 ตร.มม. ที่ช่วยระบายความร้อนได้อย่างเต็มที่ ช่วยให้เราใช้งานได้ไหลลื่นตลอดวัน แม้ว่าจะใช้งานหนักๆ ก็ตาม

หน้าจอ AMOLED 6.59″ คมชัดสูง 1.5K และสว่างสุด 5000nits
หน้าจอแสดงผลของ vivo V70 มีการใช้เป็นหน้าจอแบนเรียบ ที่ทำให้ใช้งานได้สะดวกและถนัดขึ้นแน่นอน ใช้พาเนลเป็น AMOLED สีสันสดใส โดยที่ขนาดก็เข้ามือมากขึ้นที่ 6.59 นิ้ว คมชัดสูง 1.5K อัตราส่วน 19.64:9 โดยที่สีสันก็แสดงผลได้ยอดเยี่ยม 1.07 พันล้านสี พร้อม Contrast Ratio 8000000:1 และมีความสว่างสูงสุดทั่วหน้าจอถึง 1800nits และสูงสุดเฉพาะจุดถึง 5000nits ทั้งนี้ หน้าจอก็ได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน SGS Certification ที่การันตีการปล่อยแสงสีฟ้าตํ่าเพื่อถนอมสายตาของเราได้ดีอีกด้วย
ทั้งนี้ ความไหลลื่นของหน้าจอแสดงผลก็ให้มาที่ Refresh Rate 120Hz เท่าเดิม จะเล่นเกมหรือใช้งานทั่วไปก็ตอบสนองได้ยอดเยี่ยมเหมือนเดิมครับ

สิ่งที่สังเกตได้อีกอย่างคือขอบจอที่บางพิเศษรอบด้านแค่ 0.125 เซนติเมตร ทำให้มีสัดส่วนพื้นที่การแสดงผลต่อหน้าจอถึง 94.70% ทำให้เราได้รับชมเต็มตามากขึ้น เพิ่มประสบการณ์การรับชมได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ชัดเจน

ทั้งนี้ การสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจก็เป็นเทคโนโลยี 3D Ultrasonic Fingerprint Scanning 2.0 ที่ให้สแกนลายนิ้วมือได้อย่างแม่นยำมากๆ จะมือเปียกหรือชื้นก็ตรวจจับได้แม่นยำเหมือนเดิม ที่สำคัญ ตำแหน่งของการสแกนก็สูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ทำให้ไม่ต้องลดนิ้วลงมาเยอะเท่าไหร่

เรื่องหน้าจอยังไม่หมด ! เพราะกระจกหน้าจอยังใช้เป็นแบบ Diamond Shield Glass ที่ทนต่อการตกกระแทกและรอยขีดข่วนได้ดีขึ้นด้วยครับ

พาชมรอบเครื่องชัดๆ !
ขอมาต่อในการดูรอบเครื่องอีกนิดครับ ที่ด้านบนหน้าจอจะเป็นกล้องหน้า 50MP พร้อมด้วยลำโพงสเตอริโอคู่

ฝั่งขวาเครื่องจะมีทั้งปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

ด้านล่างจะให้ช่องใส่ซิมการ์ดมาให้ ตามด้วยไมโครโฟนตัวหลัก พอร์ต USB-C และลำโพงสเตอริโออีกตัว


ด้านบนเครื่องจะมีไมโครโฟนเพื่อการตัดเสียงรบกวน และมี IR Blaster เพื่อใช้ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าแทนรีโมทได้

และด้านหลังจะมีโมดูลกล้องทรงสี่เหลี่ยมที่มีทั้งเลนส์หลัก + Ultra Wide-Angle + Super Telephoto ซึ่งมีการพัฒนากับ ZEISS ทุกเลนส์

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน
แกะกล่องมาบน OriginOS 6 พร้อมการันตีอัปเดตอีก 4 รุ่น !
vivo V70 แกะกล่องมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 16 ครอบทับด้วย OriginOS 6 ทำให้มีฟีเจอร์ให้ใช้งานเพียบ และที่สำคัญยังมีการการันตีการอัปเดต Android ถึง 4 รุ่น และแพทช์ความปลอดภัยนานถึง 6 ปีเต็ม

ลำโพงสเตอริโอใช้งานเต็มกำลัง
เรื่องความบันเทิงยังให้งานลำโพงที่เป็นสเตอริโอได้เต็มที่ เสียงดังกระหึ่ม จะเล่นเกมหรือดูวิดีโอก็ทำได้ดีเลยทีเดียว

การเชื่อมต่อที่เสถียรและรวดเร็วขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่อัดแน่น
vivo V70 มาพร้อมกับเสาอากาศดีไซน์ใหม่ Dual-Bridge Signal Concurrency ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสัญญาณโทรศัพท์ให้เสถียรกว่าเดิม ทั้งยังเสริมด้วย AI Super Link ที่ปรับสัญญาณพิเศษในสถานที่ที่คนหนาแน่นทำให้ใช้งานได้ต่อเนื่องขึ้นครับ

ลากไฟล์และแชร์บน Origin Island
นี่เป็นฟีเจอร์หลักที่ได้ใช้งานบน OriginOS 6 แน่นอน ที่เราสามารถลากและวางไปยังแอปต่างๆ ได้ง่ายมากขึ้น อย่างจะลากภาพในคลังไปยังอีเมลก็กดค้างที่รูปที่ต้องการ จากนั้นก็จะมีเกาะขึ้นมาด้านบนเพื่อให้เราวางได้เลย

คัดลอกข้อความและใช้งานได้ต่อเนื่อง
อีกอย่างที่คล้ายกัน คือ จะมี AI ในการตรวจจับสิ่งที่เราคัดลอกข้อความเอาไว้ หากเราคัดลอกเบอร์โทรเอาไว้ ก็จะมีแสดงแอปที่แนะนำบน Origin Island ให้เราได้ทำต่อในอีกแอปพลิเคชั่นทันที

พื้นที่ส่วนตัวที่ใครก็เข้าถึงไม่ได้ด้วย Private Space
ฟีเจอร์นี้จะอยู่แค่ใน OriginOS 6 เท่านั้น เพียงแค่เราลากไปทางซ้ายบริเวณแอปด้านหน้าจอหลัก ก็จะใช้งานพื้นที่นี้ได้เลย ซึ่งจะเป็นเสมือนสมาร์ทโฟนอีกเครื่องให้เราได้ใช้งานเลยเพื่อความเป็นส่วนตัว โดยที่รหัสผ่านหรือการสแกนลายนิ้วมือจะเป็นคนละชุดกับพื้นที่หลักทั้งหมด



ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่
ชิปเซ็ต Snapdragon 7 Gen 4 พร้อมอัปเดตทั้ง RAM และ ROM
แม้ว่าชิปเซ็ตใน vivo V70 จะใช้เป็น Snapdragon 7 Gen 4 ซึ่งจริงๆ ก็เป็นตัวท็อปของชิปตัวกลางของ Qualcomm อยู่แล้ว แต่ก็มีการอัปเกรดชนิดของ RAM ขึ้นมาเป็น LPDDR5X เร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 75% และ ROM ที่ใช้เป็น UFS 4.1 ด้วย เร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 400% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ทำให้การประมวลผลต่างๆ เร็วขึ้นอย่างชัดเจน การติดตั้งแอปต่างๆ ก็ทำได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลย

ได้เทคโนโลยี Extended RAM ได้สูงสุดอีก 12GB
แน่นอนว่ารุ่นนี้ให้ RAM มาที่ 12GB อยู่แล้ว แต่เราสามารถเปิด Extended RAM เพื่อเปลี่ยน ROM เป็น RAM ได้อีกถึงสูงสุด 12GB รวมเป็น 24GB

ผลการทดสอบบน AnTuTu v10 และ Geekbench 6
- ผลคะแนนการทดสอบด้านประสิทธิภาพด้าน CPU, GPU และหน่วยความจำบน AnTuTu v11.0.8 ได้มาที่ 1,453,555 คะแนน
- ผลคะแนนด้าน CPU บน Geekbench 6.5.0 ทำ Single-Core ไปที่ 1,350 คะแนน และ Multi-Core ที่ 4,135 คะแนน

ทดสอบการเล่นเกมกันหน่อย
ROV
มาเปิดกันด้วยเกม ROV กันครับ ทุกอย่างสามารถเปิดได้สูงสุด และเฟรมเรทก็ 60FPS ด้วย เล่นได้ลื่นตามคาด และความละเอียดภายในเกมก็สวยเช่นกัน

Heartopia
ต่อด้วยเกมใหม่สุดฮิต Heartopia จริงๆ สามารถเปิดภาพกราฟิกได้สูงเหมือนกัน แต่เฟรมอาจจะไม่ลื่นเท่าไหร่ แนะนำให้ปรับภาพมาระดับสูงหรือกลาง เพื่อให้ได้เฟรมเรทลื่นขึ้นกว่าเดิม ขณะที่ความสวยงามของภาพก็ทำได้ดี รายละเอียดคมชัดเลย

PUBG Mobile
และสุดที่ลองคือ PUBG ที่สามารถเปิดภาพระดับ UltraHD ได้ด้วย เฟรมเรทก็เปิดสูงสุดได้ ทำให้ได้ทั้งภาพสวย และเล่นได้ลื่นสุดๆ รวมถึงการตอบสนองหน้าจอก็ไวมาก ไม่มีดีเลย์เลยครับ

แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6500mAh แบบ BlueVolt พร้อมชาร์จเร็ว 90W
vivo V70 ยังให้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่มากๆ เป็นแบบ BlueVolt ขนาด 6500mAh ทำให้ใช้งานได้นานแทบตลอดทั้งวัน โดยที่การชาร์จเร็วก็อยู่ที่ 90W FlashCharge โดยสามารถเลือกให้ชาร์จแบบอัจฉริยะ หรือจะเป็นแบบสูงสุด 90W ก็ได้เช่นกันครับ

ที่สำคัญ ด้านแบตเตอรี่ก็ยังอึดและทนทานมากๆ เพราะเราสามารถใช้งานได้นานด้วยสุขภาพแบตยาวนานถึง 4 ปี

ถ่ายภาพพอร์ตเทรตระดับโปร เหมือนพระเจ้าตั้งใจสร้าง
vivo V70 ยังคงจัดเต็มเหมือนเดิม โดยมีการร่วมการพัฒนากับ ZEISS พร้อมกับมีฟีเจอร์การใช้งานใหม่ๆ มาเพียบ โดยเฉพาะการใช้งานด้าน AI ที่เพิ่มลูกเล่นให้เราสนุกกับการถ่ายได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญ ฟีเจอร์ที่ดี ก็ต้องมาคู่กับกล้องที่ยอดเยี่ยมด้วย ซึ่งรุ่นนี้ก็ยังให้มาแบบคุ้มๆ เลย โดยเราขอสรุปสเปคกล้องให้สั้นๆ อีกรอบ ดังนี้
- เลนส์หลัก ZEISS 50MP, f/1.88, IMX766 รองรับกันสั่น OIS และโฟกัสอัตโนมัติ
- เลนส์ ZEISS Super Telephoto 3x 50MP, f/2.65, IMX882, OIS
- เลนส์ ZEISS Ultra Wide-Angle 8MP, f/2.2, OV08F
- กล้องหน้า ZEISS Group Selfie 50MP, f/2.0

กล้องหลัก 50MP จาก ZEISS ถ่ายสวย สีสันสวยงาม
พามาดูการถ่ายภาพของ vivo V70 กันเลยครับ เอาเป็นว่าความสวยงามของตัวเลนส์ที่มีการพัฒนากับ ZEISS ยังเป็นชุดเด่นเหมือนเดิม สีสันมีการเน้นความสดมาก แต่ก็ยังมีสีสันที่ไม่จัดจ้านเกินไป ยังคงมีความสมจริงอยู่เหมือนกัน รวมถึงคุณภาพด้านรายละเอียดก็คมชัด ภาพมีมิติ และถ่ายย้อนแสงได้เก่งอีกด้วย











เสกช็อตลูกรักพระเจ้าด้วยกล้อง ZEISS Multifocal Portrait
ยังคงให้มาแบบจัดเต็มเหมือนสำหรับโหมด Portrait ที่ให้เราได้ใช้งานครบทุกระยะและทุกมิติแบบ ZEISS Multifocal Portrait เก็บภาพทุกช่วงเวลาเหมือนพระเจ้าสร้างได้จริงๆ จะมี ZEISS Portrait Style มาให้ครบแบบอัตโนมัติที่ปรับมาให้ด้วยครับ ซึ่งรอบนี้เราได้ปรับรูรับแสงที่แคบลงมานิดหน่อยอยู่ที่ f/4.0 เบลอหลังไม่มาก เหมาะกับ Gen Z ไม่น้อยเลยล่ะครับ

การถ่ายภาพ Portrait ยังคงให้ความคม ตัดขอบได้เนียนและแม่นยำมากๆ ปรับสกินโทนหรือสีผิวได้ดีขึ้นกว่าเดิม และมีความเป็นธรรมชาติขึ้นด้วย ขณะที่แต่ละระยะของ ZEISS Multifocal Portrait มีดังนี้
- ระยะ 23mm Landscape Portrait + ZEISS Distagon Style Bokeh
- ระยะ 35mm Narrative Portrait + ZEISS B-Speed Style Bokeh
- ระยะ 50mm Classic Portrait + ZEISS Biotar Style Bokeh
- ระยะ 85mm Portrait + ZEISS Sonnar Style Bokeh
- ระยะ 100mm Close-Up + ZEISS Planar Style Bokeh





















AI Magic Weather มีสภาพอากาศและฟิลเตอร์ให้เลือกใช้เพียบ !!
ฟีเจอร์ AI Magic Weather น่าจะเป็นการเข้ามาเพิ่มเติมของ vivo V Series ที่ให้เราได้ใช้งานเหมือนกับตัวเรือธงเลย โดยจะมีหลักๆ 4 แบบให้เราได้ใช้งานในช่วงสถานการณ์ต่างๆ ที่แต่ละแบบบอกเลยว่าทำได้ยอดเยี่ยม และดูแตกต่างมากจริงๆ ครับ ซึ่ง AI Magic Weather จะมีให้หลักๆ 4 แบบ ดังนี้
- Period Themes : ฟิลเตอร์นี้จะเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศภาพได้ทันที ตั้งแต่แบบอัตโนมัติ แสงยามเช้า ท้องฟ้าโปร่งใส แสงยามเย็น และพลบค่ำ ช่วยให้แค่ภาพเดียวหลายเป็นทุกช่วงเวลาพิเศษแบบ Golden Hour ได้เหมือนกัน













- Region Themes : ส่วนนี้เป็นการใช้งานแบบภูมิภาคที่จะเป็นเมืองหิมะ ทะเลทราย และเกาะ ที่สามารถเปลี่ยนบรรยากาศภาพให้เข้ากับสถานที่ได้ทันทีเช่นกัน









- Creative Styles : ใครชอบฟิลเตอร์ที่ยิ่งใหญ่ก็ต้องใช้อันนี้ครับ โดยเป็นการเพิ่มลูกเล่นที่ให้ความคิดสร้างสรรค์เยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็นแบบแอนิเมชัน ไซเบอร์ ดอกไม้ไฟ และผสมสีน้ำมัน










- Seasons Themes : และอันสุดท้ายที่หลายคนน่าจะคุ้นกันอยู่แล้วคือการฤดูกาลที่มีทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว








โหมดกล้องฟิล์มหลากหลายอารมณ์
นอกจากฝั่ง AI Magic Weather แล้ว ก็ยังมีโหมดกล้องฟิล์มให้ใช้งานกันเหมือนเดิม โดยจะมีหลักๆ 3 สไตล์ ได้แก่ Classic Negative, Positive Film และ Clear Blue แต่จริงๆ ก็ยังมีฟิลเตอร์อื่นให้เลือกถ่ายเหมือนกัน ทั้งนี้ เราก็ยังเปลี่ยนลายน้ำและกรอบภาพได้เยอะมากเพื่อให้เข้ากันกับสีสันของการถ่ายโหมดฟิล์ม










ZEISS Super Telephoto ถ่ายระยะไกลก็คมชัด
มาดูกันต่อเรื่องเลนส์ซูม ZEISS Super Telephoto ที่มีความสามารถให้ซูมระยะออปติคอลได้ระยะ 3x แต่เอาจริงๆ ก็ยังทำได้ไกลกว่านั้นที่ระยะประมาณ 10x ก็ยังมีความคมชัดและใช้งานได้อยู่ครับ ทำให้เราใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น และสนุกกับการถ่ายภาพได้มากกว่าเดิม




















Stage Mode ถ่ายภาพบนเวทีได้ดี
vivo V70 ยังมาพร้อมโหมดเวทีที่เน้นการใช้งานบนเวทีที่มักจะมีแสงและวคามสว่างที่ไม่คงที่ตลอดเวลา แต่ในโหมดนี้ก็ทำให้ทุกอย่างเสถียรมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการเก็บแสง สี และเสียงได้ชัดเจนขึ้น มีเทคโนโลยี Nice 2.0 ทำให้เห็บภาพบุคคลได้ชัดกว่าเดิมด้วยครับ

ถ่ายมุมกว้าง Ultra Wide-Angle ให้ได้มุมมองที่กว้างขึ้น
vivo V70 ยังคงให้เลนส์ Ultra Wide-Angle มุมกว้างถึง 120 องศามาให้ ซึ่งความคมชัดก็ยังใช้งานได้เหมือนกัน โดยหลักๆ จะเป็นการใช้ประโยชน์เพื่อให้เราได้ภาพที่ครบองค์ประกอบครับ





กล้องหน้าสวยงามเป็นธรรมชาติและคมชัด
และท้ายสุดที่กล้องหน้าของรุ่นนี้ให้มาที่ความละเอียด 50MP ที่มีมุมมกว้าง 92 องศา เปิดใช้งานปรับแต่งใบหน้าได้สวยงามหรือฟีเจอร์ต่างๆ ที่ไม่ต่างจากการใช้งานกล้องหลังด้วยครับ









สรุปการใช้งาน vivo V70
vivo V70 คือรุ่นที่ให้เราได้เสกช็อตดั่งลูกรักพระเจ้าจริงๆ ตั้งแต่ดีไซน์ที่มีความสวยงามแบบใหม่ โดยเฉพาะสี Golden Hour ที่มีความงดงามเหมือนช่วงเวลาพิเศษจริงๆ เห็นครั้งแรกก็ทำให้ชอบสีนี้ได้ง่ายๆ เลยครับ หรือสีอื่นก็ยังได้ความสวยงามแบบคลาสิกเหมือนกัน สิ่งที่น่าสนใจยังมีทั้งเรื่องกล้องที่พัฒนากับ ZEISS ที่ยังคงถ่ายภาพได้สวยงาม คมชัด รวมถึงยีงมีลูกเล่นในการใช้งานด้าน AI มาให้เยอะกว่าเดิม ช่วยให้ถ่ายได้สนุกยิ่งขึ้นจริงๆ ครับ ขณะที่การใช้งานก็มีความไหลลื่นด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 7 Gen 4 แต่มีการอัปเกรดทั้ง RAM และ ROM ที่มีความรวดเร็วขึ้นกว่าเดิมชัดเจนเลยด้วย และแบตเตอรี่ BlueVolt 6500mAh ใช้งานได้ครบวัน และยังชาร์จเร็วถึง 90W FlashCharge

ราคาและโปรโมชัน vivo V70
vivo V70 มีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Golden Hour, Alpine Gray และ Authentic Black โดยมีทั้งหมด 3 ความจุ 3 ราคา ดังนี้
- ความจุ 8GB + 256GB : 15,999 บาท
- ความจุ 12GB + 256GB : 18,499 บาท
- ความจุ 12GB + 512GB : 20,999 บาท
