ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

ห้ามพลาด! Google แนะนำ 10 เคล็ดลับ ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Google เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

Google แนะนำ 10 เคล็ดลับสำหรับการนำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ Google ไปใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยจัดความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในช่วงที่ทุกคนกำลังเผชิญอยู่ในภาวะของสถานการณ์ COVID-19 ที่ผู้คนส่วนใหญ่ต้องปรับเปลี่ยนการทำงานจากออฟฟิศมาเป็นการทำงานจากบ้านแทน

 

ลอร่า เม มาร์ติน Productivity Advisor ของ Google กล่าาว่า “เบื้องต้นเพื่อช่วยให้พนักงานของ Google เองสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ดิฉันจึงได้ริเริ่มโครงการ Productivity@Google ซึ่งเป็นเว็บไซต์ภายในที่แนะนำเคล็ดลับเกี่ยวกับวิธีจัดการกล่องจดหมายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากนั้นดิฉันจึงได้เริ่มพัฒนาโครงการนี้อย่างเต็มตัว จากระยะเวลากว่า 4 ปีที่ผ่านมา เว็บไซต์นี้ได้แนะนำเคล็ดลับเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับพนักงาน Google ไปแล้วมากกว่า 25,000 คน และมีการจัดฝึกอบรมในหัวข้อต่าง ๆ ทั้งหมด 10 ครั้งด้วยกัน โดยมีพนักงาน Google กว่า 40,000 คน ใน 31 สำนักงานทั่วโลกเข้ารับฝึกอบรม  ซึ่งหลังจากผ่านการฝึกอบรมแล้ว พวกเขามีการปรับปรุงขั้นตอนการทำงานในแต่ละวันและประหยัดเวลาในการทำงานได้มากกว่า 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์   ทั้งนี้ ดิฉันมั่นใจว่า 10  เคล็ดลับในการใช้ผลิตภัณฑ์ของ Google นี้ จะช่วยให้ผู้คนทั่วไปสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและในขณะเดียวกันก็สามารถมีความสุขกับชีวิตส่วนตัวด้วยเช่นกัน”

1 กำหนดเวลาส่งอีเมลเพื่อความสมดุลระหว่างชีวิตและการทํางาน

 

หากจำเป็นต้องส่งอีเมลในเวลากลางคืนและวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ต้องการเคารพความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานของเพื่อนร่วมงาน ให้ทำตามเคล็ดลับนี้

  1. เปิดหน้าต่างการเขียนอีเมล หรือหน้าต่างตอบกลับ คลิกไปที่ลูกศรแบบเลื่อนลงที่อยู่ถัดจากปุ่มส่ง

  2. คลิกที่ “กำหนดเวลาส่ง” เพื่อเลือกวันและเวลาที่ต้องการส่ง (ตามเวลาท้องถิ่น)

  3. เมื่อกำหนดเวลาส่งอีเมลเสร็จแล้ว จะมีกล่องใหม่ขึ้นมาว่า “กำหนดเวลาแล้ว” ซึ่งคุณสามารถเข้าไปดูอีเมลทั้งหมดที่ตั้งเวลาส่งไว้ และเปลี่ยนเวลาส่งหรือยกเลิกการส่งได้

 


2 ปิดเสียงการแจ้งเตือนระหว่างการประชุมผ่าน Google Meet

 

ลดสิ่งรบกวนขณะที่คุณกำลังประชุมออนไลน์หรืออยู่นอกสำนักงานด้วยการปิดเสียงการแจ้งเตือนที่เข้ามาใน Google Meet

  1. คลิกที่ปุ่ม “Active”

  2. เลือกระยะเวลาที่คุณต้องการปิดเสียงการแจ้งเตือน (30 นาที 1 ชั่วโมง 2 ชั่วโมง 4 ชั่วโมง 8 ชั่วโมง)

 


 

3 ตรึงแท็บที่เปิดบ่อย ๆ บน Google Chrome ไว้ทางด้านซ้าย

 

จัดการหน้าเว็บที่คุณเข้าชมบ่อย ๆ บน Google Chrome ได้ง่าย ๆ และช่วยป้องกันการปิดแท็บที่คุณใช้โดยไม่ตั้งใจ

  1. หากต้องการตรึงแท็บ ให้คลิกขวาที่แท็บ (อยู่ด้านบนของจอ) และเลือก “ตรึงแท็บ” จากเมนูแบบเลื่อนลง

  2. หากต้องการเลิกตรึงแท็บ ให้คลิกขวาที่แท็บ และเลือก “เลิกตรึงแท็บ”

หมายเหตุ: เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์ล่าสุดสำหรับการจัดการแท็บใน Google Chrome ได้ที่นี่


4 สร้างรายการสิ่งที่ต้องทำ “ในระหว่างการประชุม”

 

หากคุณมีเวลาว่างในระหว่างการประชุม ลองสร้างรายการสิ่งที่ต้องทำในแต่ละสัปดาห์ที่สามารถทำได้อย่างรวดเร็วในช่วงเวลาว่าง

  1. สร้างรายการงานโดยคลิกที่ไอคอนวงกลมสีน้ำเงินที่อยู่ด้านขวาของปฏิทินของคุณ

  2. กล่องงานจะปรากฏขึ้น และสร้างรายการได้ง่าย ๆ โดยเลือก “เพิ่มงาน”

 


 

5 ส่งต่อการสนทนาจาก Google Meet ไปยังกล่องจดหมายของคุณ

 

บางครั้งคุณอาจได้รับคำขอหรือคำถามจากเพื่อนร่วมงานใน Google Meet แต่อาจไม่มีเวลาที่จะทำตามคำขอหรือตอบคำถามได้ในตอนนั้น คุณสามารถส่งข้อความดังกล่าวไปยังกล่องจดหมายของคุณได้อย่างง่ายดายเพื่อการติดตามในภายหลัง

  1. หากต้องการส่งต่อข้อความไปยังกล่องจดหมายของคุณ ให้วางเมาส์ไว้เหนือข้อความแชทใน Google Meet ที่ต้องการส่งต่อ

  2. คลิกที่ไอคอน “จดหมาย” แล้วข้อความดังกล่าวจะถูกส่งไปยังกล่องจดหมายของคุณในไม่กี่วินาที

 


 

6 สร้างโฟลเดอร์พื้นที่ทำงานเพื่อให้หาไฟล์ที่ต้องการได้ง่าย ๆ

 

หากคุณกำลังทำงานหลายโปรเจ็กต์และต้องการวิธีที่รวดเร็วในการเข้าถึงไฟล์ที่สำคัญ แนะนำให้สร้างโฟลเดอร์ “พื้นที่ทำงาน” ภายใน Google Drive เพื่อจัดลำดับความสำคัญของเอกสารที่คุณต้องการ

  1. คุณจะเห็นส่วน “พื้นที่ทำงาน” เมื่อคุณเข้าไปยังโฟลเดอร์ของคุณใน Google Drive

  2. เลือก “สร้าง” และตั้งชื่อโฟลเดอร์ของคุณ (เช่น ลำดับความสำคัญประจำสัปดาห์ โปรเจ็กต์ XYZ)

  3. เริ่มเพิ่มไฟล์ลงในโฟลเดอร์พื้นที่ทำงานของคุณ

 


 

7 ใช้ฟีเจอร์บันทึกของผู้บรรยาย การจับเวลา และการถาม-ตอบใน Google Slides

 

นี่คือเคล็ดลับ 2 ข้อเกี่ยวกับวิธีการนำเสนองานและการเชื่อมต่อกับผู้ชมของคุณ เมื่อคลิกที่ “มุมมองผู้นำเสนอ” ในเมนูแบบเลื่อนลงที่อยู่ถัดจากปุ่มนำเสนอใน Google Slides คุณจะเห็น 2 ฟีเจอร์นี้

  • บันทึกของผู้บรรยาย จะแสดงบันทึกของคุณในขณะที่นำเสนอ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าบันทึกเหล่านั้นจะปรากฏให้คุณเห็นเพียงคนเดียว หากการตั้งค่าจอภาพมีตัวเลือกฉายภาพหน้าจอ อย่าลืมปิดการใช้งาน

  • ฟีเจอร์ถาม-ตอบ ผู้นำเสนอสามารถรับคำถามและข้อเสนอแนะทั่วไปจากผู้ชม และสมาชิกผู้ชมสามารถลงคะแนนและโหวตสำหรับคำถามที่พวกเขาชื่นชอบ ลองนึกภาพการนำเสนอต่อผู้ชมที่รู้สึกไม่สะดวกใจที่จะถามคำถามต่อหน้าผู้ชมทั้งหมด เพียงแค่ให้พวกเขาโพสต์คำถาม แล้วนำคำถามเหล่านั้นไปแสดงให้กับผู้ชมในระหว่างการนำเสนอของคุณ

    • ในส่วน “เครื่องมือผู้ชม” ให้หาคำถามที่ต้องการแสดง

    • คลิกนำเสนอ

    • หากต้องการเปลี่ยนคำถามให้ค้นหาคำถามอื่นและคลิกนำเสนอ

 


 

8 ไม่พลาดอีเมลสำคัญด้วยการสร้างกล่องจดหมายหลายกล่อง

 

ทำงานอย่างชาญฉลาดขึ้นด้วยการจัดระเบียบกล่องจดหมายของคุณและแยกประเภทอีเมลของคุณเป็นกล่องจดหมายย่อยตามกฎของคุณเอง

  1. สร้างป้ายกำกับใหม่ที่แผงด้านซ้ายของกล่องจดหมาย โดยคุณสามารถตั้งชื่อได้ตามความต้องการของคุณ (เช่น สิ่งที่ต้องทำติดตาม ฯลฯ )

  2. เมื่อสร้างแล้วให้ไปที่ “การตั้งค่า” > “กล่องจดหมาย”

  3. ในส่วน “ประเภทกล่องจดหมาย” ให้เลือก “กล่องจดหมายหลายกล่อง”

  4. เพื่อแสดงป้ายกำกับเหล่านี้อย่างถูกต้อง ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณใช้รูปแบบชื่อเดียวกัน “is: ชื่อป้ายกำกับ” (เช่น is: สิ่งที่ต้องทำ) เหมือนกับป้ายกำกับที่คุณทำในข้อ 1

  5. คลิก “บันทึกการเปลี่ยนแปลง” จากนั้นจะเห็นกล่องจดหมายใหม่ของคุณ

 


 

9 แปลข้อความใน Google Docs

 

หากเพื่อนร่วมงานของคุณอยากให้แปลเอกสารบางอย่าง คุณสามารถแปลข้อความที่ต้องการเป็นภาษาต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ภายใน Google Docs เพียง 2 ขั้นตอนเท่านั้น

  1. ในส่วนของ “เครื่องมือ” ให้เลือก “แปลเอกสาร”

  2. เลือกภาษาที่คุณต้องการ จากนั้นการแปลก็จะเสร็จเรียบร้อยภายในไม่กี่วินาทีเท่านั้น

 


 

10 ตั้งค่าใช้งาน Gmail และ Google Drive แบบออฟไลน์เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทาง

 

คุณสามารถเปิดใช้งาน Gmail และ Google Drive แบบออฟไลน์เพื่อให้สามารถทำงานต่อได้แม้ว่าจะไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต โดยตั้งค่าง่าย ๆ ดังนี้

  1. ไปที่ “การตั้งค่า” > “ออฟไลน์”

  2. เลือก “เปิดใช้งานเมลออฟไลน์” สำหรับ Gmail หรือ “สร้าง เปิด และแก้ไขไฟล์ล่าสุดใน Google Docs, Google Sheets และ Google Slides บนอุปกรณ์นี้ในขณะออฟไลน์” สำหรับ Google Drive

ข่าวประชาสัมพันธ์

เร็ว แรง ไร้จุดอับสัญญาณ ทุกการเชื่อมต่อกับ HUAWEI AirEngine 6760 X1 Series

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

แอคเซสพอยต์ความเร็วสูง Wi-Fi 6 สำหรับใช้ภายในอาคารรุ่นใหม่ล่าสุด AirEngine 6760-X1 และ AirEngine 6760-X1E มาตรฐาน IEEE 802.11ax ตอบโจทย์ความต้องการของยุคดิจิทัลทรานสฟอร์เมชั่น การันตีคุณภาพสัญญาณที่ครอบคลุมทุกพื้นที่แบบไร้จุดอับ เหมาะสำหรับติดตั้งในพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากและมีความซับซ้อนของพื้นที่ เช่น ห้างสรรพสินค้า สำนักงาน สนามกีฬา รวมถึงทางเดินในอาคาร

คุณสมบัติเด่น:

Smart Antenna: เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของหัวเว่ยซึ่งช่วยรักษาความเสถียรของสัญญาณได้ตลอดเวลา รวมถึงในขณะที่ผู้ใช้งานเคลื่อนที่ พร้อมลดสัญญาณรบกวนโดยอัตโนมัติ และให้ระยะการครอบคลุมที่กว้างกว่า

  • IoT Slot แบบ Built-in: รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ต่าง ๆ อาทิเช่น BLE 5.0, ZigBee, RFID และ Thread
  • Triple Radio (Dual 5GHz ): รองรับการใช้งาน 3 คลื่นความถี่ ได้แก่ 4GHz (4×4) + 5GHz (4×4) + 5GHz (4×4) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สามารถรองรับผู้ใช้งานได้มากขึ้น
  • Right to Use RTU: สามารถอัพเกรดจากความเร็ว 35Gbps ที่ 10 spatial stream ให้เป็นความเร็วสูงสุดถึง 10.75Gbps ที่ 12 spatial stream โดยการอัพเกรดความสามารถด้วย RTU license
  • บริหารจัดการได้ทุกรูปแบบ: สามารถเลือกการทำงานได้ในโหมดสแตนด์อโลน หรือจะเป็นการทำงานร่วมกับ Controller รวมถึง การทำงานร่วมกับระบบบริหารจัดการผ่าน Cloud ได้ด้วย
  • ความเร็วระดับ 10 Gbps: เพิ่มความยืดหยุ่นในการเชื่อมต่อด้วยความเร็ว 10 Gbps โดยรองรับได้ทั้งสาย UTP และสายไฟเบอร์ออพติค

ข้อมูลเพิ่มเติม: e.huawei.com/th,  ช่องทางติดต่อ: Facebook.com/HuaweiEnterpriseThailand

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

ชมฟรี เรียลลิตี้วง NCT Dream และ Red Velvet มีซับไทย ที่นี่ที่เดียวบนแอปฯ เว็บ และกล่อง TrueID TV เริ่ม 6 ก.ค. นี้

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ เอาใจคอเกาหลีให้ได้ฟินไปกับศูนย์รวมความบันเทิงสำหรับแฟนเกาหลี บนแอปทรูไอดี ที่อัดแน่นไปด้วยคอนเทนต์หลากหลาย ทั้ง K-Reality, K-Series, K-Music พร้อมเสิร์ฟความฟินส่งตรงจากประเทศเกาหลีถึงหน้าจอของคุณ ให้แฟนชาวไทยได้ฟินไปกับรายการ
เรียลลิตี้ของ 5
สมาชิก วง NCT Dream และ 2 สาว ไอรีน (IRENE) และ ซึลกิ (SEULGI) จากวง Red Velvet ออกอากาศพร้อมเกาหลี! มีซับไทย รับชมฟรี แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ที่นี่ที่เดียว ได้ทางช่อง ID Station ผ่าน TrueID ครบทุกแพลตฟอร์มทั้ง แอปฯ เว็บ และกล่อง TrueID TV  พิเศษสุดๆ สามารถรับชมย้อนหลังตอกย้ำความฟิน แบบไม่อั้น ครบทุกตอนได้อีกที่ ทรูไอดี และห้ามพลาดกิจกรรมพิเศษ การแจก Signed Poster และของพรีเมี่ยมอื่นๆ อีกมากมาย ผ่านรายการ Fandom หลังจบ LIVE ทุกวันจันทร์ อังคาร และพุธ

  • รายการ NCT LIFE : DREAM in Wonderland พบกับเสน่ห์และความสดใสของ 5 หนุ่มวง NCT Dream – Jeno, Jaemin, Renjun, Chenle และ Jisungกับรายการเรียลลิตี้ใหม่ในรอบ 3 ปีของพวกเค้า ที่จะพาแฟน ๆ ไปท่องเที่ยวผ่อนคลายและเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติที่สวยงาม และเล่นสนุกไปกับกิจกรรมต่างๆ ที่น่าตื่นเต้นระหว่างการเดินทางอีกด้วย ออกอากาศพร้อมเกาหลี ทุกวันจันทร์และอังคาร เวลา 00 น. ตามเวลาประเทศไทย เริ่มวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 2563

 

  • รายการ “LEVEL UP Project” : รายการเรียลลิตี้ของ 2 สาว ไอรีน (IRENE)และ ซึลกิ (SEULGI)
    2 สาวเกิร์ลกรุ๊ปสุดฮอต แห่งวง Red Velvet ที่มีความสามารถ ทั้งด้านการร้อง การเต้น โดยทั้ง 2 สาว จะมาโชว์เสน่ห์ด้านที่แตกต่าง เมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ ให้แฟนๆ ได้ฟินไปกับความน่ารักของพวกเธอ กับรายการเรียลลิตี้ที่มีชื่อว่า “LEVEL UP – RISKY Project”  ออกอากาศพร้อมเกาหลี ทุกวันพุธ เวลา 00 น. ตามเวลาประเทศไทย เริ่มวันพุธที่ 8 กรกฎาคมนี้

นอกจากนี้ TrueID ยังมีคอนเทนต์เกาหลีให้เลือกรับชมอีกมากมาย ทั้ง K-Series ซีรีส์ยอดฮิต อาทิ What’s Wrong with Secretary Kim, At Eighteen, He is Psychometric, Sky Castle, 100 Days My Prince, Extraordinary You หรือ K-Music เพลง K-Pop ฮอตฮิตติดชาร์ต อาทิ NCT Dream – Ridin’, Red Velvet – Psycho, WayV – Turn Back Time (Korean Version), NCT 127 – Punch, BAEKHYUN – Candy, Super Junior-K.R.Y – When We Were Us

สามารถรับชมรายการ NCT LIFE : DREAM in Wonderland และ รายการ “LEVEL UP – RISKY Project”  ได้ทางช่อง ID Station ผ่าน TrueID ครบทุกแพลตฟอร์มทั้ง แอปฯ เว็บ และกล่อง TrueID TV และรับชมย้อนหลังแบบไม่อั้นได้ครบทุกตอนที่ ทรูไอดี อีกด้วย ดาวน์โหลดแล้วล็อกอิน แอปทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ รอไว้ดูกันเลย ทั้ง App Store/Play Store หรือดูวิธีการดาวน์โหลด และสมัครสมาชิกทรูไอดี ได้ที่

https://home.trueid.net/campaign/rNL3jypzDVZJ

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

ColorOS พร้อมให้อัปเดต Android 11 เวอร์ชั่น Beta บน OPPO Find X2 Series แล้ววันนี้

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ColorOS ประกาศความพร้อมในการอัปเดต Android 11 เวอร์ชั่น Beta บนสมาร์ทโฟนแฟล็กชิป OPPO Find X2 Series แล้ววันนี้ โดย OPPO Find X2 Series เป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่พร้อมใช้งานบน Android 11 เวอร์ชั่น Beta โดยการอัปเดต Android 11 เวอร์ชั่น Beta บนสมาร์ทโฟน OPPO Find X2 Series ถือเป็นสิ่งยืนยันในการเป็นพาร์ทเนอร์ที่ใกล้ชิดของ ColorOS และ Google เพื่อมอบระบบปฏิบัติการบน Android ที่มีประสิทธิภาพ อัจฉริยะ และดีไซน์ที่สวยงาม ซึ่งพร้อมให้อัปเดตแล้วตั้งแต่ วันนี้ เป็นต้นไป

Manoj Kumar, Senior Principal Engineer ของ ColorOS และ OPPO กล่าวในการประกาศการอัปเดต Android 11 เวอร์ชั่น Beta ว่าด้วยจำนวนผู้ใช้ที่มีมากกว่า 350 ล้านคน ColorOS จึงเป็นหนึ่งพาร์ทเนอร์หลักของ Google ทั่วโลก ซึ่งมีปฎิสัมพันธ์กับฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่และหลากหลาย โดยการทำงานกับทีม Android นั้น ColorOS มีหน้าที่รวบรวมข้อเสนอแนะบน Android 11 เวอร์ชั่น Beta จากผู้ใช้โดยตรง เพื่อระบุ แก้ไข และปรับปรุงฟีเจอร์ สำหรับผู้พัฒนา Android และผู้ใช้งาน

โดยหลายๆ ฟีเจอร์บน Android 11 เวอร์ชั่น Beta ที่ Google ประกาศนั้น พร้อมให้ใช้งานแล้วใน ColorOS เช่น time scheduled system-wide Dark-mode และ built-in screen recorder แต่ฟีเจอร์ที่จะพรีวิวใน Android 11 เวอร์ชั่น Beta เป็นครั้งแรกบน OPPO Find X2 Series ที่จะเป็นฟีเจอร์พื้นฐานแบบใหม่ของ Android นั้น มีดังต่อไปนี้

1. การแจ้งเตือนข้อความจะถูกแบ่งเป็นสัดส่วนใน Conversations section เพื่อให้ง่ายต่อการมองเห็น จัดการ และจัดลำดับความสำคัญของบทสนทนาได้จากแอปพลิเคชันต่างๆ

2. Floating Bubbles UI แบบใหม่ สำหรับแอปพลิเคชั่นสนทนา ให้ผู้ใช้สามารถสร้างหน้าต่างแบบ Floating เฉพาะบุคคลได้ เพื่อง่ายต่อการใช้งานหลายแอปพร้อมๆ กัน

3. พัฒนาการปกป้องความเป็นส่วนตัว ด้วยการเพิ่มตัวเลือกในการอนุญาตเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว ดังนี้ one-time permission (อนุญาตเพียงครั้งเดียว) permission auto reset* (รีเซ็ตการอนุญาติอัติโนมัติ) background location preferences (การเข้าถึงตำแหน่ง) เพื่อควบคุมการอนุญาตเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวที่ละเอียดยิ่งขึ้น

โดยในอนาคต ColorOS จะเพิ่มฟีเจอร์ต่างๆ มากขึ้นบน Android 11 เวอร์ชั่น Beta รุ่นถัดไป นอกเหนือจากฟีเจอร์พื้นฐานของ Android 11 แล้ว ColorOS ยังมีฟีเจอร์ที่สร้างขึ้นเพื่อ OPPO Find X2 Series โดยเฉพาะ เช่น All Pixel Omni-Directional PDAF camera focus, HDR video Enhancement, AI Nature Tone Display, OPPO Share และ อื่นๆ

โดยผู้พัฒนา Android และผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดเพื่ออัปเดตได้ที่ https://developers.oppomobile.com/wiki/doc/index#id=107 ตั้งแต่ วันนี้ เป็นต้นไป (สำหรับ OPPO Find X2 Series)

หมายเหตุ: เวอร์ชั่น Beta เป็นเพียงเวอร์ชั่นสำหรับผู้พัฒนาเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่เวอร์ชั่นสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน จึงอาจมีข้อบกพร่องและไม่เสถียร

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Android News32 นาที ที่แล้ว

จัดให้เต็มๆ! Samsung Galaxy M41 จะมาพร้อมแบตเตอรี่ 6800mAh

ดูเหมือนว่า Samsung ...

Android News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดตัว POCO M2 Pro สมาร์ทโฟนจอ 6.67 นิ้ว, CPU Snapdragon 720G และแบต 5000mAh เริ่มต้นราว 5,800 บาท

เปิดตัวอย่างเป็นทางก...

ข่าวประชาสัมพันธ์2 ชั่วโมง ที่แล้ว

เร็ว แรง ไร้จุดอับสัญญาณ ทุกการเชื่อมต่อกับ HUAWEI AirEngine 6760 X1 Series

แอคเซสพอยต์ความเร็วส...

New Smartphones in July 2020 New Smartphones in July 2020
Android News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

แนะนำ มือถือใหม่ น่าซื้อ น่าใช้ ประจำเดือนกรกฎาคม 2020

แนะนำมือถือใหม่ น่าซ...

ข่าวประชาสัมพันธ์3 ชั่วโมง ที่แล้ว

ชมฟรี เรียลลิตี้วง NCT Dream และ Red Velvet มีซับไทย ที่นี่ที่เดียวบนแอปฯ เว็บ และกล่อง TrueID TV เริ่ม 6 ก.ค. นี้

ทรูไอดี โลกความสุขใน...

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง