Connect with us

ข่าวประชาสัมพันธ์

เปิดตัวแอปฯ และเว็บไซต์ 3BB GIGATV เพิ่มความบันเทิงครบทุกช่องทาง

Published

on

ลูกค้า 3BB สนุกกับการรับชมสุดยอดความบันเทิงจาก 3BB GIGATV ได้มากกว่าเดิม ดูเพลินได้ทุกที่ทุกเวลา ครบทุกช่องทางทั้งการดูผ่านกล่องทีวี เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน

หลังจากเปิดตัว 3BB GIGATV ผ่านกล่องทีวีเมื่อปลายปีที่แล้ว วันนี้ 3BB ให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยการเพิ่มช่องทางการรับชมแบบจัดเต็ม ครบทุกช่องทาง ทั้งการรับชมผ่านเว็บไซต์  โดยสามารถรับชมได้ที่ https://3bbgigatv.com และผ่านทางแอปพลิเคชัน 3BB GIGATV บนมือถือหรือแท็บเล็ตที่รองรับระบบปฏิบัติการ Android 5 และ iOS version 10  ขึ้นไป ตอบสนองความต้องการของลูกค้าเพื่อการรับชมได้ทุกที่ ทุกเวลา และมีมากกว่าหนึ่งอุปกรณ์ได้เป็นอย่างดี ไร้ซึ่งข้อจำกัดอีกต่อไป

สนใจสมัครเน็ตบ้าน เร็วและแรง 1 Gbps พร้อมกล่องดูทีวีที่อัดแน่นด้วยความบันเทิงจาก HBO GO และ MONOMAX พร้อมช่องพรีเมียมจัดเต็มสำหรับทุกคนในครอบครัว ทั้งการ์ตูน กีฬา สาระบันเทิง ข่าวและช่องพรีเมียมอื่นๆ อีกกว่า 30 ช่องได้แล้ววันนี้  โดยมีแพ็กเกจให้เลือกตามความต้องการใช้งาน 4 แพ็กเกจ

  • 1 Gbps/300 Mbps ค่าบริการเดือนละ 690  บาท
  • 1 Gbps/500 Mbps ค่าบริการเดือนละ 800  บาท
  • 1 Gbps/700 Mbps ค่าบริการเดือนละ 1,000  บาท
  • 1 Gbps/1 Gbps ค่าบริการเดือนละ 1,300  บาท                

สมัคร 3BB GIGATV ผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ 3BB Shop ทุกแห่งทั่วประเทศ เว็บไซต์บริษัท www.3bb.co.th แอปฯ 3BB Member สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1530

Advertisement
Click to comment

IT News

ดีป้า จับมือ เอไอเอส และเครือข่ายพันธมิตรภูเก็ต เปิดโครงการกักตัววิถีใหม่บนเรือยอชต์

Published

on

“ดีป้า” จับมือ เอไอเอส และเครือข่ายพันธมิตรภูเก็ต รวมพลังฟื้นท่องเที่ยวไข่มุกอันดามัน เปิดโครงการกักตัววิถีใหม่บนเรือยอชต์ “Digital Yacht Quarantine” ด้วย NB-IoT และสายรัดข้อมืออัจฉริยะ

AIS Digital Yacht Quarantine

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมด้วย AIS, PMH-ผู้ให้บริการ POMO กลุ่มผู้ประกอบการบริหารจัดการท่าเรือ และสมาคมธุรกิจเรือยอชต์ไทย รวมพลังสร้างชาติฟื้นฟูการท่องเที่ยว จังหวัดภูเก็ต เปิดตัว “โครงการกักตัววิถีใหม่บนเรือยอชต์-Digital Yacht Quarantine ครั้งแรกในไทย ด้วยศักยภาพโครงข่าย AIS NB- IoT และนวัตกรรมสายรัดข้อมือติดตามสุขภาพอัจฉริยะ” (NB-IoT Wristband Tourist Tracking) เสริมขีดความสามารถด้านสาธารณสุขไทย สร้างความมั่นใจและแรงจูงใจแก่นักท่องเที่ยว กลับมากระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภูเก็ตและภาคใต้อีกครั้ง

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า กล่าวว่า “วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 (โควิด-19) ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย และสร้างความเสียหายเชิงเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตที่มีรายได้หลักจากการท่องเที่ยว และพึ่งพาจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเป็นหลัก โดยในปี 2563 ภูเก็ตสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวสูงกว่า 320,000 ล้านบาท”

ล่าสุด ดีป้า พร้อมด้วยพันธมิตร อย่าง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส , บริษัทพีเอ็มเอชโฮลดิ้ง จำกัด (POMO) กลุ่มผู้ประกอบการบริหารจัดการท่าเรือ และสมาคมธุรกิจเรือยอชต์ไทย เล็งเห็นปัญหาในจุดนี้ จึงได้ร่วมมือจัดทำ “โครงการกักตัววิถีใหม่บนเรือยอชต์ -Digital Yacht Quarantine ครั้งแรกในไทย ด้วยแพลตฟอร์มนวัตกรรมสายรัดข้อมือติดตามสุขภาพอัจฉริยะ ผ่านเทคโนโลยี NB-IoT (NB-IoT Wristband Tourist Tracking) เครื่องมือมอนิเตอร์ข้อมูลสุขภาพ (Health Monitoring) ของนักท่องเที่ยวระหว่างกักตัว 14 วัน ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจและเสริมความปลอดภัยด้านสาธารณสุขแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดภูเก็ต ทำให้การกักตัวบนเรือยอชต์ของนักท่องเที่ยวและการทำงานของทีมแพทย์ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ

AIS Digital Yacht Quarantine 4

นายธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร เอไอเอส กล่าวว่า “ในฐานะ Digital Life Service Provider ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่งเป็นอันดับ 1 ด้วยเครือข่าย AIS 4G, 5G ที่มีคลื่นมากที่สุด ครบทั้งย่านความถี่ต่ำ,กลาง และสูง ครอบคลุมการใช้งานทุกรูปแบบ (คลื่น 700 MHz, คลื่น 2600 MHz และคลื่น 26 GHz) ตลอดจนเครือข่าย IoT ทั้ง NB–IoT และ eMTC ที่ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด เรามีความมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและขีดความสามารถของทีมงาน มายกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมากับ “โครงการ AIS5G สู้ภัยโควิด” ที่ได้นำศักยภาพของโครงข่ายไปใช้ในพื้นที่กักตัวและโรงพยาบาลสนามหลักหลายแห่ง อาทิ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ,ศูนย์ห่วงใยคนสาคร, ฯลฯ ซึ่งล่าสุดกับ “โครงการกักตัววิถีใหม่บนเรือยอชต์-Digital Yacht Quarantine ครั้งแรกในไทย ด้วยศักยภาพโครงข่าย AIS NB- IoT และนวัตกรรมสายรัดข้อมือติดตามสุขภาพอัจฉริยะ” (NB-IoT Wristband Tourist Tracking)” ที่เป็นรูปแบบการกักตัวนักท่องเที่ยวบนเรือยอชต์กลางทะเลก่อนเดินทางขึ้นบก เราจึงเลือกใช้เครือข่าย Narrow Band IoT ที่รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IoT บนคลื่น 900 MHz ที่สามารถกระจายสัญญาณออกไปในทะเลได้มากกว่า 10 กม. พร้อมด้วยแพลตฟอร์ม Cloud มาเป็นเครือข่ายหลักเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มนวัตกรรมสายรัดข้อมือติดตามสุขภาพอัจฉริยะ (NB-IoT Wristband Tracking) ที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัท พีเอ็มเอช โฮลดิ้ง หรือ POMO ผู้ให้บริการโซลูชั่น Tracking และ Monitoring ที่จะมอนิเตอร์ข้อมูลสุขภาพ (Health Monitoring) ของนักท่องเที่ยว ทั้งอุณหภูมิร่างกาย, อัตราการเต้นของหัวใจ, สัญญาณชีพจร รวมถึงพิกัดของนักท่องเที่ยว และส่งข้อมูลต่อมายังแพทย์และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลความเสี่ยงด้านสุขภาพของนักท่องเที่ยวได้แบบเรียลไทม์ ในระหว่างกักตัว 14 วันบนเรือก่อนเดินทางขึ้นบกเพื่อท่องเที่ยวต่อไป

AIS Digital Yacht Quarantine

สำหรับ โครงการกักตัววิถีใหม่บนเรือยอชต์-Digital Yacht Quarantine ครั้งแรกในไทย ด้วยศักยภาพโครงข่าย AIS NB- IoT และนวัตกรรมสายรัดข้อมือติดตามสุขภาพอัจฉริยะ (NB-IoT Wristband Tourist Tracking) มีขั้นตอนในการให้บริการคือ เมื่อมีนักท่องเที่ยวประสานเดินทางเข้ามาทางเรือ ทางสมาคมธุรกิจเรือยอชต์ไทย จะเป็นตัวแทนประสานงาน กับหน่วยงานทางการแพทย์เพื่อทำการตรวจโรคในครั้งแรก พร้อมให้นักท่องเที่ยวสวม สายรัดข้อมืออัจฉริยะ หรือ NB-IoT Wristband Tourist Tracking ที่จะส่งตัวเลขสุขภาพของนักท่องเที่ยวแต่ละท่านตลอด 14 วันของการกักตัวเข้ามาที่ Dash Board ณ ที่ทำการ ท่าเทียบเรืออ่าวปอ ซึ่งหลังจากที่กักตัวครบ 14 วัน จะมีการนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์อีกครั้งว่า นักท่องเที่ยวมีความเสี่ยงโควิด-19 มากน้อยเพียงใด เพื่อสร้างความมั่นใจก่อนให้นักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นฝั่งภูเก็ตต่อไป”

ด้านนายฉัตรชัย ตั้งจิตตรง ประธานกรรมการ บริษัท พีเอ็มเอช โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ” POMO เริ่มดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2557 โดยเป็นสตาร์ทอัพไทยด้าน IoT สำหรับเด็กและนวัตกรรมสร้างสรรค์สำหรับคนรุ่นใหม่รายแรกที่สามารถนำสินค้าเข้าสู่ตลาดโลกได้สำเร็จ โดยความร่วมมือกับเอไอเอส และดีป้า ในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสนับสนุนการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในโครงการ Digital Yacht Quarantine กักตัวนักท่องเที่ยว 14 วันบนเรือ ที่ท่าเทียบเรืออ่าวปอ จ.ภูเก็ต ครั้งนี้ เราได้ใช้ดีไวซ์ 2 รุ่นคือ Activ 10+ และ Smartwatch Active 30+ ที่เป็นทั้ง Tracker และ Health Device ให้นักท่องเที่ยวใส่ที่ข้อมือติดตัวตลอดเวลา เพื่อติดตามและเฝ้าระวังป้องกันการออกนอกพื้นที่ โดยระบบจะทำงานอย่างแม่นยำด้วยเซนเซอร์อัจฉริยะที่สามารถวัดชีพจร ค่าความดัน และวัดอุณภูมิร่างกายของนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังสามารถแจ้งสัญญาณ SOS ได้ หากนักท่องเที่ยวเกิดเหตุต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งข้อมูลต่างๆ จะแสดงไปยัง Dashboard บนเว็บไซต์ แบบ Real time เพื่อให้ส่งต่อความช่วยเหลือ หรือ ให้คำแนะนำได้ได้ตลอดเวลา โดยรูปแบบของการให้บริการ Health Monitoring ผ่านนวัตกรรมสายรัดข้อมืออัจฉริยะนี้ เป็นรุ่นเดียวกันกับที่ใช้บนเกาะ Cayman สำหรับ Hotel bubble project ที่ได้ผลอย่างดีอีกด้วย”

AIS Digital Yacht Quarantine

นางสาวตัญญุตา สิงห์มณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย แปซิฟิค ซุปเปอร์ยอชท์ จำกัด ตัวแทนสมาคมธุรกิจเรือยอชต์ไทย (TYBA) กล่าวว่า “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อสมาชิกสมาคมฯอย่างหนัก เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่มาจากเรือยอชต์ต่างชาติ สูญเสียรายได้มากถึง 50- 60% เราจึงพยายามหาโซลูชั่นให้คนในธุรกิจเรือยอชต์ได้กลับมามีงานทำ จึงเป็นที่มาของโครงการกักตัวบนเรือยอชต์ ที่ได้ร่วมมือกับเอไอเอส, ดีป้า,PMH-ผู้ให้บริการ POMO กลุ่มผู้ประกอบการบริหารจัดการท่าเรือ ยกระดับ Digital Yacht Quarantine นี้ เชื่อว่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว และทุกภาคส่วนมีความสบายใจว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับเรือยอชต์นี้ผ่านการกักตัวที่ได้รับมาตรฐานจากระทรวงสาธารณสุข ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มโครงการ Yacht Quarantine ในเดือนตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา มีสถิติการติดเชื้อโควิดเป็นศูนย์ และนักท่องเที่ยวรู้สึกมีความสุขกับการกักตัวบนเรือ ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าภายในปี 2564 นี้.จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยด้วยเรือยอชต์ประมาณ 100 ลำ จำนวนนักท่องเที่ยว 300-500 คน”

นายธนภัทร ทั่วไตรภพ กรรมการบริหาร บริษัท โฟล คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “เราดำเนินธุรกิจ บริหารจัดการความปลอดภัยท่าเรือและนักท่องเที่ยวด้วยเทคโนโลยี ภายใต้แพลตฟอร์มชื่อว่า FLOWLOW เพื่อสร้างมาตรฐานและประสบการณ์ใหม่ที่ดีให้กับนักเดินทางในทุกด้าน อาทิ ข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวอันดามัน, คำแนะนำในกรณีฉุกเฉิน, ประกันการเดินทาง และระบบการจ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Payment) ในนาม Flowpay สำหรับโครงการกักตัววิถีใหม่บนเรือยอชต์ “Digital Yacht Quarantine” นั้น โฟล คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมกับบริษัท พัชทรีทัวร์ กรุ๊ป ผู้ได้รับสัมปทานในการบริหารจัดการท่าเทียบเรืออ่าวปอ จ.ภูเก็ต ดำเนินการตั้งแต่การให้บริการลงทะเบียน NB-IoT Wristband Tourist Tracking เพื่อให้นักท่องเที่ยวสวมใส่สำหรับกักตัวบนเรือยอชต์ 14 วัน พร้อมจัดทีมแพทย์ขึ้นไปตรวจเชื้อโควิดบนเรือ โดยจะมีการมอนิเตอร์ข้อมูลสุขภาพตลอดเวลาและหลังจากที่กักตัวครบ 14 วัน ก็จะมีการนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์อีกครั้งว่า นักท่องเที่ยวมีความเสี่ยงโควิด-19 มากน้อยเพียงใด ก่อนอนุญาตให้เดินทางขึ้นฝั่งภูเก็ต เรียกได้ว่าการร่วมมือกันครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ในการท่องเที่ยวในยุคนิวนอร์มัล ที่นอกจากจะยกระดับการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต และหมู่เกาะทะเลอันดามันให้มีความทันสมัยและอัจฉริยะมากขึ้นแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวพลิกฟื้นอย่างรวดเร็วอีกด้วย”

โครงการ Digital Yacht Quarantine ถือเป็นตัวอย่างการนำเทคโนโลยีดิจิทัลจากผู้ให้บริการโครงข่ายและ Startups ไทย เข้ามาเสริมขีดความสามารถด้านการสาธารณสุข การสร้างมาตรฐานใหม่ของการท่องเที่ยวแบบ New Normal ไปอีกขั้น พร้อมขับเคลื่อนจังหวัดภูเก็ตสู่เมืองอัจฉริยะเต็มรูปแบบ สอดรับกับนโยบาย “ภูเก็ตโมเดล (GEMMSS)” ทำให้จังหวัดเป็นต้นแบบการบริหารจัดการการท่องเที่ยวและการควบคุมโควิด-19 แห่งแรกในประเทศไทย ตามเป้าหมายการพัฒนาเมืองอัจฉริยะภูเก็ตคือ “เมืองน่าอยู่เพื่อการท่องเที่ยวยังยืน” ช่วยกระตุ้นและจูงใจนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เดินทางมายังภูเก็ตมากขึ้น ก่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคักและแข็งแกร่งอีกครั้ง” ผศ.ดร.ณัฐพล ย้ำในตอนท้าย

Continue Reading

Android News

คุ้มยิ่งกว่า! เมื่อซื้อ OnePlus Nord N10 5G พร้อมแพ็กเกจผู้ให้บริการเครือข่าย เริ่มเพียง 2,490 บาท

Published

on

By

หลังจากปรับราคาใหม่ OnePlus Nord N10 5G ประสบการณ์สมาร์ทโฟน 5G คุ้มค่าที่สุด โดดเด่นในเรื่องกล้องหลังคมชัดสูงสุด 64 MP ถ่ายภาพสวยงาม คมชัด  ที่มาพร้อมกับหน้าจอแบบ 90 Hz และแบตเตอรี่ที่อึดถึง 4,300 mAh พร้อมระบบชาร์จเร็วอย่าง Warp Charge 30T กับราคาใหม่เหลือเพียง 8,990 บาท และ OnePlus Nord N10 5G LINE FRIENDS Special Box Set เหลือเพียง 9,990 บาท

พิเศษเมื่อซื้อ OnePlus Nord N10 5G หรือ LINE FRIENDS Special Box Set พร้อมแพ็กเกจผู้ให้บริการเครือข่าย ลดสูงสุด 6,500 บาท

เริ่มกันที่ เอไอเอส เมื่อซื้อ OnePlus Nord N10 5G หรือ LINE FRIENDS Special Box Set พร้อมแพ็กเกจรายเดือน 5G Hot Deal Max Speed  เริ่มต้น 699 บาท (พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า) ราคาเครื่องเริ่มต้นเหลือเพียง 3,490 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 8 เมษายน 2564

ดูรายละเอียด โปรโมชัน OnePlus Nord N10 5G จาก AIS เพิ่มเติมได้ที่ >>> https://bit.ly/38jnMkE

ต่อด้วยข้อเสนอสุดพิเศษจากดีแทค เมื่อซื้อ OnePlus Nord N10 5G หรือ LINE FRIENDS Special Box Set ในราคาเริ่มต้นเพียง 2,490 บาท พร้อมแพ็กเกจรายเดือน 699 บาทขึ้นไป ที่ศูนย์บริการดีแทคที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2564

ดูรายละเอียดโปรโมชันเพิ่มเติมได้ที่ >>>https://www.dtac.co.th/oneplus/

และ ทรูมูฟ เอช เมื่อซื้อ OnePlus Nord N10 5G พร้อมแพ็กเกจรายเดือนเริ่มต้นที่ 699 บาทขึ้นไปได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 2,490 บาท (ปกติ 8,990 บาท) ได้ตั้งแต่ 5 – 31 มีนาคม 2564 ที่ทรูช็อป และทรูช็อปใน 7-Eleven ทั่วประเทศ หรือทางเว็บไซต์ >>>https://bit.ly/3rskiUv

Continue Reading

ข่าวประชาสัมพันธ์

TikTok เอาใจสายแฟชั่น สร้างปรากฏการณ์ดิจิทัลแฟชั่นวีคครั้งแรก! ประเดิมคว้าแฟชั่นวีคแห่งปี “Paris Fashion Week”

Published

on

By

TikTok แพลตฟอร์มวีดีโอสั้นชั้นนำระดับโลก เอาใจสายแฟชั่นพร้อมต้อนรับการกลับมาของแฟชั่นวีคระดับไอคอนนิคที่ทุกคนรอคอยกับ Paris Fashion Week” ที่มีขึ้นในวันที่ 1 – 10 มีนาคมนี้ ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของความร่วมมือระหว่างแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง TikTok และ Paris Fashion Week ในการนำแฟชั่นวีคเต็มรูปแบบมาอยู่บนแพลตฟอร์ม TikTok และมาพร้อมปรากฏการณ์แห่งการหลอมรวมกันของโลกดิจิทัลและแฟชั่นที่จะทำให้ “Paris Fashion Week” โดดเด่นด้วยมิติใหม่ของการยกระดับสู่การเป็นเฟสติวัลแห่งการสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัดในการบรรจบกันของสุดยอดนวัตกรรมและความสวยงามตระการตาของผลงานแฟชั่นจากแบรนด์ดังระดับโลก โดยเหล่าสาวกแฟชั่นสามารถร่วมติดตามความตระการตาของทุกโชว์ และคอนเทนท์สุดเอ็กคลูซีฟ พร้อมร่วมสนุกไปกับชาเลนจ์ที่ไม่ควรพลาดได้ทางแอคเคาท์@paris_fashion_week

สำหรับความร่วมมือระหว่าง TikTok และ Paris Fashion Week ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของความร่วมมือของเหล่าแบรนด์ดังสัญชาติฝรั่งเศสที่มีมากกว่า 90 แบรนด์ที่อยู่ภายใต้การดูแลขององค์กรแฟชั่นชั้นสูงแห่งประเทศฝรั่งเศส หรือ Fédération de la Haute Couture et de la Mode ที่ได้เล็งเห็นศักยภาพและพลังของแพลตฟอร์มที่มาแรงอย่าง TikTok ในการเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์การรับชมแฟชั่นในรูปแบบใหม่ที่เข้ากับยุคสมัยและสถานการณ์โลกในปัจจุบันที่ทำให้แฟชั่นชั้นสูงสามารถเข้าถึงทุกคนผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือได้อย่างไร้ข้อจำกัด รวมถึงการเปิดโอกาสให้แบรนด์ชั้นนำระดับโลกได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ บนแพลตฟอร์มที่กำลังเป็นที่นิยมทั่วโลกอย่าง TikTok ผ่านทางแอคเคาท์@paris_fashion_week ที่จะนำเสนอคอนเทนท์ที่น่าสนใจในแวดวงแฟชั่นในรูปแบบวิดีโอสั้น ด้วยคอนเทนท์ที่เกี่ยวกับเทรนด์แฟชั่น ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของแฟชั่นฝรั่งเศสและศิลปะการตัดเย็บเสื้อผ้าชั้นสูงที่หลอมรวมระหว่างงานฝีมือแบบดั้งเดิมและเทคโนโลยีร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกัน รวมถึงเรื่องราวความน่าสนใจของคอลเลกชั่นใหม่จากแบรนด์ดัง อีกทั้งการเป็นพื้นที่ในการเปิดโอกาสให้เหล่าดีไซเนอร์ดาวรุ่งมาแรงได้เปิดตัวสู่สายตาแฟชั่นนิสต้าทั่วโลกผ่านทางแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง TikTok อีกด้วย

และเพื่อตอกย้ำความสำเร็จของความร่วมมือในครั้งนี้ TikTok และ Paris Fashion Week จึงชวนเหล่าแฟชั่นนิสต้าและคนในวงการแฟชั่นจากทุกมุมโลกมาร่วมสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของ Paris Fashion Week กับก้าวแรกบนรันเวย์ TikTok ผ่านกิจกรรมชาเลนจ์สนุกๆ ผ่าน 3 แฮชแท็กนี้

  • #MesLooksPFW : 10 วัน 9 สไตล์ที่แตกต่าง ชาเลนจ์ที่ชวนเหล่าครีเอเตอร์มาแสดงออกถึงสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์บนแพลตฟอร์ม TikTiok เพื่อเป็นการเริ่มต้นสัปดาห์สุดพิเศษของเทรนด์แฟชั่นประจำฤดูกาลในงาน Paris Fashion Week
  • #LeMoisFashion : ร่วมฉลองทุกสไตล์กับ Paris Fashion Week บน TikTok ชาเลนจ์ที่มีผู้เข้าร่วมและสร้างยอดวิวมากกว่า 3.9 ล้าน!
  • #Fashion2048 : กล่าวกันว่าปี 2048 จะเป็นปีที่โลกแฟชั่นจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก Paris Fashion Week จึงชวนเหล่าครีเอเตอร์มาเดินทางข้ามเวลาและแบ่งปันมุมมองแฟชั่นของตัวเองและการเปลี่ยนแปลงของแฟชั่นในอนาคต อาทิ แฟชั่นสุดล้ำ สีสันแปลกตา เครื่องประดับที่ผสมผสานหลากหลายวัตถุดิบ เพื่อสร้างสรรค์ลุคสุดเริ่ดแห่ง #Fashion2048 ซึ่งถึงขณะนี้เรียกได้ว่า#Fashion2048 คือหนึ่งในแฮชแท็กมาแรงที่มียอดวิวสูงถึง 85 ล้าน และติด Top List แฮชแท็กที่ผู้คนค้นหามากที่สุดอีกด้วย

สำหรับปรากฎการณ์ Paris Fashion Week บนรันเวย์ TikTok ครั้งแรกนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้วงการแฟชั่นก้าวข้ามจากข้อจำกัดเดิมๆ เพื่อเปิดมิติใหม่ในการนำเสนอแฟชั่นที่ล้ำสมัยให้ผู้คนทั่วโลกได้เป็นที่รู้จัก ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมแฟชั่นในอนาคตในมิติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

Continue Reading

กำลังฮอต

Featured1 สัปดาห์ ago

ส่องโปรโมชั่น “มีนา มีโปร” เซ็ตแพ็คคู่สุดคุ้ม ซื้อสมาร์ทโฟน realme คู่กับอุปกรณ์ AIoT เริ่ม 1 – 15 มี.ค.นี้

realme จัดโปรโมชั่นต...

Featured3 สัปดาห์ ago

ขับไม่เหมือนกันทำไมต้องจ่ายเท่ากัน ? ”ประกันขับดี” มิติใหม่ของประกันรถยนต์จาก AIS Insurance และ MSIG !!

AIS Insurance S...

Featured4 สัปดาห์ ago

รีวิว realme N1 | M1 Sonic Eletric Toothbrush แปรงสีฟันไฟฟ้าสุดล้ำ “เพื่อช่องปาก สะอาดล้ำลึก”

รีวิว realme N1 | M1...

Featured4 สัปดาห์ ago

รีวิว realme Watch S Pro สมาร์ทวอทช์ดีไซน์สวย ฟีเจอร์ครบ วัดออกซิเจนในเลือด พร้อมใช้ได้สูงสุด 14 วัน

มาตามสัญญาสำหรับรีวิ...

AIS Hot deal more huawei nova promotion 2021 AIS Hot deal more huawei nova promotion 2021
Android News4 สัปดาห์ ago

ต้อนรับเดือนแห่งความรัก กับสมาร์ทโฟน HUAWEI รุ่นฮิต พร้อมโปรดีที่ AIS Hot deal

ถ้าจะให้พูดถึงสมาร์ท...

Advertisement

มือถือใหม่

คลิปล่าสุด

ข่าวใหม่วันนี้

กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง