ติดตามพวกเรา

iOS Tips

เรามาซ่อนแอพที่ไม่ได้ใช้ใน App store กันด้วยวิธีง่าย ๆ กันเถอะ !!! (ไม่สามารถลบออกได้)

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

สวัสดีครับ

วันนี้เราจะมีวิธีการซ่อนแอพที่เราไม่ต้องการได้ง่าย ๆ ครับ ซึ่งมีหลาย ๆ ท่านสอบถามมาว่าเราจะลบแอพใน app store ได้หรือไม่ คำตอบคือไม่ได้แต่เราสามารถซ่อนให้ไม่แสดงใน app store ได้ ซึ่งจะทำให้สะดวกในการค้นหาและใช้งาน ส่วนเราจะมีวิธีการอย่างไรนั้นมาดูกันครับ

ก่อนอื่นครับ เราเปิดไปที่ app store ใน iDevice ของเราก่อนเลยครับ โดยการเลือกไปที่ Purchased เราจะเห็นรายชื่อแอพต่าง ๆ เรียงอยู่ โดยที่เป็นรูปก้อนเมฆนั้นเป็นแอพที่โหลดไว้และยังไม่ได้ติดตั้งที่ iDevice

 

เทคนิคที่เราจะใช้ซ่อน มีวิธีการง่าย ๆ ครับ เราจะซ่อนโดยการ ใช้นิ้วสไลด์ไปด้านซ้าย หรือขวา บนแอพที่เราต้องการซ่อนครับ หลังจากนั้น สัญลักษณ์ก้อนเมฆจะเปลี่ยนไปเป็นคำว่า Hide 

 

หลังจากนี้ครับ เราเลือกที่คำว่า Hide แล้ว app store ก็จะบอกถึงวิธีการที่จะทำให้แอพนั้นกลับคืนมาโดยต้องไปที่ itunes โดยสามารถทำรายการที่ Account Information วิธีการทำอย่างไรนั้น เรามาติดตามกันต่อครับ

 

วิธีการที่จะนำแอพที่เราได้ซ่อนไว้กลับคืนมาสามารถทำได้ 2 วิธีครับ คือใช้ iTunes และ App Store ครับ เดี๋ยวเรามาดูวิธีแรกกันก่อน โดยการใช้ iTunes

อันดับแรกครับเปิด iTunes แล้วทำการล็อกอินให้เรียบร้อย และเลือกไปที่ Account > login > Account info

 

และเมื่อ login เรียบร้อยแล้วให้ดูที่  iTunes in the Cloud และเลือกไปที่ View Hidden Purchases ขณะที่ผมทำการรีวิวนี้ผมได้ซ่อนแอพไว้จะนำวน 4 รายการซึ่งจะเห็นได้จากในภาพด้านล่างครับ

 

 

เมื่อเข้ามาแล้วเราจะพบกับแอพที่เราได้ซ่อนไว้จาก app store ทั้ง 4 รายการที่ผมได้ซ่อนไว้ และหากต้องการยกเลิกการซ่อน มีวิธีง่าย ๆ ครับ เลือกไปที่ Unhide แอพที่เรายกเลิกการซ่อนก็จะกลับไปอยู่ใน app store เช่นเดิม

 

วิธีที่ 2 ยกเลิกการซ่อนแอพด้วย App Store

ให้เปิด App Store ขึ้นครับ และไปที่ Featured และ เลือกที่ Apple ID ครับ

 

หลังจากนั้น เลือกที่ View Apple ID และใส่รหัสผ่านให้เรียบร้อย

 

เมื่อเช้ามาแล้วจะพบกับหัวข้อ Hidden Purchases เลือกที่นี่ได้เลยครับ

 

เมื่อเข้ามาในหัวข้อ Hidden Purchases แล้วก็จะพบกับแอพที่เราได้ซ่อนไว้ครับ หากถ้าต้องการแอพไหนกลับไปอยู่ในรายการดาวน์โหลดเหมือนเดิมเลือก Unhide เพียงเท่านี้แอพก็จะกลับไปอยู่ในรายการดาวน์โหลดเหมือนเดิมแล้วครับ

 

และวิธีง่าย ๆ เพียงเท่านี้ครับ เราก็สามารถซ่อนแอพที่เราไม่ได้ใช้หรือไม่ต้องการได้แล้วครับ  😆

Android App

วิธีแก้ เห็นโพสต์ Facebook ซ้ำไม่เป็นโพสต์ใหม่ เล่นยังไงก็เป็นโพสต์เดิม บน iPhone, Android และบนคอมฯ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ตอนนี้หลายๆ คนพบปัญหาการใช้งาน Facebook แล้วจะเห็นโพสต์เดิมๆ ซ้ำๆ บ่อยๆ ไม่เป็นโพสต์ใหม่สักที วันนี้มีวิธีทำให้เห็นโพสต์ล่าสุดซึ่งเป็นโพสต์ใหม่ๆ ทั้งจากเพื่อนๆ และเพจ ไปดูวิธีการใช้งานเพื่อให้เห็นโพสต์เป็นล่าสุดไม่ซ้ำอีกต่อไป ซึ่งมีมาฝากกันครบทุกอุปกรณ์ทั้งบน iOS, Android และบนคอมพิวเตอร์ ทั้งเวอร์ชั่นใหม่ และเวอร์ชั่นเก่า ไปดูวิธีกันครับ

เห็นโพสต์ Facebook ซ้ำ

 

iOS (iPhone, iPod, iPad)

  1. เข้าไปที่แอป Facebook และเลือกไปที่ไอคอน “สัญลักษณ์ 3 ขีดแนวนอน”
  2. แตะไปที่เมนู “ล่าสุด”

 

Android 

  1. เข้าไปที่แอป Facebook และเลือกไปที่ไอคอน “สัญลักษณ์ 3 ขีดแนวนอน”
  2. แตะไปที่เมนู “ล่าสุด” (ถ้าเข้ามาแล้วไม่เจอล่าสุด ให้ดูที่ “เพิ่มเติม”)

Facebook (เวอร์ชั่นใหม่) บนคอมพิวเตอร์ 

  1. คลิกเข้าไปที่แท็บ “ล่าสุด”

 

 

Facebook (เวอร์ชั่นเดิม) บนคอมพิวเตอร์ 

  1. คลิกเข้าไปที่ “สัญลักษณ์ … ด้านหลังฟีดข่าว”
  2. คลิกไปที่ “เรื่องราวล่าสุด”

 

หลังจากที่เลือกไปที่ “ล่าสุด” ทุกแฟลตฟอร์มจะเห็นโพสต์สถานะต่างๆ ทั้งจากเพื่อนๆ และเพจเป็นแบบล่าสุดครับ ซึ่งจะไม่เห็นโพสต์เดิมๆ ซ้ำๆ ที่เคยเห็นอยู่ก่อนหน้านี้ ลองใช้วิธีนี้กันนะครับ

หมายเหตุ : 

สำหรับใครที่เห็นเพื่อนๆ ส่งต่อข้อความ เช่น

สุดปัง  |  จุ๊บจุ๊บ  | ด้วยความปรารถนาดี  | ยินดีด้วย  xoxo | you got this  | you’re the best  | Congrats Congratulations  |best wishes  | you’ve got this

radness  | おめでとうございます  | xoxoxo

จุ๊บๆ

และบอกว่าเห็นข้อความเหล่านี้แล้วจะไม่เป็นการปิดกั้นไม่เป็นความจริงนะครับ เป็นการส่งต่อๆ กันเท่านั้นเอง เพราะคำเหล่านี้เมื่อโพสต์สถานะบน Facebook หรือคอมเมนต์ จะมี Effect ขึ้นมาให้เห็นซึ่งเป็นลูกเล่นจาก Facebook เท่านั้นครับ รายละเอียดข่าวเก่าก่อนหน้านี้คลิก

อ่านต่อ...

How To

[How-To] วิธีแชร์โฟลเดอร์ใน iCloud Drive บน iOS 13.4 และ iPadOS 13.4

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หนึ่งในฟีเจอร์ใหม่ของ iOS 13.4 และ iPadOS 13.4 ที่เพิ่งจะปล่อยอัปเดทไปไม่นานมานี้ คือ การแชรืโฟลเดอร์ iCloud Drive ให้กับผู้อื่นที่เราต้องการร่วมใช้งานด้วยกันครับ แต่จะมีวิธีทำอย่างไรบ้างมาดูกันเลย

ขั้นตอนการทำง่ายๆ มีดังนี้

  • 1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นระบบปฏิบัติการ iOS 13.4 หรือ iPadOS 13.4
  • 2. เปิดแอป “ไฟล์” และเลือก “iCloud Drive”
  • 3. กดค้างที่โฟลเดอร์ที่เราต้องการแชร์
  • 4. เลือก “แชร์”

ทั้งนี้หากใครที่ต้องการเลือกหลายโฟลเดอร์ให้กด “เลือก” ที่มุมขวาบน และกดไอคอน “แชร์” ที่มุมซ้ายล่าง

เพียงแค่นี้เราก็สามารถแชร์ฌฟลเดอร์ต่างๆ ได้อย่างสะดวกแล้วครับ ไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้น

ที่มา : 9to5mac

อ่านต่อ...

Apple News

หา iPhone หาย และอุปกรณ์อื่นๆ ของแอปเปิลด้วยแอป Find My และ iCloud.com

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

สำหรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ต่างๆ อีกปัญหาหนึ่งที่หลายๆ คนพบคือการทำหายนั่นเองครับ ซึ่งวันนี้จะขอแนะนำสำหรับมือใหม่หรือผู้ใช้งานอุปกรณ์ของแอปเปิลซึ่งอาจจะยังไม่ทราบว่าสามารถระบุตำแหน่งของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้อยู่ได้ด้วยครับ เมื่ออุปกรณ์ต่างๆ  เช่น iPhone, iPad, iPod, MacBook, Airpods หาย สามารถค้นหาได้จากตำแหน่งของเครื่องที่เปิดใช้งานล่าสุด ซึ่งการค้นหานั้นสามารถทำได้ผ่านเว็บ “iCloud.com“และแอป “Find My” นั่นเองครับ

 

วิธีล็อคอิน iCloud และเปิดใช้งาน Find My บน iPhone, iPod, iPad

การจะค้นหาอุปกรณ์อย่าง iPhone, iPod, iPad ได้นั้นจะต้องเข้าไปเปิดตั้งค่าเพื่อเปิดใช้งานก่อนครับ โดยเข้าไปที่่

  • Settings > Sign in to your iPhone > Email Apple ID & Password > Find My  > ON จากนั้นให้เปิดการค้นหา iPhone ตามภาพด้านล่างนี้นะครับ

หากยังไม่มี Apple ID คลิกดูวิธีการสมัครที่นี่ 

 

 

วิธีล็อคอิน iCloud และเปิดใช้งาน Find My Mac

คลิกท่ีรูปแอปเปิล > System Preferences > iCloud ล็อคอินด้วย Apple ID & Password > Sign in จากนั้นให้ติ๊กถูก “Find Muy Mac” เพื่อเปิดใช้งาน

 

คลิก “Allow”

 

หลังจากที่ล็อคอินเรียบร้อยแล้ว ทั้งบน iPhone, iPod, iPad และ Mac ก็พร้อมค้นหาโลเคชั่่นที่ใช้งานล่าสุดได้แล้วครับ

 

วิธีการค้นหา iPhone, iPod, iPad, AirPods  และ Mac ผ่านเว็บไซต์

ให้เข้าไปที่ www.icloud.com (การค้นหาจากเว็บสามารถใช้ได้ทั้ง Windows และ Mac ) จากนั้นให้ล็อคอินด้วย Apple ID ที่ใช้ล็อคอิน iCloud ไปแล้วก่อนหน้านี้ ถ้าในกรณีที่มีหลายอุปกรณ์ให้ล็อคอินด้วย Apple ID เดียวกันทุกอุปกรณ์เพราะในการค้นหานั้นจะรวมอยู่ในบัญชีเดียวกันทั้งหมด

เลือกไปที่ “ค้นหา iPhone” เพื่อค้นหาอุปกรณ์ต่างๆ

 

เข้ามาแล้วจะเห็นแผนที่ ซึ่งสามารถเลือกดูได้แบบ Standard, Sattlelite และ Hybrid ตัวอย่างค้นหาแบบ Satellite (ภาพถ่ายดาวเทียม)

 

อุปกรณ์ที่ล็อคอินด้วยบัญชีเดียวกันจะโชว์ขึ้นมาให้เห็นทั้งหมดครับ

 

ถ้าอุปกรณ์ต่างๆ ของเราเปิดเครื่องอยู่และเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ก็จะค้นหาเจอและถ้าในกรณีที่อาจจะหายภายในบ้านสามารถส่งเสียงโดยการเลือกไปที่ “ส่งเสียง”

 

ในกรณีเครื่องหายสามารถเลือกไปที่ “โหมดสูญหาย” เพื่อสั่งล็อคเครื่องได้ ให้ใส่เบอร์โทรที่ต้องการให้คนที่เจอติดต่อกลับ จากนั้นเลือก “ถัดไป”

 

พิมพ์ข้อความที่ต้องการแจ้งให้กับผู้ที่พบติดต่อกลับ

 

หลังจากที่เสร็จขั้นตอนแจ้งสูญหายแล้ว เมื่อ iPhone หรืออุปกรณ์อื่นๆ “เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต” ระบบจะล็อคเครื่องให้ และขึ้นข้อความที่ได้พิมพ์ไว้ก่อนหน้านี้บนหน้าจอทันที

 

 

และฟังก์ชั่นสุดท้ายคือ “ลบ iPhone” ซึ่งเป็นคำสั่งลบข้อมูลของตัวเครื่องทั้งหมด ในกรณีที่มีข้อมูลที่สำคัญหรือคิดว่าไม่ได้คืนแล้วสามารถสั่งลบข้อมูลได้จากฟังก์ชั่นนี้

 

วิธีค้นหา iPhone, iPod, iPad, AirPods, Mac ด้วยแอป Find My

หากต้องการค้นหาอุปกรณ์ที่หายไปให้เปิดแอป Find My ขึ้นมาครับ ซึ่งแอปนี้จะเป็นการรวมทั้งแอป Find My iPhone และ Find My Friend เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งจะทำให้ค้นหาได้ทั้งอุปกรณ์ต่างๆ และเพื่อน ในแอปเดียวกัน

 

หลังจากที่เข้ามาในแอป “Find My” จะเห็นตำแหน่งของอุปกรณ์ต่าง ๆ ของเราครับ เลือกที่ All Devices เพื่อโชว์อุปกรณ์ทั้งหมดของเราที่มีอยู่และล็อคอินภายใต้ Apple ID เดียวกันทั้งหมด ซึ่งสามารถเลือกอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องการค้นหาเพื่อส่งเสียง และนำทางไปยังอุปกรณ์นั้นๆ ได้

 

“Mark As Lost” (โหมดสูญหาย) สามารถใช้งานบนแอป “Find My”  ได้เช่นกัน เลือกที่ “Mark As Lost” เพื่อล็อคเครื่องพร้อมส่งข้อความเพื่อติดต่อไปยังเครื่องที่หาย

 

หลังจากที่สั่งล็อคแล้วจะมีข้อความขึ้นมาที่หน้าเพื่อแจ้งให้คนที่เจอติดต่อกลับได้ครับ

 

หรือหากต้องการสั่งลบข้อมูลก็สามารถเลือก “Erase This Device” ข้อมูลต่างๆ จะถูกลบเมื่อ iPad ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หลังจากที่ลบข้อมูลแล้วก็จะไม่สามารถค้นหาหรือติดตามได้แล้วนะครับ เพราะข้อมูลต่างๆ ได้ถูกลบออกไปหมดแล้ว

 

 

สำหรับมือใหม่ หรือผู้ที่ยังไม่ทราบสิ่งที่จำเป็นเมื่อซื้อ iPhone, iPod, iPad, Mac มาแล้ว ก็ควรที่จะเปิดใช้งาน “Find My” ทุกอุปกรณ์ทันทีไว้เลยนะครับ ถึงแม้ว่าอุปกรณ์ต่างๆ ที่หายอาจจะไม่สามารถค้นหากลับคืนมาได้ 100% แต่การเปิดใช้งาน รวมไปถึงการค้นหาก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้สามารถค้นหาเจอ และตามของกลับคืนมาได้ ซึ่งในหลายๆ เคสที่ผ่านมาก็สามารถค้นหากลับคืนมาได้ครับ ขอเพียงแค่เมื่อทำหายให้ตั้งสติแล้วลองค้นหาดูก่อน เพราะหลายๆ ครั้งที่หายถ้ารู้ตัวและค้นหาทันทีก็ยังทำให้รู้โลเคชั่นและค้นหากลับคืนมาได้ สุดท้ายถ้าเป็นไปได้ไม่ทำหายก็จะดีที่สุดครับ

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

OPPO Reno Ace2 5G Full Specifications Revealed by MIIT OPPO Reno Ace2 5G Full Specifications Revealed by MIIT
Android News16 ชั่วโมง ที่แล้ว

หลุดสเปคเต็ม OPPO Reno Ace2 จากเว็บหน่วยงานของจีน TENAA

OPPO Reno Ace2 เตรีย...

Website for the Covid Disease Assistance Project Website for the Covid Disease Assistance Project
IT News17 ชั่วโมง ที่แล้ว

ลงทะเบียนวันแรก ‘เราไม่ทิ้งกัน’ ล่ม! คาดมีผู้กดเข้าไปพร้อมกันเป็นจำนวนมาก

เปิดลงทะเบียนวันแรกท...

How to register to Receive a 5000 baht How to register to Receive a 5000 baht
IT News18 ชั่วโมง ที่แล้ว

วิธีลงทะเบียน ‘เราไม่ทิ้งกัน’ รับเงินเยียวยา 5,000 บาท เริ่มแล้ววันนี้ 28 มีนาคม 2563

หลายคนกำลังสงสัยและส...

iPhone 12 Concept 2020 iPhone 12 Concept 2020
Apple News22 ชั่วโมง ที่แล้ว

ใหม่ iPhone 12 คอนเซ็ปต์ หน้าจอไม่มีรอยบาก และมีกล้อง LiDAR Scanner [ชมคลิป]

ใหม่ iPhone 12 วิดีโ...

ข่าวประชาสัมพันธ์23 ชั่วโมง ที่แล้ว

Asus ลดราคาโน้ตบุ๊ก 4 รุ่นพิเศษ พร้อมโปรโมชั่นผ่อน 0% 10 เดือน พร้อมบริการ ‘ช้อปผ่านแชท’ และบริการหลังการขายเต็มรูปแบบ

Asus ลดราคาโน้ตบุ๊ก ...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง